← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

งบแคมเปญใหญ่ 500,000 บาท จะแบ่งให้ Meta, Google, TikTok เท่าไหร่ดี: วิธีอ่านว่าแพลตฟอร์มไหนพาคนมาทัก LINE จริง ไม่ใช่แค่คลิก

02 ส.ค. 04:31 · อ่าน 2 นาที
งบแคมเปญใหญ่ 500,000 บาท จะแบ่งให้ Meta, Google, TikTok เท่าไหร่ดี: วิธีอ่านว่าแพลตฟอร์มไหนพาคนมาทัก LINE จริง ไม่ใช่แค่คลิก

สรุปสั้น ๆ

ตัวเลขคลิกและต้นทุนต่อคลิกที่ Meta, Google และ TikTok รายงานเอง เปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มนับความสำเร็จคนละแบบ วิธีแบ่งงบที่แม่นกว่าคือติดแท็กแหล่งที่มาให้ทุกคนที่ทักเข้า LINE OA แล้วเทียบต้นทุนต่อการทักและอัตราปิดการขายจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ใช่เชื่อตัวเลขในแดชบอร์ดโฆษณาอย่างเดียว จากนั้นค่อยทดสอบด้วยงบก้อนเล็กก่อนเทงบเต็มจำนวนตามสัดส่วนที่วางแผนไว้

ผู้จัดการการตลาดของแบรนด์หนึ่งที่กำลังจะเปิดแคมเปญปีใหม่งบรวมครึ่งล้านบาท ถามผมคำถามที่ฟังดูตรงไปตรงมาแต่ตอบยากมากว่า “ควรแบ่งงบให้ Meta, Google, TikTok เท่าไหร่ดี” ปีก่อนเขาแบ่งเท่า ๆ กันสามส่วน เพราะไม่รู้จะใช้อะไรตัดสิน ผลที่ได้คือ Meta ให้ต้นทุนต่อคลิกถูกที่สุดในแดชบอร์ด เลยดูเหมือนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งที่พอเทียบยอดขายจริงกลับพบว่า TikTok ที่ต้นทุนต่อคลิกแพงกว่า กลับพาคนที่ปิดการขายได้มากกว่าต่อบาทที่จ่ายไป

ปัญหาของการตัดสินใจแบ่งงบด้วยตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเองคือ แต่ละแพลตฟอร์มมีวิธีนับ ‘คลิก’ และ ‘ผลลัพธ์’ ที่ไม่เหมือนกัน บางแพลตฟอร์มนับการเลื่อนดูวิดีโอนานเกินสามวินาทีเป็นการมีส่วนร่วม บางแพลตฟอร์มนับคลิกที่ไม่ได้นำไปสู่หน้าเว็บจริงด้วยซ้ำ ตัวเลขที่ดูดีในแดชบอร์ดหนึ่งจึงอาจไม่ได้แปลว่าพาคนมาทักแชทจริงเลยก็ได้

บทความนี้เล่าวิธีที่เราใช้ตัดสินใจแบ่งงบครึ่งล้านให้กับแบรนด์นี้ในปีถัดมา โดยไม่พึ่งตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานเองเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ข้อมูลจาก LINE OA เป็นตัวชี้วัดร่วมว่าแพลตฟอร์มไหนพาคนมาทักจริงและปิดการขายได้จริง

ทำไมตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเองถึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

แต่ละแพลตฟอร์มออกแบบมาให้ตัวเองดูดีในสายตาคนซื้อโฆษณา นี่ไม่ใช่การกล่าวหาว่าโกหก แต่เป็นเรื่องของนิยามที่ต่างกัน Meta อาจนับการคลิกปุ่ม “ส่งข้อความ” เป็นผลลัพธ์ แม้คนนั้นจะปิดแชทไปโดยไม่พิมพ์อะไรเลยก็ตาม TikTok อาจนับการดูวิดีโอจนจบเป็นสัญญาณบวก แม้คนดูจะไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไรเลยก็ได้ ส่วน Google อาจนับคลิกจากคนที่กำลังหาข้อมูลเปรียบเทียบเฉย ๆ ยังไม่พร้อมตัดสินใจ

เมื่อนิยาม ‘ผลลัพธ์’ ของแต่ละแพลตฟอร์มไม่เหมือนกัน การเอาตัวเลขต้นทุนต่อผลลัพธ์มาเทียบกันตรง ๆ จึงเหมือนเทียบแอปเปิลกับส้ม แม้ตัวเลขจะออกมาเป็นหน่วยบาทเหมือนกันก็ตาม สิ่งที่ต้องทำคือหาจุดร่วมเดียวที่ทุกแพลตฟอร์มพาไปถึงเหมือนกัน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ปิดยอดในแชท จุดร่วมนั้นคือ “คนที่ทักเข้า LINE OA จริง” ไม่ใช่คลิกหรือการมีส่วนร่วมแบบอื่น

วิธีติดแท็กแหล่งที่มาให้รู้ว่าใครทักมาจากแพลตฟอร์มไหน

หัวใจของการเปรียบเทียบที่แม่นคือ ทุกลิงก์ที่พาไปสู่ LINE OA ต้องมีการติดแท็กแหล่งที่มาแยกกันชัดเจนสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ละแคมเปญย่อย และถ้าเป็นไปได้ แยกถึงระดับครีเอทีฟด้วย เพื่อให้เมื่อดูรายงานย้อนหลัง รู้ได้ทันทีว่าคนที่ทักเข้ามาแต่ละคนมาจากทางไหน

หลักการนี้ทำงานคล้ายกับแนวคิดของการยิง Conversion กลับแบบ server-to-server ที่ไม่พึ่งข้อมูลจากฝั่งแพลตฟอร์มโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีนี้เรากำลังเก็บข้อมูลไว้ที่ต้นทางฝั่ง LINE OA เองว่าคนที่ทักเข้ามาแต่ละคนมาจากลิงก์ไหน เพื่อใช้เทียบผลลัพธ์จริงในภายหลัง ไม่ใช่พึ่งตัวเลขที่แพลตฟอร์มโฆษณารายงานเอง

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบสามแพลตฟอร์มจากข้อมูลจริงของแคมเปญนี้

แพลตฟอร์มต้นทุนต่อคลิก (แดชบอร์ดรายงาน)ต้นทุนต่อการทัก LINE OA จริงอัตราปิดการขาย
Meta~4.2 บาท~52 บาท~18%
Google~9.8 บาท~61 บาท~27%
TikTok~6.5 บาท~48 บาท~22%

ขั้นตอนทดสอบด้วยงบก้อนเล็กก่อนเทงบเต็มตามสัดส่วน

  1. แบ่งงบทดสอบประมาณ 10-15% ของงบทั้งหมด กระจายให้ทั้งสามแพลตฟอร์มเท่า ๆ กันก่อน โดยยังไม่ตัดสินใจสัดส่วนสุดท้ายในช่วงนี้
  2. ปล่อยให้ทดสอบอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อให้แต่ละแพลตฟอร์มมีเวลาเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายเพียงพอ การตัดสินใจเร็วเกินไปมักได้ข้อมูลที่ยังไม่นิ่งพอจะเชื่อถือได้
  3. เก็บข้อมูลต้นทุนต่อการทักและอัตราปิดการขายจริงจากแท็กแหล่งที่มาใน LINE OA ของแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วนำมาเทียบกัน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขในแดชบอร์ดโฆษณา
  4. จัดสรรงบส่วนที่เหลือตามสัดส่วนผลลัพธ์จริงที่ได้จากการทดสอบ โดยให้น้ำหนักกับแพลตฟอร์มที่ต้นทุนต่อการทักต่ำและอัตราปิดการขายสูงมากกว่า ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ต้นทุนต่อคลิกถูกที่สุดในแดชบอร์ด

อย่าลืมปัจจัย CPM ที่พุ่งสูงช่วงแคมเปญใหญ่ทุกแพลตฟอร์มยิงพร้อมกัน

ช่วงแคมเปญใหญ่ตามเทศกาล ทุกธุรกิจแทบทุกเจ้ามักยิงโฆษณาพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดการพุ่งของราคาต่อการแสดงผลตามฤดูกาลในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้นทุนที่ได้จากการทดสอบช่วงก่อนแคมเปญอาจไม่เท่ากับต้นทุนจริงตอนวันแคมเปญมาถึง เพราะทุกคนแย่งพื้นที่โฆษณากันพร้อมกัน

วิธีที่พอช่วยได้คือเผื่องบสำรองไว้สำหรับช่วงที่ CPM พุ่งสูงเกินคาด และไม่ยึดสัดส่วนที่วางแผนไว้ตายตัวเกินไป ควรเปิดช่องให้ปรับสัดส่วนได้อีกครั้งเมื่อเห็นข้อมูลจริงของวันแคมเปญ

หน้าต่างการนับผล (attribution window) ที่ต่างกันทำให้ตัวเลขสับสนได้ง่าย

อีกจุดที่ทำให้การเทียบตัวเลขข้ามแพลตฟอร์มสับสนคือหน้าต่างเวลาที่แต่ละแพลตฟอร์มใช้นับว่าผลลัพธ์นั้นมาจากโฆษณาจริงหรือไม่ บางแพลตฟอร์มนับคลิกที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งวันหลังเห็นโฆษณา บางแพลตฟอร์มขยายไปถึงเจ็ดวัน และบางแพลตฟอร์มยังนับรวมคนที่แค่เห็นโฆษณาผ่านตาโดยไม่ได้คลิกด้วยซ้ำเป็นผลลัพธ์ด้วย

ความต่างตรงนี้ทำให้แพลตฟอร์มที่ใช้หน้าต่างยาวกว่าดูเหมือนได้ผลลัพธ์เยอะกว่าในรายงาน ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้พาคนมาทักมากกว่าแพลตฟอร์มอื่นเลย วิธีที่ช่วยได้คือยึดข้อมูลจากแท็กแหล่งที่มาที่เก็บไว้ที่ฝั่ง LINE OA เองเป็นหลัก เพราะเป็นจุดที่นับเวลาเดียวกันสำหรับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ต้องพึ่งการตีความหน้าต่างเวลาของแต่ละเจ้าที่ไม่ตรงกัน

แต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมการยิงซ้ำใส่คนกลุ่มเดิมไม่เหมือนกัน

อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการแบ่งงบระยะยาวคือความแตกต่างของการจำกัดความถี่ระหว่างแพลตฟอร์ม บางแพลตฟอร์มปล่อยให้โฆษณาเดียวกันแสดงซ้ำใส่คนกลุ่มเดิมได้บ่อยกว่าที่คิด ซึ่งถ้าไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ควบคู่กับการดูต้นทุนต่อการทัก อาจเห็นตัวเลขดีในช่วงแรกแต่แย่ลงเร็วกว่าแพลตฟอร์มอื่นเมื่อผ่านไปหลายวัน เพราะกลุ่มเป้าหมายเห็นซ้ำจนเบื่อเร็วกว่า

การรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าช่วยให้วางแผนได้ว่าแพลตฟอร์มไหนควรยิงงบหนักตั้งแต่ต้นแคมเปญ และแพลตฟอร์มไหนควรทยอยเพิ่มงบขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะเทเท่ากันตั้งแต่วันแรกทั้งหมด

รูปแบบครีเอทีฟที่เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มก็ส่งผลต่อคุณภาพคนที่ทักเข้ามา

นอกจากงบและกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบครีเอทีฟที่ใช้ในแต่ละแพลตฟอร์มก็ส่งผลต่อคุณภาพของคนที่ทักเข้ามาไม่น้อยไปกว่ากัน วิดีโอสั้นที่เล่าเรื่องแบบเป็นธรรมชาติมักได้ผลดีกว่าบน TikTok เพราะเข้ากับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของแพลตฟอร์มนั้น ขณะที่ภาพนิ่งพร้อมข้อความชัดเจนเรื่องราคาและโปรโมชันมักได้ผลดีกว่าบน Google Search เพราะคนที่ค้นหาส่วนใหญ่ต้องการคำตอบตรงประเด็นทันที ไม่ได้อยากดูเรื่องเล่ายาว

ในเคสนี้ทีมพบว่าเมื่อใช้ครีเอทีฟวิดีโอตัวเดียวกันยิงทั้งสามแพลตฟอร์มโดยไม่ปรับ อัตราปิดการขายของ TikTok ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับตอนปรับความยาวและจังหวะตัดต่อให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ใช้แพลตฟอร์มนั้นโดยเฉพาะ บทเรียนคือการแบ่งงบอย่างเดียวไม่พอ ต้องแบ่งความพยายามในการปรับครีเอทีฟให้เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์มควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ยิงชุดเดียวกันทั้งหมดแล้วหวังผลเท่ากันทุกที่

อย่ามองแค่สามแพลตฟอร์มโฆษณาแยกกัน ต้องดูภาพรวมช่องทางทั้งหมด

การแบ่งงบ Meta, Google, TikTok เป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพใหญ่กว่าที่ต้องคิดถึง ซึ่งใกล้เคียงกับหลักการของการจัดสรรงบข้ามช่องทางทั้งหมดที่ธุรกิจมี ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ เพราะบางครั้งช่องทางที่ไม่ใช่โฆษณาโดยตรง เช่นฐานลูกค้าเก่าที่ยิงบรอดแคสต์ อาจให้ผลตอบแทนต่อบาทดีกว่าทั้งสามแพลตฟอร์มโฆษณารวมกันด้วยซ้ำ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้แบ่งงบแคมเปญใหญ่ผิดพลาดบ่อยที่สุด

  • ตัดสินใจแบ่งงบจากต้นทุนต่อคลิกที่แดชบอร์ดรายงานอย่างเดียว โดยไม่เทียบกับต้นทุนต่อการทักและอัตราปิดการขายจริง
  • ไม่เผื่องบสำรองสำหรับช่วง CPM พุ่งสูงตอนวันแคมเปญจริง ทำให้งบหมดเร็วกว่าที่วางแผนไว้
  • ยึดสัดส่วนที่วางแผนไว้ตายตัวตลอดทั้งแคมเปญ ทั้งที่ควรปรับตามข้อมูลจริงที่ทยอยเห็นระหว่างทาง
  • ไม่ติดแท็กแหล่งที่มาให้ละเอียดพอ ทำให้เมื่อต้องการเปรียบเทียบย้อนหลัง ไม่มีข้อมูลที่แยกแยะได้จริงว่าใครมาจากทางไหน

สรุป

การแบ่งงบแคมเปญใหญ่ให้หลายแพลตฟอร์มไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลขที่แต่ละแพลตฟอร์มรายงานเองเพียงอย่างเดียว เพราะนิยามความสำเร็จของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน สิ่งที่แม่นกว่าคือใช้ LINE OA เป็นจุดวัดผลร่วมที่ทุกแพลตฟอร์มพาคนมาถึงเหมือนกัน แล้วเทียบต้นทุนต่อการทักและอัตราปิดการขายจริง

การทดสอบด้วยงบก้อนเล็กก่อนเทเต็มจำนวน บวกกับการเผื่อพื้นที่ปรับสัดส่วนระหว่างแคมเปญ คือสิ่งที่ทำให้งบครึ่งล้านหรือมากกว่านั้นถูกใช้อย่างมีเหตุผล แทนที่จะแบ่งเท่า ๆ กันเพราะไม่รู้จะใช้อะไรตัดสินใจ

  • ตัวเลขต้นทุนต่อคลิกในแดชบอร์ดโฆษณาเทียบข้ามแพลตฟอร์มตรง ๆ ไม่ได้ ต้องเทียบต้นทุนต่อการทัก LINE OA จริงแทน
  • ทดสอบด้วยงบก้อนเล็กก่อน 3-5 วัน แล้วค่อยจัดสรรงบเต็มตามผลลัพธ์จริงที่เห็น ไม่ใช่ตามความรู้สึก
  • เผื่องบสำรองสำหรับ CPM ที่พุ่งสูงช่วงแคมเปญใหญ่ และปรับสัดส่วนได้ระหว่างทาง ไม่ยึดแผนเดิมตายตัว

คำถามที่พบบ่อย

ควรเชื่อตัวเลขต้นทุนต่อคลิกในแดชบอร์ดโฆษณาแค่ไหน

ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้ตัดสินใจแบ่งงบเพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละแพลตฟอร์มนับผลลัพธ์ต่างกัน ควรเทียบกับต้นทุนต่อการทักและอัตราปิดการขายจริงจาก LINE OA เพื่อได้ภาพที่ใกล้ความจริงมากกว่า

งบทดสอบก่อนเทเต็มควรใช้เท่าไหร่ของงบทั้งหมด

ประมาณ 10-15% ของงบรวมมักเพียงพอสำหรับให้เห็นแนวโน้มเบื้องต้น โดยไม่เสี่ยงเกินไปถ้าแพลตฟอร์มไหนได้ผลไม่ดี ควรทดสอบอย่างน้อย 3-5 วันก่อนตัดสินใจสัดส่วนสุดท้าย

ถ้าแพลตฟอร์มหนึ่งได้ผลดีตอนทดสอบ แต่แย่ลงตอนเทงบเต็ม ควรทำยังไง

เป็นเรื่องที่เกิดได้บ่อยเพราะปัจจัยเช่น CPM ที่พุ่งสูงตอนวันแคมเปญจริงหรือความล้าของโฆษณาที่มาเร็วกว่าที่คาด ควรมีงบสำรองและแผนสำรองไว้โยกงบไปแพลตฟอร์มอื่นได้ทันทีถ้าเห็นสัญญาณแย่ลงชัดเจน

จำเป็นต้องเล่นครบทั้งสามแพลตฟอร์มไหม หรือเลือกเจ้าเดียวไปเลยดีกว่า

ขึ้นกับขนาดงบและสินค้า ถ้างบเล็กเกินกว่าจะกระจายได้อย่างมีนัยสำคัญในทุกแพลตฟอร์ม การโฟกัสเจ้าเดียวที่มีข้อมูลในอดีตว่าได้ผลดีที่สุดอาจคุ้มกว่าการกระจายจนแต่ละแพลตฟอร์มได้งบน้อยเกินจะเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายได้ดี

ต้องติดแท็กแหล่งที่มาละเอียดแค่ไหนถึงจะพอ

อย่างน้อยควรแยกได้ถึงระดับแพลตฟอร์มและแคมเปญย่อย ถ้าทำได้ควรแยกถึงระดับครีเอทีฟด้วย เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่ครีเอทีฟตัวใดตัวหนึ่งที่ทำผลงานได้แย่กว่าตัวอื่นในแพลตฟอร์มเดียวกัน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง