← กลับไปหน้าบทความ
เทรนด์ & ข้อควรระวัง

ทำไมค่าโฆษณาแพงพรวดทุกเดือนพฤศจิกา-ธันวา: วางงบแคมเปญ LINE รับมือ CPM ฤดูกาลก่อนเจ็บตัว

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
ทำไมค่าโฆษณาแพงพรวดทุกเดือนพฤศจิกา-ธันวา: วางงบแคมเปญ LINE รับมือ CPM ฤดูกาลก่อนเจ็บตัว

สรุปสั้น ๆ

CPM ไม่ได้เท่ากันทุกเดือน มันขึ้นลงตามจำนวนร้านที่แย่งพื้นที่โฆษณาในช่วงเวลาเดียวกัน ยิ่งใกล้เทศกาลใหญ่หรือช่วงที่ทุกคนเทงบพร้อมกัน ราคาเฉลี่ยยิ่งพุ่ง การรู้ล่วงหน้าว่าทำไมมันแพงขึ้น ช่วยให้คุณวางแผนงบและกำลังทีมแชทได้แม่นกว่าแค่บ่นว่า 'แอดแพงขึ้นทุกปี'

ทุกปลายปีจะมีเจ้าของร้านมาบ่นให้ผมฟังคล้าย ๆ กันว่า 'ทำไมช่วงนี้ยิงแอดแพงขึ้นทั้งที่ตั้งค่าเหมือนเดิมทุกอย่าง' บางคนถึงกับคิดว่าแอคเคาท์โดนลดคุณภาพ ทั้งที่จริง ๆ ปรากฏการณ์นี้เกิดกับแทบทุกร้านพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกันของปี

สาเหตุไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย มันคือกลไกประมูลธรรมดา ๆ แต่คนละมุมกับที่พูดถึงคุณภาพโฆษณา — คราวนี้เป็นเรื่องปริมาณคนที่เข้ามาแย่งพื้นที่โฆษณาพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ยิ่งมีคนแย่งเยอะ ราคาเฉลี่ยของทุกคนก็ยิ่งถูกดันขึ้น ไม่ว่าร้านคุณจะทำอะไรถูกหรือผิดก็ตาม

CPM ไม่ใช่ราคาคงที่ มันคือผลลัพธ์ของการแย่งชิงพื้นที่

พื้นที่โฆษณาบนหน้าฟีดหรือหน้าค้นหาในแต่ละวินาทีมีจำกัด ต่อให้แพลตฟอร์มใหญ่แค่ไหนก็โชว์โฆษณาให้คนหนึ่งคนได้จำนวนครั้งจำกัดต่อวัน เมื่อจำนวนผู้ลงโฆษณาที่อยากได้พื้นที่เดียวกันเพิ่มขึ้นมาก ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นก่อนเทศกาลใหญ่ที่ทุกธุรกิจอยากขายของพร้อมกัน ราคาเฉลี่ยต่อการแสดงผลพันครั้ง หรือ CPM ก็จะถูกดันสูงขึ้นตามธรรมชาติของการประมูล

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าโฆษณาคุณดีหรือแย่ลง มันคือผลของอุปสงค์และอุปทานล้วน ๆ ปีนี้ร้านค้าจำนวนมากขึ้นเข้าใจว่าการยิงแอดเข้าไลน์ได้ผล เลยเทงบเข้ามาพร้อมกันมากขึ้นทุกปี ทำให้ช่วงพีคของฤดูกาลยิ่งแพงกว่าปีก่อนหน้าเรื่อย ๆ

ภาพรวมที่มักเห็นในแต่ละช่วงของปี (กรอบคิดตัวอย่าง ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ทุกธุรกิจ)

ช่วงเวลาแรงกดดันด้านราคาสิ่งที่มักเกิดขึ้นกับ CPM
ต้นปี (ม.ค.-ก.พ.)ต่ำ-กลางร้านจำนวนมากยังลดงบหลังปีใหม่ CPM มักผ่อนลง
กลางปี (พ.ค.-ส.ค.)กลางค่อนข้างคงที่ ขึ้นอยู่กับแคมเปญเฉพาะอุตสาหกรรม
ปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4กลาง-สูงเริ่มมีร้านเทงบเตรียมเทศกาลใหญ่ปลายปี
พ.ย.-ธ.ค.สูงสุดของปีร้านค้าแทบทุกอุตสาหกรรมแย่งพื้นที่พร้อมกัน CPM มักพุ่งชัดเจนที่สุด

วางงบยังไงเมื่อรู้ล่วงหน้าว่าปลายปีจะแพง

ร้านที่รับมือช่วงพีคได้ดี ไม่ใช่ร้านที่มีงบเยอะที่สุด แต่คือร้านที่วางแผนล่วงหน้าและไม่ตกใจเมื่อเห็นตัวเลขต้นทุนขยับขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำคือเปลี่ยนมุมมองจาก 'ต้นทุนต่อทัก' อย่างเดียว ไปดูจุดคุ้มทุนที่แท้จริงของสินค้าควบคู่กัน เพราะช่วงพีคต้นทุนต่อทักที่แพงขึ้นอาจยังคุ้มอยู่ถ้าอัตราปิดการขายในแชทสูงตามไปด้วย

อีกวิธีที่ได้ผลคือกันงบส่วนหนึ่งไว้ล่วงหน้าสำหรับช่วงพีค แทนที่จะใช้งบเท่ากันทุกเดือนตลอดปี บางร้านเลือกลดงบช่วงกลางปีที่การแข่งขันไม่สูงลงเล็กน้อย แล้วสะสมไว้ทุ่มตอนพีคที่ทราฟฟิกคุณภาพดีมีเยอะกว่า แม้ต้นทุนต่อครั้งจะแพงขึ้นก็ตาม

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเตรียมระบบตามลูกค้าที่ทักแล้วยังไม่ปิดให้พร้อม เพราะช่วงพีคจะมีคนทักเข้ามาเยอะกว่าปกติ ถ้าทีมแชทตอบไม่ทัน ต้นทุนที่จ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับทักแชทจะสูญเปล่าไปกับความล่าช้าในการตอบ

ความเข้าใจผิดที่มักเจอตอน CPM พุ่ง

  • คิดว่าคุณภาพแอดตัวเองแย่ลง — ทั้งที่จริงเป็นเรื่องอุปสงค์ตลาดรวม ไม่ใช่แค่ร้านคุณ ลองเทียบพฤติกรรมลูกค้าเก่าของร้านกับเพื่อนร้านอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันจะเห็นว่าแพงขึ้นทั้งตลาด
  • หยุดยิงแอดไปเลยตอนแพงที่สุด — บางร้านตกใจแล้วปิดแคมเปญทั้งหมด ทั้งที่ช่วงพีคมักมาพร้อมความตั้งใจซื้อสูงกว่าปกติ การหยุดอาจเสียโอกาสมากกว่าการจ่ายแพงขึ้นบ้าง
  • ไม่ปรับงบล่วงหน้า แล้วมาตกใจตอนบิลมาเดือนธันวา — ควรประมาณการงบช่วงพีคไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน ไม่ใช่ปล่อยให้งบอัตโนมัติวิ่งไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเพดาน

สรุป

CPM ที่พุ่งขึ้นทุกปลายปีไม่ใช่สัญญาณว่าร้านคุณทำอะไรผิด มันคือปรากฏการณ์ตลาดที่เกิดกับเกือบทุกร้านพร้อมกัน สิ่งที่แยกร้านที่รอดกับร้านที่ขาดทุนหนักในช่วงนี้ ไม่ใช่ใครมีงบเยอะกว่า แต่คือใครวางแผนล่วงหน้าและไม่ตื่นตระหนกกับตัวเลขที่ขยับ

ลองย้อนดูข้อมูลปีที่แล้วของร้านตัวเองว่าช่วงไหนแพงขึ้นจริง แล้วเริ่มวางแผนงบและกำลังทีมแชทสำหรับช่วงเดียวกันของปีนี้ล่วงหน้า จะทำให้คุณไม่ต้องตัดสินใจแบบเร่งรีบตอนบิลมาแรงที่สุด

  • CPM สูงขึ้นตามจำนวนคนแย่งพื้นที่โฆษณา ไม่ใช่สัญญาณคุณภาพแอดแย่ลง
  • ดูอัตราปิดการขายในแชทประกอบ ไม่ตัดสินใจจากตัวเลข CPM อย่างเดียว
  • วางแผนงบและกำลังทีมแชทล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนช่วงพีคของปี

คำถามที่พบบ่อย

CPM แพงขึ้นแปลว่าคุณภาพลูกค้าที่ได้แย่ลงด้วยไหม

ไม่จำเป็น CPM คือต้นทุนต่อการแสดงผล ไม่ได้บอกคุณภาพคนที่เห็นโฆษณาโดยตรง ช่วงพีคบางทีคนที่เห็นโฆษณากลับตั้งใจซื้อมากกว่าปกติเพราะเป็นช่วงเทศกาล ต้องดูอัตราปิดการขายในแชทประกอบด้วย

ควรลดงบตอน CPM แพงไหม

ไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลข CPM อย่างเดียว ให้ดูว่าต้นทุนต่อการปิดการขายจริงยังอยู่ในระดับที่ทำกำไรได้หรือไม่ ถ้ายังคุ้มก็ไม่จำเป็นต้องลดงบแค่เพราะราคาต่อการแสดงผลสูงขึ้น

ช่วงไหนของปีที่ควรเริ่มวางแผนงบสำหรับปลายปี

ควรเริ่มคิดตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 เพราะการแข่งขันมักเริ่มขยับตัวก่อนเทศกาลจริงหลายสัปดาห์ การรอจนถึงธันวาคมมักสายเกินไปที่จะปรับกลยุทธ์ทัน

ทุกอุตสาหกรรมเจอ CPM พุ่งพร้อมกันหมดไหม

ไม่เหมือนกันทุกอุตสาหกรรม บางธุรกิจมีช่วงพีคของตัวเองที่ไม่ตรงกับเทศกาลใหญ่ทั่วไป เช่นธุรกิจที่เกี่ยวกับปีการศึกษาหรือธุรกิจตามฤดูกาลเฉพาะ ควรดูข้อมูลย้อนหลังของร้านตัวเองประกอบ

มีวิธีทำให้ CPM ถูกลงกว่าคู่แข่งในช่วงพีคไหม

การได้คะแนนคุณภาพโฆษณาที่ดีจากสัญญาณ conversion ที่แม่นยำ ยังช่วยให้ต้นทุนถูกกว่าคู่แข่งที่เคาะราคาเท่ากันได้ แม้ในช่วงที่ตลาดโดยรวมแพงขึ้นก็ตาม

ถ้างบจำกัดมากจะสู้ช่วงพีคยังไงดี

อาจเลือกโฟกัสเฉพาะช่วงเวลาที่มีอัตราปิดการขายสูงสุดของร้านตัวเอง แทนที่จะยิงทั้งวันเท่ากัน เพื่อให้งบที่จำกัดถูกใช้ในช่วงที่คุ้มค่าที่สุด

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง