← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

คีย์เวิร์ดคำไหนบอกว่าคนพร้อมจ่ายก่อนทักเข้า LINE

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 03:39อัปเดต 01 พ.ย. 09:26อ่าน 1 นาที
คีย์เวิร์ดคำไหนบอกว่าคนพร้อมจ่ายก่อนทักเข้า LINE
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Purchase Intent คือระดับความพร้อมซื้อที่ซ่อนอยู่ในคำค้น คำอย่าง ‘ราคา’ ‘สั่งซื้อ’ ‘ที่ไหนดี’ พาคนใกล้จ่ายเข้ามา ส่วนคำอย่าง ‘คืออะไร’ ‘วิธี’ พาคนที่เพิ่งเริ่มสนใจ การจัดระดับคำตามความพร้อมซื้อทำให้คุณรู้ว่าควรเทงบและตอบแชทแต่ละกลุ่มต่างกันยังไง

ทุกคำค้นมี ‘อารมณ์’ ของมัน คนที่พิมพ์ ‘เครื่องฟอกอากาศราคา’ กับคนที่พิมพ์ ‘เครื่องฟอกอากาศคืออะไร’ อยู่กันคนละโลกในหัว คนแรกกำลังจะควักเงิน คนหลังเพิ่งเริ่มสงสัย แต่เวลาซื้อแอดหรือทำ SEO หลายร้านเหมารวมทั้งสองคำเป็นก้อนเดียว แล้วงงว่าทำไมยอดทักเยอะแต่ปิดไม่ได้

การวัด Purchase Intent คือการอ่านให้ออกว่าแต่ละคำพาคนที่ ‘พร้อมแค่ไหน’ เข้ามา แล้วปฏิบัติกับเขาให้ต่างกัน ไม่ใช่แค่เพื่อประหยัดงบแอด แต่เพื่อให้แอดมินตอบแชทได้ตรงจังหวะ เพราะคนพร้อมจ่ายกับคนหาข้อมูลต้องการคำตอบคนละแบบ

บทความนี้ผมจะแบ่งคำค้นออกเป็นระดับความพร้อมซื้อ พร้อมสัญญาณที่ดูออกได้ด้วยตาเปล่า และวิธีเอาไปวางงบกับสคริปต์แชทให้เข้ากับใจคนแต่ละกลุ่ม

บันไดความพร้อมซื้อ 3 ขั้น

ผมชอบมองคำค้นเป็นบันไดสามขั้น ขั้นล่างสุดคือคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีปัญหา ขั้นกลางคือคนที่กำลังเปรียบเทียบตัวเลือก และขั้นบนสุดคือคนที่เลือกได้แล้วเหลือแค่ตัดสินใจว่าจะซื้อกับใคร

คนขั้นล่างมักใช้คำแนว ‘คืออะไร’ ‘ทำไม’ ‘วิธีแก้’ เขายังไม่ได้คิดถึงยี่ห้อด้วยซ้ำ ถ้าคุณเอาโปรไปยัดตอนนี้ เขาจะรู้สึกโดนขายเร็วไป คนขั้นกลางเริ่มใช้คำแนว ‘ยี่ห้อไหนดี’ ‘เทียบ’ ‘รีวิว’ เขากำลังชั่งน้ำหนัก ส่วนคนขั้นบนใช้คำแนว ‘ราคา’ ‘สั่งซื้อ’ ‘ร้านไหน’ ‘โปรโมชั่น’ นิ้วเขาจ่อจ่ายแล้ว

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ คนขั้นบนมีจำนวนน้อยกว่าขั้นล่างเสมอ แต่คุณภาพต่อคนสูงกว่ามาก ถ้างบจำกัดให้เริ่มเก็บคนขั้นบนก่อน เพราะเปลี่ยนเป็นยอดได้เร็ว แล้วค่อยขยับลงไปหว่านขั้นล่างเพื่อสร้างฐานระยะยาว

สัญญาณในคำที่บอกว่าเขาพร้อมแค่ไหน

คุณไม่ต้องมีเครื่องมือแพงก็อ่านความพร้อมซื้อจากคำได้ ให้มองหาคำบ่งชี้บางตัวที่ซ่อนอยู่ มันเหมือนเบาะแสที่บอกว่าคนคนนี้อยู่บันไดขั้นไหน

  • คำที่มีราคา/ตัวเงิน: ‘ราคา’ ‘กี่บาท’ ‘ผ่อน’ ‘โปร’ พวกนี้แปลว่าเขากำลังคิดเรื่องจ่ายแล้ว ถือเป็นสัญญาณพร้อมซื้อที่ชัดที่สุด
  • คำเจาะจงรุ่น/สเปก: พอคนค้นชื่อรุ่นเป๊ะ ๆ แปลว่าเขาผ่านขั้นเปรียบเทียบมาแล้ว เหลือแค่หาที่ซื้อ
  • คำสถานที่/ความเร่งด่วน: ‘ใกล้ฉัน’ ‘ส่งด่วน’ ‘วันนี้’ บอกว่าเขาอยากได้เร็ว ความพร้อมสูง
  • คำถามกว้าง: ‘คืออะไร’ ‘ดีไหม’ ‘วิธี’ ยังอยู่โหมดหาข้อมูล ต้องฟูมฟักก่อน อย่ารีบปิด นี่คือคนที่เหมาะกับการดักด้วยคอนเทนต์ให้ความรู้ที่ค่อย ๆ พาเข้า LINE

แปลงระดับ Intent เป็นการวางงบและสคริปต์

พอจัดระดับคำได้แล้ว ขั้นต่อไปคือแปลงมันเป็นการกระทำจริง ทั้งเรื่องเทงบแอดและเรื่องแอดมินตอบแชท ตารางนี้คือแนวที่ผมใช้เป็นจุดตั้งต้น แล้วปรับตามสินค้า

ระดับ Intentตัวอย่างคำแอดมินควรตอบยังไง
สูง (พร้อมจ่าย)ราคา / สั่งซื้อ / ส่งด่วนบอกราคาตรง เร่งปิดในจังหวะ
กลาง (กำลังเลือก)รีวิว / ยี่ห้อไหนดีส่งหลักฐาน เทียบให้ชัด
ต่ำ (เพิ่งสนใจ)คืออะไร / วิธีให้ความรู้ เก็บไว้ฟูมฟักต่อ

อย่าเชื่อป้ายกำกับ Intent จนกว่าจะเห็นยอดจริง

บันไดข้างบนเป็นกรอบตั้งต้นที่ดี แต่สินค้าแต่ละอย่างมีนิสัยของมัน บางธุรกิจคำที่ดู intent ต่ำกลับปิดได้ดี เพราะคนกลุ่มนั้นพอได้ข้อมูลครบก็ตัดสินใจไว วิธีเดียวที่จะรู้แน่คือวัดถึงยอด ไม่ใช่หยุดที่ยอดทัก

ให้ลองผูกยอดที่ปิดในแชทกลับไปที่กลุ่มคำต้นทาง แล้วดูจริงว่าคำระดับไหนได้คนที่โอน คำบางคำที่คุณคิดว่า intent สูงอาจได้แค่คนถามราคาแล้วหาย ส่วนคำที่ดูธรรมดากลับพาคนที่จ่ายเงินเข้ามา ข้อมูลตรงนี้จะแก้ความเชื่อผิดของคุณเอง

เมื่อทำแบบนี้ไปสักพัก คุณจะเลิกเดา แล้วเริ่มจัดระดับคำจากพฤติกรรมจริงของลูกค้าคุณเอง ซึ่งแม่นกว่าทฤษฎีสำเร็จรูปจากที่ไหนก็ตาม เพราะมันมาจากตลาดของคุณโดยตรง

สรุป

ทุกคำค้นซ่อนระดับความพร้อมซื้อไว้ในตัว การอ่านออกว่าคำไหนพาคนขั้นไหนเข้ามา ทำให้คุณวางงบแอดและสคริปต์แชทได้ตรงกับใจคนแต่ละกลุ่ม แทนที่จะเหมารวมทุกคนแล้วตอบแบบเดียวจนพลาดทั้งคนพร้อมจ่ายและคนที่ยังต้องฟูมฟัก

แต่กรอบทฤษฎีเป็นแค่จุดตั้งต้น ให้เอายอดที่ปิดจริงมาชี้ขาดว่าคำระดับไหนทำเงินในธุรกิจของคุณ เมื่อทำจนคุ้นมือ คุณจะจัดระดับคำจากพฤติกรรมจริงได้แม่นกว่าตำราเล่มไหน

  • จัดคำเป็น 3 ขั้น: เพิ่งสนใจ / กำลังเลือก / พร้อมจ่าย
  • คำที่มีเงิน สเปก และความเร่งด่วน = สัญญาณพร้อมซื้อ
  • พิสูจน์ป้าย Intent ด้วยยอดปิดจริง ไม่ได้มีแค่ยอดทัก

คำถามที่พบบ่อย

คำที่ intent สูงมีคนค้นน้อย จะคุ้มเหรอ

คุ้มในแง่คุณภาพ เพราะคำเหล่านี้พาคนที่ใกล้จ่ายเข้ามา ต้นทุนต่อยอดขายมักต่ำกว่าคำกว้างที่คนค้นเยอะแต่ส่วนใหญ่แค่หาข้อมูล ถ้างบจำกัดให้เริ่มเก็บคำ intent สูงก่อน

จะแยกคำ intent กลางกับสูงยังไงให้ชัด

ดูที่คำบ่งชี้เรื่องเงินและความเจาะจง ถ้ามีคำว่าราคา ผ่อน ชื่อรุ่นเป๊ะ ๆ หรือความเร่งด่วน มักเป็นขั้นสูง ถ้ายังเป็นการเปรียบเทียบหรือหารีวิว มักเป็นขั้นกลางที่ต้องให้หลักฐานก่อน

ควรทิ้งคำ intent ต่ำไปเลยไหมถ้างบน้อย

อย่าทิ้งถาวร แค่เลื่อนความสำคัญลง คำ intent ต่ำคือฐานลูกค้าในอนาคต เหมาะกับคอนเทนต์ให้ความรู้ที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วเก็บผลระยะยาว พอกระแสเงินหมุนดีขึ้นค่อยกลับมาลงทุนกับกลุ่มนี้

แอดมินจำเป็นต้องรู้ว่าลูกค้ามาจากคำ intent ระดับไหนไหม

ช่วยได้มาก เพราะรู้ว่าคนพร้อมจ่ายจะได้ตอบเร็วและตรง ส่วนคนหาข้อมูลจะได้ไม่รีบยัดขาย ถ้าระบบส่งข้อมูลที่มาของแต่ละแชทมาให้แอดมินเห็น การเลือกสคริปต์ก็ตรงจังหวะขึ้น

Purchase Intent เปลี่ยนไปตามเวลาไหม

เปลี่ยนได้ คนที่วันนี้แค่หาข้อมูลอาจกลับมาในอีกสองสัปดาห์ด้วยคำที่พร้อมซื้อขึ้น เพราะเขาผ่านขั้นเปรียบเทียบมาแล้ว การฟูมฟักคนขั้นต่ำจึงไม่ใช่การเสียเปล่า แต่เป็นการปูทางให้เขากลับมาในขั้นที่สูงขึ้น

ต้องใช้เครื่องมืออะไรวัด Purchase Intent

เริ่มด้วยตาเปล่ากับตรรกะเรื่องคำบ่งชี้ก็พอ ที่สำคัญกว่าเครื่องมือคือการผูกยอดปิดจริงกลับไปที่คำต้นทาง เพื่อพิสูจน์ว่าป้ายกำกับ intent ที่คุณตั้งไว้ตรงกับพฤติกรรมจริงหรือเปล่า

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

คนคีย์เวิร์ด ‘พร้อมจ่าย’ ทักเข้า LINE แล้ว ระบบแจ้งเตือนต้องไวแค่ไหน

คนคีย์เวิร์ด ‘พร้อมจ่าย’ ทักเข้า LINE แล้ว ระบบแจ้งเตือนต้องไวแค่ไหน

คนที่ทักจากคีย์เวิร์ดพร้อมจ่ายมีเวลาความอยากสั้น ตอบช้าไปสิบนาทีอาจเสียยอด บทความนี้เล่าวิธีตั้งระบบแจ้งเตือนให้แอดมินรู้ทันทีเมื่อ ‘คนร้อน’ ทักเข้ามา เพื่อให้จับจังหวะที่ความอยากยังพุ่งอยู่
เส้นทางลูกค้าจริง ค้น Google อ่านรีวิว ทัก LINE แล้วโอนเงิน

เส้นทางลูกค้าจริง ค้น Google อ่านรีวิว ทัก LINE แล้วโอนเงิน

เส้นทางลูกค้าไม่ได้ตรงจากโฆษณาไปยอดขาย แต่วนผ่านการค้น อ่านรีวิว และลังเลหลายรอบก่อนทัก LINE บทความนี้ถอดเส้นทางจริงทีละจุด พร้อมชี้ว่าแต่ละช่วงลูกค้าคิดอะไรและคุณควรวางอะไรดักไว้
ฝังลิงก์ LINE ใน Description พอดแคสต์ ดักคนฟังตอนขับรถให้ทักกลับมา

ฝังลิงก์ LINE ใน Description พอดแคสต์ ดักคนฟังตอนขับรถให้ทักกลับมา

คนฟังพอดแคสต์ตอนขับรถกดลิงก์ไม่ได้ทันที บทความนี้เล่าจากหน้างานว่าจะวาง LINE ใน Description และพูดในตอนยังไงให้เขากลับมาทักหลังจอดรถ พร้อมวิธีวัดว่าตอนไหนพาคนเข้าจริง