← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

คนที่ทักมาไม่ใช่คนที่จะใส่อุปกรณ์: ทำไมต้องคุยกับลูกที่เป็นห่วง ไม่ใช่ตัวคุณตาคุณยาย

02 ส.ค. 04:16 · อ่าน 1 นาที
คนที่ทักมาไม่ใช่คนที่จะใส่อุปกรณ์: ทำไมต้องคุยกับลูกที่เป็นห่วง ไม่ใช่ตัวคุณตาคุณยาย

สรุปสั้น ๆ

ธุรกิจอุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุมักเจอสถานการณ์ที่คนทักเข้ามาคือลูกหลานที่เป็นห่วง ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่จะใส่อุปกรณ์เอง ความกังวลและเหตุผลในการตัดสินใจของสองฝ่ายต่างกันมาก การใช้สคริปต์ที่พูดกับ ‘ผู้ใช้งาน’ โดยตรงแทนที่จะพูดกับ ‘ผู้ตัดสินใจ’ มักพลาดจุดสำคัญไปเลย

ลองสมมติข้อความหนึ่งที่ทักเข้ามาว่า ‘คุณแม่อยู่คนเดียวที่ต่างจังหวัด กลัวว่าถ้าล้มแล้วไม่มีใครรู้ อยากได้อุปกรณ์ที่กดขอความช่วยเหลือได้ค่ะ’ ข้อความนี้มาจากลูกสาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพ ไม่ใช่จากคุณแม่ที่จะเป็นคนใส่อุปกรณ์เอง

ความน่าสนใจของธุรกิจนี้คือคนที่ตัดสินใจซื้อ คนที่จ่ายเงิน และคนที่ต้องใช้อุปกรณ์จริง มักเป็นคนละคนกันหมด ถ้าแอดมินตอบด้วยข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์อย่างเดียว เช่น แบตเตอรี่อยู่ได้กี่ชั่วโมง กันน้ำได้ไหม โดยไม่พูดถึงความกังวลที่แท้จริงของลูกสาวคนนี้ อาจพลาดโอกาสปิดการขายไปเลย

บทความนี้จะพาดูว่าความกังวลของ ‘ผู้ตัดสินใจ’ กับ ‘ผู้ใช้งาน’ ต่างกันตรงไหน และควรออกแบบบทสนทนายังไงให้ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกัน

สองความกังวลที่ไม่เหมือนกันเลย

ความกังวลของลูกที่เป็นห่วงมักเป็นเรื่อง ‘ถ้าเกิดเหตุแล้วจะรู้ทันเวลาไหม’ เขาต้องการความอุ่นใจว่าถ้าพ่อแม่ล้มหรือมีเหตุฉุกเฉิน จะมีคนไปช่วยได้ทันที ความกังวลนี้มักมาพร้อมความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ดูแลใกล้ชิดด้วยตัวเอง

ในขณะที่ความกังวลของผู้สูงอายุที่จะเป็นคนใส่อุปกรณ์ มักเป็นเรื่องต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เช่น ใส่แล้วดูเทอะทะไหม ต้องชาร์จบ่อยแค่ไหน ใส่แล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนป่วยหรือเปล่า หลายคนถึงขั้นไม่อยากใส่เพราะรู้สึกว่าเป็นการตอกย้ำว่าตัวเองแก่และช่วยตัวเองไม่ได้

ถ้าสคริปต์เน้นแต่ฟีเจอร์ทางเทคนิคโดยไม่พูดถึงความกังวลทั้งสองด้านนี้ ต่อให้ลูกสาวอยากซื้อมากแค่ไหน สุดท้ายอาจซื้อมาแล้วคุณแม่ไม่ยอมใส่อยู่ดี

คุยกับใครก่อน แล้วดึงอีกคนเข้ามายังไง

  1. เริ่มจากตอบความกังวลของคนที่ทักเข้ามาก่อนเสมอ เพราะเขาคือคนตัดสินใจซื้อและจ่ายเงิน ให้ความมั่นใจเรื่องระบบแจ้งเตือนและความเร็วในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ
  2. ถามต่อว่า ‘คุณแม่ทราบเรื่องนี้แล้วหรือยังคะ’ เพื่อเช็กว่าผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนี้แค่ไหน เพราะถ้ายังไม่รู้เรื่องเลย มีความเสี่ยงสูงที่จะปฏิเสธไม่ยอมใส่เมื่อของมาถึง
  3. แนะนำวิธีเปิดเรื่องกับผู้สูงอายุที่ไม่ทำให้รู้สึกถูกตัดสินว่าช่วยตัวเองไม่ได้ เช่น เสนอมุมมองว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้ลูกหลานสบายใจ ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ
  4. ถ้าเป็นไปได้ เสนอให้มีคู่มือหรือคลิปสั้นที่พูดกับผู้สูงอายุโดยตรงด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร เพื่อช่วยให้ลูกหลานมีเครื่องมือโน้มน้าวที่ไม่ต้องคิดคำพูดเอง

ข้อกังวลที่มักได้ยินจากฝั่งผู้สูงอายุ และควรตอบยังไง

  • ‘ไม่อยากใส่ ดูเหมือนคนป่วย’ — แนะนำรุ่นที่ออกแบบให้ดูเหมือนเครื่องประดับทั่วไปแทนอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ‘กลัวลูกมาว่าตลอดเวลาว่าทำไมไม่กดใช้งาน’ — เน้นว่าอุปกรณ์นี้มีไว้เพื่อเหตุฉุกเฉินจริง ๆ ไม่ใช่เครื่องมือติดตามตลอดเวลา
  • ‘ใช้ยาก กลัวกดผิดแล้วเป็นภาระคนอื่น’ — อธิบายขั้นตอนการใช้งานให้ง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ พร้อมมีช่วงทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อขาด

เมื่อมีพี่น้องหลายคนเข้ามาร่วมตัดสินใจในแชทเดียว

บ่อยครั้งที่ลูกคนหนึ่งเริ่มทักมาก่อน แล้วมีพี่น้องคนอื่นเข้ามาถามเพิ่มภายหลัง บางครั้งมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องความจำเป็นของอุปกรณ์ เช่น พี่คนโตอาจมองว่ายังไม่จำเป็น ในขณะที่น้องคนเล็กที่อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่มากกว่ามองว่าจำเป็นมาก การมีข้อมูลที่เป็นกลางและชัดเจนพร้อมส่งต่อให้ทุกคนในครอบครัวอ่านพร้อมกันได้ ช่วยลดความขัดแย้งและเร่งการตัดสินใจร่วมกัน

สรุป

ธุรกิจอุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุมีความท้าทายเฉพาะตัวตรงที่ผู้ตัดสินใจซื้อกับผู้ใช้งานเป็นคนละคน การเข้าใจความกังวลที่ต่างกันของทั้งสองฝ่ายสำคัญกว่าการอธิบายฟีเจอร์ทางเทคนิคของอุปกรณ์มาก

การออกแบบบทสนทนาที่ตอบโจทย์ทั้งลูกที่เป็นห่วงและผู้สูงอายุที่ต้องใส่อุปกรณ์จริง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานจริง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยกว่าที่หลายร้านคิด

  • ผู้ตัดสินใจซื้อและผู้ใช้งานมักเป็นคนละคน ต้องตอบความกังวลทั้งสองฝ่าย
  • ถามเสมอว่าผู้สูงอายุรับรู้และยินดีใส่อุปกรณ์หรือยัง ก่อนปิดการขาย
  • เตรียมข้อมูลที่เป็นกลางสำหรับกรณีมีพี่น้องหลายคนร่วมตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ควรพูดกับลูกที่เป็นห่วงหรือผู้สูงอายุก่อนดี

ควรตอบคนที่ทักเข้ามาก่อนเสมอ เพราะเป็นคนตัดสินใจและจ่ายเงิน แต่ต้องไม่ลืมถามว่าผู้สูงอายุรับรู้และยินดีใส่อุปกรณ์นี้ด้วยหรือยัง

ถ้าผู้สูงอายุปฏิเสธไม่ยอมใส่ ควรทำยังไง

แนะนำให้ลูกหลานเป็นคนเปิดเรื่องด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยมากกว่าการบังคับ และอาจเสนอให้ทดลองใช้ช่วงสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อขาด เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าไม่ได้ถูกยัดเยียด

อุปกรณ์แบบไหนที่ผู้สูงอายุมักยอมรับได้ง่ายกว่า

รุ่นที่ออกแบบให้ดูเป็นเครื่องประดับทั่วไปมากกว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ มักถูกยอมรับง่ายกว่า เพราะไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกตีตราว่าช่วยตัวเองไม่ได้

ถ้าพี่น้องมีความเห็นไม่ตรงกัน ร้านควรเข้าไปช่วยตัดสินไหม

ไม่ควรเข้าไปเป็นฝ่ายตัดสินความเห็นในครอบครัว แต่ควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นกลางที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ครอบครัวใช้ประกอบการตัดสินใจกันเอง

ควรมีช่วงทดลองใช้ก่อนซื้อขาดไหม

ถ้าเป็นไปได้ควรมี เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะปฏิเสธหลังซื้อมาแล้ว และทำให้ลูกหลานตัดสินใจซื้อขาดได้มั่นใจขึ้นเมื่อเห็นว่าพ่อแม่ยอมรับการใช้งานจริง

จะรู้ได้ยังไงว่าแอดชุดไหนสื่อสารกับ ‘ผู้ตัดสินใจ’ ได้ตรงจุดกว่ากัน

ต้องดูจากบทสนทนาจริงว่าแอดชุดไหนได้รับคำถามเรื่องความกังวลของลูกหลานมากกว่าคำถามเรื่องฟีเจอร์อุปกรณ์ล้วน ๆ ถ้ามีระบบอย่าง linli ที่เก็บบทสนทนาผูกกับแอดต้นทาง จะช่วยให้เห็นว่าคอนเทนต์แบบไหนดึงคนที่พร้อมตัดสินใจจริงมากกว่ากัน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง