← กลับไปหน้าบทความ
ทีมแอดมิน

ลูกค้าประจำที่ลังเลจะซื้อรอบใหม่ ใช้ประวัติการซื้อเดิมช่วยตัดสินใจได้ยังไง

02 ส.ค. 04:27 · อ่าน 1 นาที
ลูกค้าประจำที่ลังเลจะซื้อรอบใหม่ ใช้ประวัติการซื้อเดิมช่วยตัดสินใจได้ยังไง

สรุปสั้น ๆ

ลูกค้าที่เคยลงทุนเวลา เงิน และความไว้ใจกับร้านมาแล้ว มักมีแนวโน้มอยากไปต่อกับร้านเดิมมากกว่าเริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับร้านอื่น การอ้างอิงประวัติการซื้อเดิมอย่างเจาะจงช่วยกระตุ้นความรู้สึกนี้ได้ แต่ต้องทำในกรอบที่ให้เกียรติ ไม่ใช่การตอกย้ำว่าถ้าไม่ซื้อต่อจะเสียของเดิมไปเปล่า

ลูกค้าคนหนึ่งเคยซื้อครีมบำรุงผิวจากร้านหนึ่งมาสามครั้งติดต่อกัน แล้วเงียบหายไปสองเดือน เมื่อแอดมินทักไปถามว่า 'ครีมตัวที่เคยใช้หมดหรือยังคะ ครั้งก่อนพี่บอกว่าผิวดีขึ้นเยอะเลยหลังใช้ต่อเนื่อง' ลูกค้าคนนั้นตอบกลับทันทีและสั่งซื้อรอบใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดจะซื้ออะไรเลย

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การตามลูกค้าธรรมดา แต่เป็นการอ้างอิงถึงการลงทุนที่ลูกค้าเคยทำไปแล้ว ทั้งเวลาที่ใช้ต่อเนื่อง เงินที่จ่ายไปสามครั้ง และผลลัพธ์ที่เขาเคยพูดถึงเอง หลักการที่เกี่ยวข้องเรียกว่าการลงทุนที่จมไปแล้ว (sunk cost) ผสานกับความรู้สึกอยากรักษาความสอดคล้องกับสิ่งที่เคยทำมา คนที่ลงทุนไปแล้วมักอยากเห็นการลงทุนนั้นได้ผลต่อเนื่อง มากกว่าอยากเริ่มต้นใหม่กับที่อื่นที่ต้องลงทุนความไว้ใจใหม่ทั้งหมด

เทคนิคนี้ต่างจากการเปิดแชทลูกค้าเก่าที่เงียบหายไปนานแบบทั่วไป เพราะมันเจาะจงไปที่ลูกค้าที่ยังมีความสัมพันธ์อยู่ ไม่ใช่ลูกค้าที่เงียบหายไปนานจนแทบไม่จำร้านได้แล้ว

ทำไมการลงทุนที่ผ่านมา ถึงมีผลต่อการตัดสินใจครั้งใหม่

เมื่อคนลงทุนเวลาหรือเงินไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว การเปลี่ยนไปเริ่มต้นใหม่กับสิ่งอื่นรู้สึกเหมือนต้องทิ้งสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมด แม้ในทางเหตุผลแล้วการลงทุนที่ผ่านมาไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจใหม่ แต่ในความรู้สึกจริง คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลล้วน ๆ

สำหรับลูกค้าประจำ นี่หมายความว่าการซื้อรอบใหม่กับร้านเดิมรู้สึกเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่การเปลี่ยนไปร้านอื่นรู้สึกเหมือนต้องเริ่มทำความรู้จักและสร้างความไว้ใจใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้พลังงานความคิดมากกว่า

อ้างอิงประวัติแบบเจาะจง ไม่ใช่แค่บอกว่าเป็นลูกค้าเก่า

การพิมพ์ว่า 'พี่เป็นลูกค้าเก่าของเราค่ะ' ไม่มีน้ำหนักเท่ากับการพูดถึงรายละเอียดที่เจาะจง เช่นสินค้าที่เคยซื้อ ผลลัพธ์ที่เคยเล่าให้ฟัง หรือช่วงเวลาที่เคยซื้อ ความเจาะจงนี้แสดงให้เห็นว่าร้านจำได้จริง ไม่ใช่แค่ดึงข้อมูลจากระบบมาพิมพ์ลอย ๆ

ร้านที่มีข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเก่าสามารถใช้ข้อมูลนี้ทำให้ข้อความตามที่ส่งไปมีความเจาะจงมากขึ้น เช่นรู้ว่าลูกค้ามักซื้อซ้ำทุกสองเดือน ก็สามารถทักในจังหวะที่ใกล้ครบรอบการใช้งานพอดี

อย่าให้กลายเป็นการตอกย้ำความรู้สึกผิด

เส้นแบ่งสำคัญคือการอ้างอิงประวัติเดิมควรทำในทิศทางบวก เช่นชวนต่อยอดจากผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่การตอกย้ำว่าถ้าไม่ซื้อต่อจะเสียของเดิมที่ลงทุนไปเปล่า ประโยคแบบ 'ถ้าไม่ซื้อต่อ ผลที่เคยทำไว้จะเสียหมดนะคะ' ฟังดูเหมือนขู่มากกว่าชวนต่อยอด และมักสร้างความรู้สึกไม่ดีมากกว่าจะกระตุ้นการซื้อ

วิธีที่ดีกว่าคือเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในเชิงบวก แล้วเปิดทางให้ลูกค้าเลือกเองว่าอยากต่อยอดต่อไหม ไม่ใช่บังคับด้วยความรู้สึกผิด

ผสานกับรางวัลเล็ก ๆ สำหรับลูกค้าที่ต่อเนื่อง เพิ่มแรงจูงใจอีกชั้น

นอกจากการอ้างอิงประวัติ การเสริมด้วยสิทธิพิเศษเล็ก ๆ สำหรับการซื้อต่อเนื่อง เช่นคะแนนสะสมหรือส่วนลดเฉพาะลูกค้าประจำ ช่วยเสริมแรงจูงใจอีกชั้นหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งการตอกย้ำความรู้สึกผิดเลย

ร้านที่มีระบบรางวัลอัตโนมัติสำหรับลูกค้าประจำอยู่แล้ว สามารถเชื่อมโยงเข้ากับข้อความตามแบบนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะแยกสองระบบออกจากกัน

สรุป

ลูกค้าที่เคยลงทุนความไว้ใจกับร้านคุณมาแล้ว มีต้นทุนความสัมพันธ์ที่ร้านอื่นไม่มี การอ้างอิงประวัติเดิมอย่างเจาะจงและให้เกียรติ ช่วยให้เขาเลือกต่อยอดกับคุณได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการตอกย้ำความรู้สึกผิดหรือคำพูดที่ฟันธงผลลัพธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

ลองสำรวจรายชื่อลูกค้าที่เคยซื้อซ้ำอย่างน้อยสองครั้งแล้วเงียบหายไป แล้วลองทักด้วยการอ้างอิงสิ่งที่เขาเคยพูดหรือเคยซื้อจริง แทนข้อความตามทั่วไปที่ใช้กับทุกคนเหมือนกันหมด

  • ลูกค้าที่ลงทุนความสัมพันธ์กับร้านไปแล้ว มักอยากต่อยอดมากกว่าเริ่มใหม่กับที่อื่น
  • อ้างอิงประวัติแบบเจาะจงถึงสินค้าหรือผลลัพธ์ที่เคยพูดถึง แทนการพูดกว้าง ๆ ว่าเป็นลูกค้าเก่า
  • หลีกเลี่ยงการตอกย้ำความรู้สึกผิด ให้เน้นการชวนต่อยอดจากผลลัพธ์เชิงบวกแทน

คำถามที่พบบ่อย

ต่างจากการเปิดแชทลูกค้าเก่าที่เงียบไปนานยังไง

เทคนิคนี้เจาะจงกับลูกค้าที่ยังมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องอยู่ ไม่ได้เงียบหายไปนานจนต้องเริ่มสร้างความคุ้นเคยใหม่ จึงสามารถอ้างอิงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงได้มากกว่า ในขณะที่ลูกค้าที่เงียบไปนานต้องใช้วิธีเปิดบทสนทนาที่ระมัดระวังกว่านี้

ถ้าไม่มีระบบเก็บประวัติลูกค้า จะทำแบบนี้ได้ไหม

ทำได้ในระดับเล็ก ถ้าแอดมินจำรายละเอียดของลูกค้าคนนั้นได้เอง แต่ถ้าร้านมีลูกค้าจำนวนมาก การมีระบบบันทึกประวัติการซื้อจะช่วยให้ทำแบบนี้ได้สม่ำเสมอกว่าการพึ่งความจำของแอดมินคนเดียว

ควรทักลูกค้าประจำถี่แค่ไหนถึงจะพอดี

ขึ้นอยู่กับรอบการใช้งานสินค้าจริงของลูกค้าคนนั้น เช่นถ้าสินค้าหมดทุกสองเดือน การทักก่อนใกล้ครบรอบเล็กน้อยเหมาะสมกว่าการทักถี่กว่าที่ลูกค้าต้องการจริง

ลูกค้าประจำทุกคนตอบสนองกับเทคนิคนี้เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกันทั้งหมด บางคนตอบสนองดีกับการอ้างอิงประวัติ บางคนอาจรู้สึกว่าถูกจับตาดูมากเกินไป ควรสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้าแต่ละคนและปรับความถี่หรือน้ำเสียงให้เหมาะสม

ถ้าลูกค้าเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับการซื้อครั้งก่อน ยังใช้เทคนิคนี้ได้ไหม

ควรหลีกเลี่ยงในกรณีนั้น เพราะการอ้างอิงประวัติที่มีปัญหาอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกแย่ซ้ำ ควรแก้ไขปัญหาเดิมให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยสร้างประวัติเชิงบวกใหม่ก่อนจะใช้เทคนิคนี้ในอนาคต

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง