← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

จะสู้คู่แข่งด้วยราคาหรือด้วยคุณค่า: กรอบตัดสินใจที่ใช้ก่อนกดลดราคาทุกครั้ง

02 ส.ค. 04:21 · อ่าน 1 นาที
จะสู้คู่แข่งด้วยราคาหรือด้วยคุณค่า: กรอบตัดสินใจที่ใช้ก่อนกดลดราคาทุกครั้ง

สรุปสั้น ๆ

การตัดสินใจว่าจะสู้คู่แข่งด้วยราคาหรือด้วยคุณค่า ไม่ควรเป็นการเดาหรือทำตามความเคยชิน แต่ควรมีกรอบคำถามที่ชัดเจนมาช่วยตัดสิน เพราะการลดราคาผิดจังหวะอาจเสียกำไรฟรี ในขณะที่การยืนคุณค่าผิดจังหวะก็อาจเสียลูกค้าไปฟรีเช่นกัน

ผมเคยนั่งคุยกับเจ้าของร้านสองรายที่เจอสถานการณ์คล้ายกันมาก คือมีคู่แข่งเปิดราคาที่ถูกกว่า รายแรกเลือกลดราคาสู้ทันที ผลคือกำไรบางลงแต่ยอดขายก็ไม่ได้เพิ่มมากอย่างที่หวัง ส่วนรายที่สองเลือกไม่ลดราคาเลย แต่ปรับวิธีอธิบายคุณค่าของสินค้าแทน ผลคือรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้เกือบหมดและกำไรยังทรงตัว

สองเคสนี้ไม่ได้แปลว่าการไม่ลดราคาดีกว่าเสมอไป เพราะบริบทของแต่ละร้านต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งสองรายไม่มีใครใช้กรอบคำถามอะไรมาก่อนตัดสินใจ แค่ทำตามสัญชาตญาณหรือความเคยชินล้วนๆ

บทความนี้จะเสนอกรอบคำถามง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นขึ้น แทนการเลือกทางใดทางหนึ่งแบบเดาสุ่ม

ทำไมคำถาม ‘ควรลดราคาไหม’ ถึงเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่ต้น

เวลาเจอคู่แข่งเปิดราคาถูกกว่า คนส่วนใหญ่จะกระโดดไปคิดคำถามที่ว่า ‘ควรลดราคาสู้ไหม’ ทันที ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นคำถามปลายทางที่ควรมาทีหลัง ไม่ใช่คำถามแรก

คำถามที่ควรถามก่อนคือ ‘ลูกค้ากลุ่มที่กำลังจะเสียไป ตัดสินใจซื้อจากอะไรเป็นหลัก’ เพราะถ้าลูกค้ากลุ่มนั้นตัดสินใจจากราคาล้วนๆ การลดราคาอาจจำเป็น แต่ถ้าเขาตัดสินใจจากความไว้ใจหรือคุณภาพ การลดราคาอาจไม่ได้ช่วยรักษาเขาไว้เลยด้วยซ้ำ

กรอบคำถาม 4 ข้อก่อนตัดสินใจ

  1. สินค้าที่คู่แข่งขายถูกกว่า เป็นสินค้าเดียวกันเป๊ะๆ กับของคุณหรือแค่ใกล้เคียง — ถ้าต่างกันจริง ยังไม่จำเป็นต้องลดราคาเพื่อสู้
  2. กำไรต่อออเดอร์ของคุณตอนนี้ รองรับการลดราคาได้แค่ไหนโดยที่ยังคุ้มทุนอยู่ — อย่าลดจนติดลบเพื่อรักษายอดที่ไม่สร้างกำไรจริง
  3. ลูกค้าที่เสี่ยงจะเสียไปเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลอดอายุลูกค้าสูงหรือต่ำ — ถ้าสูง อาจคุ้มที่จะลงทุนรักษาไว้มากกว่าปกติ
  4. ถ้าไม่ลดราคา คุณมีเหตุผลอื่นที่ชัดเจนพอจะอธิบายให้ลูกค้าฟังไหม — ถ้าตอบไม่ได้ชัด แปลว่ายังไม่พร้อมจะยืนราคา ต้องกลับไปหาเหตุผลนั้นก่อน

เมื่อไหร่การลดราคาสู้สมเหตุสมผลจริงๆ

  • สินค้าที่แข่งกันเป็นสินค้ามาตรฐานเดียวกันเป๊ะ ไม่มีความต่างด้านคุณภาพหรือบริการให้พูดถึง
  • กำไรต่อออเดอร์ยังมีพื้นที่ให้ลดโดยไม่ขาดทุน ลองเทียบกับระยะเวลาคืนทุนที่ตั้งไว้ก่อนว่ายังอยู่ในกรอบที่รับได้หรือเปล่า
  • ตลาดของคุณเป็นตลาดที่ลูกค้าเปรียบเทียบราคาเป็นหลักจริงๆ เช่น สินค้าที่ซื้อซ้ำบ่อยและหาซื้อได้ง่ายจากหลายที่

เมื่อไหร่การลดราคาเป็นกับดัก

ถ้าคุณลดราคาเพื่อสู้กับคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าคุณอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เขาผลิตเองในปริมาณมากกว่าหรือมีซัพพลายเชนที่ถูกกว่า การไล่ตามลดราคาจะกลายเป็นเกมที่คุณแพ้ตั้งแต่ต้น เพราะเขายังลดต่อได้อีกในขณะที่คุณลดต่อไม่ไหวแล้ว

อีกกับดักคือการลดราคาโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ทำให้ลูกค้าเริ่มสงสัยว่าราคาก่อนหน้านี้ ‘บวกกำไรเกินจริง’ หรือเปล่า ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาวมากกว่าที่คิด

สรุป

การเลือกสู้ด้วยราคาหรือด้วยคุณค่าไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าลูกค้ากลุ่มที่คุณกำลังจะเสียไปตัดสินใจจากอะไรเป็นหลัก และคุณมีพื้นที่กำไรพอจะลดหรือไม่ กรอบคำถามสี่ข้อในบทความนี้ไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูป แต่ช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างมีเหตุผลแทนการทำตามความรู้สึกชั่ววูบ

ครั้งหน้าที่เจอคู่แข่งเปิดราคาถูกกว่า ลองหยุดสักครู่ก่อนกดปุ่มลดราคา แล้วไล่ตอบคำถามทั้งสี่ข้อดู คำตอบที่ได้อาจทำให้คุณเลือกทางที่ต่างจากที่ตั้งใจไว้แต่แรกก็เป็นได้

  • อย่าถามแค่ ‘ลดราคาไหม’ ให้ถามก่อนว่าลูกค้าตัดสินใจจากอะไร
  • เช็กพื้นที่กำไรและมูลค่าลูกค้าก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
  • การไล่ลดราคาสู้คู่แข่งที่ต้นทุนต่ำกว่าคือเกมที่มักแพ้ตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกค้าตัดสินใจจากราคาหรือคุณค่า ควรทำยังไง

ลองย้อนไปดูแชทเก่าที่ปิดการขายได้และปิดไม่ได้ ว่าจุดที่บทสนทนาสะดุดหรือปิดจบส่วนใหญ่เกี่ยวกับราคาหรือเรื่องอื่น จะช่วยให้เห็นภาพที่ชัดกว่าการเดา

ลดราคาแค่บางกลุ่มลูกค้าทำได้ไหม

ทำได้ในรูปแบบสิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่ม เช่น ลูกค้าเก่าหรือลูกค้าที่ซื้อปริมาณมาก แทนการประกาศลดราคาทั่วไปที่กระทบภาพลักษณ์ราคามาตรฐานของสินค้า

การอธิบายคุณค่าแทนการลดราคา ได้ผลกับสินค้าทุกประเภทไหม

ไม่เท่ากันทุกประเภท สินค้าที่มีความต่างด้านคุณภาพหรือบริการชัดเจนจะได้ผลดีกว่า ส่วนสินค้ามาตรฐานที่แทบไม่ต่างกันเลย การอธิบายคุณค่าอาจช่วยได้จำกัด

ถ้าลดราคาไปแล้วอยากขึ้นราคากลับ ทำได้ไหม

ทำได้แต่ต้องระวังผลกระทบต่อความรู้สึกของลูกค้าเก่าที่เคยซื้อในราคาลด ควรสื่อสารเหตุผลให้ชัดเจนและอาจมีช่วงเปลี่ยนผ่านแทนการปรับราคาแบบทันที

ควรใช้กรอบนี้ทุกครั้งที่เจอคู่แข่งลดราคาไหม

แนะนำให้ใช้เป็นนิสัยทุกครั้ง เพราะสถานการณ์แต่ละครั้งอาจมีรายละเอียดต่างกัน การตอบสนองแบบอัตโนมัติโดยไม่คิดใหม่ทุกครั้งมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดซ้ำๆ

มีตัวช่วยอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเรื่องนี้ง่ายขึ้นไหม

การมีข้อมูลว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มมีมูลค่าตลอดอายุลูกค้าเท่าไหร่จะช่วยได้มาก ถ้าระบบอย่าง linli ผูกประวัติการสั่งซื้อกับแชทไว้ ก็จะเห็นภาพนี้ได้ง่ายกว่าการนั่งประเมินด้วยความรู้สึก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง