← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ทุกปีเดือนนี้ยอดขายพุ่งแล้วก็ร่วงแรงพอกัน วางแผนรับความเสี่ยงจากดีมานด์ที่ขึ้นลงตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปีก่อน

ทีมบรรณาธิการ linli16 ก.ค. 15:50อัปเดต 16 ก.ค. 15:50อ่าน 1 นาที
ทุกปีเดือนนี้ยอดขายพุ่งแล้วก็ร่วงแรงพอกัน วางแผนรับความเสี่ยงจากดีมานด์ที่ขึ้นลงตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปีก่อน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ความเสี่ยงจากดีมานด์ตามฤดูกาลต่างจากวิกฤตฉับพลัน เพราะมันเกิดซ้ำทุกปีและมีข้อมูลให้เตรียมตัวล่วงหน้าได้ ธุรกิจที่ยังเจอปัญหาของขาดหรืองบจมซ้ำทุกปี ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะคาดเดาไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยเอาข้อมูลปีก่อนมาวางแผนล่วงหน้าจริงจัง

ร้านขายชุดว่ายน้ำออนไลน์แห่งหนึ่งเจอรูปแบบเดิมซ้ำมาสามปีติด คือยอดขายพุ่งแรงช่วงก่อนหน้าร้อนราวหกสัปดาห์ แล้วร่วงลงแรงพอกันทันทีที่เข้าสู่ช่วงฝน ทุกปีทีมจะยิงงบโฆษณาหนักตอนที่เห็นยอดขายพุ่งแล้ว ซึ่งเป็นการตามหลังดีมานด์ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่การเตรียมตัวล่วงหน้า ทำให้พลาดโอกาสในช่วงต้นของพีคซีซั่นไปทุกปี

ปัญหาที่ซ้ำเดิมทุกปีคือ ของในสต็อกมักไม่พอในช่วงต้นพีคเพราะสั่งผลิตช้าไปหนึ่งจังหวะ พอของมาพร้อมขายเต็มที่ กลับเข้าสู่ช่วงปลายพีคที่ดีมานด์เริ่มลดลงแล้ว และงบโฆษณาที่ทุ่มไปตอนปลายซีซั่นก็ได้ผลตอบแทนต่ำกว่าตอนต้นซีซั่นมาก

บทความนี้จะพูดถึงวิธีใช้ข้อมูลยอดขายและแชทของปีก่อนมาวางแผนล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงทั้งสองด้าน คือของขาดตอนพีค และงบจมตอนดีมานด์เริ่มซบเซาแล้วแต่ยังยิงแอดเต็มที่อยู่

ความต่างระหว่างดีมานด์ตามฤดูกาลกับวิกฤตฉับพลัน

วิกฤตอย่างบัญชีโฆษณาโดนระงับหรือของหมดกลางแคมเปญมักเกิดแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ดีมานด์ตามฤดูกาลต่างออกไป เพราะมันมีรูปแบบที่ซ้ำเดิมทุกปีและมีข้อมูลในอดีตให้อ้างอิงได้ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ ‘คาดเดาไม่ได้’ แต่อยู่ที่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่เคยเอาข้อมูลที่มีอยู่แล้วมาวางแผนล่วงหน้าอย่างจริงจัง

การรอดูยอดขายพุ่งขึ้นจริงแล้วค่อยตอบสนอง เท่ากับตามหลังดีมานด์ไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งจังหวะเสมอ ซึ่งต่างจากต้นทุนโฆษณาที่พุ่งแบบไม่มีสัญญาณเตือนตรงที่ในกรณีนี้สัญญาณมีอยู่แล้วในข้อมูลปีก่อน เพียงแต่ไม่มีใครหยิบมาใช้ก่อนถึงเวลาจริง

อ่านข้อมูลปีก่อนยังไงให้ได้แผนล่วงหน้าที่ใช้ได้จริง

  1. ย้อนดูว่ายอดแชททักเข้ามาเริ่มขยับขึ้นก่อนยอดขายจริงพุ่งกี่สัปดาห์ในปีที่ผ่านมา เพราะช่วงเวลานี้คือหน้าต่างที่ควรเริ่มเตรียมสต็อกและงบโฆษณาล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้ยอดขายพุ่งแล้วค่อยเริ่ม
  2. เทียบอัตราปิดการขายในช่วงต้นพีค กลางพีค และปลายพีคของปีก่อน เพราะบางธุรกิจอัตราปิดการขายช่วงต้นพีคสูงกว่าช่วงปลายพีคมาก การรู้แบบนี้ช่วยตัดสินใจได้ว่าควรทุ่มงบช่วงไหนมากกว่ากัน
  3. ประเมินว่าปีนี้มีปัจจัยอะไรต่างจากปีก่อนไหม เช่นคู่แข่งใหม่เข้าตลาด หรือสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป เพื่อปรับแผนจากข้อมูลปีก่อนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเก่าซ้ำแบบตรง ๆ ทั้งหมด

วางแผนรับความเสี่ยงสองด้านพร้อมกัน

ช่วงเวลาความเสี่ยงหลักสิ่งที่ควรเตรียม
ก่อนเข้าสู่พีคซีซั่นของไม่พอขายเพราะสั่งผลิตช้าไปสั่งสต็อกล่วงหน้าตามข้อมูลยอดขายปีก่อน ไม่รอดูยอดพุ่งก่อน
ช่วงกลางพีคซีซั่นงบโฆษณาพุ่งเพราะคู่แข่งแย่งพื้นที่พร้อมกันกำหนดเพดานต้นทุนที่ยอมรับได้ล่วงหน้า ไม่ตัดสินใจสดหน้างาน
ช่วงปลายพีคซีซั่นทุ่มงบต่อทั้งที่ดีมานด์เริ่มลดลงแล้วลดงบตามสัญญาณอัตราปิดการขายที่เริ่มตกจากข้อมูลปีก่อน
ช่วงนอกฤดูกาลงบจมกับแคมเปญที่ผลตอบแทนต่ำเปลี่ยนโฟกัสไปสร้างฐานลูกค้าหรือคอนเทนต์ระยะยาวแทน

ระวังการวางแผนเกินจริงจนพลาดโอกาสใหม่

ข้อควรระวังคือการยึดข้อมูลปีก่อนแน่นเกินไปจนมองข้ามสัญญาณใหม่ที่ต่างจากเดิม เช่นถ้าปีนี้แชททักเข้ามาเร็วกว่าปีก่อนอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น แต่ทีมยังยึดตารางเวลาเดิมเพราะเคยได้ผลปีที่แล้ว อาจพลาดจังหวะเตรียมสต็อกและงบให้ทันอีกครั้ง

แนวทางที่สมดุลคือใช้ข้อมูลปีก่อนเป็นกรอบตั้งต้น แล้วปรับตามสัญญาณจริงที่เห็นในแต่ละสัปดาห์ ไม่ใช่ยึดตารางเวลาเก่าแบบตายตัวโดยไม่ดูสถานการณ์ปัจจุบันประกอบเลย

สรุป

ดีมานด์ตามฤดูกาลเป็นความเสี่ยงที่ต่างจากวิกฤตฉับพลัน เพราะมันเกิดซ้ำทุกปีและมีข้อมูลให้เตรียมตัวล่วงหน้าได้จริง ธุรกิจที่ยังเจอปัญหาซ้ำทุกปีส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะคาดเดาไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยหยิบข้อมูลที่มีมาใช้ก่อนถึงเวลาจริง

การวางแผนล่วงหน้าด้วยข้อมูลปีก่อน ไม่ได้แปลว่าจะแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วกว่าและพลาดโอกาสน้อยกว่าการรอดูยอดขายพุ่งขึ้นจริงแล้วค่อยตอบสนอง

  • ดีมานด์ตามฤดูกาลมีสัญญาณจากข้อมูลปีก่อนให้ใช้วางแผนล่วงหน้าได้ ไม่ต้องรอดูยอดขายพุ่งก่อน
  • เตรียมสต็อกและงบโฆษณาตามจังหวะที่แชทเริ่มขยับ ไม่ใช่ตามจังหวะที่ยอดขายพุ่งแล้ว
  • ใช้ข้อมูลปีก่อนเป็นกรอบตั้งต้น แล้วปรับตามสัญญาณจริงของปีนี้ ไม่ยึดตารางเวลาเก่าแบบตายตัว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าเพิ่งเริ่มธุรกิจไม่มีข้อมูลปีก่อน ควรวางแผนความเสี่ยงตามฤดูกาลยังไง

ให้เริ่มจากข้อมูลอุตสาหกรรมทั่วไปหรือสอบถามคนในวงการเดียวกัน แล้วเก็บข้อมูลของตัวเองอย่างละเอียดในปีแรกเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการวางแผนปีถัดไป

ควรเริ่มเตรียมสต็อกล่วงหน้ากี่สัปดาห์ก่อนพีคซีซั่น

ขึ้นอยู่กับระยะเวลาผลิตหรือนำเข้าสินค้าของแต่ละธุรกิจ ควรย้อนดูว่าปีก่อนยอดแชทเริ่มขยับก่อนยอดขายจริงกี่สัปดาห์ แล้วเผื่อเวลาผลิตเพิ่มเข้าไปจากจุดนั้น

ทำไมอัตราปิดการขายช่วงต้นพีคถึงมักสูงกว่าช่วงปลายพีค

เพราะช่วงต้นพีคมักเป็นลูกค้าที่ตั้งใจซื้อจริงและรอสินค้ามานาน ส่วนช่วงปลายพีคมักมีลูกค้าที่ยังลังเลปนมากขึ้น ทำให้อัตราปิดการขายโดยเฉลี่ยต่ำกว่า แต่ก็ไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับทุกธุรกิจ

ควรทำอะไรช่วงนอกฤดูกาลแทนการยิงแอดเต็มที่

ควรเปลี่ยนโฟกัสไปที่การสร้างฐานลูกค้าใหม่ด้วยงบที่น้อยลง หรือทำคอนเทนต์ที่ช่วยสร้างความเชื่อใจระยะยาว แทนการทุ่มงบขายเต็มที่ในช่วงที่ดีมานด์ต่ำ

ถ้าปีนี้สัญญาณต่างจากปีก่อนมาก ควรทิ้งแผนเดิมเลยไหม

ไม่ควรทิ้งทั้งหมด ให้ใช้แผนเดิมเป็นกรอบตั้งต้นแล้วปรับตามสัญญาณจริงที่เห็น เพราะข้อมูลปีก่อนยังมีประโยชน์ในการเทียบเคียง แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปบ้างก็ตาม

มีระบบไหนช่วยเทียบยอดแชทและยอดขายปีต่อปีให้เห็นภาพง่ายขึ้นไหม

ระบบอย่าง linli ที่เก็บประวัติแชทและยอดขายที่ผูกกับแคมเปญไว้ต่อเนื่องในระบบเดียว ช่วยให้เทียบข้อมูลปีต่อปีได้ง่ายกว่าการไล่เปิดไฟล์เก่าหลายแหล่งมาเทียบเอง

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

บาทอ่อนค่าคืนเดียว ทำไมค่าแอดที่จ่ายเป็นดอลลาร์ถึงแพงขึ้นทั้งที่ตัวเลขในระบบดูเหมือนเดิม

บาทอ่อนค่าคืนเดียว ทำไมค่าแอดที่จ่ายเป็นดอลลาร์ถึงแพงขึ้นทั้งที่ตัวเลขในระบบดูเหมือนเดิม

ร้านที่จ่ายค่าโฆษณาเป็นดอลลาร์ อาจไม่ทันสังเกตว่าต้นทุนจริงเป็นเงินบาทเปลี่ยนไปเท่าไหร่เมื่อค่าเงินผันผวนแรง วางแนวทางประเมินความเสี่ยงนี้ในงบประมาณ
จะขอบลงทุนเครื่องมือ AI ช่วยแชทขาย CMO ต้องตอบคำถามอะไรก่อนบอร์ดจะอนุมัติ

จะขอบลงทุนเครื่องมือ AI ช่วยแชทขาย CMO ต้องตอบคำถามอะไรก่อนบอร์ดจะอนุมัติ

การขอของบซื้อเครื่องมือ AI ช่วยแชทขายมักถูกบอร์ดถามกลับว่าคุ้มกว่าจ้างคนไหม บทความนี้ชวนวางกรอบตอบคำถามฝั่งต้นทุนและผลตอบแทนให้ชัดก่อนเสนอของบ
จ่ายค่าแอดไปเท่าไหร่กว่าจะได้ลูกค้าส่งออกรายแรก สูตรคิด CAC ที่ CFO อยากเห็น

จ่ายค่าแอดไปเท่าไหร่กว่าจะได้ลูกค้าส่งออกรายแรก สูตรคิด CAC ที่ CFO อยากเห็น

ก่อนขออนุมัติงบแอดเพิ่มสำหรับตลาดส่งออกใหม่ ฝ่ายการเงินมักอยากเห็นตัวเลขต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ที่ชัดเจน บทความนี้ชวนคำนวณ CAC สำหรับดีลส่งออกข้ามแดนแบบตรงไปตรงมา