← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ค่าแอดต่อผู้ปกครองที่ทัก ไม่เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครเรียนจริง: วัด CAC ให้ถูกในธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษา

02 ส.ค. 04:23 · อ่าน 1 นาที
ค่าแอดต่อผู้ปกครองที่ทัก ไม่เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครเรียนจริง: วัด CAC ให้ถูกในธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษา

สรุปสั้น ๆ

หลายบริษัทที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกดูแค่ ‘ต้นทุนต่อการทักเข้ามาหนึ่งคน’ แล้วสรุปว่าแคมเปญไหนดีหรือไม่ดี ทั้งที่ตัวเลขที่ควรดูจริงๆ คือต้นทุนต่อการสมัครเรียนสำเร็จ ซึ่งอาจต่างกันหลายเท่าตัวระหว่างแคมเปญ บทความนี้อธิบายกรอบคิดในการวัดให้ถูกจุด

บริษัทที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกรายหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเลือกเทงบไปกับแคมเปญ A เพราะได้คนทักเข้ามาถูกที่สุด ตกคนละประมาณ 150 บาท ในขณะที่แคมเปญ B ได้คนทักแพงกว่าเกือบสามเท่าที่ 420 บาทต่อคน

แต่พอลองย้อนดูว่าใครสมัครเรียนสำเร็จจริงในอีกหลายเดือนต่อมา กลับพบว่าแคมเปญ A ที่ดูถูกกว่า แทบไม่มีใครสมัครเรียนจริงเลยสักราย ในขณะที่แคมเปญ B แม้จะได้คนทักแพงกว่า แต่มีคนสมัครเรียนจริงหลายราย ต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จของแคมเปญ B จึงต่ำกว่าแคมเปญ A มาก ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่สถิติทางการจากที่ไหน

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมการดูแค่ต้นทุนต่อการทัก ถึงหลอกให้ตัดสินใจงบผิดทางได้ง่ายในธุรกิจนี้ และควรวางกรอบวัดผลยังไงถึงจะเห็นภาพจริง

ทำไมต้นทุนต่อการทักถึงหลอกตาได้ง่าย

ธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษามีช่วงระหว่างทักครั้งแรกกับสมัครเรียนจริงที่ยาวมาก บางรายกินเวลาเป็นปี ทำให้แคมเปญที่พาคนทักเข้ามาถูกและเยอะ อาจเป็นแคมเปญที่พาคนที่ยังไม่จริงจังเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้แปลงเป็นการสมัครเรียนเลยสักคน

ในทางกลับกัน แคมเปญที่ดูเหมือนแพงกว่าในมุมต้นทุนต่อการทัก อาจเป็นแคมเปญที่เจาะกลุ่มผู้ปกครองที่พร้อมมากกว่า ทำให้สัดส่วนคนที่สมัครเรียนจริงสูงกว่ามาก เมื่อคำนวณกลับเป็นต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จ ตัวเลขจึงอาจสวนทางกับที่เห็นตอนแรกโดยสิ้นเชิง

ฟันเนลที่ควรวัดผลในทุกขั้น ไม่ใช่แค่ขั้นแรก

ขั้นตอนสิ่งที่ควรนับทำไมสำคัญ
ทักเข้า LINE ครั้งแรกจำนวนคนทัก / ต้นทุนต่อคนตัวเลขที่ตื้นที่สุด มองแยกไม่ออกว่าใครจริงจัง
นัดคุยรายละเอียดอัตราคนที่นัดคุยจริงเริ่มเห็นความจริงจังของกลุ่มลูกค้า
สมัครใช้บริการที่ปรึกษาอัตราปิดดีล / รายได้ต่อรายตัวเลขที่บอกมูลค่าจริงของแคมเปญ
สมัครเรียน/เดินทางจริงอัตราความสำเร็จของกระบวนการตัวชี้วัดผลลัพธ์ปลายทางที่แท้จริง

ตัวอย่างการคำนวณย้อนกลับ (ตัวเลขสมมติเพื่อความเข้าใจ)

สมมติแคมเปญ A ใช้งบ 30,000 บาท ได้คนทัก 200 คน คิดเป็น 150 บาทต่อคน แต่ในจำนวนนี้มีคนสมัครใช้บริการที่ปรึกษาจริงแค่ 2 คน เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จอยู่ที่ 15,000 บาท

ส่วนแคมเปญ B ใช้งบเท่ากัน 30,000 บาท แต่ได้คนทักแค่ 70 คน คิดเป็น 428 บาทต่อคน ซึ่งดูแพงกว่าเกือบสามเท่า แต่กลับมีคนสมัครใช้บริการจริงถึง 6 คน เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จอยู่ที่เพียง 5,000 บาท ต่ำกว่าแคมเปญ A มาก

ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นหลักการเท่านั้น ตัวเลขจริงของแต่ละธุรกิจจะต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายและคุณภาพครีเอทีฟ แต่หลักคิดที่ต้องจำไว้คือ ถ้าตัดสินใจจากขั้นตอนแรกสุดของฟันเนลอย่างเดียว จะเห็นภาพผิดได้ง่ายมาก

จะรู้ตัวเลขปลายทางได้ยังไง

หัวใจสำคัญคือต้องเชื่อมข้อมูลว่าใครทักมาจากแคมเปญไหน แล้วติดตามต่อไปจนถึงจุดสมัครใช้บริการและสมัครเรียนจริง ซึ่งมักต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะเห็นผลครบ วิธีที่ทำให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ได้ถูกต้องคือนำเข้าคอนเวอร์ชันที่เกิดขึ้นจริงย้อนกลับเข้าระบบ โดยระบุว่ามาจากคลิกหรือทักครั้งแรกเมื่อไหร่

ถ้าไม่มีระบบผูกข้อมูลแบบนี้ ทีมการตลาดกับทีมที่ปรึกษามักทำงานแยกส่วนกันจนไม่มีใครเห็นภาพรวม ทีมการตลาดเห็นแค่คนทัก ทีมที่ปรึกษาเห็นแค่คนสมัครเรียนแต่ไม่รู้ว่ามาจากแคมเปญไหน สุดท้ายไม่มีใครตอบได้ว่าเงินโฆษณาบาทไหนที่คุ้มค่าจริง

กรอบตัดสินใจงบที่แนะนำ

  1. อย่าปิดแคมเปญเร็วเกินไปแค่เพราะต้นทุนต่อการทักดูสูง ให้รอดูตัวเลขที่ขั้นนัดคุยรายละเอียดก่อนอย่างน้อยสองสัปดาห์
  2. ทุกไตรมาส ให้ย้อนดูว่าคนที่สมัครใช้บริการจริงในช่วงนั้นมาจากแคมเปญไหนบ้าง แล้วคำนวณต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จของแต่ละแคมเปญใหม่
  3. เมื่อเจอแคมเปญที่ต้นทุนต่อการทักสูงแต่ต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จต่ำ ให้พิจารณาเพิ่มงบ แม้ตัวเลขขั้นแรกจะดูไม่น่าดึงดูดก็ตาม การมองผ่านกรอบสัดส่วนต้นทุนต่อมูลค่าที่ได้กลับมาช่วยให้ตัดสินใจแบบนี้ได้มั่นใจขึ้น
  4. สื่อสารตัวเลขปลายทางนี้ให้ทีมการตลาดเห็นสม่ำเสมอ ไม่ใช่ให้ทีมที่ปรึกษาเก็บไว้คนเดียว เพื่อให้การตัดสินใจงบครั้งต่อไปอิงจากข้อมูลที่ครบวงจรจริงๆ

สรุป

ธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกเป็นตัวอย่างชัดเจนของธุรกิจที่ตัวเลขต้นทางกับตัวเลขปลายทางอาจสวนทางกันได้เลยทีเดียว การตัดสินใจงบจากขั้นแรกสุดของฟันเนลเพียงอย่างเดียวจึงเสี่ยงพลาดมาก

ถ้าคุณดูแลงบโฆษณาของธุรกิจนี้ ลองเริ่มจากการผูกข้อมูลระหว่างแคมเปญกับผลลัพธ์ปลายทางให้ได้ก่อน แม้จะใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นภาพชัด แต่มันคุ้มค่ากว่าการตัดสินใจจากตัวเลขที่มองเห็นแค่ครึ่งเดียวของภาพจริง

  • ต้นทุนต่อการทักถูก ไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า ถ้าไม่มีใครสมัครเรียนจริงเลย
  • ต้องผูกข้อมูลแคมเปญกับผลลัพธ์ปลายทางที่ใช้เวลาเป็นเดือนถึงจะเห็นภาพจริง
  • ตัดสินใจงบจากต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จ ไม่ใช่ต้นทุนต่อการทักเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ควรวัดผลแคมเปญโดยดูต้นทุนต่อการทักอย่างเดียวได้ไหม

ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก เพราะเป็นแค่ขั้นแรกสุดของฟันเนลที่ยังบอกความจริงจังของลูกค้าไม่ได้ ควรดูควบคู่กับอัตราการนัดคุยและอัตราการสมัครใช้บริการจริงด้วย

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จที่แม่นยำ

เนื่องจากรอบการตัดสินใจของธุรกิจนี้ยาว มักต้องรอข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งถึงสามเดือนถึงจะเริ่มเห็นแนวโน้มที่น่าเชื่อถือ การตัดสินใจจากข้อมูลไม่กี่สัปดาห์แรกอาจยังไม่สะท้อนภาพจริง

ทีมการตลาดกับทีมที่ปรึกษาควรแชร์ข้อมูลกันแค่ไหน

ควรแชร์ข้อมูลกันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยรู้ว่าลูกค้าที่สมัครใช้บริการหรือสมัครเรียนจริงมาจากแคมเปญไหน เพื่อให้ทั้งสองทีมเห็นภาพเดียวกันและตัดสินใจงบร่วมกันได้แม่นยำขึ้น

ถ้างบจำกัด ควรเลือกแคมเปญที่ต้นทุนต่อการทักถูกกว่าไหม

ไม่ควรเลือกจากตัวเลขนั้นเพียงอย่างเดียว ควรดูย้อนหลังว่าแคมเปญไหนเคยพาคนที่สมัครใช้บริการจริงเข้ามาบ้าง แม้ต้นทุนต่อการทักจะดูสูงกว่า แต่ถ้าปิดดีลได้มากกว่า มักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ธุรกิจนี้พูดได้ไหมว่ากล่าวอ้างผลแบบตายตัวว่าเด็กจะเข้าเรียนได้

ไม่ควรพูดในลักษณะนั้นเมื่อเป็นผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การตอบรับจากโรงเรียนหรือผลวีซ่า สิ่งที่ทำได้คือรายงานความคืบหน้าและความพยายามในกระบวนการอย่างโปร่งใส

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง