ตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ด้วยอีเมลอัตโนมัติ กับตามด้วยแชท LINE แบบไหนได้ยอดคืนมากกว่า

สรุปสั้น ๆ
การตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ผ่านอีเมลอัตโนมัติทำได้ในสเกลใหญ่แต่อัตราการเปิดอ่านต่ำ ส่วนการตามผ่านแชท LINE ได้อัตราตอบกลับสูงกว่ามากแต่ใช้แรงคนมากกว่า ร้านส่วนใหญ่ที่ได้ผลดีมักใช้สองวิธีนี้ร่วมกัน โดยให้อีเมลทำหน้าที่คัดกรอง แล้วให้แอดมินตามเฉพาะกลุ่มที่มีแนวโน้มซื้อจริงผ่าน LINE
ร้านขายอุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์แห่งหนึ่งมีปัญหาลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้เฉลี่ยเดือนละกว่าร้อยห้าสิบครั้ง ทีมงานลองแก้ปัญหาด้วยการตั้งระบบส่งอีเมลอัตโนมัติเตือนกลับไปหาลูกค้า ผลที่ได้คืออัตราเปิดอีเมลอยู่ที่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ และมีคนกลับมาซื้อจริงไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ของตะกร้าทั้งหมด ทีมงานเลยเริ่มสงสัยว่าถ้าใช้ LINE ตามแทน จะได้ผลดีกว่าหรือไม่
คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแต่ละช่องทางมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน อีเมลทำได้ในสเกลใหญ่โดยไม่ต้องใช้คนตาม แต่คนไทยจำนวนมากไม่ค่อยเปิดอีเมลบ่อยเท่ากับเปิดแชท LINE ในขณะที่การตามผ่าน LINE ได้อัตราตอบกลับสูงกว่ามาก แต่ต้องใช้แรงแอดมินและมีขีดจำกัดเรื่องจำนวนคนที่ตามได้ต่อวัน
บทความนี้จะพาเทียบสองวิธีนี้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมวิธีวัดผลว่าตะกร้าที่ทิ้งไว้กลับมาปิดออเดอร์ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร้านตัดสินใจได้ว่าควรลงแรงกับช่องทางไหนมากกว่ากัน หรือควรใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันแบบไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด
ทำไมลูกค้าถึงทิ้งตะกร้าไว้เฉย ๆ โดยไม่ปิดออเดอร์
เหตุผลที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้มีหลายแบบ บางคนแค่เปรียบเทียบราคากับร้านอื่นแล้วยังไม่ตัดสินใจ บางคนเจอค่าส่งที่แพงกว่าที่คาดตอนใกล้จะจ่ายเงิน บางคนติดธุระกลางทางแล้วลืมกลับมา และบางคนแค่อยากดูว่าราคารวมทั้งหมดเท่าไหร่โดยไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง ๆ ตั้งแต่แรก
ความหลากหลายของเหตุผลนี้เองที่ทำให้การตามด้วยข้อความเดียวกันทุกคนไม่ค่อยได้ผล เพราะคนที่ทิ้งตะกร้าเพราะค่าส่งแพง กับคนที่แค่ลืม ต้องการข้อความตามที่ต่างกัน คนแรกอาจต้องการโปรโมชันค่าส่งฟรี ส่วนคนหลังอาจแค่ต้องการการเตือนความจำง่าย ๆ ว่ายังมีของค้างอยู่ในตะกร้า
เทียบอีเมลอัตโนมัติกับการตามผ่านแชท LINE
| ประเด็น | อีเมลอัตโนมัติ | ตามผ่านแชท LINE |
|---|---|---|
| อัตราเปิดอ่าน (ตัวอย่างเปรียบเทียบ) | ต่ำ มักไม่ถึง 20% | สูงกว่ามาก มักเกิน 60% |
| ต้นทุนแรงงาน | ต่ำ ทำงานอัตโนมัติได้เต็มรูปแบบ | สูงกว่า ต้องใช้แอดมินตอบ |
| ความเป็นส่วนตัวของข้อความ | ทั่วไป ปรับแต่งได้จำกัด | ปรับให้ตรงกับลูกค้าแต่ละคนได้มากกว่า |
| ความเร็วในการตอบกลับ | ช้า ลูกค้าอาจเปิดอ่านหลังผ่านไปหลายวัน | เร็วกว่า ถ้าแอดมินตอบทันที |
ควรใช้วิธีไหนกับตะกร้าแบบไหน
- ตะกร้ามูลค่าสูง — คุ้มค่าที่จะให้แอดมินตามผ่าน LINE เพราะโอกาสปิดออเดอร์สูงพอจะคุ้มกับแรงคนที่ใช้ไป
- ตะกร้ามูลค่าต่ำจำนวนมาก — เหมาะกับการตามด้วยอีเมลหรือข้อความอัตโนมัติแบบกลุ่ม เพราะแรงคนไม่คุ้มกับมูลค่าที่จะได้กลับมา
- ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อแล้ว — มักตอบสนองดีกับการตามผ่าน LINE เพราะมีความคุ้นเคยกับร้านอยู่แล้ว
- ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยคุยกับแอดมิน — อาจเริ่มด้วยข้อความอัตโนมัติก่อน แล้วให้แอดมินตามเฉพาะคนที่ตอบกลับหรือมีแนวโน้มสนใจจริง
วัดอัตราการกลับมาซื้อให้ถูกวิธี
การวัดว่าตะกร้าที่ทิ้งไว้กลับมาปิดออเดอร์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ต้องกำหนดกรอบเวลาให้ชัดก่อน เช่นนับเฉพาะออเดอร์ที่เกิดขึ้นภายในเจ็ดวันหลังทิ้งตะกร้าไว้ว่าเป็นผลจากการตาม ถ้านับแบบไม่มีกรอบเวลา อาจไปรวมออเดอร์ที่ลูกค้าตั้งใจซื้ออยู่แล้วเข้ามาด้วย ทำให้ตัวเลขดูดีเกินความจริง
อีกจุดที่ต้องระวังคือการแยกว่าลูกค้ากลับมาซื้อเพราะการตาม หรือกลับมาซื้อเองโดยไม่เกี่ยวกับข้อความที่ส่งไป วิธีที่พอช่วยแยกได้คือเปรียบเทียบกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ ถ้าอัตรากลับมาซื้อของสองกลุ่มต่างกันชัดเจน ก็พอสรุปได้ว่าการตามมีผลจริง
ตัวอย่างตัวเลขเปรียบเทียบผลลัพธ์
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติเปรียบเทียบผลของการตามสองแบบในหนึ่งเดือน ใช้เพื่อให้เห็นรูปแบบการวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขจริงของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง:
| วิธีตาม | จำนวนตะกร้าที่ตาม | กลับมาซื้อ (ตัวอย่าง) | อัตรากลับมาซื้อ |
|---|---|---|---|
| อีเมลอัตโนมัติ | 150 | 7 | ~5% |
| แชท LINE โดยแอดมิน | 60 | 18 | ~30% |
ใช้สองวิธีร่วมกันให้คุ้มค่าที่สุด
- ให้ระบบส่งข้อความอัตโนมัติทันทีที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้เกินสิบห้านาที เพื่อเตือนความจำเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้แรงคน
- คัดกรองตะกร้าที่มีมูลค่าสูงหรือมีสัญญาณว่าลูกค้าเคยทักถามคำถามเฉพาะเจาะจงมาก่อน ส่งให้แอดมินตามผ่าน LINE โดยตรง
- สำหรับลูกค้าที่เคยเป็นเพื่อนใน LINE OA อยู่แล้ว ให้ใช้ช่องทาง LINE เป็นหลักเพราะโอกาสตอบกลับสูงกว่า
- ติดตามผลทุกสัปดาห์ว่ากลุ่มไหนกลับมาซื้อมากกว่ากัน แล้วปรับสัดส่วนแรงคนที่ใช้ตามให้เหมาะสมกับผลลัพธ์จริง
เชื่อมข้อมูลนี้กับภาพรวมของ Funnel ทั้งหมด
การตามตะกร้าไม่ควรมองแยกจากภาพรวมของเส้นทางลูกค้า ควรบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลเดียวกันกับที่ใช้ดู พฤติกรรมหยิบใส่ตะกร้าแล้วมาปิดใน LINE เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งฝั่งที่ปิดได้เร็วกับฝั่งที่ต้องตามกลับมา หากแยกข้อมูลกันคนละที่ ทีมจะเสียเวลาสลับไปมาโดยไม่จำเป็น
การมีระบบที่ช่วยจัดลำดับการตามลูกค้าอัตโนมัติ ยังช่วยลดภาระให้แอดมินไม่ต้องจำเองว่าใครควรตามวันไหน ซึ่งสำคัญมากเมื่อจำนวนตะกร้าที่ทิ้งไว้เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่โตขึ้น
ลองเทียบข้อความตามสองแบบ แบบไหนน่าจะได้ผลกว่ากัน
สมมติลูกค้าหยิบเตียงโยคะใส่ตะกร้าไว้แล้วหายไปสองชั่วโมง ข้อความตามแบบแรกที่ร้านส่วนใหญ่มักส่งคือ 'สวัสดีค่ะ เห็นว่ายังมีสินค้าค้างอยู่ในตะกร้านะคะ สนใจสั่งซื้อไหมคะ' ข้อความแบบนี้ตรงไปตรงมาแต่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติมที่จะทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อมากขึ้นกว่าเดิม
ข้อความแบบที่สองที่มักได้ผลตอบรับดีกว่าคือ 'พี่คะ เมื่อกี้เห็นพี่ดูเตียงโยคะสีเทาไว้นะคะ พอดีตอนนี้เหลือสต๊อกไม่เยอะแล้ว ถ้ายังสนใจอยู่ แจ้งได้เลยนะคะ เดี๋ยวเช็กให้ว่ายังมีของพร้อมส่งไหม' ข้อความนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ คือแจ้งสต๊อก และแสดงว่าร้านจำได้ว่าลูกค้าสนใจสินค้าตัวไหน ทำให้รู้สึกว่าได้รับการดูแลมากกว่าการถูกทวงให้ซื้อ
หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับอีเมลอัตโนมัติเช่นกัน แต่ต้องยอมรับว่าข้อความในอีเมลจะดูเป็นทางการกว่าและปรับให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะบุคคลได้ยากกว่าแชท เพราะอีเมลอัตโนมัติส่วนใหญ่ใช้เทมเพลตเดียวกันกับลูกค้าทุกคน ในขณะที่แอดมินสามารถปรับคำพูดให้เข้ากับบริบทของแต่ละคนได้ทันที หลักคิดเรื่องการตามลูกค้าที่เงียบหายไปให้กลับมาโดยไม่โดนบล็อกก็ใช้ได้กับกรณีตะกร้าที่ถูกทิ้งไว้เช่นกัน
คำนวณความคุ้มค่าของการตามให้เป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้
การจะรู้ว่าการตามตะกร้าคุ้มค่าหรือไม่ ควรคำนวณเป็นตัวเลขที่เทียบกันได้ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าได้ผลดีหรือไม่ดี วิธีคำนวณง่าย ๆ คือนำมูลค่าตะกร้าที่กลับมาปิดออเดอร์ได้ ลบด้วยต้นทุนแรงงานหรือค่าใช้จ่ายในการตาม แล้วเทียบเป็นอัตราส่วน ถ้าการตามผ่าน LINE ใช้เวลาแอดมินเฉลี่ยห้านาทีต่อตะกร้าหนึ่งใบ และปิดออเดอร์ได้ในอัตราสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามตัวอย่างที่ยกมาก่อนหน้านี้ ก็พอคำนวณได้ว่าคุ้มกับเวลาที่ใช้ไปหรือไม่เมื่อเทียบกับมูลค่าเฉลี่ยของตะกร้าที่กลับมาซื้อ
สำหรับร้านที่มีปริมาณตะกร้าทิ้งไว้จำนวนมากจนแอดมินตามไม่ทันทุกใบ ควรจัดลำดับความสำคัญตามมูลค่าตะกร้าก่อน โดยเริ่มจากตะกร้าที่มีมูลค่าสูงสุดลงมา เพื่อให้แรงคนที่มีจำกัดถูกใช้ไปกับสิ่งที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดก่อน ส่วนตะกร้ามูลค่าต่ำที่เหลือ ค่อยปล่อยให้ระบบอัตโนมัติอย่างอีเมลหรือข้อความตามอัตโนมัติทำหน้าที่แทน
เมื่อตะกร้ากลับมาปิดออเดอร์ได้แล้ว ควรบันทึกยอดขายนั้นไว้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ส่งกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณาด้วย โดยเฉพาะถ้าตะกร้าเดิมมาจากการคลิกแอดตั้งแต่แรก การเชื่อมข้อมูลย้อนกลับแบบนี้ทำผ่านการนำเข้าคอนเวอร์ชันที่เกิดขึ้นนอกระบบออนไลน์ ช่วยให้แพลตฟอร์มโฆษณาเห็นภาพครบวงจรมากขึ้น ไม่ใช่แค่เห็นตอนที่ลูกค้าทิ้งตะกร้าไว้แล้วหายไปเฉย ๆ
สรุป
ทั้งอีเมลอัตโนมัติและการตามผ่านแชท LINE ต่างมีจุดแข็งของตัวเอง ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์ การเลือกใช้ควรพิจารณาจากมูลค่าตะกร้าและความคุ้นเคยของลูกค้ากับร้านเป็นหลัก
การวัดผลอย่างมีกรอบเวลาชัดเจน และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ จะช่วยให้ร้านรู้จริงว่าเงินและแรงที่ลงไปกับการตามตะกร้าคุ้มค่าแค่ไหน
- แยกวิธีตามตามมูลค่าตะกร้าและความคุ้นเคยของลูกค้า
- กำหนดกรอบเวลาชัดเจนก่อนนับว่าออเดอร์ไหนเป็นผลจากการตาม
- ใช้อีเมลอัตโนมัติสำหรับตะกร้าจำนวนมาก และให้แอดมินตามเฉพาะกลุ่มมูลค่าสูง
- เชื่อมข้อมูลตะกร้ากับภาพรวม Funnel เพื่อไม่ให้ทีมทำงานแยกส่วนกัน
คำถามที่พบบ่อย
ควรตามตะกร้าที่ทิ้งไว้ภายในกี่ชั่วโมงถึงจะได้ผลดีที่สุด
ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ แต่โดยทั่วไปการตามภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกมักได้ผลดีกว่า เพราะความสนใจของลูกค้ายังสดอยู่ ยิ่งปล่อยนานความสนใจยิ่งลดลงและมีโอกาสไปซื้อที่อื่นแทน
การตามผ่าน LINE บ่อยเกินไปจะทำให้ลูกค้ารำคาญไหม
ได้ ถ้าตามซ้ำ ๆ ด้วยข้อความเดิมโดยไม่มีอะไรใหม่ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือจำกัดจำนวนครั้งที่ตาม เช่นไม่เกินสองถึงสามครั้งต่อตะกร้าหนึ่งใบ และแต่ละครั้งควรมีเนื้อหาที่ต่างกัน ไม่ใช่ถามซ้ำว่าสนใจไหมคะแบบเดิม
ร้านที่ไม่มีระบบส่งอีเมลอัตโนมัติ ควรเริ่มจากตรงไหน
เริ่มจากการตามผ่าน LINE ก่อนได้เลย เพราะไม่ต้องลงทุนระบบเพิ่ม เพียงแต่ต้องมีคนคอยดูรายชื่อลูกค้าที่ทิ้งตะกร้าไว้แล้วให้แอดมินติดต่อกลับตามลำดับความสำคัญของมูลค่าตะกร้า
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าที่กลับมาซื้อเป็นผลจากการตามจริง ๆ
วิธีที่ช่วยให้มั่นใจมากขึ้นคือเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการตามกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ หากมีทรัพยากรพอ ควรทดลองแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นระยะเพื่อดูความต่างของอัตรากลับมาซื้ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดูจากเดือนเดียวแล้วสรุปทันที
ตะกร้าที่มีมูลค่าน้อยมากคุ้มที่จะตามไหม
ขึ้นอยู่กับต้นทุนแรงงานที่ใช้เทียบกับมูลค่าที่จะได้กลับมา ถ้าใช้ระบบอัตโนมัติที่ไม่เปลืองแรงคน ยังคุ้มที่จะตามเพราะไม่มีต้นทุนเพิ่มมากนัก แต่ถ้าต้องให้แอดมินตามด้วยมือทีละคน อาจไม่คุ้มกับตะกร้ามูลค่าต่ำมาก ๆ
ถ้าลูกค้าตอบกลับว่ายังไม่พร้อมซื้อ ควรหยุดตามทันทีไหม
ควรหยุดตามด้วยข้อความขายของ แต่ยังเก็บรายชื่อไว้ในกลุ่มที่สนใจแต่ยังไม่พร้อม เพื่อนำไปใช้ในแคมเปญโปรโมชันหรือสินค้าใหม่ในอนาคต การตื๊อต่อทั้งที่ลูกค้าบอกชัดแล้วว่ายังไม่พร้อม มักทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงมากกว่าจะช่วยปิดการขายได้จริง
อ่านต่อแบบเจาะลึก
รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน
linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วันบทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมโค้ดส่วนลดที่แจกใน LINE ถึงมีคนมากดใช้เยอะ แต่ยอดขายไม่ขยับตาม

คนกดเมนูด้านล่างแชท LINE เยอะขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ยอดขายจริงแทบไม่ขยับ
