← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

รีสอร์ทยิงแอดให้คนทักจองตรงใน LINE วัดยังไงให้เห็นว่าคุ้มกว่าจ่าย OTA กินหัวคิว

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 02:09อัปเดต 10 ก.ค. 02:09อ่าน 1 นาที
รีสอร์ทยิงแอดให้คนทักจองตรงใน LINE วัดยังไงให้เห็นว่าคุ้มกว่าจ่าย OTA กินหัวคิว
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การเทียบว่าจองตรงคุ้มกว่า OTA จริงไหม ต้องวัดถึง 'ห้องที่จองตรงสำเร็จ' ไม่ใช่แค่ยอดทักเข้ามา แล้วเอาไปหักลบกับค่าคอมมิชชันที่จะเสียให้ OTA ถ้าห้องนั้นไปจองทางนั้นแทน ตัวเลขที่ได้จะบอกได้ว่าควรทุ่มงบแอดฝั่งจองตรงเพิ่มแค่ไหน

สมมติเราคุยกันเรื่องรีสอร์ทริมทะเลชื่อสมมติว่า 'ทะเลใจ รีสอร์ท' เจ้าของเล่าให้ฟังว่าทุกเดือนต้องจ่ายค่าคอมให้แพลตฟอร์มจองห้องพักราวสิบแปดถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย พอลองยิงแอดชวนคนทักเข้า LINE มาจองตรงดูบ้าง ก็มีคนทักเข้ามาเยอะขึ้นจริง แต่คำถามที่ตอบไม่ได้คือ 'ที่ทักมาน่ะ มันคุ้มกว่าจ่ายค่าคอมจริงไหม หรือแค่รู้สึกว่าคุ้ม'

นี่คือกับดักที่รีสอร์ทเล็กถึงกลางเจอบ่อยมาก เพราะยอดทักเข้าแชทกับยอดที่ปิดจนได้ห้องจองตรงจริงต่างกันมาก และถ้าไม่วัดให้ถึงขั้นตอนสุดท้าย เจ้าของก็ตัดสินใจเรื่องงบแอดจากความรู้สึกล้วน ๆ ซึ่งผิดพลาดง่าย

บทความนี้จะพาดูว่าควรวัดอะไรบ้างให้เห็นภาพการแข่งขันระหว่างสองช่องทาง และทำไมคำตอบสุดท้ายมักไม่ใช่ 'เลิกใช้ OTA' แต่เป็น 'รู้ว่าควรทุ่มน้ำหนักไปทางไหนเมื่อไหร่' มากกว่า

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการพึ่ง OTA อย่างเดียว

ค่าคอมมิชชันที่จ่ายให้แพลตฟอร์มจองห้องพักไม่ใช่ต้นทุนเดียวที่ต้องนับ ยังมีเรื่องที่รีสอร์ทไม่ได้เก็บข้อมูลแขกไว้เองเลย เพราะทุกอย่างอยู่ในระบบของแพลตฟอร์ม พอแขกเช็กเอาต์ไปแล้ว รีสอร์ทแทบไม่มีทางชวนเขากลับมาจองตรงในทริปหน้าได้เลย ต้องรอให้เขาเสิร์ชเจอใหม่ผ่านแพลตฟอร์มเดิม แล้วก็เสียค่าคอมซ้ำอีกรอบ

เมื่อเทียบกับแขกที่ทักมาจองตรงผ่าน LINE รีสอร์ทจะมีเบอร์ติดต่อและประวัติการคุยเก็บไว้เอง ทำให้ครั้งต่อไปสามารถยิงข้อเสนอกลับไปหาแขกเก่าโดยตรงโดยไม่ต้องแบ่งค่าคอมให้ใครเลย นี่คือมูลค่าระยะยาวที่ตัวเลขค่าคอมเปอร์เซ็นต์เดียวไม่ได้สะท้อนออกมา

วัดยังไงให้เห็นว่าแอดพาใครมาจองตรงจริง ไม่ใช่แค่ทักเล่น

จุดเริ่มต้นคือต้องรู้ก่อนว่าคนที่ทักเข้า LINE มาจากแอดตัวไหน แล้วไล่ตามบทสนทนานั้นไปจนถึงขั้นที่เขาโอนมัดจำหรือยืนยันวันเข้าพักจริง ไม่ใช่หยุดแค่ 'มีคนทักถามราคาห้อง' เพราะคนถามราคาจำนวนไม่น้อยแค่เทียบราคาเฉย ๆ แล้วไปจองผ่าน OTA อยู่ดีเพราะเห็นรีวิวเยอะกว่าที่นั่น

การแยกแขกที่มาจากแอดจองตรงออกจากทราฟฟิกรวมให้ชัดเจน จะทำให้เห็นว่าแอดตัวไหนจริง ๆ แล้วพาคนที่ตั้งใจจองตรงเข้ามา ไม่ใช่แค่พาคนมาดูราคาเปรียบเทียบ

ลองเทียบต้นทุนสองทางแบบตัวเลขสมมติ

ตัวเลขด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่สถิติจริงจากที่ไหน แต่โครงคิดแบบนี้เอาไปแทนตัวเลขจริงของรีสอร์ทตัวเองได้ทันที:

ช่องทางต้นทุนต่อการจอง 1 ห้องข้อมูลแขกที่ได้เก็บไว้
จองผ่าน OTAค่าคอม ~18-20% ของยอดห้องแทบไม่มี ติดต่อตรงไม่ได้
จองตรงผ่านแชท (ค่าแอด+เวลาแอดมิน)แปรผันตามงบแอด มักต่ำกว่าค่าคอมเมื่อปิดได้เกินจุดคุ้มทุนมีครบ ใช้ยิงซ้ำได้ฟรีในอนาคต

บทสนทนาแบบไหนที่ดึงคนให้เลือกจองตรงแทนที่จะปิดแอปแล้วไปเช็ก OTA

จุดที่รีสอร์ทเสียแขกให้ OTA บ่อยที่สุดคือช่วงตอบคำถามราคา ถ้าแอดมินตอบแค่ตัวเลขห้วน ๆ แขกก็จะปิดแชทไปเปรียบเทียบราคาต่อทันที ลองดูความต่างจากบทสนทนานี้: 'คืนละ 2,900 ค่ะ' เทียบกับ 'คืนละ 2,900 ค่ะ พอดีจองตรงกับทางรีสอร์ทจะได้อัปเกรดวิวทะเลฟรีถ้ามีห้องว่าง แล้วเช็กเอาต์สายได้ถึงบ่ายโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะคะ ราคานี้เท่ากับที่เห็นในแอปเป๊ะเลยค่ะ'

ประโยคหลังไม่ได้ลดราคาแข่งเลยสักบาท แต่ให้เหตุผลที่จับต้องได้ว่าทำไมจองตรงถึงคุ้มกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ OTA ให้ไม่ได้ นี่คือสคริปต์ที่ทำให้แขกรู้สึกว่าไม่ต้องเสียเวลาไปเช็กที่อื่นอีกแล้ว

แขกที่จองตรงครั้งแรก คือทุนสำหรับทริปหน้าที่ OTA แตะไม่ได้

  • เก็บวันเกิดหรือวันครบรอบที่แขกเผลอพูดถึงในแชท แล้วส่งข้อเสนอพิเศษก่อนถึงวันนั้นในปีถัดไป
  • ถ้าแขกเคยพักช่วงโลว์ซีซัน ลองส่งราคาห้องพักโลว์ซีซันปีถัดไปให้ก่อนใคร เพราะเขาพิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องรอไฮซีซันถึงจะมา
  • อย่าลืมว่าแขกกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มูลค่าตลอดอายุสูงกว่าที่คำนวณจากทริปเดียว เพราะไม่มีค่าคอมมาหักในทุกทริปถัดไป

OTA ไม่ใช่ศัตรู แค่ต้องรู้ว่าเก็บไว้ทำหน้าที่อะไร

ผมไม่ได้แนะนำให้ถอดตัวเองออกจาก OTA ทั้งหมด เพราะแพลตฟอร์มพวกนี้ยังทำหน้าที่เป็นหน้าร้านให้คนที่ไม่รู้จักรีสอร์ทเราเลยมาเจอเป็นครั้งแรกได้ดีอยู่ สิ่งที่ควรทำคือใช้ OTA เป็นช่องทางหาแขกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเรา แล้วใช้ LINE เป็นช่องทางรักษาแขกที่เคยมาแล้วให้กลับมาจองตรงในทุกทริปถัดไป สองอย่างนี้ทำงานคนละหน้าที่ ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

สรุป

คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ 'จองตรงหรือ OTA ดีกว่ากัน' แต่คือ 'แขกคนนี้ควรมาทางไหน และเราจะดูแลเขาต่อยังไงให้ทริปหน้าไม่ต้องเสียค่าคอมซ้ำ' เมื่อวัดถึงห้องที่จองตรงสำเร็จจริงและเทียบกับค่าคอมที่ประหยัดได้ รีสอร์ทจะเห็นภาพชัดว่าควรทุ่มงบไปทางไหนในแต่ละช่วงฤดูกาล

  • วัดถึงห้องที่จองตรงสำเร็จ ไม่ใช่แค่ยอดทักถามราคา
  • ใช้ OTA หาแขกใหม่ ใช้ LINE รักษาแขกเก่าให้กลับมาจองตรง
  • ให้มูลค่าเพิ่มแทนการลดราคาแข่ง เพื่อไม่ผิดเงื่อนไขกับแพลตฟอร์ม

คำถามที่พบบ่อย

รีสอร์ทเล็กควรเริ่มวัดจากตรงไหนก่อน

เริ่มจากแยกให้ออกก่อนว่าคนที่ทักเข้า LINE มาจากแอดตัวไหน แล้วไล่ดูว่าคนกลุ่มนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ที่โอนมัดจำจริง ไม่ใช่แค่นับยอดทักถามราคา เพราะสองตัวเลขนี้ต่างกันมาก

ควรตั้งราคาห้องจองตรงให้ถูกกว่า OTA ไหม

ไม่จำเป็นต้องถูกกว่าเสมอไป เพราะการลดราคาแข่งอาจผิดเงื่อนไขสัญญากับแพลตฟอร์มบางเจ้า ทางที่ดีกว่าคือให้ราคาเท่ากันแต่เพิ่มมูลค่าที่จับต้องได้ เช่น อัปเกรดห้องหรือเช็กเอาต์สาย ซึ่งดึงใจแขกได้โดยไม่ต้องตัดราคา

แขกที่ทักมาถามแล้วเงียบ ควรตามยังไง

ให้ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจก่อน เช่น รูปห้องจริงหรือรีวิวจากแขกที่เคยพัก แทนที่จะทวงว่าจองไหม เพราะคนกลุ่มนี้มักกำลังเทียบราคากับ OTA อยู่ในใจ การให้เหตุผลเพิ่มจะช่วยดึงกลับมาได้มากกว่า

ควรลงทุนกับแอดจองตรงเท่าไหร่ถึงจะคุ้ม

ให้เทียบกับค่าคอมที่จะเสียถ้าห้องเดียวกันไปจองผ่าน OTA แทน ถ้าต้นทุนแอดต่อห้องที่จองตรงสำเร็จยังต่ำกว่าค่าคอมที่จะเสีย ก็ยังมีช่องให้ทุ่มเพิ่มได้ แต่ต้องดูเป็นรอบ ๆ เพราะต้นทุนแอดจะขยับตามฤดูกาล

จำเป็นต้องมีเว็บจองห้องของตัวเองด้วยไหม

ไม่จำเป็นสำหรับรีสอร์ทขนาดเล็ก เพราะการปิดจบในแชท LINE ทำได้ครบทั้งถามตอบและรับโอนมัดจำ เว็บจองอาจเหมาะเมื่อขยายจำนวนห้องหรือทีมงานจนแชทเริ่มรับมือไม่ทัน

ระบบวัดผลแบบนี้ต้องซับซ้อนแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่มีจุดผูกว่าแชทไหนมาจากแอดตัวไหนก็พอเริ่มได้แล้ว ถ้าจำนวนแอดและแขกเยอะขึ้นจนจดมือไม่ทัน ระบบอย่าง linli ที่ผูกที่มาของแอดกับบทสนทนาอัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาส่วนนี้ไปได้มาก

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สถานที่จัดงานแต่งงาน กว่าจะปิดดีลหนึ่งคู่ต้องผ่านแชทกี่รอบ แล้ว 'การปิดการขาย' อยู่ตรงไหนกันแน่

สถานที่จัดงานแต่งงาน กว่าจะปิดดีลหนึ่งคู่ต้องผ่านแชทกี่รอบ แล้ว 'การปิดการขาย' อยู่ตรงไหนกันแน่

ธุรกิจสถานที่จัดงานแต่งงานมีวงจรขายยาวตั้งแต่ทักถามจนถึงวางมัดจำ บทความนี้ชี้ว่าจุดตัดสินใจจริงมักอยู่หลังนัดดูสถานที่ ไม่ใช่แชทแรก พร้อมวิธีตามให้ไม่หลุดมือ
หกสัปดาห์ในแชทเดียว ครอบครัวหนึ่งตัดสินใจเลือกบ้านพักผู้สูงอายุยังไง (ตัวอย่างสมมติ)

หกสัปดาห์ในแชทเดียว ครอบครัวหนึ่งตัดสินใจเลือกบ้านพักผู้สูงอายุยังไง (ตัวอย่างสมมติ)

การเลือกบ้านพักผู้สูงอายุมักไม่ใช่การตัดสินใจครั้งเดียว แต่เป็นบทสนทนายาวหลายสัปดาห์ที่ครอบครัวหลายคนร่วมตัดสินใจ บทความนี้ชวนดูว่าควรดูแลแชทแบบนี้ยังไงให้ไม่เสียความไว้ใจ
ยอดขายพุ่งช่วงสิ้นปี แล้วรีบสรุปว่าที่ตั้งค่าใหม่ไปเดือนก่อนได้ผล ทั้งที่อาจไม่เกี่ยวกันเลย

ยอดขายพุ่งช่วงสิ้นปี แล้วรีบสรุปว่าที่ตั้งค่าใหม่ไปเดือนก่อนได้ผล ทั้งที่อาจไม่เกี่ยวกันเลย

ช่วงเทศกาลหรือแคมเปญตามฤดูกาลมักทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ ถ้าตีความว่าเป็นผลจากการปรับระบบวัดผลที่เพิ่งทำไป อาจได้ข้อสรุปที่ผิดและตัดสินใจต่อยอดผิดทาง