← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

ตารางจัดอันดับสาขาที่ทำร้ายทีมมากกว่าช่วย: วิธีสร้างเบนช์มาร์กที่แฟร์จริง

02 ส.ค. 04:22 · อ่าน 1 นาที
ตารางจัดอันดับสาขาที่ทำร้ายทีมมากกว่าช่วย: วิธีสร้างเบนช์มาร์กที่แฟร์จริง

สรุปสั้น ๆ

ตารางจัดอันดับสาขาด้วยยอดขายดิบมักผิดตั้งแต่ต้น เพราะสาขาที่ได้งบเยอะหรืออยู่ทำเลดีจะดูเก่งเสมอไม่ว่าทีมจะทำงานหนักแค่ไหน เบนช์มาร์กที่แฟร์ต้องปรับตามงบและจำนวนแชทที่เข้ามา แล้ววัดที่ ‘อัตราการปิด’ ไม่ใช่ ‘จำนวนที่ปิดได้’

ทุกเดือนที่บริษัทแม่ทำตารางจัดอันดับ 15 สาขาส่งเข้ากลุ่มไลน์ผู้จัดการ จะมีชื่อเดิม ๆ อยู่บนสุดเสมอ และผู้จัดการสาขาล่างตารางก็เริ่มเงียบในที่ประชุม ไม่ใช่เพราะทำงานไม่ดี แต่เพราะรู้สึกว่าสู้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น

พอผมลองขอดูตัวเลขงบโฆษณาแยกรายสาขาเทียบกับยอดขาย ถึงเห็นสิ่งที่ตารางเดิมไม่เคยบอก สาขาที่อยู่อันดับหนึ่งได้งบมากกว่าสาขาล่างตารางเกือบสามเท่า พอหารต่อบาทที่ใช้จริง ๆ สาขาที่ ‘ดูแย่’ กลับปิดยอดต่องบได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

นี่คือกับดักของการจัดอันดับด้วยยอดขายดิบ มันวัดผลลัพธ์ปลายทางโดยไม่สนบริบทต้นทาง ซึ่งไม่ได้แค่ไม่แฟร์ แต่ยังทำให้บริษัทตัดสินใจผิด เช่น เพิ่มงบให้สาขาที่ ‘ดูดี’ อยู่แล้วต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งที่จริงมันแค่ได้เปรียบเรื่องงบตั้งแต่แรก

ทำไมจัดอันดับด้วยยอดขายดิบถึงหลอกตาได้ง่าย

ยอดขายดิบเป็นตัวเลขที่เข้าใจง่ายที่สุด ทุกคนอ่านแล้วรู้เรื่องทันที นั่นแหละคือเสน่ห์และกับดักในเวลาเดียวกัน เพราะมันไม่ได้บอกว่าสาขานั้นได้เปรียบเรื่องอะไรมาก่อน ทั้งงบโฆษณา ทำเล จำนวนพนักงาน หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่เปิดสาขา สาขาที่เปิดมาห้าปีย่อมมีฐานลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้อซ้ำ ในขณะที่สาขาเปิดใหม่ยังต้องสร้างทุกอย่างจากศูนย์

ปัญหาจะยิ่งชัดเมื่อบริษัทให้ทั้ง 15 สาขาแข่งกันในตารางเดียว โดยไม่แยกว่าใครอยู่ในกลุ่มเปิดใหม่ กลุ่มโตเต็มที่ หรือกลุ่มที่กำลังฟื้นตัวหลังปิดปรับปรุง สุดท้ายพนักงานที่เก่งจริงในสาขาเสียเปรียบจะหมดกำลังใจ เพราะยังไงก็สู้ตัวเลขดิบไม่ได้

ตัวชี้วัดที่แฟร์กว่า: อัตราการปิด ไม่ใช่จำนวนที่ปิด

สิ่งที่ควรเทียบกันแทนคือ ‘ต้นทุนต่อการปิดยอดหนึ่งเคส’ และ ‘อัตราการปิดจากแชทที่เข้ามา’ สองตัวนี้ปรับให้เท่ากันโดยธรรมชาติ เพราะไม่ว่าสาขาจะได้งบเยอะหรือน้อย ตัวเลขจะสะท้อนว่าเงินหรือแชททุกบาททุกแชทถูกใช้คุ้มแค่ไหน ไม่ใช่แค่ใครมีต้นทุนตั้งต้นเยอะกว่า

การวัดแบบนี้ยังช่วยแก้ปัญหาที่เจอบ่อยอีกอย่างคืออัตราส่วนมูลค่าลูกค้าต่อต้นทุนที่ได้มาของแต่ละสาขาไม่เท่ากัน สาขาที่ขายสินค้าราคาสูงกว่าอาจดูปิดยอดน้อยเคสกว่าแต่จริง ๆ ทำกำไรได้มากกว่า ถ้าไม่ปรับตรงนี้ให้เข้าใจตรงกัน การเทียบก็ยังไม่แฟร์อยู่ดี

ตัวอย่างตารางเบนช์มาร์กที่ปรับบริบทแล้ว

ลองดูตัวอย่างสมมติสามสาขานี้ เพื่อเห็นว่าตัวเลขดิบกับตัวเลขที่ปรับแล้วให้ภาพต่างกันแค่ไหน:

สาขางบโฆษณา/เดือนยอดปิดดิบต้นทุนต่อเคสที่ปิด
สาขา A (เปิด 4 ปี)60,00048 เคส1,250 บาท
สาขา B (เปิดใหม่ 6 เดือน)20,00022 เคส909 บาท
สาขา C (เปิด 2 ปี)35,00031 เคส1,129 บาท

อ่านตารางนี้ยังไงถึงจะไม่พลาด

ถ้าดูแค่ยอดปิดดิบ สาขา A จะดูเก่งสุดชัดเจน แต่พอดูต้นทุนต่อเคส สาขา B ที่เพิ่งเปิดใหม่กลับใช้งบคุ้มกว่า นี่คือสัญญาณที่บอกว่าทีมสาขา B น่าจะมีอะไรทำถูกจุด อาจเป็นสคริปต์แอดมินที่ปิดเก่ง หรือการเลือกใช้งบโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ซึ่งควรเอาไปศึกษาแล้วถ่ายทอดให้สาขาอื่น แทนที่จะปล่อยให้จมอยู่ในตารางอันดับล่างเพราะยอดดิบน้อยกว่า

สิ่งที่ผมอยากเตือนคือ อย่าใช้ตัวเลขต้นทุนต่อเคสตัดสินทันทีเช่นกัน เพราะบางสาขาอาจตั้งใจลดงบเพื่อรักษากำไรระยะสั้น ทำให้ต้นทุนต่อเคสดูดีแต่ยอดรวมน้อยจนไม่พอเลี้ยงทีม ตัวเลขทุกตัวต้องอ่านคู่กัน ไม่มีตัวไหนใช้ตัดสินได้เดี่ยว ๆ

ขั้นตอนสร้างเบนช์มาร์กของตัวเองใน 4 ขั้น

  1. แบ่งกลุ่มสาขาตามอายุการเปิดก่อน อย่างน้อยแยกเป็นเปิดใหม่ (ต่ำกว่า 1 ปี) กับเปิดมานาน เพื่อไม่ให้แข่งกันในบริบทที่ไม่เท่าเทียม
  2. ดึงตัวเลขงบโฆษณาและจำนวนแชทที่เข้ามาต่อสาขา ไม่ใช่แค่ยอดปิด เพื่อคำนวณอัตราการปิดและต้นทุนต่อเคสได้จริง
  3. ตั้งเป้าเป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเดียว เช่น ต้นทุนต่อเคสควรอยู่ระหว่าง 900-1,300 บาท เพราะแต่ละเดือนมีปัจจัยผันแปรตามธรรมชาติ
  4. ทบทวนเบนช์มาร์กทุกไตรมาส เพราะสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่วันนี้ จะกลายเป็นสาขาโตเต็มที่ในปีหน้า กลุ่มเปรียบเทียบต้องขยับตามไปด้วย
  5. ต่อยอดเบนช์มาร์กนี้ไปใช้ออกแบบระบบให้รางวัลทีมแอดมินตามผลงานจริงได้เลย เพราะข้อมูลชุดเดียวกันนี้ใช้ตัดสินใจได้ทั้งเรื่องงบและเรื่องคน

สรุป

ตารางจัดอันดับที่ทำให้คนหมดกำลังใจไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจโตขึ้นเลย มันแค่สร้างวัฒนธรรมที่คนหยุดพยายามเพราะรู้สึกว่าสู้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น การปรับให้แฟร์ขึ้นด้วยบริบทของงบและทราฟฟิกไม่ได้ทำให้ตัวเลขสวยขึ้นในทันที แต่ทำให้ทุกคนเห็นภาพที่ตรงกับความจริงมากขึ้น

สิ่งที่ควรลองทำสัปดาห์นี้คือดึงตัวเลขงบต่อสาขามาวางคู่กับยอดปิด แล้วลองหารดูเองว่าอันดับจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หลายทีมจะแปลกใจว่าสาขาที่เคยมองข้ามกลับเป็นสาขาที่ทำงานคุ้มที่สุด

  • ยอดขายดิบเทียบกันตรง ๆ ไม่แฟร์ เพราะไม่นับงบและทำเลตั้งต้นที่ต่างกัน
  • วัดด้วยต้นทุนต่อเคสและอัตราการปิดแทน จะเห็นสาขาที่ทำงานคุ้มค่าจริง ๆ
  • แบ่งกลุ่มสาขาตามอายุก่อนเปรียบเทียบ และทบทวนกลุ่มใหม่ทุกไตรมาส

คำถามที่พบบ่อย

ยังจำเป็นต้องดูยอดขายดิบอยู่ไหม

จำเป็น เพราะสุดท้ายบริษัทต้องอยู่ได้ด้วยยอดขายจริง แต่ควรดูควบคู่กับต้นทุนต่อเคสเสมอ ไม่ใช่ใช้ยอดดิบตัวเดียวตัดสินว่าใครเก่งกว่าใคร

ผู้จัดการสาขาจะรู้สึกว่าถูกจับผิดไหมถ้าเปลี่ยนวิธีวัด

ถ้าอธิบายเหตุผลชัดเจนว่าเปลี่ยนเพื่อความแฟร์ ไม่ใช่เพื่อจับผิด ส่วนใหญ่ผู้จัดการที่เคยเสียเปรียบจากตารางเดิมจะสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะในที่สุดผลงานจริงของเขาจะถูกมองเห็น

ควรจัดอันดับบ่อยแค่ไหน

รายเดือนกำลังดีสำหรับติดตาม แต่การตัดสินใจใหญ่ เช่น ปรับงบหรือประเมินทีม ควรดูค่าเฉลี่ยสามเดือนย้อนหลัง เพื่อกันเดือนที่มีปัจจัยผิดปกติมากวนสายตา

สาขาที่อยู่ล่างตารางตลอดควรทำยังไง

อย่ารีบตัดงบทันที ให้ดูก่อนว่าติดที่ทราฟฟิกน้อยหรือปิดยอดไม่ผ่าน ถ้าทราฟฟิกน้อยควรเพิ่มงบทดสอบ แต่ถ้าทราฟฟิกไม่น้อยแล้วปิดไม่ผ่าน ปัญหาน่าจะอยู่ที่ทักษะแอดมินมากกว่างบ

ทำเบนช์มาร์กแล้วช่วยลดข้อโต้แย้งในทีมได้จริงไหม

ช่วยได้มากในระดับหนึ่ง เพราะเปลี่ยนบทสนทนาจากความรู้สึกเป็นตัวเลขที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีข้อโต้แย้งเลย ยังต้องอาศัยการพูดคุยเปิดใจร่วมด้วย

ระบบที่ใช้ดึงข้อมูลแยกรายสาขาต้องซับซ้อนไหม

ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนตั้งแต่วันแรก ขอแค่แยกแท็กสาขาให้ได้ก่อนตามที่อธิบายไว้ในเรื่องแอตทริบิวชันรายสาขา ส่วนระบบอย่าง linli ที่คำนวณต้นทุนต่อเคสให้อัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาทำมือทุกเดือน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง