ร้านอาหารสั่ง 500 กิโล กับแม่บ้านสั่ง 5 กิโล: ทำไมต้องแยกคุยคนละสไตล์ใน LINE เดียวกัน
สรุปสั้น ๆ
ลูกค้าส่งกับลูกค้าปลีกอยากได้คนละอย่างจากบทสนทนาเดียวกัน คนซื้อเยอะอยากได้ราคาต่อหน่วยที่คุ้มและความมั่นใจเรื่องปริมาณสม่ำเสมอ ส่วนคนซื้อน้อยอยากได้ความง่ายและความเร็ว การใช้สคริปต์เดียวตอบทั้งคู่มักทำให้เสียทั้งสองฝั่ง
สมมติร้าน 'ไร่ผักสดใส' ขายผักออร์แกนิกทั้งปลีกให้ครัวเรือนและส่งให้ร้านอาหาร ทักเข้า LINE OA เดียวกันหมด วันหนึ่งมีแม่บ้านทักมาสั่ง 5 กิโลสำหรับใช้ในบ้าน อีกครึ่งชั่วโมงต่อมามีเชฟจากร้านอาหารทักมาถามว่าสั่งประจำสัปดาห์ละ 500 กิโลได้ไหม
ถ้าแอดมินตอบทั้งสองคนด้วยสไตล์เดียวกัน คือราคาปลีกเท่ากันไม่ว่าซื้อเท่าไหร่ และใช้เวลาตอบเท่ากัน ปัญหาที่เกิดคือฝั่งเชฟร้านอาหารจะรู้สึกว่าไม่มีความคุ้มค่าสำหรับการซื้อจำนวนมาก และอาจไปหาซัพพลายเออร์ที่มีราคาส่งชัดเจนกว่า ในขณะที่แม่บ้านที่ซื้อน้อยอาจรู้สึกว่าต้องรอนานเพราะแอดมินไปโฟกัสกับดีลใหญ่
ลูกค้าสองกลุ่มนี้อยากได้คนละอย่างจริง ๆ
ลูกค้าปลีกอย่างแม่บ้านมักตัดสินใจเร็ว ต้องการความสะดวกและความไว้ใจได้ว่าของสดจริงตามที่เห็นในรูป เขาไม่ได้สนใจต่อรองราคาต่อกิโลมากนัก เพราะซื้อปริมาณน้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือความง่ายในการสั่งและความเร็วในการได้รับของ
ส่วนลูกค้าส่งอย่างร้านอาหารมองต่างมุมโดยสิ้นเชิง เขาสนใจราคาต่อหน่วยเมื่อซื้อจำนวนมาก ความสม่ำเสมอของคุณภาพและปริมาณในทุกรอบสั่ง และเงื่อนไขการชำระเงินสำหรับการสั่งซ้ำระยะยาว การตอบเขาด้วยราคาปลีกเดียวกับที่แม่บ้านซื้อ มักทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะซื้อเยอะจากร้านนี้
แยกกลุ่มตั้งแต่ข้อความแรกที่ทักเข้ามา
วิธีที่ได้ผลคือสังเกตปริมาณและคำถามในข้อความแรก ถ้าลูกค้าถามปริมาณเป็นกิโลหรือลังจำนวนมาก หรือถามว่ามีราคาส่งไหม นั่นคือสัญญาณให้สลับไปใช้สคริปต์สำหรับลูกค้าส่งทันที ซึ่งควรถามกลับเรื่องความถี่ในการสั่งซ้ำและปริมาณที่ต้องการต่อรอบ ก่อนที่จะเสนอราคา
ในขณะที่ถ้าลูกค้าถามปริมาณน้อยแบบใช้ในครัวเรือน ให้ตอบเร็วและง่ายที่สุด ไม่ต้องถามคำถามเพิ่มเติมที่ทำให้กระบวนการซื้อยืดยาวเกินจำเป็น เพราะกลุ่มนี้อยากได้ความสะดวก ไม่ใช่การเจรจา
สรุปวิธีตอบต่างกันตามกลุ่ม
| สัญญาณจากข้อความแรก | กลุ่มลูกค้า | วิธีตอบที่เหมาะ |
|---|---|---|
| ถามปริมาณน้อย ใช้คำว่า 'สำหรับกินเอง' | ปลีก | ตอบราคาและวิธีสั่งทันที ไม่ต้องถามเพิ่ม |
| ถามปริมาณเป็นลัง/กิโลจำนวนมาก | ส่ง | ถามความถี่การสั่งซ้ำก่อนเสนอราคาส่ง |
| ถามว่ามีราคาส่ง/ราคาร้านอาหารไหม | ส่ง | แยกเป็นบทสนทนาราคาส่งชัดเจน |
วัดผลแยกกลุ่มให้เห็นว่าแอดไหนพาลูกค้ากลุ่มไหนเข้ามา
อีกประโยชน์ของการแยกกลุ่มตั้งแต่ต้นคือ คุณจะเริ่มเห็นว่าแอดชุดไหนพาลูกค้าปลีกเข้ามาเยอะ แอดชุดไหนพาลูกค้าส่งเข้ามาเยอะ ซึ่งมักมาจากคำค้นหรือกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน การรู้แบบนี้ช่วยให้แบ่งงบแอดระหว่างสองกลุ่มได้ตรงเป้ามากขึ้น แทนที่จะยิงแอดรวมเป็นก้อนเดียวแล้วเดาว่าได้ลูกค้ากลุ่มไหนมาบ้าง
สรุป
ลูกค้าปลีกกับลูกค้าส่งอยากได้คนละอย่างจากการคุยในแชท การใช้สคริปต์เดียวตอบทั้งคู่มักทำให้เสียโอกาสทั้งสองฝั่งโดยไม่รู้ตัว การสังเกตสัญญาณจากข้อความแรกแล้วสลับวิธีตอบให้เหมาะสมคือจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
เมื่อแยกกลุ่มได้ชัดเจน คุณจะเริ่มเห็นภาพว่าแอดชุดไหนพาลูกค้ากลุ่มไหนเข้ามา ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการวางแผนงบโฆษณาในระยะยาว
- ลูกค้าปลีกอยากได้ความเร็วและง่าย ลูกค้าส่งอยากได้ราคาคุ้มและความสม่ำเสมอ
- สังเกตปริมาณที่ถามในข้อความแรก แล้วสลับสคริปต์การตอบให้เหมาะ
- แยกข้อมูลว่าแอดชุดไหนพาลูกค้ากลุ่มไหนเข้ามา เพื่อวางงบให้ตรงเป้า
คำถามที่พบบ่อย
ควรตั้งราคาส่งไว้ตายตัวหรือต่อรองเป็นเคส ๆ ไป
ขึ้นกับธุรกิจ แต่ส่วนใหญ่การมีช่วงราคาส่งอ้างอิงตามปริมาณไว้ล่วงหน้าช่วยให้ตอบเร็วและดูเป็นมืออาชีพกว่า แล้วค่อยปรับละเอียดตามความถี่การสั่งซ้ำของแต่ละราย
ถ้าลูกค้าปลีกอยากได้ราคาแบบลูกค้าส่งควรทำยังไง
อธิบายตรง ๆ ว่าราคาส่งผูกกับปริมาณและความสม่ำเสมอของการสั่งซ้ำ ถ้าเขาอยากได้ราคานั้นจริงอาจเสนอให้ลองสั่งปริมาณที่มากขึ้นหรือรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านสั่งพร้อมกัน
ต้องใช้ LINE OA คนละบัญชีสำหรับลูกค้าส่งและปลีกไหม
ไม่จำเป็น ใช้บัญชีเดียวกันได้ เพียงแต่แอดมินต้องฝึกสังเกตสัญญาณจากข้อความแรกให้ไว แล้วสลับสไตล์การตอบให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม
ลูกค้าส่งที่สั่งประจำควรดูแลต่างจากลูกค้าส่งที่สั่งครั้งเดียวไหม
ควรต่างกัน ลูกค้าส่งที่สั่งประจำสมควรได้รับความใส่ใจเรื่องความสม่ำเสมอของคุณภาพและการแจ้งล่วงหน้าเมื่อมีปัญหา มากกว่าการต่อรองราคาซ้ำทุกครั้งเหมือนลูกค้าครั้งเดียว
จะรู้ได้ยังไงว่าควรเทงบแอดไปทางลูกค้าส่งหรือปลีกมากกว่ากัน
ต้องดูจากกำไรรวมและความมั่นคงของรายได้ที่แต่ละกลุ่มให้ในระยะยาว ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายต่อครั้ง เพราะบางทีลูกค้าส่งจำนวนน้อยรายอาจให้รายได้สม่ำเสมอกว่าลูกค้าปลีกจำนวนมากที่ซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป
บทความที่เกี่ยวข้อง


