← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

click conversion กับ sales conversion: ทำไมตัวเลขสองชุดนี้ไม่ควรใช้แทนกัน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 3 นาที
click conversion กับ sales conversion: ทำไมตัวเลขสองชุดนี้ไม่ควรใช้แทนกัน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

click conversion คือจำนวนครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาแล้วเกิดการกระทำบางอย่าง เช่น คลิกเข้า LINE ซึ่งนับได้เร็วและเห็นผลทันที ส่วน sales conversion คือจำนวนดีลที่ปิดการขายได้จริง ซึ่งต้องผ่านกระบวนการพูดคุยและตัดสินใจก่อน สองตัวเลขนี้มีจังหวะเวลาต่างกันมาก การเอามาเทียบกันโดยตรงหรือใช้แทนกันจะทำให้ประเมินผลแคมเปญผิดทิศทาง

ทีมการตลาดที่รายงานผลแคมเปญให้ผู้บริหารฟังมักเจอคำถามว่า "ยอด Conversion ที่รายงานนี่คือยอดขายจริงหรือแค่คนคลิก" คำถามนี้ฟังดูง่ายแต่จริง ๆ แล้วสะท้อนความสับสนที่เกิดขึ้นบ่อยมากระหว่าง click conversion กับ sales conversion

สองคำนี้ฟังดูคล้ายกันเพราะมีคำว่า Conversion เหมือนกัน แต่วัดคนละเหตุการณ์ ด้วยจังหวะเวลาที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง click conversion เกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีหลังคนกดโฆษณา ในขณะที่ sales conversion อาจต้องรอเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์กว่าจะรู้ผลว่าดีลปิดจริงหรือไม่

บทความนี้จะอธิบายว่า click conversion กับ sales conversion ต่างกันตรงไหน ทำไมการเอาสองตัวเลขนี้มาเทียบกันโดยตรงถึงทำให้เข้าใจประสิทธิภาพแคมเปญผิด และควรใช้ตัวเลขไหนตอบคำถามแบบไหน

click conversion คืออะไร

click conversion คือเหตุการณ์ที่แพลตฟอร์มโฆษณานับทันทีเมื่อผู้ใช้คลิกโฆษณาแล้วเกิดการกระทำที่กำหนดไว้ เช่น คลิกเข้า LINE Official Account หรือกดปุ่มส่งข้อความ ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณต้นน้ำของ Funnel ที่บอกว่ามีคนสนใจโฆษณามากแค่ไหน

ข้อดีของ click conversion คือรู้ผลได้เร็ว แทบจะทันทีหลังแคมเปญเผยแพร่ ทำให้ใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นสำหรับปรับครีเอทีฟหรือกลุ่มเป้าหมายได้ไว แต่ข้อจำกัดคือมันบอกแค่ว่ามีคนสนใจ ไม่ได้บอกว่าคนนั้นจะกลายเป็นลูกค้าจริงหรือไม่

sales conversion คืออะไร

sales conversion คือเหตุการณ์ที่ดีลถูกปิดสำเร็จจริง ลูกค้าตัดสินใจซื้อและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ตัวเลขนี้อยู่ปลายน้ำของ Funnel และเป็นตัวเลขที่สะท้อนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากแคมเปญ ไม่ใช่แค่ความสนใจเบื้องต้น

จุดที่ทำให้ sales conversion ต่างจาก click conversion คือระยะเวลา ธุรกิจที่ขายสินค้าราคาสูงหรือต้องใช้การพูดคุยหลายรอบ เช่น คอร์สเรียนหรือบริการที่ต้องปรึกษา อาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะรู้ว่าดีลไหนปิดสำเร็จจริง

ทำไมเอาสองตัวเลขนี้มาใช้แทนกันไม่ได้

  • ช่วงเวลาที่นับต่างกันมาก click conversion นับได้ในวินาที ส่วน sales conversion อาจต้องรอเป็นสัปดาห์ การนำตัวเลขทั้งสองมาเทียบกันในช่วงเวลาเดียวกันจะทำให้ตีความผิด
  • อัตราการแปลงจาก click ไปเป็น sale ไม่เท่ากับ 100% เสมอไป มีคนคลิกแล้วไม่ปิดดีลจำนวนมาก การเอาจำนวน click มาคาดเดายอดขายตรง ๆ จึงคลาดเคลื่อน
  • การตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาที่อิงจาก click conversion เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เพิ่มงบให้แคมเปญที่มีคนคลิกเยอะแต่ปิดการขายได้น้อย ในขณะที่ลดงบแคมเปญที่คลิกน้อยแต่ปิดการขายได้ดีกว่า

ตารางเทียบ click conversion กับ sales conversion

สรุปความต่างของสองตัวเลขนี้ในมิติที่ธุรกิจต้องพิจารณา:

มิติclick conversionsales conversion
จุดที่วัดต้นน้ำของ Funnelปลายน้ำของ Funnel
ระยะเวลารู้ผลทันทีหรือไม่กี่วินาทีหลายวันถึงหลายสัปดาห์
สะท้อนอะไรความสนใจเบื้องต้นรายได้ที่เกิดขึ้นจริง
เหมาะใช้ปรับอะไรครีเอทีฟและกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นการตัดสินใจเรื่องงบและ ROI

ขั้นตอนระหว่างทางที่มักถูกมองข้าม

ระหว่าง click conversion กับ sales conversion ยังมีขั้นตอนกลางที่สำคัญ เช่น การกลายเป็น Lead ที่เข้ามาทักในแชท การกลายเป็น Qualified Lead ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพเบื้องต้น และการกลายเป็น Order ที่มีการตกลงราคาแล้ว ก่อนจะจบที่ Closed Sale ที่ปิดการขายสำเร็จ

ธุรกิจที่ดูเฉพาะ click conversion กับ sales conversion แล้วข้ามขั้นตอนกลางเหล่านี้ไป มักไม่รู้ว่าจุดไหนของ Funnel ที่ทำให้ Lead หลุดออกจากกระบวนการมากที่สุด การไล่ดูทีละขั้นจะช่วยหาจุดที่ควรปรับปรุงได้ตรงกว่าการมองแค่หัวกับท้ายของ Funnel

ตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพความต่าง

สมมติแคมเปญหนึ่งมี click conversion 500 ครั้งต่อเดือน จากนั้นกลายเป็น Lead ในแชท 300 ราย ผ่านเกณฑ์เป็น Qualified Lead 150 ราย และสุดท้ายปิดการขายได้ 40 ราย ถ้าทีมการตลาดดูแค่ตัวเลข 500 click โดยไม่ไล่ดูขั้นตอนถัดไป จะประเมินว่าแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จมากเกินจริง

แต่ถ้าไล่ดูทั้ง Funnel จะเห็นว่าจาก Lead 300 ราย เหลือ Qualified Lead แค่ 150 ราย ซึ่งอาจสะท้อนว่าคุณภาพของคนที่ทักเข้ามายังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายเท่าที่ควร ตัวเลขชุดนี้เป็นเพียงตัวอย่างประกอบการอธิบาย ไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ แต่ช่วยให้เห็นว่าการไล่ดูทีละขั้นให้ข้อมูลที่ลึกกว่าการดูแค่หัวกับท้ายของ Funnel

ใช้ตัวเลขไหนตอบคำถามแบบไหน

  • ต้องการรู้ว่าครีเอทีฟไหนดึงความสนใจได้ดี ใช้ click conversion เป็นสัญญาณเบื้องต้น
  • ต้องการรู้ว่าแคมเปญไหนคุ้มค่ากับงบที่ลงไปจริง ต้องดู sales conversion ประกอบ ไม่ใช่แค่ click conversion
  • ต้องการหาจุดที่ Lead หลุดออกจาก Funnel มากที่สุด ต้องไล่ดูขั้นตอนกลางระหว่าง click กับ sale ไม่ใช่ดูแค่หัวท้าย

เชื่อมโยง click ไปถึง sale ให้เห็นเส้นทางเดียวกัน

การจะรู้ว่า click conversion แต่ละครั้งไปจบที่ sales conversion จริงหรือไม่ ต้องอาศัยระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของ Funnel เช่นเดียวกับหลักการของAttribution Window ใน LINE conversion trackingที่กำหนดกรอบเวลาว่าการปิดการขายในช่วงไหนควรนับว่ามาจากคลิกโฆษณาตัวไหน

ธุรกิจที่ยังมีช่องว่างระหว่างข้อมูลคลิกกับข้อมูลปิดการขาย ควรตรวจสอบช่องว่างระหว่างคลิกกับข้อมูลใน LINEก่อน เพราะถ้าจุดเชื่อมต่อนี้มีปัญหา การไล่ดู Funnel ทั้งเส้นก็จะไม่แม่นยำตามไปด้วย

ใช้อัตราส่วนแทนตัวเลขดิบเมื่อเปรียบเทียบแคมเปญ

แทนที่จะเทียบ click conversion กับ sales conversion แบบตัวเลขดิบ การดูอัตราส่วนระหว่างขั้นตอน เช่น อัตราการแปลงจาก Lead ไปเป็น Qualified Lead หรืออัตราการแปลงจาก Qualified Lead ไปเป็น Closed Sale จะช่วยเทียบประสิทธิภาพระหว่างแคมเปญได้ตรงกว่า เพราะตัดผลกระทบจากขนาดงบที่แตกต่างกันออกไป

การดูอัตราส่วนควบคู่กับอัตราส่วน LTV ต่อ CACยังช่วยให้เห็นภาพระยะยาวว่าลูกค้าที่ได้จากแคมเปญไหนสร้างมูลค่าคุ้มค่ากับต้นทุนที่ลงไปมากกว่ากัน ไม่ใช่แค่ดูว่าแคมเปญไหนปิดการขายได้เยอะกว่าในช่วงสั้น ๆ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลารายงานตัวเลขทั้งสองชุด

  • นำ click conversion ของเดือนนี้ไปเทียบกับ sales conversion ของเดือนเดียวกัน ทั้งที่ดีลที่ปิดในเดือนนี้อาจมาจากคลิกของเดือนก่อนหน้า
  • รายงานแค่ตัวเลขรวมโดยไม่แยกตามแคมเปญ ทำให้มองไม่เห็นว่าแคมเปญไหนมีช่องว่างระหว่าง click กับ sale มากผิดปกติ
  • ใช้คำว่า Conversion เฉย ๆ โดยไม่ระบุว่าหมายถึง click หรือ sale ทำให้ทีมที่อ่านรายงานเข้าใจตัวเลขผิดไปคนละทาง

รูปแบบการรายงานที่ลดความสับสนระหว่างสองตัวเลข

วิธีที่ช่วยลดความสับสนคือแยกรายงานออกเป็นสองส่วนชัดเจน ส่วนแรกรายงาน click conversion พร้อมช่วงเวลาที่วัด และส่วนที่สองรายงาน sales conversion พร้อมระบุว่าดีลที่ปิดมาจากคลิกในช่วงไหน โดยไม่นำตัวเลขทั้งสองมารวมเป็นแถวเดียวกันในตารางเดียว

ธุรกิจที่ต้องรายงานผลให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมทั้ง Funnel ควรอธิบายกรอบเวลาที่ใช้อ้างอิงให้ชัดเจนทุกครั้ง คล้ายกับหลักการของการวางแผนคำค้นหาสำหรับแคมเปญ LINEที่ต้องอิงจากข้อมูลช่วงเวลาที่ถูกต้องก่อนนำไปตัดสินใจเรื่องงบ เพื่อไม่ให้ทีมที่อ่านรายงานสรุปผลผิดจากกรอบเวลาที่คลาดเคลื่อน

ความยาวของวงจรการขายส่งผลต่อการตีความแค่ไหน

ธุรกิจที่มีวงจรการขายสั้น เช่น สินค้าราคาไม่สูงที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ภายในไม่กี่นาทีหลังทักแชท จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง click conversion กับ sales conversion ได้ชัดเจนกว่า เพราะระยะห่างของเวลาไม่มากนัก การเทียบตัวเลขรายสัปดาห์จึงพอใช้ได้

ในทางกลับกัน ธุรกิจที่มีวงจรการขายยาว เช่น บริการที่ต้องนัดพูดคุยหลายรอบก่อนปิดดีล ควรขยายกรอบเวลาที่ใช้เทียบตัวเลขให้ยาวขึ้น อาจเป็นรายเดือนแทนรายสัปดาห์ เพื่อให้เห็นภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่าการรีบสรุปผลจากช่วงเวลาสั้นเกินไป

การรู้ว่าธุรกิจตัวเองมีวงจรการขายยาวหรือสั้นเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ควรกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนจะเริ่มตั้งกรอบเวลาสำหรับเปรียบเทียบ click conversion กับ sales conversion เพื่อไม่ให้ทีมที่ดูรายงานตัดสินใจเร็วเกินไปจากข้อมูลที่ยังไม่ครบวงจร

นอกจากนี้ ธุรกิจที่ขายทั้งสินค้าราคาต่ำและบริการราคาสูงพร้อมกันในแคมเปญเดียว ควรแยกดู click conversion กับ sales conversion ของแต่ละกลุ่มสินค้าออกจากกัน เพราะการรวมตัวเลขของสองกลุ่มที่มีวงจรการขายต่างกันไว้ในรายงานเดียว จะทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ไม่สะท้อนความจริงของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลย

ทีมที่วางแผนแคมเปญควรบันทึกความยาวของวงจรการขายเฉลี่ยไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงถาวร แล้วปรับปรุงตัวเลขนี้เป็นระยะเมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป เพราะวงจรการขายไม่ได้คงที่ตลอดเวลา ช่วงเทศกาลหรือโปรโมชันพิเศษอาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ

สรุป

click conversion กับ sales conversion วัดคนละเหตุการณ์ด้วยจังหวะเวลาที่ต่างกันมาก การเอามาใช้แทนกันหรือเทียบกันโดยตรงจะทำให้ประเมินประสิทธิภาพแคมเปญผิดทิศทาง

การไล่ดูขั้นตอนกลางของ Funnel ระหว่างคลิกกับการปิดการขาย จะช่วยหาจุดที่ Lead หลุดออกจากกระบวนการได้ตรงกว่าการมองแค่หัวกับท้ายของเส้นทาง

ใช้ click conversion เป็นสัญญาณเบื้องต้นสำหรับปรับครีเอทีฟ และใช้ sales conversion ประกอบการตัดสินใจเรื่องงบและความคุ้มค่าในระยะยาว

  • click conversion วัดต้นน้ำ Funnel ส่วน sales conversion วัดปลายน้ำที่เป็นรายได้จริง
  • ไล่ดูขั้นตอนกลางอย่าง Lead และ Qualified Lead เพื่อหาจุดที่ Funnel รั่ว
  • ใช้อัตราส่วนระหว่างขั้นตอนแทนตัวเลขดิบเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพแคมเปญ

คำถามที่พบบ่อย

click conversion กับ sales conversion ต่างกันตรงไหนที่สุด

ต่างกันที่จุดในการวัด click conversion วัดที่ต้นน้ำตอนคนคลิกโฆษณา ส่วน sales conversion วัดที่ปลายน้ำตอนดีลปิดสำเร็จจริง ระยะเวลาที่รู้ผลจึงต่างกันมาก

ควรใช้ click conversion ตัดสินใจเรื่องงบโฆษณาได้ไหม

ใช้เป็นสัญญาณเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้ตัดสินใจเรื่องงบเพียงลำพัง เพราะไม่ได้สะท้อนว่าคนที่คลิกจะกลายเป็นลูกค้าจริงหรือไม่ ควรดูควบคู่กับ sales conversion

ทำไม sales conversion ถึงรู้ผลช้ากว่า click conversion มาก

เพราะต้องผ่านกระบวนการพูดคุย ตัดสินใจ และชำระเงินก่อน ซึ่งใช้เวลาต่างกันตามลักษณะสินค้า สินค้าราคาสูงหรือบริการที่ต้องปรึกษามักใช้เวลานานกว่าสินค้าราคาต่ำ

ถ้า click conversion สูงแต่ sales conversion ต่ำ แปลว่าอะไร

อาจสะท้อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่คลิกเข้ามาไม่ตรงกับกลุ่มที่พร้อมซื้อจริง หรือกระบวนการปิดการขายในแชทมีจุดที่ทำให้ Lead หลุดออกไประหว่างทาง ควรไล่ดูขั้นตอนกลางของ Funnel เพื่อหาสาเหตุ

มีตัวเลขกลาง Funnel ที่ควรดูนอกจาก click กับ sale ไหม

มี เช่น จำนวน Lead ที่เข้ามาทักในแชท และจำนวน Qualified Lead ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพเบื้องต้น การไล่ดูทีละขั้นช่วยหาจุดที่ควรปรับปรุงได้ตรงกว่าการดูแค่หัวกับท้ายของ Funnel

อัตราส่วนแบบไหนเหมาะใช้เทียบแคมเปญมากกว่าตัวเลขดิบ

อัตราการแปลงระหว่างขั้นตอน เช่น จาก Lead ไปเป็น Qualified Lead หรือจาก Qualified Lead ไปเป็น Closed Sale เพราะตัดผลกระทบจากขนาดงบที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เทียบประสิทธิภาพได้ตรงกว่า

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

งบโฆษณาวันละ 5,000 บาท แต่ GA4 กับ LINE นับยอดคนละตัวเลข ต่างกันตรงไหน

งบโฆษณาวันละ 5,000 บาท แต่ GA4 กับ LINE นับยอดคนละตัวเลข ต่างกันตรงไหน

GA4 กับ LINE conversion tracking ไม่ได้วัดสิ่งเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้เห็นว่าสองระบบมองเห็นคนละช่วงของ Journey อย่างไร และควรใช้ร่วมกันแบบไหนธุรกิจที่ปิดการขายในแชทถึงจะได้ภาพครบ
วัด cost per qualified lead อสังหา ทำไมตัวเลขจาก Ads, LINE และ CRM ไม่เคยตรงกัน

วัด cost per qualified lead อสังหา ทำไมตัวเลขจาก Ads, LINE และ CRM ไม่เคยตรงกัน

Cost per Lead ที่รายงานใน Ads Manager กับ Cost per Qualified Lead ที่ทีมขายรู้สึกได้ มักเป็นคนละตัวเลขกัน บทความนี้ไล่ดูว่าช่องว่างนั้นมาจากไหนและจะปิดยังไง
ทราฟฟิกเข้าเว็บโครงการเยอะขึ้นทุกเดือน แต่คนมาดูโครงการจริงไม่ขยับ

ทราฟฟิกเข้าเว็บโครงการเยอะขึ้นทุกเดือน แต่คนมาดูโครงการจริงไม่ขยับ

เว็บโครงการมีคนเข้าเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดคนเดินเข้าโครงการจริงกลับนิ่งอยู่ที่เดิม บทความนี้พาวาง Funnel ตั้งแต่คลิกจนถึงวันนัดชมโครงการ เพื่อรู้ว่าต้นทุนต่อ Site Visit จริงเท่าไหร่