เจ้าของธุรกิจเริ่มสงสัยตัวเลขที่เอเจนซี่ส่งมาทุกเดือน ควรถามอะไรก่อนตัดสินใจเชื่อหรือเลิกจ้าง

สรุปสั้น ๆ
ก่อนตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือเลิกจ้างเอเจนซี่จากตัวเลขที่ดูน่าสงสัย เจ้าของธุรกิจควรถามคำถามที่แยกได้ว่าปัญหามาจาก 'วิธีวัดผล' หรือ 'ฝีมือการทำแคมเปญ' เพราะสองอย่างนี้แก้ด้วยวิธีต่างกันคนละเรื่องเลย และการเปลี่ยนเอเจนซี่โดยไม่รู้ต้นตอ มักไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย
เจ้าของร้านอุปกรณ์กีฬาแห่งหนึ่งโทรมาปรึกษาผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด บอกว่าจ้างเอเจนซี่มาสามเดือน รายงานบอกว่ายอดทักแชทเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดขายจริงในร้านกลับเท่าเดิมหรือแย่ลงด้วยซ้ำ เขาเริ่มคิดว่าเอเจนซี่รายนี้อาจจะปั้นตัวเลขหลอกเขาไปเรื่อย ๆ
ผมถามกลับไปว่า 'ตอนนี้พี่รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวิธีที่เอเจนซี่นับตัวเลข' เขาตอบไม่ได้เลยสักข้อ ไม่รู้ว่าตัวเลขที่ได้มาจากไหน นับยังไง และไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าทำไมยอดแชทถึงเพิ่มแต่ยอดขายไม่ขยับ นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเอเจนซี่โกงแน่นอน แต่คือเจ้าของธุรกิจไม่มีเครื่องมือตั้งคำถามที่ถูกจุด
บทความนี้เขียนขึ้นมาจากมุมของเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ ไม่ใช่มุมของคนทำการตลาด เพื่อให้มีชุดคำถามที่ใช้ถามเอเจนซี่ได้ทันทีในการประชุมครั้งหน้า โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคลึกก็ถามได้
คำถามแรก: ตัวเลขที่ส่งมา นับจากอะไรกันแน่
ก่อนจะเถียงว่าตัวเลขดีหรือแย่ ต้องรู้ก่อนว่าตัวเลขนั้นวัดอะไร คำถามที่ควรถามตรง ๆ คือ 'ตัวเลข 180 ที่บอกว่าทักแชทเพิ่มขึ้น นับจากอะไร นับทุกคนที่กดปุ่มแอดเพื่อน หรือนับเฉพาะคนที่คุยจนได้ข้อมูลติดต่อ' ถ้าเอเจนซี่ตอบคำถามนี้ได้ชัดเจนและตรงไปตรงมา นั่นเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าตอบอ้อมแอ้มหรือเปลี่ยนเรื่อง ควรตั้งข้อสงสัยต่อ
เจ้าของธุรกิจหลายคนไม่กล้าถามคำถามนี้เพราะกลัวดูเหมือนไม่เข้าใจเรื่องเทคนิค แต่จริง ๆ แล้วนี่คือคำถามพื้นฐานที่สุดที่ทุกคนควรถามได้ ไม่ว่าจะมีพื้นฐานด้านการตลาดหรือไม่ก็ตาม
คำถามที่สอง: ทำไมยอดแชทเพิ่มแต่ยอดขายไม่ขยับตาม
นี่คือคำถามที่เจาะไปที่หัวใจของปัญหาจริง เพราะยอดแชทที่เพิ่มขึ้นควรนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ถ้าไม่เป็นแบบนั้น มีความเป็นไปได้สองทาง คือแชทที่เข้ามาเป็นลูกค้าคุณภาพต่ำที่ไม่ตั้งใจซื้อจริง หรือกระบวนการปิดการขายหลังแชทมีปัญหา เช่น แอดมินตอบช้า หรือราคาที่เสนอไม่ตรงกับที่ลูกค้าคาดหวัง
ให้ขอให้เอเจนซี่อธิบายว่าเขาคิดว่าสาเหตุคืออะไรระหว่างสองทางนี้ และมีข้อมูลอะไรรองรับคำอธิบายนั้นบ้าง ถ้าคำตอบคือ 'ไม่แน่ใจ ต้องลองปรับดูก่อน' โดยไม่มีสมมติฐานที่ชัดเจนเลย นั่นแปลว่าเอเจนซี่อาจจะยังไม่ได้เจาะลึกปัญหาจริง ๆ
คำถามที่สาม: เดือนนี้เปลี่ยนอะไรจากเดือนก่อนบ้าง
- เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ถ้าเปลี่ยน เปลี่ยนเพราะอะไร
- เปลี่ยนครีเอทีฟหรือข้อความโฆษณาหรือไม่
- ปรับงบเพิ่มหรือลดจากเดือนก่อนกี่เปอร์เซ็นต์
- มีเหตุการณ์ภายนอกที่กระทบ เช่น คู่แข่งเปิดโปรโมชั่น หรือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจหรือไม่
คำถามที่สี่: ขอเข้าถึงข้อมูลดิบได้ไหม ไม่ใช่แค่สรุปผล
รายงานสรุปที่เอเจนซี่ส่งมาทุกเดือนมักผ่านการปรุงแต่งให้ดูดีในระดับหนึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจบริการ แต่เจ้าของธุรกิจมีสิทธิ์ขอเข้าถึงข้อมูลดิบเบื้องหลัง เช่น สิทธิ์ดูแดชบอร์ดโฆษณาโดยตรง หรือรายชื่อแชทที่นับเป็นคอนเวอร์ชั่นในเดือนนั้น เพื่อสุ่มตรวจเองได้บ้าง
ถ้าเอเจนซี่ปฏิเสธการให้เข้าถึงข้อมูลดิบโดยไม่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยข้อมูลที่สมเหตุสมผลรองรับ ควรตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่อยากให้เจ้าของธุรกิจเห็นข้อมูลต้นทาง เอเจนซี่ที่ดีมักมีแดชบอร์ดรายงานที่เปิดให้ลูกค้าเข้าดูได้เองอยู่แล้วเป็นมาตรฐานการทำงาน
| สัญญาณจากเอเจนซี่ | ควรตีความว่าอย่างไร |
|---|---|
| ตอบคำถามการนับตัวเลขได้ชัดเจนทันที | มีความเข้าใจระบบวัดผลของตัวเองดี น่าเชื่อถือ |
| ให้เข้าถึงแดชบอร์ดดิบได้เต็มที่ | มั่นใจในตัวเลขที่รายงาน ไม่มีอะไรต้องซ่อน |
| อธิบายอ้อมแอ้มเมื่อถูกถามเรื่องช่องว่างยอดขาย | ควรขอคำอธิบายเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าเป็นฝีมือหรือระบบ |
| ปฏิเสธการให้ดูข้อมูลดิบซ้ำ ๆ | เป็นสัญญาณเตือนที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง |
ก่อนโทษเอเจนซี่ เจ้าของธุรกิจควรตรวจฝั่งตัวเองด้วยเช่นกัน
หลายครั้งปัญหาที่ยอดแชทเพิ่มแต่ยอดขายไม่ขยับ ไม่ได้เกิดจากเอเจนซี่เลยแม้แต่น้อย แต่เกิดจากฝั่งภายในธุรกิจเอง เช่น แอดมินตอบแชทช้าเกินไปจนลูกค้าเปลี่ยนใจ ราคาสินค้าที่แจ้งในแชทไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ หรือสินค้าที่โปรโมทหมดสต๊อกบ่อยจนลูกค้าผิดหวัง
การตรวจสอบฝั่งตัวเองก่อนควรทำคู่ขนานไปกับการถามเอเจนซี่ เพราะถ้าปัญหาจริง ๆ อยู่ที่การตอบแชทช้า การเปลี่ยนเอเจนซี่ใหม่ก็จะเจอปัญหาเดิมซ้ำอีกโดยเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยเปล่าประโยชน์ การขอให้เอเจนซี่ทำรายงานแบบเห็นภาพรวมทั้งฟันเนลตั้งแต่คลิกโฆษณาจนถึงปิดการขาย จะช่วยให้เห็นชัดว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงจุดไหนของเส้นทาง
สัญญาณไหนที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนเอเจนซี่จริง ๆ
หลังถามคำถามทั้งหมดข้างต้นแล้ว ถ้าพบว่าเอเจนซี่ไม่สามารถอธิบายวิธีนับตัวเลขได้อย่างสมเหตุสมผล ปฏิเสธการให้เข้าถึงข้อมูลดิบซ้ำ ๆ โดยไม่มีเหตุผล และไม่มีการปรับกลยุทธ์ใด ๆ เลยแม้ตัวเลขจะแย่ลงต่อเนื่องหลายเดือน นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนพอจะพิจารณาเปลี่ยนเอเจนซี่
แต่ถ้าเอเจนซี่ตอบคำถามได้อย่างมีเหตุผล ยอมรับข้อจำกัด และเสนอแผนปรับปรุงที่ชัดเจนเมื่อเจอปัญหา นั่นคือคุณสมบัติของเอเจนซี่ที่ควรให้โอกาสทำงานต่อ เพราะไม่มีแคมเปญไหนที่ราบรื่นตลอดโดยไม่มีช่วงที่ต้องปรับตัว
ตัวอย่างสองเคสจริงที่จบต่างกัน เพราะคำตอบของเอเจนซี่ต่างกัน
เคสแรกคือร้านขายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง เจ้าของถามเอเจนซี่ตรง ๆ ว่าทำไมยอดแชทเพิ่มแต่ยอดขายไม่ขึ้น เอเจนซี่ตอบทันทีว่าได้สังเกตเห็นเหมือนกัน และพบว่าสาเหตุคือช่วงนั้นสินค้าขายดีสองรุ่นหมดสต๊อกพอดี ทำให้ลูกค้าที่ทักมาถามแล้วไม่ได้ซื้อ พร้อมแนบข้อมูลสนับสนุนเป็นรายชื่อสินค้าที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดในเดือนนั้น เจ้าของร้านเห็นข้อมูลแล้วเข้าใจทันทีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เอเจนซี่ และให้ทำงานต่อ
เคสที่สองคือร้านขายอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง เมื่อเจ้าของถามคำถามเดียวกัน เอเจนซี่ตอบว่า 'ตลาดช่วงนี้แข่งขันสูง คู่แข่งเยอะ' โดยไม่มีข้อมูลอะไรรองรับเลย และเมื่อขอดูแดชบอร์ดดิบ เอเจนซี่อ้างว่าระบบขัดข้องชั่วคราวติดต่อกันสามครั้งในสามสัปดาห์ที่ขอดู สุดท้ายเจ้าของร้านตัดสินใจเปลี่ยนเอเจนซี่ และพบว่าเอเจนซี่ใหม่สามารถอธิบายปัญหาเดิมได้ภายในสัปดาห์แรกด้วยข้อมูลที่ชัดเจนกว่ามาก
ความต่างระหว่างสองเคสนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขยอดขายที่แย่ลงเหมือนกัน แต่อยู่ที่ความสามารถและความเต็มใจของเอเจนซี่ในการอธิบายด้วยข้อมูลจริง ซึ่งเป็นสัญญาณที่เจ้าของธุรกิจใช้ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าการดูแค่ตัวเลขยอดขายเพียงอย่างเดียว จดบันทึกคำตอบของเอเจนซี่ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้นไว้เป็นประวัติ จะช่วยให้เห็นแพทเทิร์นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ถ้าเจ้าของธุรกิจไม่มั่นใจว่าจะประเมินคำตอบของเอเจนซี่อย่างไร การใช้รายการตรวจสอบมาตรฐานตอนเริ่มงานกับเอเจนซี่ใหม่เป็นแนวทางตั้งต้นก็ช่วยได้มาก
สรุป
การสงสัยตัวเลขที่เอเจนซี่ส่งมาเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำเป็นปกติ ไม่ใช่รอจนรู้สึกผิดปกติมาก ๆ แล้วค่อยเริ่มถาม เพราะการถามคำถามพื้นฐานเป็นประจำช่วยสร้างวินัยการทำงานร่วมกันที่โปร่งใสตั้งแต่ต้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกให้ออกว่าปัญหาที่เจอมาจากวิธีวัดผล ฝีมือของเอเจนซี่ หรือกระบวนการภายในธุรกิจเอง เพราะแต่ละสาเหตุต้องแก้ด้วยวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง การเปลี่ยนเอเจนซี่ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ที่การตอบแชทช้าภายในร้าน จะทำให้ปัญหาเดิมย้อนกลับมาซ้ำอีกไม่ว่าจ้างใครก็ตาม
- ถามให้ชัดว่าตัวเลขที่รายงานนับจากจุดไหนในเส้นทางลูกค้า ก่อนตัดสินว่าดีหรือแย่
- ขอเข้าถึงข้อมูลดิบเพื่อสุ่มตรวจเองเป็นระยะ ไม่ใช่เชื่อแค่รายงานสรุป
- ตรวจสอบกระบวนการภายในธุรกิจตัวเองคู่ขนานไปกับการตั้งคำถามกับเอเจนซี่เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ควรถามคำถามพวกนี้บ่อยแค่ไหน ทุกเดือนหรือแค่ตอนสงสัย
ควรมีการรีวิวตัวเลขและถามคำถามพื้นฐานเหล่านี้ทุกเดือนเป็นกิจวัตร ไม่ใช่แค่ตอนสงสัยแล้วเท่านั้น เพราะการติดตามสม่ำเสมอช่วยจับปัญหาได้เร็วกว่าการรอจนตัวเลขแย่มากแล้วค่อยถาม
ถ้าไม่มีความรู้ด้านการตลาดเลย จะประเมินคำตอบของเอเจนซี่ได้อย่างไร
ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึก แค่สังเกตว่าคำตอบมีเหตุผลรองรับชัดเจนหรือคลุมเครือ และเอเจนซี่เต็มใจอธิบายซ้ำด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายหรือหลีกเลี่ยงคำถามหรือไม่
การขอเข้าถึงข้อมูลดิบเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ไหม
เป็นเรื่องปกติมาก ธุรกิจส่วนใหญ่ที่จ้างเอเจนซี่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโฆษณาของตัวเองอยู่แล้วในฐานะเจ้าของบัญชี การขอดูข้อมูลไม่ใช่การไม่ไว้ใจ แต่เป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของเจ้าของธุรกิจ
ยอดแชทเพิ่มแต่ยอดขายไม่เพิ่ม เป็นความผิดของเอเจนซี่เสมอไปไหม
ไม่เสมอไป บ่อยครั้งปัญหาอยู่ที่กระบวนการปิดการขายภายในธุรกิจเอง เช่น การตอบแชทช้าหรือสต๊อกสินค้าไม่พร้อม ควรตรวจสอบทั้งสองฝั่งก่อนสรุป
ควรให้เวลาเอเจนซี่ใหม่ปรับตัวนานแค่ไหนก่อนตัดสินผลงาน
โดยทั่วไปควรให้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนแรกในการเก็บข้อมูลและปรับจูนแคมเปญ ก่อนตัดสินผลงานจริงจัง เพราะช่วงแรกมักเป็นช่วงทดลองหาสูตรที่เหมาะกับธุรกิจนั้น ๆ
มีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนถามเอเจนซี่ไหม
ลองเปรียบเทียบยอดขายจริงในบัญชีกับยอดแชทที่รายงานมาในช่วงเวลาเดียวกันด้วยตัวเองก่อน ถ้าเห็นความคลาดเคลื่อนชัดเจน จะช่วยให้ตั้งคำถามกับเอเจนซี่ได้ตรงจุดมากขึ้น
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน
สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วันบทความที่เกี่ยวข้อง

ROAS ภาพรวมของร้านดูดีมาก แต่บาง SKU ขาดทุนแบบไม่มีใครรู้ วิธีตรวจ ROAS ระดับสินค้าก่อนเพิ่มงบ

แคมเปญร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ยอดทักไลน์เพิ่มขึ้นจริงหรือแค่กระแสช่วงนั้น วิธีตรวจก่อนตัดสินใจร่วมงานซ้ำ
