← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

แบรนด์กำลังโดนแฮชแท็กแบนในโซเชียล: ดูสัญญาณอะไรในแชทถึงจะรู้ว่าถึงเวลาหยุดแอดจริง ๆ

02 ส.ค. 04:29 · อ่าน 1 นาที
แบรนด์กำลังโดนแฮชแท็กแบนในโซเชียล: ดูสัญญาณอะไรในแชทถึงจะรู้ว่าถึงเวลาหยุดแอดจริง ๆ

สรุปสั้น ๆ

เวลาแบรนด์โดนกระแสลบในโซเชียล ปฏิกิริยาแรกของหลายทีมคือรีบหยุดแอดทั้งหมดด้วยความกลัว ทั้งที่บางเคสแคมเปญยังขายได้ปกติ กรอบที่ใช้ได้จริงกว่าคือดูสัญญาณจากแชทเอง เช่น สัดส่วนแชทที่มาด้วยอารมณ์ลบเทียบกับแชทที่ยังถามซื้อปกติ แล้วตัดสินใจจากตัวเลขนั้น ไม่ใช่จากความตื่นตระหนก

ร้านขายเครื่องดื่มสุขภาพแห่งหนึ่งเจอกระแสดราม่าในโซเชียล หลังมีคนตั้งข้อสงสัยเรื่องส่วนผสมในสินค้าจนแฮชแท็กแบนแบรนด์ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ ทีมการตลาดที่กำลังยิงแอดโปรอยู่พอดี ตกอยู่ในสภาวะตัดสินใจยากว่าจะหยุดแอดทั้งหมดทันที หรือปล่อยให้วิ่งต่อเพราะเสียดายงบที่จ่ายไปแล้ว

ปัญหาของการตัดสินใจแบบนี้คือ ทั้งสองทางเลือกมีความเสี่ยง หยุดทั้งหมดอาจเสียโอกาสขายทั้งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังซื้อปกติ ปล่อยต่อโดยไม่ดูอะไรเลยก็เสี่ยงยิงงบไปหาคนที่กำลังโกรธและมีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์แย่ลง สิ่งที่ทีมนี้ทำต่างจากร้านทั่วไปคือ แทนที่จะตัดสินใจจากความรู้สึก พวกเขากลับไปดูข้อมูลแชทที่เข้ามาจริงในช่วงนั้น

บทความนี้จะพูดถึงกรอบการอ่านสัญญาณจากแชทเพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรหยุด ลด หรือปล่อยแคมเปญต่อ ไม่ใช่สคริปต์การตอบลูกค้าที่โกรธเป็นรายบุคคล เพราะนั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการคู่ขนานกันไป

ทำไมการตัดสินใจด้วยความรู้สึกอย่างเดียวถึงมักผิดพลาด

ตอนกระแสลบกำลังแรง คนในทีมมักรู้สึกว่า ‘ทุกคนกำลังโกรธ’ เพราะเห็นแต่คอมเมนต์ลบไหลผ่านหน้าจอ แต่ในความเป็นจริงคนที่ออกมาแสดงความเห็นในโซเชียลมักเป็นสัดส่วนน้อยกว่าคนที่ยังเป็นลูกค้าเงียบ ๆ อยู่มาก การตัดสินใจหยุดแอดทั้งหมดตามความรู้สึกที่เห็นจากโซเชียลอย่างเดียว จึงอาจเป็นการตัดสินใจที่เกินจริงไปจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแชท

ในทางกลับกัน การเมินความรู้สึกไปเลยแล้วยิงแอดต่อโดยไม่ดูอะไร ก็เสี่ยงพอกันถ้าสถานการณ์จริงในแชทแย่ลงจริง ทางที่สมดุลกว่าคือใช้ข้อมูลจากแชทมาเป็นตัวช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ปฏิเสธความรู้สึกไปเลยทั้งหมด

สัญญาณในแชทที่ควรจับตาเป็นตัวช่วยตัดสินใจ

สัญญาณความหมายที่บ่งบอก
สัดส่วนแชทถามเรื่องดราม่า เทียบกับแชทถามซื้อปกติถ้าสัดส่วนแชทเรื่องดราม่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่ากระแสกำลังลามเข้ามาถึงกลุ่มลูกค้าจริง ไม่ใช่แค่ในโซเชียล
อัตราปิดการขายของแชทที่ทักเข้ามาช่วงนี้ถ้าอัตราปิดการขายลดลงชัดเจนจากค่าเฉลี่ยปกติ แปลว่าความเชื่อใจเริ่มกระทบการตัดสินใจซื้อจริงแล้ว
จำนวนคนที่ทักมาเพียงเพื่อต่อว่าโดยไม่มีคำถามซื้อเลยถ้าตัวเลขนี้พุ่งสูงผิดปกติ ควรพิจารณาลดงบแคมเปญที่กำลังดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่ม
คำถามซ้ำเรื่องความปลอดภัย/คุณภาพสินค้าจากลูกค้าใหม่สัญญาณว่าความกังวลเริ่มลามไปถึงคนที่ยังไม่เคยซื้อ ไม่ใช่แค่คนที่ตามข่าวอยู่แล้ว

กรอบตัดสินใจแบบสามระดับ แทนการเลือกแค่หยุดหรือไม่หยุด

  1. ระดับเฝ้าระวัง — ถ้าสัดส่วนแชทเรื่องดราม่ายังต่ำและอัตราปิดการขายยังใกล้เคียงปกติ ให้ปล่อยแคมเปญวิ่งต่อได้ แต่เพิ่มความถี่ในการดูข้อมูลจากรายวันเป็นราย 2-3 ชั่วโมง
  2. ระดับปรับลด — ถ้าอัตราปิดการขายเริ่มลดลงชัดเจนหรือแชทเรื่องดราม่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ให้ลดงบหรือปิดครีเอทีฟที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกวิจารณ์ก่อน ไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งบัญชี
  3. ระดับหยุดชั่วคราว — ถ้าอัตราปิดการขายตกลงมากและคำถามเรื่องความปลอดภัยจากลูกค้าใหม่พุ่งสูง ควรหยุดแคมเปญที่เกี่ยวข้องทั้งหมดชั่วคราว จนกว่าจะจัดการต้นตอของดราม่าให้นิ่งขึ้นก่อน
  4. ทุกระดับควรมีการทบทวนซ้ำเป็นระยะสั้น ๆ เพราะสถานการณ์ดราม่าเปลี่ยนเร็ว การตัดสินใจที่ใช้ได้เมื่อเช้าอาจไม่เหมาะกับตอนบ่ายแล้วก็ได้

อย่าปนกันระหว่างการตัดสินใจงบกับการตอบลูกค้าที่โกรธ

การตัดสินใจเรื่องงบแคมเปญควรแยกจากการรับมือลูกค้าที่กำลังโกรธในแชทอย่างชัดเจน เพราะเป็นสองงานที่ต้องการคนละทักษะ ทีมสื่อสารควรโฟกัสที่การตอบลูกค้าเป็นรายคน ส่วนทีมการตลาดควรโฟกัสที่การอ่านสัญญาณข้อมูลภาพรวมเพื่อตัดสินใจงบ ถ้าปนสองงานนี้ไว้ที่คนเดียวกัน มักตัดสินใจช้าเพราะภาระงานล้นมือ

หลังกระแสซาลง ควรกลับมาทบทวนตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจในครั้งนี้ว่าแม่นยำแค่ไหน เพื่อปรับเกณฑ์ตัวเลขให้เหมาะกับธุรกิจตัวเองมากขึ้นในครั้งถัดไป เพราะเกณฑ์ตัวเลขที่เหมาะสมของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับฐานลูกค้าและลักษณะสินค้า

สรุป

ตอนแบรนด์โดนดราม่า สิ่งที่อันตรายพอ ๆ กับดราม่าเองคือการตัดสินใจงบแคมเปญด้วยความกลัวล้วน ๆ โดยไม่ดูข้อมูลจริงประกอบ

สัญญาณจากแชท เช่น สัดส่วนแชทเรื่องดราม่าและอัตราปิดการขาย บอกภาพจริงของสถานการณ์ได้แม่นยำกว่าการดูแค่กระแสในโซเชียล ซึ่งมักขยายความรู้สึกให้ดูรุนแรงกว่าที่ลูกค้าส่วนใหญ่รู้สึกจริง

  • อย่าตัดสินใจหยุดหรือปล่อยแคมเปญด้วยความรู้สึกอย่างเดียว ให้ดูสัญญาณจากแชทประกอบ
  • ใช้กรอบสามระดับ (เฝ้าระวัง/ปรับลด/หยุดชั่วคราว) แทนการเลือกแค่หยุดหรือไม่หยุด
  • แยกทีมตัดสินใจงบแคมเปญออกจากทีมตอบลูกค้าที่โกรธ เพื่อไม่ให้ภาระงานปนกันจนตัดสินใจช้า

คำถามที่พบบ่อย

ควรหยุดแอดทันทีไหมตั้งแต่เห็นแฮชแท็กแบนติดเทรนด์

ไม่จำเป็นต้องหยุดทันทีเสมอไป ควรดูสัญญาณจากแชทจริงก่อน เช่นอัตราปิดการขายและสัดส่วนแชทเรื่องดราม่า แล้วค่อยตัดสินใจตามระดับความรุนแรงที่เห็นจริง

ถ้าไม่มีระบบติดตามสัดส่วนแชทแบบอัตโนมัติ พอทำแบบคร่าว ๆ ได้ไหม

ได้ ให้แอดมินช่วยแท็กหรือนับคร่าว ๆ ว่าแชทที่เข้ามาแต่ละชั่วโมงเป็นเรื่องดราม่าหรือถามซื้อปกติกี่ราย แม้จะไม่แม่นเท่าระบบอัตโนมัติแต่ก็ช่วยให้เห็นแนวโน้มได้

อัตราปิดการขายลดลงนิดหน่อยถือว่าน่ากังวลไหม

ควรเทียบกับความผันผวนปกติของธุรกิจตัวเองก่อน เพราะบางธุรกิจอัตราปิดการขายผันผวนอยู่แล้วในแต่ละวัน ควรตั้งเกณฑ์ที่สูงกว่าความผันผวนปกติถึงจะถือว่าเป็นสัญญาณจริง

ควรให้ใครเป็นคนตัดสินใจระดับความรุนแรงและงบแคมเปญ

ควรเป็นทีมการตลาดร่วมกับผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจงบ แยกจากทีมที่กำลังตอบลูกค้าในแชท เพื่อไม่ให้ภาระงานปนกันจนตัดสินใจช้า

ถ้าตัดสินใจปล่อยแคมเปญต่อแล้วสถานการณ์แย่ลง จะแก้ทันไหม

ถ้ามีการทบทวนสัญญาณเป็นระยะสั้น ๆ ตามกรอบสามระดับ จะจับความเปลี่ยนแปลงและปรับได้ทันกว่าการตัดสินใจครั้งเดียวแล้วไม่ติดตามต่อ

มีระบบไหนช่วยดูสัดส่วนแชทเรื่องดราม่ากับแชทถามซื้อแบบเรียลไทม์ไหม

ระบบอย่าง linli ที่เก็บและจัดหมวดข้อมูลแชทตามเนื้อหาไว้ในระบบเดียว ช่วยให้เห็นสัดส่วนและแนวโน้มได้เร็วกว่าการนับด้วยมือ ทำให้ตัดสินใจเรื่องงบแคมเปญได้ทันเวลามากขึ้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง