← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ถามผ่อน-ดาวน์มอเตอร์ไซค์ในแชท คำตอบแบบไหนที่ปิดดีลได้ไว แบบไหนที่ทำดีลหลุด

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 02:09อัปเดต 10 ก.ค. 02:09อ่าน 1 นาที
ถามผ่อน-ดาวน์มอเตอร์ไซค์ในแชท คำตอบแบบไหนที่ปิดดีลได้ไว แบบไหนที่ทำดีลหลุด
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

คำถามเรื่องผ่อน-ดาวน์ในแชทของร้านมอเตอร์ไซค์เป็นจุดที่ดีลมักหลุดง่ายที่สุด เพราะลูกค้าหลายคนงบจำกัดและกังวลเรื่องเครดิตบูโร ถ้าตอบตัวเลขลอย ๆ โดยไม่อธิบายเงื่อนไข ลูกค้าจะเงียบหายไปเทียบร้านอื่น ทางที่ดีกว่าคือถามข้อมูลพื้นฐานให้พอ แล้วให้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงพร้อมทางออกถ้าติดเครดิต

ลองสมมติร้านมอเตอร์ไซค์ชื่อ ‘รุ่งโรจน์มอเตอร์’ ที่ขายรถใหม่และมือสองผ่าน LINE เจ้าของเล่าว่าคำถามที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่ ‘รุ่นนี้ราคาเท่าไหร่’ แต่เป็น ‘ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ครับ ดาวน์เท่าไหร่’ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากกว่าราคาสดมาก เพราะขึ้นกับอาชีพ เงินเดือน และประวัติเครดิตของแต่ละคน

ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอคือแอดมินบางคนตอบตัวเลขกลาง ๆ ไปแบบเดา เช่น ‘ดาวน์ประมาณ 3,000 ผ่อน 1,500 นะครับ’ โดยไม่ถามอาชีพหรือเช็กเครดิตก่อน พอลูกค้าไปยื่นจริงแล้วตัวเลขต่างจากที่บอกไว้เยอะ ความไว้ใจก็หายไปทันที บางรายถึงขั้นไม่กลับมาซื้ออีกเลยทั้งที่อยากได้รถคันนั้นจริง ๆ

บทความนี้จะพาไปดูว่าร้านมอเตอร์ไซค์ควรคุยเรื่องผ่อน-ดาวน์ในแชทยังไง ให้ได้ทั้งความไว้ใจและอัตราปิดดีลที่สูงขึ้น โดยไม่ต้องเดาตัวเลขแบบเสี่ยงดวง

ทำไมคำถามเรื่องผ่อนถึงเป็นจุดตัดสินใจที่แท้จริง

ต่างจากสินค้าราคาไม่กี่พันบาทที่คนตัดสินใจจากราคาสดเป็นหลัก มอเตอร์ไซค์เป็นของที่คนส่วนใหญ่ซื้อผ่านไฟแนนซ์ คำถามเรื่องดาวน์และค่างวดจึงเป็นตัวชี้ขาดว่าเขาจะซื้อได้จริงไหม มากกว่าราคาสดที่หลายคนไม่ได้มีเงินก้อนพร้อมจ่ายอยู่แล้ว

การตอบคำถามนี้ให้ดีจึงต้องสมดุลระหว่างความไวกับความแม่นยำ ตอบช้าเกินไปลูกค้าจะไปถามร้านอื่นที่ตอบไวกว่า แต่ตอบเร็วโดยไม่ถามข้อมูลพื้นฐานเลยก็เสี่ยงให้ตัวเลขผิดจนเสียความน่าเชื่อถือทีหลัง

คำตอบที่ทำให้ดีลหลุด กับคำตอบที่ทำให้ดีลเดินต่อ

แบบแรก ลูกค้าถาม ‘Wave 110i ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ครับ ดาวน์เท่าไหร่’ แอดมินตอบทันที ‘ดาวน์ 2,000 ผ่อน 1,200 x 36 งวดครับ’ ลูกค้าดีใจแล้วนัดมาที่ร้าน แต่พอยื่นเอกสารจริง ไฟแนนซ์อนุมัติเงื่อนไขคนละแบบเพราะประวัติเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์ปกติ ลูกค้ารู้สึกถูกหลอกทั้งที่ร้านไม่ได้ตั้งใจ

แบบที่สอง แอดมินตอบ ‘ดาวน์เริ่มต้น 2,000 ผ่อนประมาณ 1,200 x 36 งวดครับ แต่ตัวเลขจริงขึ้นกับอาชีพและประวัติเครดิตของพี่ พี่เป็นพนักงานประจำหรือค้าขายครับ เดี๋ยวผมช่วยประเมินคร่าว ๆ ก่อนพี่มาที่ร้านได้เลย’ คำตอบนี้ให้ตัวเลขตั้งต้นเหมือนกัน แต่เปิดทางถามข้อมูลเพิ่มโดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าโดนซักถาม

ความต่างคือแบบที่สองไม่ได้ปิดบังความไม่แน่นอนของไฟแนนซ์ แต่บอกตรง ๆ ว่าตัวเลขจริงต้องประเมินจากอาชีพและเครดิต ซึ่งเป็นความจริงและช่วยกันความผิดหวังที่จะเกิดทีหลัง ต่างจากการรับมือข้อโต้แย้งทั่วไปตรงที่เรื่องนี้ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นด้วยความโปร่งใส

คนที่กังวลเรื่องเครดิตบูโร คือกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • หลายคนไม่กล้าถามตรง ๆ ว่าตัวเองติดเครดิตหรือเปล่า แต่จะถามอ้อม ๆ เช่น ‘ถ้าเคยผ่อนที่อื่นค้างอยู่จะยื่นได้ไหมครับ’ ควรจับสัญญาณนี้และตอบอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ทำให้เขารู้สึกอาย
  • ถ้าประเมินแล้วว่าโอกาสผ่านไฟแนนซ์ยาก ควรเสนอทางเลือกอื่น เช่น รุ่นที่ดาวน์สูงกว่าแต่ผ่อนน้อยกว่า หรือแนะนำผู้ค้ำประกันร่วม แทนการปล่อยให้เขาไปยื่นแล้วผิดหวังเอง
  • กลุ่มที่ไฟแนนซ์ไม่ผ่านในครั้งแรกไม่ควรถูกตัดทิ้ง เพราะบางคนกลับมาผ่านได้หลังจากจัดการเอกสารหรือหาผู้ค้ำเพิ่ม ควรเก็บไว้ตามจังหวะติดตามที่เหมาะสมแทนการปล่อยหายไปเลย

โปรผ่อนดอกเบี้ยพิเศษ ใช้ความจำกัดจริงถึงจะได้ผล

ร้านมอเตอร์ไซค์มักมีโปรผ่อน 0% หรือดอกเบี้ยพิเศษเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีถ้าใช้ถูกจังหวะ คือใช้หลังจากลูกค้าสนใจรุ่นและงบชัดเจนแล้ว ไม่ใช่โยนโปรใส่ตั้งแต่ข้อความแรกจนดูเหมือนกดดันให้ตัดสินใจเร็วเกินไป

เช่นเดียวกับธุรกิจรถยนต์ที่ต้องคุยไฟแนนซ์ก่อนปิดการขาย มอเตอร์ไซค์ก็ควรใช้ความจำกัดของโปรที่เป็นจริง เช่น โปรหมดเขตวันที่ชัดเจนหรือจำนวนคันจำกัดจริง แทนการพูดว่าใกล้หมดโปรทุกสัปดาห์จนลูกค้าจับได้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง

สรุป

คำถามเรื่องผ่อน-ดาวน์ไม่ใช่แค่คำถามเรื่องตัวเลข แต่เป็นจุดที่ตัดสินว่าดีลจะเดินต่อหรือหลุดไปเลย ร้านที่ตอบด้วยความโปร่งใสตั้งแต่ต้นว่าตัวเลขจริงขึ้นกับอะไร มักรักษาความไว้ใจของลูกค้าไว้ได้ดีกว่าร้านที่เดาตัวเลขสวยหรูแล้วผิดหวังทีหลัง

  • คำถามเรื่องผ่อน-ดาวน์คือจุดตัดสินใจจริง มากกว่าคำถามเรื่องราคาสด
  • ให้ตัวเลขตั้งต้นได้ทันที แต่บอกตรง ๆ ว่าขึ้นกับอาชีพและเครดิต
  • อย่าตัดทิ้งคนที่ไฟแนนซ์ไม่ผ่านรอบแรก เก็บไว้ติดตามต่อตามจังหวะ

คำถามที่พบบ่อย

ควรตอบตัวเลขผ่อน-ดาวน์ทันทีโดยไม่ถามอะไรก่อนไหม

ควรให้ตัวเลขตั้งต้นได้ทันทีเพื่อไม่ให้ลูกค้ารอนาน แต่ต้องบอกด้วยว่าตัวเลขจริงขึ้นกับอาชีพและประวัติเครดิต เพื่อกันความผิดหวังทีหลังเมื่อยื่นไฟแนนซ์จริง

ลูกค้าที่กังวลเรื่องเครดิตบูโรควรพูดกับเขายังไง

ควรตอบตรงไปตรงมาอย่างสุภาพและไม่ทำให้เขารู้สึกอาย ถ้าประเมินว่าโอกาสผ่านยาก ให้เสนอทางเลือกอื่น เช่น ดาวน์สูงขึ้นหรือหาผู้ค้ำประกันร่วม แทนปล่อยให้เขาผิดหวังเองตอนยื่นจริง

คนที่ไฟแนนซ์ไม่ผ่านรอบแรก ควรตัดทิ้งไหม

ไม่ควร เพราะหลายคนกลับมาผ่านได้หลังจัดการเอกสารหรือหาผู้ค้ำเพิ่ม ควรเก็บไว้ติดตามตามจังหวะที่เหมาะสมแทนการปล่อยหายไปเลย

ควรใส่โปรผ่อน 0% ตั้งแต่ข้อความแรกไหม

ไม่แนะนำ ควรรอให้ลูกค้าสนใจรุ่นและงบชัดเจนก่อน แล้วค่อยเสนอโปรทีหลัง เพราะการยัดโปรตั้งแต่ต้นอาจดูเหมือนกดดันให้ตัดสินใจเร็วเกินไปโดยไม่ทันคิด

ทำไมลูกค้าถึงเงียบหายหลังจากได้ตัวเลขผ่อนไปแล้ว

ส่วนใหญ่เพราะตัวเลขสูงกว่าที่คาดไว้และต้องกลับไปคิดเรื่องงบ หรือเพราะกำลังเทียบกับร้านอื่นที่เสนอเงื่อนไขต่างกัน ควรตามด้วยการถามเปิดว่ามีจุดไหนที่ยังไม่แน่ใจ แทนการทวงว่าจะซื้อไหม

มีวิธีลดความผิดพลาดเรื่องตัวเลขไฟแนนซ์ระหว่างแชทกับความจริงไหม

ลดได้ด้วยการถามอาชีพและงบคร่าว ๆ ก่อนให้ตัวเลข แล้วย้ำว่าเป็นตัวเลขประเมิน ไม่ใช่ตัวเลขอนุมัติจริง ถ้าร้านมีระบบอย่าง linli ที่บันทึกบทสนทนาและที่มาของลูกค้าไว้ ก็ช่วยให้แอดมินย้อนดูสิ่งที่เคยคุยกับลูกค้าคนนั้นได้ง่ายขึ้นเมื่อเขากลับมาถามต่อ

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายหน้าประกันรถยนต์ ทำไมต้องถามอายุรถ-ลักษณะการใช้งานก่อนเสนอเบี้ย ไม่ใช่หลัง

นายหน้าประกันรถยนต์ ทำไมต้องถามอายุรถ-ลักษณะการใช้งานก่อนเสนอเบี้ย ไม่ใช่หลัง

นายหน้าประกันรถที่เสนอเบี้ยก่อนถามข้อมูลรถให้ครบ มักเสียเวลาแก้ราคาทีหลังหรือเสียลูกค้าไปเลย บทความนี้ชี้ลำดับคำถามคัดกรองที่ช่วยให้ quote-to-policy สูงขึ้น
ลูกค้าเดย์แคร์ผู้สูงอายุที่จองทุกสัปดาห์ ไม่ควรถูกวัดผลด้วยตัวเลขเดียวกับลูกค้าจองครั้งเดียว

ลูกค้าเดย์แคร์ผู้สูงอายุที่จองทุกสัปดาห์ ไม่ควรถูกวัดผลด้วยตัวเลขเดียวกับลูกค้าจองครั้งเดียว

ศูนย์เดย์แคร์ผู้สูงอายุมีลูกค้าสองกลุ่มที่พฤติกรรมต่างกันมาก คือกลุ่มจองประจำกับกลุ่มจองเป็นครั้งคราว บทความนี้ชวนดูว่าทำไมการปนสองกลุ่มในตัวเลขเดียวถึงบดบังมูลค่าที่แท้จริง
ตั้ง Attribution Window 7 วันหรือ 28 วัน ตัวเลข ROAS ที่รายงานเจ้านายจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ตั้ง Attribution Window 7 วันหรือ 28 วัน ตัวเลข ROAS ที่รายงานเจ้านายจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

แค่เปลี่ยนกรอบเวลานับคลิกจาก 7 วันเป็น 28 วัน ตัวเลข ROAS ที่ดูดีอยู่แล้วอาจดูดีขึ้นไปอีก ทั้งที่ธุรกิจไม่ได้ดีขึ้นจริง อธิบายกลไกที่หลายคนไม่เคยตั้งคำถาม