ROAS 4 เท่าที่ทีมมาร์เก็ตติ้งโชว์บอร์ด อาจไม่เหลือกำไรจริงสักบาท
สรุปสั้น ๆ
ตัวเลข ROAS ที่ทีมมาร์เก็ตติ้งเอาขึ้นสไลด์บอร์ด ส่วนใหญ่หารด้วยค่าแอดอย่างเดียว ทั้งที่ต้นทุนจริงของการปิดขายในแชทมีทั้งค่า CRM ค่า API เชื่อม Conversion และเวลาแอดมิน ถ้าไม่รวมสี่ตัวนี้เข้าไป ตัวเลขที่บอร์ดเห็นจะสวยเกินจริงเสมอ
ผมเคยนั่งอยู่ในห้องประชุมที่ทีมการตลาดเอาสไลด์ขึ้นมาอวดว่า ‘เดือนนี้ ROAS 4.2 เท่า’ ทุกคนในห้องยิ้มแป้น จนซีเอฟโอถามคำถามเดียวสั้น ๆ ว่า ‘4.2 เท่านี้ หักต้นทุนอะไรไปแล้วบ้าง’ ห้องเงียบไปสามวินาที เพราะคำตอบคือ หักแค่ค่าแอด
สมมติบริษัทหนึ่งใช้งบแอด 500,000 บาทต่อเดือน ปิดยอดขายในแชทได้ 2,100,000 บาท หารกันตรง ๆ ได้ ROAS 4.2 เท่า ฟังดูสวยงาม แต่พอไปรวมค่าระบบ CRM แชท 25,000 บาท ค่า API เชื่อม Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา 15,000 บาท และเงินเดือนแอดมินปิดการขาย 3 คนที่ทำงานเฉพาะช่องทางนี้อีกราว 90,000 บาท ต้นทุนจริงของการสร้างยอดขายก้อนนี้ไม่ใช่ 500,000 แต่คือ 630,000 บาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าธุรกิจขาดทุน แต่แปลว่า ‘ROAS ที่แท้จริง’ ต่ำกว่าที่สไลด์บอกอยู่ราวหนึ่งเท่าตัว และถ้าบอร์ดตัดสินใจเพิ่มงบเป็นสองเท่าโดยอิงตัวเลขที่ไม่รวมต้นทุนพวกนี้ ความเสี่ยงที่จะขยายแล้วกำไรไม่โตตามคือเรื่องจริง ไม่ใช่ทฤษฎี
จุดบอดของ ROAS แบบที่ทีมมาร์เก็ตติ้งชอบรายงาน
ทีมมาร์เก็ตติ้งส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจโกหก แค่มองไม่เห็นต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในงบโฆษณาของตัวเอง ค่า CRM แชท ค่า API เชื่อมServer-to-Server หรือเงินเดือนแอดมิน มักถูกเบิกจากแผนกอื่น ทำให้เวลาคำนวณ ROAS ทีมมาร์เก็ตติ้งหารด้วยตัวเลขในกระเป๋าตัวเองเท่านั้น
ปัญหาคือ คนที่เห็นตัวเลขบนสไลด์คือบอร์ดหรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งตัดสินใจเรื่องงบประมาณและทิศทางธุรกิจจากตัวเลขนั้น ถ้าตัวเลขไม่ครบต้นทุน การตัดสินใจก็จะพลาดตามไปด้วย ไม่ใช่เพราะใครโง่ แต่เพราะข้อมูลที่ป้อนเข้าไปไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้น
4 ต้นทุนที่มักตกหล่นเวลาคำนวณ ROAS ธุรกิจปิดการขายในแชท
- ค่าระบบ CRM/แชทบอท — ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนของเครื่องมือจัดการแชท มักถูกจัดเข้าแผนก IT หรือปฏิบัติการ ไม่ได้ถูกนับเป็นต้นทุนการตลาด
- ค่า API เชื่อม Conversion กลับแพลตฟอร์ม — ถ้าใช้บริการภายนอกในการส่งข้อมูลปิดการขายกลับ Google/Meta/TikTok จะมีค่าบริการรายเดือนหรือตามปริมาณ ซึ่งไม่ได้อยู่ในบิลค่าแอด
- เงินเดือนแอดมินปิดการขาย — คนที่นั่งตอบแชท ต่อรอง ปิดยอด คือต้นทุนแรงงานที่แท้จริงของช่องทางนี้ ไม่ใช่ต้นทุนคงที่ที่ ‘มีอยู่แล้ว’ เพราะถ้าไม่มีแอดมิน ยอดขายจากแชทก็เกิดไม่ได้
- ค่าธรรมเนียมการเก็บเงิน — ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ค่า COD ที่หักจากขนส่ง หรือค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ล้วนกัดกินกำไรก่อนถึงมือธุรกิจจริง
ตัวอย่างคำนวณใหม่: ROAS ที่รายงาน เทียบกับ true ROAS
| รายการ | ตัวเลขที่รายงาน | ตัวเลขจริงเมื่อรวมต้นทุนซ่อน |
|---|---|---|
| ยอดขายจากแชท | 2,100,000 บาท | 2,100,000 บาท |
| ต้นทุนที่นับ | ค่าแอด 500,000 บาท | ค่าแอด + CRM + API + แอดมิน = 630,000 บาท |
| ROAS | 4.2 เท่า | 3.3 เท่า |
วางกระบวนการปิดบัญชี ROAS ทุกเดือนแบบไม่ตกหล่น
- รวบรวมบิลค่าแอดทุกแพลตฟอร์มในเดือนนั้นเป็นตัวตั้ง เหมือนที่ทีมมาร์เก็ตติ้งทำอยู่แล้ว
- เพิ่มบรรทัดค่าระบบ CRM/แชทบอทและค่า API ที่จ่ายเป็นรายเดือน หารเฉลี่ยตามสัดส่วนถ้าใช้หลายช่องทาง
- คำนวณต้นทุนแรงงานแอดมินที่ทำหน้าที่ปิดการขายในแชทโดยตรง ไม่ต้องรวมงานแอดมินที่ทำเรื่องอื่นด้วย
- รวมค่าธรรมเนียมเก็บเงิน แล้วหาร ‘ยอดขายสุทธิ’ ด้วย ‘ต้นทุนรวมทั้งหมด’ นี่คือ true ROAS ที่ควรขึ้นสไลด์คู่กับตัวเลขเดิม
- ทำเป็นตารางเทียบทุกเดือน เพื่อดูแนวโน้มว่าช่องว่างระหว่าง ROAS ที่รายงานกับ true ROAS แคบลงหรือกว้างขึ้น
ถ้าช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ต้องทำอะไร
ถ้า true ROAS ต่ำกว่า ROAS ที่รายงานมากขึ้นทุกเดือน สัญญาณแรกที่ต้องเช็กคือทีมแอดมินขยายเร็วกว่ายอดขาย เช่น จ้างเพิ่มแต่ยังไม่ได้ปรับประสิทธิภาพการตอบแชทให้ตามทัน
อีกจุดที่ควรเช็กคือค่าระบบที่จ่ายไปแต่ใช้ไม่คุ้ม เช่น สมัคร CRM แพ็กเกจใหญ่เกินจำนวนแอดมินจริง หรือจ่ายค่า API หลายเจ้าซ้ำซ้อนกันโดยไม่รู้ตัว การรีวิวสัญญาเครื่องมือทุกไตรมาสช่วยตัดต้นทุนซ่อนพวกนี้ได้ตรงจุด
สิ่งที่ไม่ควรทำคือตัดงบแอดทันทีเมื่อเห็นตัวเลขต่ำ เพราะบางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่แอด แต่อยู่ที่ต้นทุนหลังบ้านที่บวมขึ้น การมีต้นทุนต่อลูกค้าที่แท้จริงแยกเป็นรายส่วนจะช่วยให้ตัดสินใจถูกจุดกว่าการเดา
สรุป
ตัวเลข ROAS ที่ขึ้นสไลด์สวยงามไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ถ้ามันไม่รวมต้นทุนที่ซ่อนอยู่นอกงบโฆษณา มันก็แค่ครึ่งเดียวของความจริง และครึ่งที่หายไปนั้นแหละที่มักเป็นตัวตัดสินว่าธุรกิจควรขยายงบต่อหรือควรหยุดทบทวนก่อน
ครั้งหน้าที่เห็นสไลด์ ROAS ในห้องประชุม ลองถามคำถามเดียวกับที่ซีเอฟโอในเรื่องนี้ถาม แล้วดูว่าทีมของคุณตอบได้เต็มปากแค่ไหน
- ROAS ที่รายงานมักไม่รวมค่า CRM ค่า API และเงินเดือนแอดมิน
- true ROAS = ยอดขายสุทธิ ÷ ต้นทุนรวมทั้งหมดของช่องทาง
- ทำตารางเทียบสองตัวเลขนี้ทุกเดือนก่อนตัดสินใจเพิ่มงบ
คำถามที่พบบ่อย
true ROAS ต่างจาก ROAS ปกติตรงไหน
ROAS ปกติมักหารยอดขายด้วยค่าแอดอย่างเดียว ส่วน true ROAS หารด้วยต้นทุนรวมทั้งค่าแอด ค่าระบบ ค่า API และแรงงานแอดมินที่เกี่ยวข้องกับการปิดขายในแชท ทำให้เห็นกำไรที่ใกล้ความจริงกว่า
ต้องรวมเงินเดือนแอดมินทั้งหมดไหม
ควรรวมเฉพาะสัดส่วนเวลาที่แอดมินใช้ปิดการขายในแชทจริง ถ้าแอดมินทำงานอื่นด้วยครึ่งวัน ให้แบ่งสัดส่วนต้นทุนตามเวลาที่ใช้ ไม่ต้องเหมารวมทั้งเงินเดือน
ถ้า true ROAS ต่ำกว่า 1 เท่า แปลว่าขาดทุนเสมอไหม
ไม่เสมอไป เพราะบางธุรกิจยอมรับ ROAS ต่ำในช่วงสร้างฐานลูกค้าใหม่ แต่ต้องรู้ตัวว่าตัวเลขนี้คือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ผลกำไรปัจจุบัน ควรดูคู่กับมูลค่าลูกค้าตลอดอายุด้วย
ควรคำนวณ true ROAS บ่อยแค่ไหน
อย่างน้อยทุกเดือนก่อนประชุมรายงานผล และควรทำเป็นตารางสะสมรายไตรมาสเพื่อดูแนวโน้มระยะยาว ไม่ใช่ดูแค่เดือนเดียวแล้วสรุปทันที
linli ช่วยเรื่องนี้ตรงไหน
linli ช่วยให้เห็นว่ายอดขายที่ปิดในแชทมาจากแคมเปญไหนจริง ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นที่จำเป็นก่อนจะเอาไปคำนวณต้นทุนรวมเพื่อหา true ROAS ต่อไป
ควรเอาตัวเลข true ROAS ไปเทียบกับคู่แข่งไหม
ไม่แนะนำ เพราะต้นทุนซ่อนของแต่ละธุรกิจต่างกันมาก การเทียบกับตัวเลขของตัวเองย้อนหลังจะมีประโยชน์กว่าการเทียบกับธุรกิจอื่นที่โครงสร้างต้นทุนไม่เหมือนกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง


