← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

หน้าเดิมโผล่ 11 ครั้งใน 1 สัปดาห์: เมื่อความถี่โฆษณาสูงเกินจุดคุ้มทุนของแคมเปญที่พาคนไปคุยในไลน์

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
หน้าเดิมโผล่ 11 ครั้งใน 1 สัปดาห์: เมื่อความถี่โฆษณาสูงเกินจุดคุ้มทุนของแคมเปญที่พาคนไปคุยในไลน์

สรุปสั้น ๆ

ความถี่ที่คนหนึ่งคนเห็นโฆษณาเดิมซ้ำ ๆ มีจุดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดอยู่ช่วงหนึ่ง เกินจากนั้นไปอัตราคลิกและอัตราทักมักไม่เพิ่มตาม แต่ต้นทุนยังเดินหน้าต่อ สำหรับแคมเปญที่หวังให้คนทักเข้าไลน์ การปล่อยความถี่สูงเกินไปคือการเผางบไปกับคนที่ตัดสินใจไปแล้วว่าจะทักหรือไม่ทัก

มีน้องในทีมคนหนึ่งเคยถามผมว่า 'ทำไมยิ่งยิงแอดถี่ ยิ่งเหมือนคนเบื่อ ไม่ทักเลย' เขาลองเพิ่มงบให้แคมเปญเดิมวิ่งแรงขึ้น คาดว่ายอดทักจะโตตาม แต่กลับเจอว่ายอดทักแทบไม่ขยับ ในขณะที่ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นเต็ม ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือปัญหาเรื่อง 'ความถี่' หรือจำนวนครั้งเฉลี่ยที่คนหนึ่งคนเห็นโฆษณาชุดเดียวกันซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับต้นทุนที่คนมักมองข้าม เพราะโฟกัสแต่เรื่องงบรวมกับจำนวนคนเข้าถึง โดยไม่ได้ดูว่าคนกลุ่มเดิมถูกยิงซ้ำไปกี่รอบแล้ว

ความถี่คืออะไร และทำไมมันเกี่ยวกับต้นทุนต่อการทัก

ความถี่ (Frequency) คือค่าเฉลี่ยที่คนหนึ่งคนในกลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาชุดเดียวกันกี่ครั้งในช่วงเวลาที่กำหนด ถ้าความถี่เท่ากับ 3 แปลว่าโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละคนเห็นโฆษณาไปแล้วสามรอบ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะพฤติกรรมคนที่เห็นโฆษณาครั้งแรกกับเห็นครั้งที่แปดไม่เหมือนกันเลย

ครั้งแรกที่เห็น คนอาจจะยังไม่ทันสังเกตหรือยังไม่พร้อมตัดสินใจ ครั้งที่สองสามอาจช่วยตอกย้ำจนเขาตัดสินใจทัก แต่พอถึงครั้งที่หกเจ็ดแปด คนที่จะทักก็ทักไปแล้วตั้งแต่รอบก่อน ๆ ส่วนคนที่ไม่ทักก็มักจะไม่ทักไม่ว่าจะเห็นซ้ำกี่ครั้ง การยิงต่อไปเรื่อย ๆ จึงเหมือนจ่ายเงินซื้อการแสดงผลให้คนกลุ่มที่ตัดสินใจไปแล้ว ไม่ได้เพิ่มยอดทักใหม่

กรอบคิดคร่าว ๆ ว่าความถี่ระดับไหนมักให้ผลต่างกันยังไง (เป็นตัวอย่างกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว)

ช่วงความถี่พฤติกรรมที่มักเกิดผลต่อต้นทุนต่อการทัก
1-2 ครั้งหลายคนยังไม่ทันสังเกตหรือจำไม่ได้อัตราทักมักต่ำเพราะยังไม่ตอกย้ำพอ
3-5 ครั้งช่วงที่มักเห็นอัตราทักดีที่สุดในหลายแคมเปญต้นทุนต่อการทักมักอยู่ในจุดคุ้มค่าที่สุด
6-8 ครั้งคนที่จะทักส่วนใหญ่ทักไปแล้วอัตราทักเริ่มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
9 ครั้งขึ้นไปเริ่มมีสัญญาณเบื่อ เช่นซ่อนโฆษณาหรือรายงานสแปมต้นทุนต่อการทักมักสูงขึ้นชัดเจนโดยยอดทักไม่เพิ่มตาม

ทำไมแคมเปญที่พาไปคุยในไลน์อ่อนไหวกับความถี่มากกว่าแคมเปญทั่วไป

แคมเปญที่หวังให้คนกดทักเข้าไลน์ต่างจากแคมเปญสร้างการรับรู้แบรนด์ตรงที่มันต้องการ 'การตัดสินใจ' ไม่ใช่แค่การจดจำ คนที่เห็นโฆษณาซ้ำหลายรอบแล้วยังไม่ทัก ส่วนใหญ่มีเหตุผลที่ยังไม่พร้อมอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ยังไม่เห็นมากพอ

ยิ่งไปกว่านั้น การเห็นโฆษณาขายของซ้ำ ๆ ถี่เกินไปมักทำให้คนรู้สึกถูกตาม แล้วเกิดความรำคาญมากกว่าความอยากรู้ ผลคือแทนที่จะทักเข้ามา คนกลับเลือกซ่อนโฆษณาหรือเลื่อนผ่านเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณลบที่ส่งผลย้อนกลับไปที่คุณภาพโฆษณาด้วย

จะควบคุมความถี่ยังไงไม่ให้เผางบทิ้ง

  1. เช็กค่าความถี่เฉลี่ยในหน้ารายงานแคมเปญเป็นประจำ ไม่ใช่ดูแค่ยอดทักหรือยอดคลิกอย่างเดียว
  2. ถ้าความถี่เริ่มไต่เกินระดับที่แคมเปญเคยให้ผลดีที่สุด ลองรีเฟรชครีเอทีฟใหม่หรือขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น แทนที่จะปล่อยยิงกลุ่มเดิมต่อ
  3. ตั้งเพดานความถี่ในเครื่องมือโฆษณาถ้าแพลตฟอร์มรองรับ เพื่อไม่ให้คนกลุ่มเดิมเห็นซ้ำเกินจุดที่กำหนดไว้
  4. แบ่งกลุ่มคนที่เห็นโฆษณาไปแล้วหลายรอบแต่ยังไม่ทัก ออกไปเป็นกลุ่มรีทาร์เก็ตด้วยข้อความคนละมุมแทนการยิงข้อความเดิมซ้ำ

สรุป

การยิงแอดถี่ขึ้นไม่ได้แปลว่ายอดทักจะโตตามเสมอไป มีจุดหนึ่งที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง และถ้าฝืนยิงต่อไปมันจะกลายเป็นการเผางบให้คนกลุ่มเดิมเห็นซ้ำโดยไม่ได้อะไรเพิ่ม

ลองเปิดรายงานความถี่ของแคมเปญที่กำลังวิ่งอยู่ตอนนี้ดู ถ้าตัวเลขไต่สูงต่อเนื่องแต่ยอดทักไม่ขยับตาม นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องรีเฟรชครีเอทีฟหรือขยายกลุ่มเป้าหมายแล้ว

  • ความถี่โฆษณามีจุดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เกินจากนั้นต้นทุนต่อการทักมักแพงขึ้นโดยยอดไม่เพิ่ม
  • ความถี่สูงเกินไปสร้างสัญญาณลบที่กระทบคะแนนคุณภาพโฆษณาด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องความรำคาญ
  • รีเฟรชครีเอทีฟ ขยายกลุ่มเป้าหมาย หรือตั้งเพดานความถี่ คือวิธีคุมไม่ให้เผางบทิ้ง

คำถามที่พบบ่อย

ความถี่เท่าไหร่ถือว่าสูงเกินไป

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ แต่สัญญาณที่ควรระวังคืออัตราทักเริ่มทรงตัวหรือลดลงทั้งที่ความถี่ยังไต่ขึ้นต่อเนื่อง นั่นมักเป็นจุดที่ควรปรับครีเอทีฟหรือขยายกลุ่มเป้าหมาย

ทำไมความถี่สูงถึงทำให้ต้นทุนแพงขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ยอดทักไม่เพิ่ม

เพราะสัญญาณเชิงลบอย่างการซ่อนโฆษณาหรือเลื่อนผ่านเร็วส่งผลต่อคะแนนคุณภาพโฆษณา ซึ่งย้อนกลับไปทำให้ต้นทุนต่อการแสดงผลแพงขึ้นตามกลไกประมูล

ควรตั้งเพดานความถี่ไว้เท่าไหร่

ควรเริ่มจากการสังเกตข้อมูลย้อนหลังของแคมเปญตัวเองว่าช่วงความถี่ไหนที่อัตราทักยังดีอยู่ แล้วตั้งเพดานให้ใกล้เคียงจุดนั้น แทนที่จะยึดตัวเลขตายตัวจากธุรกิจอื่น

ครีเอทีฟหลายตัวช่วยลดปัญหาความถี่ได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะระบบจะกระจายการแสดงผลไปตามครีเอทีฟที่ต่างกัน ทำให้คนไม่เห็นภาพเดิมซ้ำทุกครั้ง แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายแคบเกินไป ปัญหาความถี่ก็ยังเกิดได้อยู่ดี

แคมเปญที่กลุ่มเป้าหมายแคบมาก ๆ มีทางเลี่ยงปัญหานี้ไหม

ทางเลือกหลักคือขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณความถี่สูง หรือยอมรับว่ากลุ่มแคบมีเพดานงบที่ควรใช้ในแต่ละช่วง แล้วหมุนงบไปยังกลุ่มอื่นแทนการอัดงบเพิ่มในกลุ่มเดิม

ความถี่สูงกับการยิงซ้ำคนที่เคยทักแล้วต่างกันยังไง

การยิงซ้ำคนที่เคยทักแล้วด้วยข้อความใหม่ที่มีเหตุผลต่างจากเดิมยังมีประโยชน์ แต่ถ้าเป็นข้อความหน้าตาเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะยิงหากลุ่มไหน ก็เจอปัญหาความถี่แบบเดียวกัน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง