← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

แคมเปญร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ยอดทักไลน์เพิ่มขึ้นจริงหรือแค่กระแสช่วงนั้น วิธีตรวจก่อนตัดสินใจร่วมงานซ้ำ

ทีมบรรณาธิการ linli07 ก.ย. 07:43อัปเดต 07 ก.ย. 07:43อ่าน 1 นาที
แคมเปญร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ยอดทักไลน์เพิ่มขึ้นจริงหรือแค่กระแสช่วงนั้น วิธีตรวจก่อนตัดสินใจร่วมงานซ้ำ
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ยอดทักไลน์ที่พุ่งขึ้นหลังแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ มักมาจากสามแหล่งปนกัน คือคนที่คลิกลิงก์จากโพสต์อินฟลูเอนเซอร์ตรง ๆ คนที่ค้นหาชื่อร้านเองหลังเห็นรีวิวแล้วมาทักไลน์แบบ organic และคนที่มาจากแอดที่ยิงคู่กันในช่วงเวลาเดียวกัน ถ้าไม่แยกสามแหล่งนี้ออกจากกัน จะประเมินความคุ้มค่าของการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นผิดพลาดได้ง่าย

ร้านขายอาหารเสริมแห่งหนึ่งจ้างอินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้าพร้อมยิงแอดบูสต์โพสต์คู่กันในช่วงเวลาเดียวกัน หลังโพสต์ปล่อยออกไปสามวัน ยอดทักไลน์พุ่งจาก 20 รายต่อวันเป็น 140 รายต่อวัน ทีมการตลาดรีบสรุปว่าการยิงแอดคู่กับอินฟลูเอนเซอร์คนนี้คุ้มค่ามาก แล้วเสนอเซ็นสัญญาร่วมงานยาวอีก 6 เดือน

แต่พอลองไล่ดูที่มาของแชทจริง พบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่พิมพ์ค้นหาชื่อร้านเองใน LINE แล้วทักเข้ามาโดยตรง ไม่ได้คลิกลิงก์จากที่ไหนเลย ซึ่งเป็นผลจากกระแสความน่าเชื่อถือที่อินฟลูเอนเซอร์สร้างไว้ ไม่ใช่ผลจากแอดที่ยิงคู่กัน ถ้ารีบสรุปว่าทั้งหมดคือผลจากแอด จะทำให้ประเมินงบที่ควรจ่ายให้อินฟลูเอนเซอร์คนนี้ผิดไปมาก

การแยกแหล่งที่มาของยอดทักไลน์ในแคมเปญแบบนี้มีความซับซ้อนกว่าแคมเปญแอดล้วน ๆ เพราะอินฟลูเอนเซอร์สร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ระบบติดตามผลแบบมาตรฐานมองไม่เห็นทั้งหมด บทความนี้จะพาแยกให้เห็นภาพชัดขึ้น

สามแหล่งที่มาของยอดทักไลน์ที่พุ่งขึ้นหลังแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์

แหล่งที่มาวิธีสังเกตวัดผลด้วยอะไร
คลิกลิงก์ตรงจากโพสต์อินฟลูเอนเซอร์มี UTM หรือลิงก์เฉพาะที่แปะในโพสต์จำนวนคลิกจากลิงก์นั้นโดยตรง
ค้นหาชื่อร้านเองหลังเห็นรีวิว (organic)ทักไลน์โดยไม่ผ่านลิงก์ใด ๆ แต่พูดถึงชื่ออินฟลูเอนเซอร์ในแชทสอบถามแอดมินให้แท็กว่าลูกค้าพูดถึงที่มาจากไหน
คลิกจากแอดที่ยิงคู่กันในช่วงเดียวกันมี UTM หรือ click ID จากแพลตฟอร์มโฆษณาตัวเลขคอนเวอร์ชั่นจากระบบแอดตามปกติ

วิธีให้แอดมินแท็กแหล่งที่มาแบบไม่รบกวนการขาย

วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้แอดมินถามคำถามสั้น ๆ แบบเลือกตอบตอนต้นแชท เช่น 'ทราบร้านเราจากไหนคะ' พร้อมตัวเลือกสั้น ๆ ในใจ เช่น เห็นจากโพสต์รีวิว เห็นจากโฆษณา หรือเพื่อนแนะนำ แล้วบันทึกไว้ในระบบ CRM หรือสเปรดชีตแบบง่าย ๆ ไม่ต้องซับซ้อน

ถ้าแอดมินหลายคนตอบแชทพร้อมกัน ควรมีแบบฟอร์มสั้น ๆ ที่กรอกได้เร็วภายใน 5 วินาที เพื่อไม่ให้ขั้นตอนนี้ทำให้การตอบแชทช้าลงจนกระทบอัตราปิดการขาย การทำระบบแท็กแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ในแชทให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งทีมช่วยให้รวมข้อมูลภายหลังได้ง่ายขึ้นมาก

เทียบยอดก่อน-ระหว่าง-หลังแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์เพื่อประเมินผลกระทบระยะยาว

  1. บันทึกยอดทักไลน์เฉลี่ยต่อวันในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนแคมเปญเริ่ม เป็นเส้นฐาน
  2. บันทึกยอดระหว่างแคมเปญ (ช่วงที่โพสต์ยังมีคนเห็นสูง) แยกตามแหล่งที่มาตามตารางข้างบน
  3. บันทึกยอดหลังแคมเปญจบไปแล้ว 2-4 สัปดาห์ เพื่อดูว่ายอดกลับไปเท่าเดิม หรือยังสูงกว่าเส้นฐานเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
  4. ถ้ายอดหลังแคมเปญยังสูงกว่าเส้นฐานเดิมต่อเนื่อง แปลว่าอินฟลูเอนเซอร์สร้างผลกระทบระยะยาวจริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วครู่

ยอดทักเยอะไม่ได้แปลว่าคุณภาพลีดดีเสมอไป

อินฟลูเอนเซอร์บางคนมีผู้ติดตามจำนวนมากและสร้างยอดทักไลน์ได้สูง แต่คนที่ทักเข้ามาอาจเป็นแค่คนที่สนใจเพราะชอบตัวอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้ตั้งใจซื้อสินค้าจริงจัง ทำให้อัตราปิดการขายต่อแชทต่ำกว่าปกติมาก ในขณะที่อินฟลูเอนเซอร์อีกคนที่มีผู้ติดตามน้อยกว่าแต่กลุ่มผู้ติดตามตรงกับกลุ่มเป้าหมายสินค้าจริง อาจสร้างยอดทักน้อยกว่าแต่อัตราปิดการขายสูงกว่ามาก

การประเมินความคุ้มค่าของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจึงควรดูอัตราปิดการขายต่อแชทควบคู่กับจำนวนแชทที่ได้ ไม่ใช่ดูแค่ยอดทักรวมอย่างเดียว เพื่อไม่ให้ตัดสินใจร่วมงานซ้ำผิดคน หลักการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างไมโครกับแมโครอินฟลูเอนเซอร์ช่วยเป็นกรอบตัดสินใจได้ดีในจุดนี้

ถ้าใช้ลิงก์พันธมิตรร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ต้องแยกให้ชัดจากยอดแอด

บางแคมเปญให้อินฟลูเอนเซอร์แปะลิงก์พันธมิตรที่มีค่าคอมมิชชั่นแยกจากค่าจ้างยิงแอด ถ้าไม่แยกระบบติดตามผลของสองส่วนนี้ให้ชัด อาจเกิดการนับคอนเวอร์ชั่นซ้ำทั้งในระบบพันธมิตรและระบบแอด ทำให้ประเมิน ROAS ของทั้งสองช่องทางสูงเกินจริงพร้อมกัน การมีระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่แยกแหล่งที่มาชัดจะช่วยลดความสับสนนี้ได้มาก

ตัวอย่างการตัดสินใจจริง: จ้างไมโครอินฟลูเอนเซอร์หลายคนหรือแมโครอินฟลูเอนเซอร์คนเดียว

ร้านอาหารเสริมในตัวอย่างต้นบทความ หลังแยกข้อมูลได้ชัดแล้วว่าอัตราปิดการขายต่อแชทของกลุ่มที่มาจากอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวอยู่ที่ 8% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของร้านที่ 15% ทีมการตลาดจึงทดลองเปลี่ยนกลยุทธ์ไปจ้างไมโครอินฟลูเอนเซอร์ 5 คนที่มีผู้ติดตามเฉพาะกลุ่มคนออกกำลังกายจริงแทน แม้ยอดทักรวมจะน้อยกว่าเดิม แต่อัตราปิดการขายกลับพุ่งขึ้นเป็น 22% เพราะกลุ่มผู้ติดตามตรงกับสินค้ามากกว่า

บทเรียนจากการเปรียบเทียบนี้คือยอดทักไลน์ที่มากไม่ได้แปลว่าคุ้มค่ากว่าเสมอไป การดูอัตราปิดการขายควบคู่กับต้นทุนค่าจ้างต่อคอนเวอร์ชั่นจริง ช่วยให้ตัดสินใจเลือกระหว่างไมโครกับแมโครอินฟลูเอนเซอร์ได้แม่นยำกว่าการดูแค่จำนวนผู้ติดตามหรือยอดทักรวม

ถ้าจ้างอินฟลูเอนเซอร์คนเดิมซ้ำหลายรอบ ควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เทียบกันได้

ร้านที่ทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์คนเดิมต่อเนื่องหลายเดือนมักเจอปัญหาว่าประเมินไม่ได้ว่ารอบล่าสุดดีขึ้นหรือแย่ลงจากรอบก่อน เพราะไม่ได้เก็บข้อมูลอัตราปิดการขายแยกเป็นรอบ ๆ ไว้ตั้งแต่แรก วิธีแก้คือตั้งชื่อรหัสแคมเปญแยกตามรอบทุกครั้ง เช่น INF-Aug-R1, INF-Sep-R2 แล้วให้แอดมินแท็กรหัสนี้ตอนคุยกับลูกค้าที่มาจากอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น

เมื่อมีข้อมูลแยกรายรอบ จะเห็นแนวโน้มได้ชัดว่าอัตราปิดการขายของอินฟลูเอนเซอร์คนเดิมกำลังดีขึ้น คงที่ หรือลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งมักเกิดจากผู้ติดตามเริ่มคุ้นชินกับโปรโมชั่นซ้ำ ๆ จนความน่าดึงดูดลดลง การเห็นแนวโน้มนี้ล่วงหน้าช่วยให้ปรับเนื้อหาหรือข้อเสนอก่อนที่ผลลัพธ์จะตกลงมากจนสายเกินแก้

นอกจากนี้ ควรเก็บบันทึกด้วยว่าแต่ละรอบใช้รูปแบบเนื้อหาแบบไหน เช่น รีวิวตรง ๆ เทียบกับสร้างสถานการณ์สมมติ เพราะบางครั้งอัตราปิดการขายที่ลดลงไม่ได้มาจากตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง แต่มาจากรูปแบบเนื้อหาที่เริ่มซ้ำจำเจจนผู้ติดตามเลื่อนผ่านโดยไม่สนใจ การสลับรูปแบบเนื้อหาในแต่ละรอบอาจช่วยรักษาอัตราปิดการขายให้คงที่ได้นานขึ้น

ควรเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในตารางเดียวกันที่เข้าถึงง่าย แทนการกระจัดกระจายอยู่ในแชทของแอดมินแต่ละคน เพื่อให้ทีมสามารถทบทวนภาพรวมความคุ้มค่าของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนได้ทุกครั้งก่อนตัดสินใจต่อสัญญารอบใหม่

สรุป

ยอดทักไลน์ที่พุ่งขึ้นหลังแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์เป็นผลรวมของหลายแหล่งที่มาปนกัน การรีบสรุปว่าทั้งหมดคือผลจากแอดที่ยิงคู่กัน อาจทำให้ประเมินความคุ้มค่าของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นผิดพลาด ทั้งประเมินสูงเกินจริงหรือต่ำเกินจริงก็เป็นไปได้ทั้งคู่

การแยกแหล่งที่มาด้วยการแท็กที่มาตอนแชท ใช้ลิงก์เฉพาะ และเทียบยอดก่อน-ระหว่าง-หลังแคมเปญอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ตัดสินใจร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์คนต่อไปได้อย่างมีข้อมูลรองรับจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่ายอดทักเยอะแล้วต้องดี

  • แยกยอดทักไลน์เป็นสามแหล่ง คือคลิกลิงก์ตรง organic search และแอดที่ยิงคู่กัน
  • ดูอัตราปิดการขายต่อแชทควบคู่กับจำนวนแชท ไม่ใช่ดูแค่ยอดทักรวม
  • เทียบยอดก่อน-ระหว่าง-หลังแคมเปญเพื่อประเมินว่าผลกระทบเป็นระยะสั้นหรือยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่มีลิงก์ UTM เฉพาะจากโพสต์อินฟลูเอนเซอร์ จะแยกที่มาได้อย่างไร

ต้องพึ่งการให้แอดมินถามและแท็กที่มาตอนแชท ซึ่งแม่นยำน้อยกว่า UTM แต่ยังดีกว่าไม่มีข้อมูลเลย แนะนำให้ใช้ลิงก์เฉพาะทุกครั้งที่ทำได้

ควรยิงแอดคู่กับโพสต์อินฟลูเอนเซอร์ทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป บางครั้งการทดสอบให้โพสต์อินฟลูเอนเซอร์ทำงานเดี่ยว ๆ ก่อนโดยไม่ยิงแอดคู่ จะช่วยให้เห็นผลกระทบที่มาจากอินฟลูเอนเซอร์เพียว ๆ ได้ชัดกว่า

ยอดที่กลับไปเท่าเดิมหลังแคมเปญจบ แปลว่าอินฟลูเอนเซอร์ไม่คุ้มค่าไหม

ไม่เสมอไป ต้องดูด้วยว่าช่วงแคมเปญสร้างยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้นมากพอจะคุ้มกับค่าจ้างหรือไม่ แม้ผลกระทบจะเป็นระยะสั้นก็อาจคุ้มค่าถ้ายอดขายช่วงนั้นสูงมากพอ

ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์จากจำนวนผู้ติดตามหรือความตรงกลุ่มเป้าหมาย

ควรให้ความสำคัญกับความตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว เพราะอัตราปิดการขายต่อแชทมักสูงกว่ามากถ้ากลุ่มผู้ติดตามตรงกับสินค้าจริง

ทำไมคอนเวอร์ชั่นจากลิงก์พันธมิตรกับจากแอดถึงซ้ำกันได้

เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าคนเดียวกันคลิกทั้งลิงก์พันธมิตรและโฆษณาในช่วงเวลาใกล้กันก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้ทั้งสองระบบนับเป็นคอนเวอร์ชั่นของตัวเองพร้อมกันโดยไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน

ควรวัดผลแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์นานแค่ไหนก่อนตัดสินใจร่วมงานซ้ำ

แนะนำติดตามผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์หลังโพสต์ปล่อยออกไป เพื่อเห็นทั้งผลกระทบทันทีและผลกระทบระยะยาวที่อาจทยอยเกิดขึ้นหลังจากนั้น

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟรีแลนซ์/ธุรกิจคนเดียวใช้ LINE ส่วนตัวรับลูกค้าจากแอด วัด Conversion ได้ไหมทั้งที่ไม่มี API

ฟรีแลนซ์/ธุรกิจคนเดียวใช้ LINE ส่วนตัวรับลูกค้าจากแอด วัด Conversion ได้ไหมทั้งที่ไม่มี API

ฟรีแลนซ์และธุรกิจคนเดียวจำนวนมากยังใช้ LINE ส่วนตัว (ไม่ใช่ Official Account) รับลูกค้าจากโฆษณา ซึ่งต่อ API ไม่ได้เหมือน OA บทความนี้แนะนำวิธีวัดผลแบบ manual ที่พอทำได้จริงโดยไม่ต้องรอมีงบเปิด OA
แบบสอบถาม 'รู้จักร้านเราจากไหน' หลังปิดการขาย ใช้เสริม Tracking ใน LINE ได้จริงแค่ไหน

แบบสอบถาม 'รู้จักร้านเราจากไหน' หลังปิดการขาย ใช้เสริม Tracking ใน LINE ได้จริงแค่ไหน

คำถามง่าย ๆ หลังปิดการขายว่ารู้จักร้านจากช่องทางไหน ช่วยเติมช่องว่างที่ tracking วัดไม่ได้ แต่ก็มีอคติของตัวเองที่ต้องระวังก่อนเอาไปปนกับข้อมูล tracking โดยตรง
คู่มือติดตั้ง Tracking Script + ปุ่ม LINE บนเว็บ/Landing Page

คู่มือติดตั้ง Tracking Script + ปุ่ม LINE บนเว็บ/Landing Page

ช่องโหว่ที่ทำให้การวัดผลพังทั้งระบบ มักไม่ใช่โค้ดยาก ๆ แต่คือปุ่ม LINE ที่ลิงก์ตรงเข้า OA โดยไม่ผ่านระบบติดตาม — คู่มือนี้ปิดช่องนั้นทีละขั้น พร้อมวิธีทดสอบให้เห็นกับตา