สรุปสั้น ๆ
Listicle คือบทความแบบรวมรายการหรือจัดอันดับ (เช่น ‘10 อันดับครีมกันแดดสำหรับผิวมัน’) คนชอบเพราะอ่านง่าย เห็นภาพรวมไว และแชร์ต่อสะดวก เหมาะดึงทราฟฟิกก้อนใหญ่ แต่จะปิดออเดอร์ได้ต้องออกแบบให้แต่ละอันดับพาคนเดินเข้าใกล้การทัก LINE ไม่ใช่แค่ให้ข้อมูลแล้วจบ
ถ้าคุณเคยเผลอคลิกอ่าน ‘7 ร้านหมูกระทะที่ต้องลองก่อนตาย’ ทั้งที่เพิ่งกินข้าวเสร็จ คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำไม listicle ถึงได้ผล มันบอกล่วงหน้าว่าจะได้อะไรกี่อย่าง สมองเราชอบความชัดเจนแบบนั้น เลยกดง่าย อ่านง่าย และแชร์ง่าย
แต่ปัญหาที่ผมเห็นบ่อยคือ ร้านทำ listicle แล้วได้แค่ยอดวิวสวย ๆ ไม่มีใครทักซื้อ เพราะเขียนเหมือนสารานุกรม ให้ข้อมูลครบแต่ไม่มีเส้นทางให้คนเดินต่อ คนอ่านจบแล้วก็ปิดไป จบข่าว
บทความนี้ผมจะเล่าว่า listicle ที่ ‘ขายได้’ ต่างจาก listicle ที่ ‘แค่มีคนอ่าน’ ยังไง ตั้งแต่การเลือกหัวข้อ การจัดอันดับ ไปจนถึงการวางสะพานให้คนพร้อมซื้อกดทัก LINE เข้ามาปิดออเดอร์
ทำไม listicle ถึงดึงคนได้ดีนัก
เหตุผลแรกคือความคาดเดาได้ พาดหัวว่า ‘10 อันดับ’ บอกคนอ่านล่วงหน้าว่าเขาจะได้อะไรและใช้เวลาแค่ไหน ในโลกที่คนขี้เกียจอ่านอะไรยาว ๆ ความชัดเจนนี้แหละที่ทำให้เขากล้ากด
เหตุผลที่สองคือมันแชร์ง่าย คนชอบส่งรายการแบบนี้ให้เพื่อนพร้อมข้อความว่า ‘อันนี้น่าลองว่ะ’ ทำให้ทราฟฟิกกระจายออกไปเองโดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ต่างจากบทความวิชาการที่คนอ่านคนเดียวจบ
และที่มองข้ามไม่ได้คือ listicle จับคนที่กำลังเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจได้ดีมาก คนที่ค้น ‘ยี่ห้อไหนดี’ หรือ ‘รวมของน่าซื้อ’ คือคนที่ใกล้จ่ายเงินแล้ว เขาแค่อยากได้ตัวช่วยตัดสินใจ ซึ่ง listicle ตอบโจทย์นั้นพอดี
listicle ที่ขายได้ ต่างจากที่แค่มีคนอ่านตรงไหน
ความต่างหลักคือ ‘มีเส้นทางให้เดินต่อหรือเปล่า’ listicle ที่ได้แค่ยอดวิว มักจบแต่ละอันดับด้วยข้อมูลดิบ ๆ แล้วปล่อยให้คนอ่านคิดเอง ส่วน listicle ที่ขายได้ จะช่วยคนตัดสินใจและชี้ทางว่าถ้าสนใจให้ทำอะไรต่อ
อีกจุดคือความจริงใจ ถ้าคุณจัดอันดับแล้วเชียร์แต่ของตัวเองให้อยู่อันดับ 1 ทั้งที่มันไม่ได้ดีที่สุดจริง คนอ่านจับได้และเลิกเชื่อทันที ผมชอบใส่ของคู่แข่งลงไปด้วยอย่างเป็นธรรม แล้วอธิบายว่าของเราเหมาะกับใคร ความตรงไปตรงมาแบบนี้สร้างความเชื่อใจได้มากกว่าการยกตัวเอง
และแทนที่จะขายตรง ๆ ในทุกอันดับ ให้ใช้วิธีให้ความรู้ก่อนแล้วค่อยชวน คนที่รู้สึกว่าได้ของจริงจากบทความ มักเปิดใจทัก LINE เข้ามาถามต่อมากกว่าคนที่รู้สึกว่ากำลังโดนยัดขาย
โครงที่ทำให้แต่ละอันดับพาคนเข้าใกล้การทัก
ผมมีสูตรง่าย ๆ ที่ใช้กับแต่ละอันดับ เพื่อให้มันไม่ใช่แค่ข้อมูลลอย ๆ แต่ค่อย ๆ พาคนไปสู่การตัดสินใจ ลองเอาไปปรับใช้ดู:
- เปิดแต่ละอันดับด้วยชื่อชัด ๆ แล้วบอกทันทีว่า ‘เหมาะกับใคร’ เพื่อให้คนอ่านจับคู่ตัวเองได้ไว
- บอกข้อดีจริงและข้อจำกัดตรง ๆ อย่างละนิด ความตรงนี้ทำให้คนเชื่อ และช่วยให้เขาคัดตัวเองว่าใช่หรือไม่ใช่
- ปิดแต่ละอันดับด้วยการชวนแบบเบา ๆ เช่น ‘ถ้าไม่แน่ใจว่าอันไหนเหมาะ ทักมาให้ช่วยเลือกได้’ พร้อมทางไป LINE
- ท้ายบทสรุปช่วยตัดสินใจอีกที เช่น ‘งบน้อยเลือกข้อ 3 เน้นคุณภาพเลือกข้อ 7’ แล้ววางปุ่มทัก LINE ให้ชัดที่สุด
อย่าหลงยอดวิว ให้ดูว่าปิดออเดอร์ได้จริงไหม
listicle ที่มียอดวิวเป็นหมื่นแต่ไม่มีใครทักซื้อ คือความสำเร็จลวงตา ตัวเลขที่ควรจับตาไม่ใช่ยอดอ่าน แต่คือมีคนกดจากบทความนี้ไปทัก LINE กี่คน และในนั้นปิดออเดอร์ได้กี่ราย
การหยุดวัดแค่ยอดวิวหรือยอดคลิกจะทำให้คุณตัดสินใจผิด บทที่วิวเยอะแต่ไม่ปิดออเดอร์ อาจดึงคนผิดกลุ่ม ส่วนบทที่วิวน้อยแต่ปิดได้เรื่อย ๆ นั่นแหละของจริง การเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างยอดคลิกกับยอดที่ทักจริงให้ชัด จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรทำ listicle แนวไหนต่อ
สรุป
Listicle เป็นรูปแบบที่คนชอบกด ชอบอ่าน และชอบแชร์ จึงดึงทราฟฟิกก้อนใหญ่ได้ดี โดยเฉพาะกับคนที่กำลังเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ แต่จะเปลี่ยนทราฟฟิกเป็นออเดอร์ได้ ต้องออกแบบให้แต่ละอันดับช่วยคนตัดสินใจและมีสะพานพาไปทัก LINE
เขียนอย่างจริงใจ จัดอันดับอย่างเป็นธรรม ให้คุณค่าก่อนขาย แล้ววัดผลถึงจำนวนคนที่ทักและปิดออเดอร์จริง ไม่ใช่หยุดที่ยอดวิว ทำแบบนี้ listicle จะไม่ใช่แค่บทความยอดวิวสวย แต่เป็นเครื่องมือปิดการขายที่ทำงานให้คุณจริง
- คนชอบ listicle เพราะคาดเดาได้ อ่านง่าย แชร์ง่าย
- จัดอันดับอย่างเป็นธรรม ให้คุณค่าก่อนขาย จึงเกิดความเชื่อใจ
- แต่ละอันดับต้องมีสะพานไปทัก LINE และวัดถึงยอดปิดจริง
คำถามที่พบบ่อย
listicle ควรมีกี่อันดับถึงจะกำลังดี
ไม่มีตัวเลขที่ถูกที่สุด แต่ควรมากพอให้ดูครบและน้อยพอให้อ่านไหวในครั้งเดียว หลายคนพบว่าราว 5-10 อันดับกำลังพอดี สำคัญคือทุกอันดับต้องมีเหตุผลที่อยู่ตรงนั้นจริง ไม่ใช่ใส่ให้ครบตัวเลข
จัดอันดับสินค้าตัวเองไว้อันดับ 1 ได้ไหม
ได้ถ้ามันดีที่สุดสำหรับกลุ่มที่คุณระบุจริง ๆ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วดันไว้อันดับ 1 คนอ่านมักจับได้และเลิกเชื่อทั้งบท การจัดอย่างเป็นธรรมและบอกว่าของเราเหมาะกับใครมักสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า
จะใส่คู่แข่งในบทความตัวเองทำไม ไม่เสียลูกค้าเหรอ
การพูดถึงคู่แข่งอย่างเป็นธรรมทำให้บทความน่าเชื่อถือขึ้น คนอ่านรู้ว่าคุณไม่ได้เชียร์ตัวเองอย่างเดียว และถ้าคุณอธิบายชัดว่าของคุณเหมาะกับใคร คนกลุ่มนั้นจะเลือกคุณเองด้วยความมั่นใจกว่า
listicle เป็น evergreen ได้ไหม
ได้ถ้าหัวข้อไม่ผูกกับเวลา เช่น รวมวิธีหรือรวมประเภทที่ไม่ค่อยเปลี่ยน แต่ถ้าเป็นรวมรุ่นหรือรวมของปีนี้จะมีอายุสั้นและต้องอัปเดตบ่อย ควรเลือกมุมที่อยู่ได้นานถ้าต้องการทราฟฟิกต่อเนื่อง
ทำ listicle แล้วยอดวิวดีแต่ไม่มีใครทัก ผิดตรงไหน
ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีเส้นทางให้คนเดินต่อ หรือดึงคนผิดกลุ่มที่แค่หาข้อมูลเล่น ลองเพิ่มคำชวนที่ให้คุณค่าและปุ่มทักที่ชัดในแต่ละอันดับ แล้วทบทวนว่าหัวข้อดึงคนพร้อมซื้อจริงหรือแค่คนอยากรู้
รูปสำคัญกับ listicle แค่ไหน
สำคัญมาก เพราะคนอ่าน listicle มักกวาดสายตาเร็ว รูปที่ชัดและตรงกับแต่ละอันดับช่วยให้เขาเข้าใจไวและอยู่กับบทความนานขึ้น การตั้งชื่อไฟล์และคำอธิบายรูปให้ดียังช่วยให้คนค้นเจอจากการค้นรูปภาพได้อีกทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง


