← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

ยิงแอดเข้า LINE OA เดือนละหลายหมื่น แต่ไม่รู้ว่าออเดอร์ไหนมาจากตรงนั้นบ้าง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 2 นาที
ยิงแอดเข้า LINE OA เดือนละหลายหมื่น แต่ไม่รู้ว่าออเดอร์ไหนมาจากตรงนั้นบ้าง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การวัดยอดสั่งซื้อจาก LINE OA ให้แม่นยำต้องเริ่มจากการรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนที่ทักเข้ามาผ่านช่องทางไหน แล้วบันทึกไว้ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนจะไปจับคู่กับออเดอร์ที่เกิดขึ้นจริง ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ ต่อให้มียอดขายเยอะแค่ไหนก็บอกไม่ได้ว่าเงินโฆษณาก้อนไหนคุ้มค่า

ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์รายหนึ่งใช้งบโฆษณาราวสี่หมื่นบาทต่อเดือน ยิงเข้า LINE OA เป็นหลักเพราะเชื่อว่าลูกค้าคุยง่ายกว่าคอมเมนต์ในโพสต์ พอถึงสิ้นเดือนเจ้าของร้านเปิดยอดขายรวมแล้วเห็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่พอมีคนถามว่าในยอดขายนั้นกี่เปอร์เซ็นต์มาจากโฆษณา กี่เปอร์เซ็นต์มาจากลูกค้าเก่าที่ทักซ้ำเอง คำตอบที่ได้คือความเงียบ เพราะไม่เคยมีระบบไหนแยกให้เห็น

สถานการณ์แบบนี้พบได้บ่อยมากกับร้านที่ใช้ LINE OA เป็นหน้าร้านหลัก เพราะ LINE OA ถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารกับลูกค้า ไม่ใช่เครื่องมือวัดผลการตลาดโดยตรง ทำให้ทุกคนที่ทักเข้ามาถูกมองเป็นกลุ่มเดียวกันหมด ทั้งที่จริงแล้วมีทั้งคนที่มาจากแอด คนที่มาจากการค้นหาใน LINE เอง และลูกค้าเก่าที่บันทึกไว้ในรายชื่อเพื่อนอยู่แล้ว

บทความนี้จะพาดูว่าจะแยกยอดสั่งซื้อที่มาจากโฆษณาออกจากยอดขายทั้งหมดได้อย่างไร ตั้งค่าอะไรตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้ตามรอยได้ง่ายขึ้น และควรอ่านตัวเลขที่ได้อย่างไรโดยไม่หลอกตัวเองว่าแม่นยำเกินความเป็นจริง

ทำไม LINE OA ถึงตามรอยยอดขายจากแอดยากกว่าที่คิด

LINE OA ไม่มีระบบติดตามแคมเปญในตัวเหมือนเว็บไซต์ที่มี Google Analytics ฝังอยู่ เมื่อลูกค้ากดเพิ่มเพื่อนจากลิงก์โฆษณา ระบบจะเห็นแค่ว่ามีคนเพิ่มเพื่อนใหม่เข้ามา แต่ไม่ได้บอกในหน้าแชทว่าคนคนนั้นมาจากแคมเปญไหน เว้นแต่จะมีการตั้งค่าบางอย่างไว้ล่วงหน้า เช่นใช้ Rich Menu หรือข้อความต้อนรับที่ต่างกันตามลิงก์ที่คลิกเข้ามา

ปัญหาซับซ้อนขึ้นอีกเมื่อลูกค้าเดิมที่เคยเพิ่มเพื่อนไว้แล้ว กดคลิกโฆษณาตัวใหม่ ระบบจะไม่นับเป็นการเพิ่มเพื่อนใหม่ ทำให้แคมเปญนั้นดูเหมือนไม่ได้ผลทั้งที่จริงแล้วมีคนคลิกและกลับมาซื้อซ้ำ นี่คือเหตุผลที่การวัดผลเฉพาะจำนวนเพื่อนใหม่อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องดูพฤติกรรมของทุกคนที่คลิกลิงก์เข้ามาไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่หรือเพื่อนเก่า

ติดแท็กตั้งแต่จุดสัมผัสแรกก่อนจะไปจับคู่ยอดขาย

  • แยกลิงก์เพิ่มเพื่อนตามแคมเปญ — ใช้ลิงก์ต่างกันสำหรับแต่ละแคมเปญ แล้วให้ Rich Menu หรือข้อความต้อนรับแตกต่างกันเล็กน้อยเพื่อสังเกตได้ง่าย
  • บันทึกแหล่งที่มาในระบบแท็ก — ให้แอดมินติดแท็กแหล่งที่มาทันทีที่ลูกค้าทักเข้ามาครั้งแรก ไม่ใช่มาไล่ย้อนหลังทีหลัง
  • ผูกเบอร์โทรหรือชื่อกับรายการสั่งซื้อ — เพื่อให้ย้อนกลับไปดูได้ว่าออเดอร์นี้มาจากแชทไหน
  • กันเคสลูกค้าเก่าคลิกโฆษณาใหม่ — สังเกตจากช่วงเวลาที่คลิกลิงก์ล่าสุดเทียบกับเวลาที่สั่งซื้อ แม้จะไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ช่วยให้เห็นแนวโน้มได้

จับคู่ออเดอร์กับแคมเปญต้นทางอย่างเป็นระบบ

เมื่อมีการติดแท็กแหล่งที่มาไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ขั้นต่อไปคือการจับคู่กับรายการสั่งซื้อจริง วิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดสำหรับร้านขนาดเล็กคือใช้สเปรดชีตบันทึกคู่กันระหว่างชื่อลูกค้า แหล่งที่มา และยอดสั่งซื้อ แล้วสรุปรวมทุกสัปดาห์ ส่วนร้านที่มีปริมาณแชทเยอะ อาจต้องพิจารณาเครื่องมือที่ช่วยจับคู่อัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ

จุดที่ควรระวังคือการนับซ้ำ ถ้าลูกค้าคนเดียวสั่งซื้อหลายครั้งในเดือนเดียวกัน ต้องตัดสินใจให้ชัดว่าจะนับทุกออเดอร์เป็นผลจากแคมเปญเดิม หรือจะนับเฉพาะออเดอร์แรกเท่านั้น เพราะจะกระทบตัวเลขต้นทุนต่อออเดอร์อย่างมีนัยสำคัญ ควรเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วใช้ให้สม่ำเสมอเพื่อให้เทียบผลระหว่างเดือนได้อย่างยุติธรรม

ใช้ Webview หรือหน้ากลางช่วยเก็บข้อมูลเพิ่มได้ไหม

ร้านบางแห่งเลือกใช้หน้าเว็บกลางที่ลูกค้าต้องกดผ่านก่อนเข้า LINE เช่นหน้าสรุปโปรโมชันสั้น ๆ ที่มีปุ่มกดเพิ่มเพื่อน วิธีนี้ช่วยให้เก็บพารามิเตอร์ UTM ได้ก่อนส่งต่อไปยัง LINE ทำให้รู้ว่าคนที่กดเข้ามาแต่ละคนมาจากแคมเปญและครีเอทีฟไหน ข้อดีคือข้อมูลแม่นยำขึ้น แต่ข้อเสียคือมีขั้นตอนเพิ่มก่อนถึง LINE ซึ่งอาจทำให้บางคนล้มเลิกกลางทางไม่กดต่อ

การเลือกใช้วิธีนี้ควรชั่งน้ำหนักระหว่างความแม่นยำของข้อมูลกับอัตราการเสียคนระหว่างทาง ร้านที่มีงบโฆษณาสูงและต้องการข้อมูลแม่นยำเพื่อตัดสินใจปรับงบรายวัน อาจคุ้มค่าที่จะยอมเสียคนบางส่วนแลกกับข้อมูลที่ดีขึ้น ในขณะที่ร้านขนาดเล็กอาจเลือกวิธีที่ง่ายกว่าอย่างการติดแท็กด้วยมือก่อน

ตัวอย่างการสรุปยอดสั่งซื้อรายแคมเปญ

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของการสรุปยอดขายรายแคมเปญในหนึ่งเดือน ใช้เพื่อให้เห็นรูปแบบการอ่านข้อมูล ไม่ใช่ตัวเลขจริงของร้านใดร้านหนึ่ง:

แคมเปญทักเข้า LINEออเดอร์ที่ปิดได้ต้นทุนต่อออเดอร์ (ตัวอย่าง)
โปรลดราคาปลายเดือน14038~740 บาท
สินค้าใหม่มาใหม่9512~1,900 บาท
รีทาร์เก็ตลูกค้าเก่า6024~380 บาท

อ่านตารางแล้วตัดสินใจต่อยังไง

จากตัวอย่างข้างต้น แคมเปญรีทาร์เก็ตลูกค้าเก่าให้ต้นทุนต่อออเดอร์ต่ำที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับร้านอยู่แล้วและตัดสินใจซื้อได้เร็วกว่า ส่วนแคมเปญสินค้าใหม่แม้จะได้แชทเยอะรองจากอันดับหนึ่ง แต่ปิดออเดอร์ได้น้อยและต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่าเพื่อน อาจต้องพิจารณาว่าครีเอทีฟดึงคนผิดกลุ่มหรือสินค้ายังไม่มีความน่าเชื่อถือพอในสายตาลูกค้าใหม่

ข้อควรระวังคือไม่ควรตัดสินใจปิดแคมเปญใดแคมเปญหนึ่งจากข้อมูลแค่เดือนเดียว เพราะบางแคมเปญอาจใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยก่อนจะเห็นผล ควรดูแนวโน้มต่อเนื่องอย่างน้อยสองถึงสามเดือนประกอบกับบริบทอื่น เช่นฤดูกาลหรือคู่แข่งที่เพิ่งมีโปรโมชันใหญ่ในช่วงเดียวกัน

ทำให้ทีมขายกับทีมการตลาดเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน

  • กำหนดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบบันทึกแหล่งที่มาของแต่ละแชทให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างจด
  • สรุปตัวเลขรายสัปดาห์ให้ทั้งสองทีมเห็นพร้อมกัน ไม่ใช่ทีมการตลาดดูข้อมูลชุดหนึ่ง ทีมขายดูอีกชุดหนึ่ง
  • เมื่อพบว่าแคมเปญไหนได้ผลดี ให้สื่อสารกลับไปหาทีมที่ดูแลงบโฆษณาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอถึงสิ้นเดือน
  • หากใช้เครื่องมือช่วยเชื่อมข้อมูล เช่น linli ให้ทั้งสองทีมเข้าถึงรายงานเดียวกันเพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการสรุปด้วยมือ

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับเมื่อวัดผลผ่าน LINE OA

ต่อให้ตั้งค่าดีแค่ไหน การวัดผลผ่าน LINE OA ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องยอมรับตามความเป็นจริง เพราะ LINE OA ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือวัดผลการตลาดโดยตรงเหมือนแพลตฟอร์มโฆษณาที่มีระบบติดตามในตัว ข้อมูลที่ได้จึงเป็นการประมาณการที่ใกล้เคียงความจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นยำสมบูรณ์แบบ

ข้อจำกัดแรกคือกรณีลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างทาง เช่นคลิกโฆษณาจากมือถือเครื่องหนึ่งแต่ทักเข้า LINE จากอีกเครื่องหนึ่ง ทำให้การเชื่อมข้อมูลผ่าน UTM หรือลิงก์อ้างอิงไม่สมบูรณ์ ข้อจำกัดที่สองคือกรณีลูกค้าแชร์ลิงก์โปรโมชันต่อให้เพื่อน คนที่คลิกลิงก์ตามมาจะถูกนับเป็นมาจากแคมเปญเดิม ทั้งที่จริงมาจากการบอกต่อ ไม่ใช่จากงบโฆษณาโดยตรง

ข้อจำกัดที่สามคือช่วงเวลาระหว่างคลิกโฆษณากับการทักเข้ามาจริง บางคนคลิกดูวันนี้แต่ทักเข้ามาถามอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ถ้าไม่มีการเก็บข้อมูลที่ผูกกับอุปกรณ์หรือบัญชีผู้ใช้ไว้ล่วงหน้า ระบบจะไม่สามารถเชื่อมโยงสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกันได้เลย ทำให้ยอดขายบางส่วนถูกนับผิดว่าเป็นลูกค้าที่ทักเข้ามาเองโดยไม่มีที่มาจากโฆษณา

  • ยอมรับว่าตัวเลขที่ได้เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ความจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วใช้เพื่อดูแนวโน้มเปรียบเทียบระหว่างแคมเปญ ไม่ใช่ตัวเลขเดี่ยวที่เชื่อถือได้เต็มที่
  • เก็บข้อมูลให้สม่ำเสมอในทุกแคมเปญด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้อย่างน้อยความคลาดเคลื่อนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและยังเทียบกันได้อย่างยุติธรรม
  • อย่าตั้งความหวังว่าจะเห็นภาพเส้นทางลูกค้าที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่ให้ค่อย ๆ พัฒนาความแม่นยำไปทีละขั้นตามข้อจำกัดของทรัพยากรที่มี

เมื่อไหร่ถึงควรลงทุนเพิ่มเรื่องเครื่องมือวัดผล

ร้านขนาดเล็กที่มีแชทเข้ามาไม่มาก การบันทึกด้วยมือผ่านสเปรดชีตยังเพียงพอ แต่เมื่อร้านเติบโตจนมีแชทเข้ามาหลักร้อยต่อวัน การบันทึกด้วยมือจะเริ่มมีความคลาดเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแอดมินไม่มีเวลาจดทุกจุดอย่างละเอียด สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องพิจารณาเครื่องมือช่วย เช่น ระบบที่ช่วยวางแผนและวัดผลคำค้นหาที่พาลูกค้ามาถึง LINE คือเมื่อทีมเริ่มพบว่าตัวเลขที่รายงานแต่ละคนไม่ตรงกัน หรือใช้เวลาสรุปรายงานนานเกินไปจนไม่ทันใช้ตัดสินใจรายวัน

อีกสัญญาณหนึ่งคือเมื่อร้านเริ่มมีฐานลูกค้าเก่าจำนวนมากพอที่จะทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าตามความถี่และมูลค่าการซื้อได้อย่างมีความหมาย เพราะการทำแบบนี้ด้วยมือในสเปรดชีตจะเริ่มยุ่งยากเกินไปเมื่อจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป

การวัดยอดสั่งซื้อจาก LINE OA ให้ใช้งานได้จริงต้องเริ่มจากการติดแท็กแหล่งที่มาตั้งแต่จุดสัมผัสแรก ไม่ใช่มานั่งไล่ย้อนหลังตอนสิ้นเดือน เพราะยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งจำไม่ได้ว่าลูกค้าคนไหนมาจากทางไหน

เมื่อจับคู่ยอดสั่งซื้อกับแคมเปญต้นทางได้แล้ว การตัดสินใจปรับงบจะมีหลักฐานรองรับมากขึ้น แทนที่จะอิงจากความรู้สึกว่าแคมเปญไหนดูคึกคักกว่ากัน

  • แยกลิงก์เพิ่มเพื่อนตามแคมเปญตั้งแต่ต้นทาง
  • ติดแท็กแหล่งที่มาทันทีที่ลูกค้าทักเข้ามา ไม่รอไล่ย้อนหลัง
  • จับคู่ออเดอร์กับแคมเปญอย่างสม่ำเสมอ และตกลงวิธีนับให้ชัด
  • อ่านแนวโน้มต่อเนื่องหลายเดือน ไม่ตัดสินใจจากข้อมูลเดือนเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีงบทำหน้าเว็บกลาง จะติดตามแหล่งที่มาได้อย่างไร

ยังทำได้ด้วยการแยกลิงก์เพิ่มเพื่อนตามแคมเปญและให้แอดมินสอบถามหรือสังเกตว่าลูกค้าเห็นโฆษณาจากไหน แม้จะไม่แม่นยำเท่าการเก็บ UTM อัตโนมัติ แต่ก็เพียงพอให้เห็นแนวโน้มกว้าง ๆ ว่าแคมเปญไหนมีคนพูดถึงมากที่สุด

ลูกค้าที่แอดเพื่อนไว้นานแล้วแต่เพิ่งกลับมาซื้อ ควรนับเป็นผลจากแคมเปญปัจจุบันไหม

ขึ้นอยู่กับว่าการกลับมาซื้อครั้งนี้เกิดจากการเห็นโฆษณาล่าสุดหรือไม่ ถ้ามีการคลิกลิงก์โฆษณาใหม่ก่อนทักเข้ามา ควรนับเป็นผลของแคมเปญนั้น แต่ถ้าทักเข้ามาเองโดยไม่มีสัญญาณจากโฆษณา ควรนับแยกเป็นยอดขายจากฐานลูกค้าเดิม ไม่ใช่ผลของแคมเปญที่กำลังยิงอยู่

ต้นทุนต่อออเดอร์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าคุ้มค่า

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับกำไรต่อชิ้นและมูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ของแต่ละร้าน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเทียบต้นทุนต่อออเดอร์กับกำไรขั้นต้นของสินค้าที่ขายจริง แล้วดูว่ายังเหลือกำไรพอสมควรหลังหักต้นทุนอื่นหรือไม่ แทนที่จะยึดตัวเลขที่เห็นจากที่อื่นมาเป็นมาตรฐาน

ควรนับ Lead Quality ตอนไหนของกระบวนการ

ควรเริ่มประเมินตั้งแต่ช่วงที่ลูกค้าถามรายละเอียดสินค้าแบบจริงจัง เช่นถามขนาด สี หรือวิธีใช้ ไม่ใช่แค่ทักทายทั่วไป การประเมินจุดนี้ช่วยแยกคนที่มีแนวโน้มซื้อจริงออกจากคนที่แค่ผ่านมาดูเล่น ก่อนจะไปนับต่อว่าใครยืนยันสั่งซื้อจริง

ถ้าข้อมูลที่บันทึกด้วยมือมีความคลาดเคลื่อนบ้าง ยังใช้ตัดสินใจได้ไหม

ได้ในระดับที่เห็นแนวโน้มกว้าง ๆ แม้จะไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนบ้างแต่บันทึกสม่ำเสมอ ยังมีประโยชน์มากกว่าการไม่มีข้อมูลเลย เพียงแต่ต้องระวังไม่นำตัวเลขไปใช้ตัดสินใจแบบเด็ดขาดในเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง เช่นการเพิ่มงบก้อนใหญ่ในครั้งเดียว

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ด้วยอีเมลอัตโนมัติ กับตามด้วยแชท LINE แบบไหนได้ยอดคืนมากกว่า

ตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ด้วยอีเมลอัตโนมัติ กับตามด้วยแชท LINE แบบไหนได้ยอดคืนมากกว่า

ร้านที่เจอปัญหาลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้เฉย ๆ มักเลือกระหว่างส่งอีเมลตามอัตโนมัติกับให้แอดมินตามผ่าน LINE บทความนี้เทียบข้อดีข้อเสียของสองวิธี และวิธีวัดผลว่าตะกร้าที่ทิ้งไว้กลับมาปิดออเดอร์ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์
ทำไมโค้ดส่วนลดที่แจกใน LINE ถึงมีคนมากดใช้เยอะ แต่ยอดขายไม่ขยับตาม

ทำไมโค้ดส่วนลดที่แจกใน LINE ถึงมีคนมากดใช้เยอะ แต่ยอดขายไม่ขยับตาม

หลายร้านแจกโค้ดส่วนลดผ่าน LINE แล้วเห็นยอดใช้โค้ดเยอะ แต่ยอดขายรวมกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่คาด บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเกิดช่องว่างนี้ และวิธีวัดผลคูปองให้เห็นถึงยอดขายจริงไม่ใช่แค่จำนวนคนใช้โค้ด
คนกดเมนูด้านล่างแชท LINE เยอะขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดขายจริงแทบไม่ขยับ

คนกดเมนูด้านล่างแชท LINE เยอะขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดขายจริงแทบไม่ขยับ

Rich Menu ที่มียอดกดเยอะไม่ได้แปลว่าสร้างยอดขายเสมอไป บทความนี้อธิบายวิธีวัดผลแต่ละปุ่มใน Rich Menu ให้เชื่อมโยงกับออเดอร์จริง พร้อมวิธีปรับปรุงเมนูให้ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจมากขึ้น