← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

งบวันละ 100 บาท ยิงแอดได้จริงไหม เพดานงบขั้นต่ำที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องการเพื่อแข่งในประมูล

ทีมบรรณาธิการ linli16 ก.ค. 15:50อัปเดต 16 ก.ค. 15:50อ่าน 1 นาที
งบวันละ 100 บาท ยิงแอดได้จริงไหม เพดานงบขั้นต่ำที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องการเพื่อแข่งในประมูล
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

งบโฆษณาไม่ใช่แค่เรื่อง 'มากหรือน้อย' แต่มีเพดานขั้นต่ำที่ต้องถึงก่อนถึงจะพอแข่งในประมูลได้จริง ต่ำกว่านั้นไม่ใช่แค่ได้ผลน้อยลงตามสัดส่วน แต่ระบบแทบไม่มีโอกาสแสดงผลพอจะเรียนรู้อะไรเลย เพดานขั้นต่ำนี้ต่างกันตามแพลตฟอร์มและความแคบของกลุ่มเป้าหมาย การรู้เพดานของตัวเองก่อนเริ่มยิง ช่วยไม่ให้เสียเงินไปกับงบที่ต่ำเกินจะมีความหมาย

ร้านเล็กแห่งหนึ่งเริ่มยิงแอดด้วยงบวันละร้อยบาท เพราะอยากทดสอบก่อนโดยไม่เสี่ยงมาก ผ่านไปสองสัปดาห์แทบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่ใช่แค่ยอดทักน้อย แต่แคมเปญแทบไม่ได้แสดงผลด้วยซ้ำ เจ้าของร้านสรุปว่าแพลตฟอร์มนี้ใช้ไม่ได้ผลกับธุรกิจตัวเอง ทั้งที่จริงปัญหาคือเขายังไม่ได้ให้โอกาสระบบทำงานเลย

หลายคนเข้าใจว่างบน้อยแค่ทำให้ผลลัพธ์น้อยลงตามสัดส่วน เหมือนลดทุกอย่างลงครึ่งหนึ่งก็ได้ผลครึ่งหนึ่ง แต่ความจริงไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบนั้น มีจุดเพดานขั้นต่ำที่ถ้างบต่ำกว่านั้น ระบบแทบไม่มีทางแข่งในประมูลได้เลย ไม่ว่าจะให้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

ทำไมถึงมี 'เพดานขั้นต่ำ' ไม่ใช่แค่ยิ่งน้อยยิ่งได้น้อยตามสัดส่วน

ระบบประมูลโฆษณาต้องแสดงผลให้คนจำนวนหนึ่งก่อนถึงจะเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมได้มากพอจะรู้ว่าใครควรเห็นโฆษณานี้ ถ้างบต่ำเกินไปจนได้จำนวนการแสดงผลต่อวันน้อยมาก ระบบจะไม่มีข้อมูลพอเรียนรู้ ทำให้ติดอยู่ในโหมดทดลองแบบสุ่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่พัฒนาไปสู่การหากลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ

ยิ่งกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้แคบเท่าไหร่ เพดานขั้นต่ำนี้ยิ่งสูงขึ้นตาม เพราะการจะได้แสดงผลพอเรียนรู้ในกลุ่มคนจำนวนน้อย ต้องใช้งบมากกว่าการเรียนรู้ในกลุ่มคนจำนวนมาก นี่คือเหตุผลที่บางร้านตั้งกลุ่มเป้าหมายแคบมากแล้วให้งบน้อย ผลลัพธ์ที่ได้จึงแย่กว่าที่ควรจะเป็นมาก

ทำไมเพดานขั้นต่ำของแต่ละแพลตฟอร์มไม่เท่ากัน

Facebook มักต้องการปริมาณ conversion ต่อสัปดาห์ระดับหนึ่งก่อนที่ระบบอัตโนมัติจะเริ่มทำงานได้แม่นยำ ถ้างบต่ำจนได้ conversion ต่อสัปดาห์น้อยกว่าเกณฑ์ที่ระบบต้องการ แคมเปญมักติดอยู่ในโหมดเรียนรู้ไม่จบสักที ต้นทุนต่อผลลัพธ์จึงสูงและไม่นิ่ง

TikTok เนื่องจากปริมาณการแสดงผลต่อวันสูงกว่ามาก อาจใช้งบขั้นต่ำที่ต่ำกว่า Facebook เล็กน้อยเพื่อให้ได้จำนวนการแสดงผลที่พอเรียนรู้ แต่ก็ยังต้องการปริมาณ conversion ระดับหนึ่งเช่นกันถึงจะออกจากโหมดทดลองได้

Google Search มีลักษณะต่างออกไป เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องในแต่ละวัน ถ้าคำค้นมีปริมาณการค้นหาน้อยอยู่แล้ว ต่อให้ตั้งงบสูงก็อาจไม่มีคนคลิกพอให้ใช้งบหมด ในขณะที่คำค้นยอดนิยมอาจต้องใช้งบขั้นต่ำที่สูงกว่ามากถึงจะแข่งกับผู้ลงโฆษณารายอื่นได้

กรอบคิดเรื่องเพดานขั้นต่ำ (เป็นตัวอย่างกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ)

แพลตฟอร์มปัจจัยหลักที่กำหนดเพดานขั้นต่ำสัญญาณว่างบยังต่ำกว่าเพดาน
Facebookจำนวน conversion ต่อสัปดาห์ที่ระบบต้องการเรียนรู้แคมเปญค้างอยู่ในโหมดเรียนรู้นานผิดปกติ
TikTokจำนวนการแสดงผลต่อวันเทียบกับความแคบของกลุ่มเป้าหมายการแสดงผลน้อยมากแม้ตั้งกลุ่มเป้าหมายกว้าง
Google Searchปริมาณการค้นหาของคำที่เลือกใช้ใช้งบไม่หมดตามที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน

จะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้งบต่ำกว่าเพดานขั้นต่ำ

  1. เช็กสถานะแคมเปญในหน้าตัวจัดการโฆษณาว่ายังอยู่ในโหมดเรียนรู้นานเกินสองสัปดาห์หรือไม่ ถ้าใช่ อาจเป็นสัญญาณว่างบหรือปริมาณ conversion ยังไม่พอ
  2. ดูว่าจำนวนการแสดงผลต่อวันเทียบกับขนาดกลุ่มเป้าหมายสมเหตุสมผลไหม ถ้าน้อยผิดปกติ ให้พิจารณาเพิ่มงบหรือขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น
  3. ถ้าเป็น Google Search ให้ดูว่าใช้งบหมดตามที่ตั้งไว้ทุกวันหรือไม่ ถ้าใช้ไม่หมดบ่อย ๆ อาจต้องเพิ่มคำค้นหรือขยายขอบเขตแทนการเพิ่มงบเฉย ๆ
  4. ถ้างบจำกัดจริงและไม่สามารถถึงเพดานขั้นต่ำของแพลตฟอร์มที่อยากใช้ได้ ให้พิจารณาโฟกัสแพลตฟอร์มเดียวที่ถึงเพดานได้ก่อน แทนที่จะกระจายจนไม่มีที่ไหนถึงเพดานเลย

สรุป

งบโฆษณาที่ต่ำเกินไปไม่ได้แค่ให้ผลลัพธ์น้อยลงตามสัดส่วน แต่อาจทำให้แคมเปญไม่มีวันได้ไปถึงจุดที่ระบบเรียนรู้และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเลย การรู้เพดานขั้นต่ำของแพลตฟอร์มที่จะใช้ก่อนเริ่ม ช่วยประหยัดเวลาและเงินที่อาจเสียไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา

ถ้างบยังจำกัดมาก ให้เลือกโฟกัสแพลตฟอร์มเดียวที่พอถึงเพดานขั้นต่ำได้จริงก่อน ดีกว่ากระจายงบจนไม่มีที่ไหนไปถึงจุดที่ระบบเริ่มทำงานได้เต็มที่เลยสักที่

  • แต่ละแพลตฟอร์มมีเพดานงบขั้นต่ำที่ต้องถึงก่อนระบบจะเริ่มเรียนรู้และทำงานได้แม่นยำ
  • เพดานนี้ต่างกันตามปัจจัยเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่นปริมาณ conversion ที่ต้องการหรือปริมาณการค้นหา
  • ถ้างบจำกัด ควรโฟกัสแพลตฟอร์มเดียวที่ถึงเพดานได้จริง ดีกว่ากระจายจนไม่มีที่ไหนถึงเลย

คำถามที่พบบ่อย

มีตัวเลขงบขั้นต่ำที่ใช้ได้แน่นอนทุกธุรกิจไหม

ไม่มี เพราะขึ้นอยู่กับความแคบของกลุ่มเป้าหมาย ราคาสินค้า และอัตราปิดการขายของแต่ละธุรกิจ ควรสังเกตจากสถานะแคมเปญของตัวเองเป็นหลัก

ถ้างบน้อยจริง ๆ ควรเลือกแพลตฟอร์มไหนก่อน

ควรเลือกแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจมีปริมาณมากพอให้ระบบเรียนรู้ได้เร็ว มากกว่าเลือกจากแพลตฟอร์มที่ CPM ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

แคมเปญที่ค้างในโหมดเรียนรู้นาน แก้ได้ยังไง

อาจต้องเพิ่มงบให้ถึงเกณฑ์ที่ระบบต้องการ หรือขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นเพื่อให้ได้ปริมาณการแสดงผลและ conversion มากพอในเวลาที่เหมาะสม

งบขั้นต่ำเปลี่ยนไปตามฤดูกาลไหม

มีแนวโน้มเปลี่ยน เพราะช่วงที่การแข่งขันสูงอย่างปลายปี อาจต้องใช้งบมากกว่าปกติถึงจะได้จำนวนการแสดงผลเท่าเดิม ควรทบทวนเพดานเป็นระยะ

กลุ่มเป้าหมายกว้างช่วยลดเพดานงบขั้นต่ำได้จริงไหม

ช่วยได้ในหลายกรณี เพราะระบบมีคนให้เรียนรู้มากขึ้นในงบเท่าเดิม แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงที่คุณภาพของคนที่เห็นโฆษณาอาจไม่ตรงเป้าหมายเท่ากลุ่มแคบ

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Ads Budget Calculator

เริ่มจากเป้ารายได้ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องมีกี่ Lead กี่คลิก และงบเท่าไร

คำนวณงบฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

งบหมดตั้งแต่วันที่ 20 ทุกเดือนธันวา เลขคณิตของการเกลี่ยงบที่ต้องคิดใหม่ตอนโฆษณาแพงขึ้น

งบหมดตั้งแต่วันที่ 20 ทุกเดือนธันวา เลขคณิตของการเกลี่ยงบที่ต้องคิดใหม่ตอนโฆษณาแพงขึ้น

การตั้งงบรายวันเท่าเดิมทุกเดือนใช้ไม่ได้ผลตอนช่วงเทศกาลที่ราคาประมูลพุ่ง เพราะระบบเกลี่ยงบตามราคาจริงในตลาด ไม่ใช่ตามจำนวนวัน บทความนี้อธิบายเลขคณิตของการเกลี่ยงบ (pacing) ที่ต้องปรับเมื่อ CPM ฤดูกาลเปลี่ยน
ทุกปีเดือนนี้ยอดขายพุ่งแล้วก็ร่วงแรงพอกัน วางแผนรับความเสี่ยงจากดีมานด์ที่ขึ้นลงตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปีก่อน

ทุกปีเดือนนี้ยอดขายพุ่งแล้วก็ร่วงแรงพอกัน วางแผนรับความเสี่ยงจากดีมานด์ที่ขึ้นลงตามฤดูกาลด้วยข้อมูลปีก่อน

ธุรกิจที่ดีมานด์ขึ้นลงตามฤดูกาลชัดเจน มักเจอความเสี่ยงสองด้าน คือของขาดตอนพีค กับงบจมตอนซบเซา ใช้ข้อมูลแชทและยอดขายปีก่อนวางแผนรับมือล่วงหน้า
บาทอ่อนค่าคืนเดียว ทำไมค่าแอดที่จ่ายเป็นดอลลาร์ถึงแพงขึ้นทั้งที่ตัวเลขในระบบดูเหมือนเดิม

บาทอ่อนค่าคืนเดียว ทำไมค่าแอดที่จ่ายเป็นดอลลาร์ถึงแพงขึ้นทั้งที่ตัวเลขในระบบดูเหมือนเดิม

ร้านที่จ่ายค่าโฆษณาเป็นดอลลาร์ อาจไม่ทันสังเกตว่าต้นทุนจริงเป็นเงินบาทเปลี่ยนไปเท่าไหร่เมื่อค่าเงินผันผวนแรง วางแนวทางประเมินความเสี่ยงนี้ในงบประมาณ