ตั้งชื่อสินค้าใน LINE MyShop ให้ตรงคีย์เวิร์ดที่คนค้น Google
สรุปสั้น ๆ
ชื่อสินค้าใน LINE MyShop ควรเขียนด้วยคำที่ ‘ลูกค้าใช้ค้นหา’ ไม่ใช่คำที่ร้านเรียกกันเอง ให้เอาคีย์เวิร์ดสำคัญไว้ต้นชื่อ ใส่คุณสมบัติที่คนมักพิมพ์ต่อ เช่น ไซซ์ สี การใช้งาน แต่อย่ายัดคำจนอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะสุดท้ายคนต้องอ่านแล้วเข้าใจว่าคือของอะไร
เวลาผมเปิดดู MyShop ของร้านที่มาปรึกษา สิ่งแรกที่มักเจอคือชื่อสินค้าแบบ ‘รุ่น A สีพิเศษ (ลิมิเต็ด)’ ซึ่งร้านเข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร แต่ไม่มีลูกค้าคนไหนบนโลกพิมพ์คำว่า ‘รุ่น A สีพิเศษ’ ลงไปในช่องค้นหาของ Google เลย ชื่อแบบนี้เลยกลายเป็นสินค้าที่มีตัวตนแต่ไม่มีใครหาเจอ
หลายคนไม่รู้ว่าหน้าสินค้าใน MyShop ก็ถูก Google เก็บไปแสดงผลได้เหมือนหน้าเว็บทั่วไป แปลว่าชื่อสินค้าที่คุณตั้งมีผลจริงต่อการที่คนจะเจอร้านคุณจากการค้นหา ไม่ใช่แค่ป้ายให้ร้านจำเอง
บทความนี้ผมจะเล่าวิธีตั้งชื่อสินค้าให้คนหาเจอ โดยเริ่มจากการเข้าใจว่าลูกค้าจริง ๆ เขาพิมพ์คำว่าอะไร แล้วเอาคำนั้นมาเรียงในชื่อให้ทั้งคนและ Google เข้าใจ โดยไม่ทำให้ชื่ออ่านแล้วเหมือนสแปม
เขียนด้วยคำที่ลูกค้าใช้ ไม่ใช่คำที่ร้านเรียกเอง
จุดเริ่มต้นของการตั้งชื่อที่ดีคือหยุดคิดจากมุมร้าน แล้วไปคิดจากมุมคนที่กำลังพิมพ์หา ร้านอาจเรียกสินค้าตัวหนึ่งว่า ‘คอลเลกชันฤดูร้อน’ แต่ลูกค้าพิมพ์ว่า ‘เดรสสายเดี่ยวใส่เที่ยวทะเล’ ถ้าชื่อสินค้าไม่มีคำหลังเลย คุณก็หลุดจากการค้นหาของเขาไปทั้งดุ้น
วิธีหาคำที่ลูกค้าใช้จริงไม่ยาก เริ่มจากดูว่าในแชทที่ผ่านมา คนทักถามด้วยคำว่าอะไร นั่นคือคำที่คนกลุ่มเป้าหมายของคุณใช้จริง ต่อยอดได้อีกด้วยการดูเครื่องมืออย่างที่ผมเขียนไว้ในบทการหาคำค้นที่คนใช้จริง เพื่อให้เห็นว่าคำไหนมีคนค้นเยอะและคำไหนใกล้ตัวการซื้อ
เรื่องคำค้นนี้ผูกกับความตั้งใจของคนพิมพ์ด้วย คนที่พิมพ์ชื่อสินค้าเจาะจงพร้อมคุณสมบัติ มักตั้งใจซื้อมากกว่าคนที่พิมพ์กว้าง ๆ ตรงนี้ผมอธิบายไว้ในบทว่าด้วยความตั้งใจเบื้องหลังคำค้น ยิ่งชื่อสินค้าตรงกับคำที่คนตั้งใจซื้อพิมพ์ ยิ่งได้คนที่พร้อมจ่าย
โครงชื่อที่ทั้งคนและ Google เข้าใจ
ชื่อสินค้าที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องยาวที่สุด แต่ต้องเรียงลำดับให้คำสำคัญมาก่อน เพราะทั้งคนและระบบค้นหาให้น้ำหนักกับคำต้น ๆ มากกว่า โครงที่ผมใช้บ่อยคือ เริ่มด้วยประเภทสินค้า ตามด้วยจุดเด่นที่คนค้น แล้วปิดท้ายด้วยรายละเอียดเสริม
ลองดูตัวอย่างเทียบให้เห็นภาพ ว่าชื่อแบบเดิมกับแบบที่ปรับแล้วต่างกันยังไง
| ชื่อแบบร้านเรียกเอง | ปัญหา | ชื่อที่ปรับให้คนหาเจอ |
|---|---|---|
| รุ่น A สีพิเศษ | ไม่มีใครค้นด้วยคำนี้ | กระเป๋าสะพายข้างหนังแท้ สีน้ำตาล ใส่โน้ตบุ๊กได้ |
| เซ็ตสุดคุ้ม!! | ไม่บอกว่าคือของอะไร | เซ็ตบำรุงผิวหน้าแห้ง เซรั่ม+ครีม สำหรับผิวแพ้ง่าย |
| โปรไฟไหม้ ลด 50% | เน้นโปรแต่ไม่มีคีย์เวิร์ด | รองเท้าวิ่งผู้ชาย น้ำหนักเบา ไซซ์ 40-45 |
เส้นแบ่งระหว่าง ‘ครบคีย์เวิร์ด’ กับ ‘สแปม’
พอรู้ว่าคีย์เวิร์ดสำคัญ หลายคนก็เลยเถิด ยัดคำเข้าไปในชื่อจนกลายเป็น ‘เดรส เดรสสวย เดรสราคาถูก เดรสส่งฟรี เดรสมือสอง’ ซึ่งนอกจากอ่านไม่รู้เรื่องแล้ว ยังทำให้คนที่เห็นรู้สึกว่าร้านนี้ดูไม่น่าเชื่อถือ และระบบค้นหาสมัยนี้ก็จับได้ว่ากำลังยัดคำ
หลักง่าย ๆ คือ อ่านชื่อออกเสียงดู ถ้าฟังแล้วเหมือนคนพูดปกติ ก็โอเค แต่ถ้าฟังแล้วเหมือนหุ่นยนต์พ่นคำ แสดงว่ายัดเยอะไป ให้เลือกคีย์เวิร์ดหลักหนึ่งถึงสองคำที่ตรงที่สุดพอ ไม่ต้องใส่ทุกคำที่นึกออก
เป้าหมายจริง ๆ ของการตั้งชื่อไม่ใช่การเอาใจ Google แต่คือการทำให้คนที่ค้นเจอแล้วเข้าใจทันทีว่านี่คือของที่เขาหา ถ้าคนเข้าใจ Google ก็เข้าใจตาม เพราะระบบค้นหาสมัยนี้พยายามอ่านให้เหมือนคนมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวคิดการเปลี่ยนคนที่ค้นเจอให้เข้ามาคุยต่อ ผมขยายไว้ในบทพาคนจากการค้นหาเข้าสู่ LINE
สรุป
ชื่อสินค้าใน MyShop ไม่ใช่แค่ป้ายให้ร้านจำได้ แต่คือประตูที่ Google ใช้พาคนมาหาคุณ กุญแจคือเขียนด้วยคำที่ลูกค้าใช้ค้นจริง เรียงคำสำคัญไว้ต้นชื่อ และใส่คุณสมบัติที่คนมักพิมพ์ต่อ
แต่อย่าเลยเถิดจนยัดคำเป็นสแปม เพราะสุดท้ายคนต้องอ่านแล้วเข้าใจว่านี่คือของที่เขาหา ถ้าคนเข้าใจ Google ก็เข้าใจตาม และคนที่ค้นเจอด้วยความตั้งใจนั่นแหละคือคนที่พร้อมทักเข้ามาคุยต่อมากที่สุด
- เขียนชื่อด้วยคำที่ลูกค้าใช้ค้น ไม่ใช่คำที่ร้านเรียกเอง
- เรียงคีย์เวิร์ดหลักไว้ต้นชื่อ ตามด้วยคุณสมบัติที่คนค้นต่อ
- อ่านออกเสียงแล้วต้องเหมือนคนพูด ไม่ใช่หุ่นยนต์พ่นคำ
คำถามที่พบบ่อย
หน้าสินค้าใน MyShop ขึ้น Google ได้จริงเหรอ
ได้ หน้าสินค้าใน MyShop เป็นหน้าเว็บที่ระบบค้นหาเก็บไปแสดงผลได้เหมือนหน้าทั่วไป นั่นแปลว่าชื่อและรายละเอียดสินค้ามีผลต่อการที่คนจะเจอร้านคุณจากการค้นหา ไม่ใช่แค่ป้ายให้ร้านจำเอง
จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าค้นด้วยคำว่าอะไร
เริ่มจากดูในแชทที่ผ่านมาว่าคนทักถามด้วยคำว่าอะไร นั่นคือคำที่กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้จริง จากนั้นเสริมด้วยเครื่องมือหาคำค้นเพื่อดูว่าคำไหนมีคนค้นเยอะและคำไหนใกล้ตัวการซื้อ แล้วเอาคำเหล่านั้นมาเรียงในชื่อ
ชื่อสินค้าควรยาวแค่ไหน
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรพอที่จะใส่คีย์เวิร์ดหลักและคุณสมบัติที่คนมักค้นต่อได้ เช่น ประเภท สี ไซซ์ การใช้งาน โดยเรียงคำสำคัญไว้ต้นชื่อ ถ้ายาวจนอ่านไม่รู้เรื่องหรือเริ่มวนคำซ้ำ แสดงว่ายาวเกินไปแล้ว
ใส่คีย์เวิร์ดเยอะ ๆ ในชื่อ จะช่วยให้ติดอันดับดีขึ้นไหม
ไม่ช่วย และอาจกลับกัน การยัดคำซ้ำ ๆ ทำให้ชื่ออ่านไม่รู้เรื่องและดูเหมือนสแปม ซึ่งทั้งคนและระบบค้นหาสมัยนี้จับได้ ให้เลือกคีย์เวิร์ดหลักหนึ่งถึงสองคำที่ตรงที่สุดพอ แล้วเขียนให้อ่านเป็นภาษาคน
ถ้าสินค้ามีชื่อรุ่นเป็นทางการอยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนไหม
ไม่ต้องทิ้งชื่อรุ่น แต่ควรเติมคำที่คนใช้ค้นเข้าไปด้วย เช่น ใส่ประเภทและจุดเด่นนำหน้า แล้วค่อยตามด้วยชื่อรุ่น วิธีนี้ทำให้ทั้งคนที่รู้ชื่อรุ่นและคนที่ค้นด้วยคำทั่วไปเจอสินค้าของคุณได้ทั้งคู่
การตั้งชื่อดีอย่างเดียวพอไหม หรือต้องทำอย่างอื่นด้วย
ชื่อดีเป็นจุดเริ่มที่ทำให้คนเจอ แต่พอเขาเจอแล้ว รายละเอียด รูป และรีวิวคือสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจต่อ ควรดูภาพรวมทั้งหน้าสินค้า ไม่ใช่แก้แค่ชื่อแล้วหวังว่ายอดจะมาเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง


