← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

เปลี่ยนคนทักครั้งเดียว เป็นลูกค้าประจำรายปีด้วย Membership ใน LINE

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 14:35อัปเดต 03 ก.ค. 14:35อ่าน 1 นาที
เปลี่ยนคนทักครั้งเดียว เป็นลูกค้าประจำรายปีด้วย Membership ใน LINE
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Membership ใน LINE คือการทำให้คนที่ซื้อครั้งแรกมีเหตุผลที่จะกลับมาซื้ออีก ไม่ว่าจะเป็นแต้มสะสม สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก หรือของที่ได้เฉพาะคนเก่า หัวใจไม่ได้อยู่ที่บัตรสมาชิกสวย ๆ แต่อยู่ที่คุณให้เหตุผลเขากลับมาบ่อยพอจนกลายเป็นนิสัย

ลองคิดเลขกับผมสักนิด สมมติค่าแอดต่อการได้ลูกค้าใหม่หนึ่งคนอยู่ที่ 300 บาท ถ้าลูกค้าคนนั้นซื้อครั้งเดียวจบแล้วหายไป คุณก็ต้องจ่าย 300 บาทซ้ำเพื่อหาคนใหม่มาแทนทุกครั้ง แต่ถ้าเขากลับมาซื้ออีกสี่ครั้งในหนึ่งปี ต้นทุน 300 บาทนั้นถูกเฉลี่ยจนแทบไม่เหลือ นี่คือเหตุผลที่ลูกค้าประจำสำคัญกว่าที่หลายคนคิด

ปัญหาคือ ลูกค้าที่เคยซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้ 'ไม่พอใจ' เขาแค่ลืม ชีวิตยุ่ง แล้ววันหนึ่งเขาก็ไปเจอร้านอื่นที่ยิงแอดใส่เขาพอดี คุณเสียลูกค้าไปไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะไม่มีอะไรดึงเขากลับ

Membership ที่ทำถูกวิธีคือระบบที่คอยเตือนเขาว่า 'ที่นี่มีอะไรรอคุณอยู่' บทความนี้จะเล่าว่าจะออกแบบมันยังไงให้คนอยากกลับจริง ไม่ใช่แค่แจกบัตรสมาชิกที่ไม่มีใครใช้

ทำไมลูกค้าเก่าถึงเงียบหาย ทั้งที่ของก็ดี

เวลาลูกค้าไม่กลับมา เจ้าของร้านมักคิดว่า 'เขาคงไปเจอที่ถูกกว่า' แต่จากที่ผมเห็น เหตุผลอันดับหนึ่งไม่ใช่ราคา มันคือ 'ไม่มีเหตุให้นึกถึง' คนเราจำร้านที่ซื้อครั้งเดียวไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีอะไรมาสะกิด

ร้านส่วนใหญ่จบความสัมพันธ์ตรงที่ปิดการขาย พอส่งของเสร็จก็เงียบ ไม่มีข้อความตามหลัง ไม่มีเหตุผลให้เขากลับมา ลูกค้าเลยค่อย ๆ เลือนหายไปตามเวลา ทั้งที่ตอนซื้อเขาพอใจมาก

Membership แก้ปัญหานี้ด้วยการสร้าง 'เส้นด้ายบาง ๆ' ที่ยังผูกเขาไว้กับร้าน อาจเป็นแต้มที่ค้างอยู่ อาจเป็นสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ อาจเป็นข่าวของใหม่ที่ส่งเฉพาะสมาชิก จุดสำคัญคือมันทำให้คุณมี 'เหตุผลที่ชอบธรรม' ในการทักหาเขาอีก โดยไม่ดูเป็นการยัดขาย

อะไรที่ทำให้คนอยากกลับมาจริง ไม่ใช่แค่บัตรสวย

ผมเห็นร้านทำบัตรสมาชิกดีไซน์สวยหรู แต่ไม่มีใครใช้ เพราะสิ่งที่ทำให้คนกลับมาไม่ใช่หน้าตาบัตร แต่คือ 'เหตุผล' ที่จับต้องได้ ลองดูว่าแรงจูงใจแต่ละแบบเหมาะกับสินค้าแบบไหน:

แรงจูงใจเหมาะกับสินค้าแบบไหนจุดที่ต้องระวัง
แต้มสะสมแลกของของกิน ของใช้ ซื้อบ่อยอย่าตั้งให้แลกยากจนไม่มีใครถึง
ราคาสมาชิกพิเศษของที่กำไรพอลดได้ระวังกินกำไรตัวเองจนไม่เหลือ
สิทธิเข้าก่อน/ของหมดเร็วของ limited แฟชั่นต้องมีของใหม่จริง ไม่งั้นเงียบ
ของขวัญวันเกิด/ครบรอบทุกแบบ ต้นทุนต่ำอย่าลืมส่งจริง ไม่งั้นเสียความรู้สึก

วางระบบให้คนเลื่อนขั้นเป็นลูกค้าประจำ

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้เขาสมัครสมาชิก แต่คือพาเขาจาก 'ซื้อครั้งแรก' ไปสู่ 'ซื้อเป็นนิสัย' ทีละก้าว นี่คือลำดับที่ผมวางให้ลูกค้าใช้:

  1. ตอนปิดการขายครั้งแรก ชวนสมัครสมาชิกทันทีขณะเขายังอุ่น ๆ พร้อมบอกสิ่งที่จะได้ชัด ๆ เช่น 'สมัครวันนี้ได้แต้มเริ่มต้นเลยค่ะ'
  2. หลังส่งของ ทักไปถามผลการใช้งานสัก 3–7 วัน อันนี้ไม่ได้ขาย แค่ดูแล แต่มันทำให้เขาจำร้านได้และรู้สึกว่าคุณใส่ใจ
  3. เมื่อใกล้ถึงรอบที่เขาน่าจะใช้ของหมด ส่งข้อความเตือนแบบมีเหตุผล เช่น 'ของที่พี่ซื้อไปน่าจะใกล้หมดแล้ว รอบนี้สมาชิกได้ราคาพิเศษนะคะ' — นี่คือจังหวะที่ Membership ออกแรงจริง
  4. แบ่งกลุ่มสมาชิกตามความถี่ที่ซื้อ คนที่ซื้อบ่อยกับคนที่หายไปนานต้องได้ข้อความคนละแบบ คนหายนานให้เหตุผลแรงกว่าเพื่อดึงกลับ
  5. ทุกไตรมาส ดูว่าใครเลื่อนขั้นเป็นลูกค้าประจำ ใครหลุด แล้วปรับข้อเสนอ ระบบสมาชิกที่ไม่เคยรีวิวจะกลายเป็นระบบตายในไม่กี่เดือน

วัดว่าระบบสมาชิกได้ผลจริงตรงไหน

อย่าหลงดีใจแค่ยอดคนสมัคร เพราะคนสมัครแล้วไม่กลับมาก็คือตัวเลขหลอกตา สิ่งที่ควรจับตาคือคนที่สมัครแล้วกลับมาซื้อซ้ำจริงกี่เปอร์เซ็นต์ และเขาซื้อรวมทั้งปีเท่าไหร่ ตัวเลขนี้ผูกกับมูลค่าต่อการซื้อและความถี่ ซึ่งบอกสุขภาพร้านได้ตรงกว่ายอดสมัครเยอะ

อีกตัวที่ควรดูคู่กันคืออัตราที่ลูกค้าหลุดหายไป ถ้าคนสมัครเยอะแต่หลุดเร็วพอกัน แปลว่าระบบสมาชิกของคุณดึงคนเข้าได้แต่รั้งไว้ไม่อยู่ ต้องกลับไปดูว่าเหตุผลให้กลับมามันจริงและน่าสนใจพอไหม ไม่ใช่แค่แจกแต้มที่ไม่มีใครอยากแลก

ถ้าอยากละเอียดขึ้น ลองดูด้วยว่าลูกค้าประจำแต่ละคนอยู่กับร้านนานแค่ไหนและใช้จ่ายรวมเท่าไหร่ ตัวเลขมูลค่าลูกค้าตลอดอายุนี่แหละที่ทำให้คุณเห็นว่าการลงแรงกับสมาชิกคุ้มกว่าการไล่ยิงแอดหาคนใหม่ทุกเดือนแค่ไหน

สรุป

ลูกค้าประจำคือสินทรัพย์ที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะเราไปหลงกับความตื่นเต้นของการหาคนใหม่ ทั้งที่คนที่เคยซื้อและพอใจอยู่แล้วคือกลุ่มที่ปิดง่ายที่สุดและถูกที่สุด Membership คือระบบที่ทำให้คุณไม่ปล่อยคนกลุ่มนี้หลุดมือไปเงียบ ๆ

อย่าเริ่มจากบัตรสวย ๆ แต่เริ่มจากคำถามว่า 'ทำไมเขาถึงจะอยากกลับมา' ถ้าตอบคำถามนี้ได้จริง แต้มและสิทธิพิเศษก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทำงาน ไม่ใช่ลูกเล่นที่ไม่มีใครใช้

  • ลูกค้าเก่าเงียบเพราะ 'ไม่มีเหตุให้นึกถึง' ไม่ใช่เพราะไม่พอใจ
  • เลือกแรงจูงใจให้ตรงกับสินค้า และให้เหตุผลกลับมาที่จับต้องได้
  • วัดที่คนกลับมาซื้อซ้ำจริง ไม่ใช่แค่ยอดคนสมัคร

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Membership ใน LINE ต่างจากบัตรสมาชิกกระดาษยังไง

บัตรกระดาษหายง่ายและคุณไม่มีทางรู้ว่าใครถือบัตรอยู่บ้าง แต่สมาชิกใน LINE คุณส่งข้อความหาเขาได้ตรง เห็นว่าใครซื้อล่าสุดเมื่อไหร่ และแบ่งกลุ่มส่งข้อเสนอต่างกันได้ ความได้เปรียบอยู่ที่คุณ 'สื่อสารกลับ' ได้ ไม่ใช่แค่แจกบัตรแล้วจบ

ควรให้แต้มหรือให้ส่วนลดดีกว่ากัน

ขึ้นกับว่าอยากได้พฤติกรรมแบบไหน แต้มเหมาะกับของที่ซื้อบ่อยเพราะมันสร้างนิสัยสะสม ส่วนส่วนลดเห็นผลเร็วแต่ถ้าให้บ่อยเกินคนจะรอซื้อตอนลดอย่างเดียว ลองเริ่มจากแต้มที่แลกของได้จริงในเวลาไม่นานเกินไป

ลูกค้าที่หายไปนานแล้ว ยังดึงกลับด้วยระบบสมาชิกได้ไหม

ได้ แต่ต้องมีเหตุผลใหม่ที่แรงพอ อย่าส่งข้อความหน้าตาเหมือนตอนเขายังซื้ออยู่ ลองเสนอของใหม่ สิทธิพิเศษเฉพาะการกลับมา หรือแต้มที่ค้างอยู่ที่กำลังจะหมดอายุ ให้เขารู้สึกว่ามีอะไรรออยู่จริง

ต้องมีลูกค้าเยอะแค่ไหนถึงเริ่มทำ Membership คุ้ม

ไม่ต้องรอให้เยอะ ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะทุกคนที่ซื้อวันนี้คือคนที่คุณอาจรักษาไว้ได้ ถ้ารอจนมีลูกค้าเป็นพัน คนหลายร้อยที่ซื้อไปแล้วก็หลุดมือไปแล้ว เริ่มเก็บและดูแลตั้งแต่คนแรกดีกว่า

จะกันไม่ให้ลูกค้ารู้สึกโดนตื๊อขายผ่านระบบสมาชิกยังไง

กุญแจคือทุกข้อความต้องมี 'ประโยชน์กับเขา' ไม่ใช่แค่ประโยชน์กับร้าน สลับระหว่างข้อความดูแล ข้อความให้ความรู้ กับข้อความขายจริง อย่าส่งแต่โปรรัว ๆ เพราะพอกลายเป็นสแปม คนจะบล็อกแล้วคุณเสียเขาถาวร

ถ้าไม่มีทีมไอที จะจัดการระบบแต้มและกลุ่มสมาชิกไหวไหม

ไหว เพราะเครื่องมือจัดการ LINE หลายตัวมีระบบแต้มและการแบ่งกลุ่มสมาชิกให้ตั้งค่าผ่านหน้าจอ ไม่ต้องเขียนโค้ด สิ่งที่ต้องลงแรงจริงคือการออกแบบว่าจะให้เหตุผลอะไรคนกลับมา ส่วนงานเก็บข้อมูลปล่อยให้ระบบทำแทน

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยิงแอดไปเว็บ แต่ Tag ไม่ยิง Event กลับ Ads Manager ตอนกดปุ่ม LINE วิธี Debug ทำยังไง

ยิงแอดไปเว็บ แต่ Tag ไม่ยิง Event กลับ Ads Manager ตอนกดปุ่ม LINE วิธี Debug ทำยังไง

แอดวิ่ง เว็บมีคนเข้า คนทักไลน์ก็มี แต่ Ads Manager โชว์ conversion เป็นศูนย์ — อาการนี้เจอกันทุกบ้าน บทความนี้คือบันไดไล่ตรวจทีละขั้น จากง่ายสุดไปลึกสุด พร้อมสาเหตุยอดฮิตที่เจอซ้ำ ๆ
คนที่เห็นแอดออนไลน์เดินมาที่บูธจริงกี่คน วัดด้วย LINE Beacon ในอีเวนต์

คนที่เห็นแอดออนไลน์เดินมาที่บูธจริงกี่คน วัดด้วย LINE Beacon ในอีเวนต์

ออกบูธทีเสียเป็นแสน แต่ตอบไม่ได้ว่าแอดที่ยิงชวนคนมางานได้ผลแค่ไหน LINE Beacon คือสะพานเชื่อมโลกออนไลน์กับหน้างานที่ธุรกิจไทยมีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยหยิบมาใช้
เชื่อมระบบผ่อนชำระ (BNPL) ใน LINE แล้วใช้ข้อมูลคนชอบผ่อนมาปรับแอดให้แม่นขึ้น

เชื่อมระบบผ่อนชำระ (BNPL) ใน LINE แล้วใช้ข้อมูลคนชอบผ่อนมาปรับแอดให้แม่นขึ้น

ดีลหลักหมื่นจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะลูกค้าไม่อยากได้ แต่ตายเพราะต้องจ่ายก้อนเดียว บทความนี้เล่าว่าตัวเลือกผ่อนช่วยปิดดีลตรงไหน และข้อมูลว่าใครเลือกผ่อนเอาไปทำอะไรต่อได้บ้าง