← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

ค่าแอดต่อผู้ปกครองที่ทัก ไม่เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครเรียนจริง วัด CAC ให้ถูกในธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษายังไง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:23อัปเดต 12 ก.ค. 04:23อ่าน 1 นาที
ค่าแอดต่อผู้ปกครองที่ทัก ไม่เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครเรียนจริง วัด CAC ให้ถูกในธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษายังไง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

หลายบริษัทที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกดูแค่ ‘ต้นทุนต่อการทักเข้ามาหนึ่งคน’ แล้วสรุปว่าแคมเปญไหนดีหรือไม่ดี ทั้งที่ตัวเลขที่ควรดูจริงๆ คือต้นทุนต่อการสมัครเรียนสำเร็จ ซึ่งอาจต่างกันหลายเท่าตัวระหว่างแคมเปญ บทความนี้อธิบายกรอบคิดในการวัดให้ถูกจุด

บริษัทที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกรายหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเลือกเทงบไปกับแคมเปญ A เพราะได้คนทักเข้ามาถูกที่สุด ตกคนละประมาณ 150 บาท ในขณะที่แคมเปญ B ได้คนทักแพงกว่าเกือบสามเท่าที่ 420 บาทต่อคน

แต่พอลองย้อนดูว่าใครสมัครเรียนสำเร็จจริงในอีกหลายเดือนต่อมา กลับพบว่าแคมเปญ A ที่ดูถูกกว่า แทบไม่มีใครสมัครเรียนจริงเลยสักราย ในขณะที่แคมเปญ B แม้จะได้คนทักแพงกว่า แต่มีคนสมัครเรียนจริงหลายราย ต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จของแคมเปญ B จึงต่ำกว่าแคมเปญ A มาก ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่สถิติทางการจากที่ไหน

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมการดูแค่ต้นทุนต่อการทัก ถึงหลอกให้ตัดสินใจงบผิดทางได้ง่ายในธุรกิจนี้ และควรวางกรอบวัดผลยังไงถึงจะเห็นภาพจริง

ทำไมต้นทุนต่อการทักถึงหลอกตาได้ง่าย

ธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษามีช่วงระหว่างทักครั้งแรกกับสมัครเรียนจริงที่ยาวมาก บางรายกินเวลาเป็นปี ทำให้แคมเปญที่พาคนทักเข้ามาถูกและเยอะ อาจเป็นแคมเปญที่พาคนที่ยังไม่จริงจังเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้แปลงเป็นการสมัครเรียนเลยสักคน

ในทางกลับกัน แคมเปญที่ดูเหมือนแพงกว่าในมุมต้นทุนต่อการทัก อาจเป็นแคมเปญที่เจาะกลุ่มผู้ปกครองที่พร้อมมากกว่า ทำให้สัดส่วนคนที่สมัครเรียนจริงสูงกว่ามาก เมื่อคำนวณกลับเป็นต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จ ตัวเลขจึงอาจสวนทางกับที่เห็นตอนแรกโดยสิ้นเชิง

ฟันเนลที่ควรวัดผลในทุกขั้น ไม่ใช่แค่ขั้นแรก

ขั้นตอนสิ่งที่ควรนับทำไมสำคัญ
ทักเข้า LINE ครั้งแรกจำนวนคนทัก / ต้นทุนต่อคนตัวเลขที่ตื้นที่สุด มองแยกไม่ออกว่าใครจริงจัง
นัดคุยรายละเอียดอัตราคนที่นัดคุยจริงเริ่มเห็นความจริงจังของกลุ่มลูกค้า
สมัครใช้บริการที่ปรึกษาอัตราปิดดีล / รายได้ต่อรายตัวเลขที่บอกมูลค่าจริงของแคมเปญ
สมัครเรียน/เดินทางจริงอัตราความสำเร็จของกระบวนการตัวชี้วัดผลลัพธ์ปลายทางที่แท้จริง

ตัวอย่างการคำนวณย้อนกลับ (ตัวเลขสมมติเพื่อความเข้าใจ)

สมมติแคมเปญ A ใช้งบ 30,000 บาท ได้คนทัก 200 คน คิดเป็น 150 บาทต่อคน แต่ในจำนวนนี้มีคนสมัครใช้บริการที่ปรึกษาจริงแค่ 2 คน เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จอยู่ที่ 15,000 บาท

ส่วนแคมเปญ B ใช้งบเท่ากัน 30,000 บาท แต่ได้คนทักแค่ 70 คน คิดเป็น 428 บาทต่อคน ซึ่งดูแพงกว่าเกือบสามเท่า แต่กลับมีคนสมัครใช้บริการจริงถึง 6 คน เท่ากับต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จอยู่ที่เพียง 5,000 บาท ต่ำกว่าแคมเปญ A มาก

ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นหลักการเท่านั้น ตัวเลขจริงของแต่ละธุรกิจจะต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายและคุณภาพครีเอทีฟ แต่หลักคิดที่ต้องจำไว้คือ ถ้าตัดสินใจจากขั้นตอนแรกสุดของฟันเนลอย่างเดียว จะเห็นภาพผิดได้ง่ายมาก

จะรู้ตัวเลขปลายทางได้ยังไง

หัวใจสำคัญคือต้องเชื่อมข้อมูลว่าใครทักมาจากแคมเปญไหน แล้วติดตามต่อไปจนถึงจุดสมัครใช้บริการและสมัครเรียนจริง ซึ่งมักต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะเห็นผลครบ วิธีที่ทำให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ได้ถูกต้องคือนำเข้าคอนเวอร์ชันที่เกิดขึ้นจริงย้อนกลับเข้าระบบ โดยระบุว่ามาจากคลิกหรือทักครั้งแรกเมื่อไหร่

ถ้าไม่มีระบบผูกข้อมูลแบบนี้ ทีมการตลาดกับทีมที่ปรึกษามักทำงานแยกส่วนกันจนไม่มีใครเห็นภาพรวม ทีมการตลาดเห็นแค่คนทัก ทีมที่ปรึกษาเห็นแค่คนสมัครเรียนแต่ไม่รู้ว่ามาจากแคมเปญไหน สุดท้ายไม่มีใครตอบได้ว่าเงินโฆษณาบาทไหนที่คุ้มค่าจริง

กรอบตัดสินใจงบที่แนะนำ

  1. อย่าปิดแคมเปญเร็วเกินไปแค่เพราะต้นทุนต่อการทักดูสูง ให้รอดูตัวเลขที่ขั้นนัดคุยรายละเอียดก่อนอย่างน้อยสองสัปดาห์
  2. ทุกไตรมาส ให้ย้อนดูว่าคนที่สมัครใช้บริการจริงในช่วงนั้นมาจากแคมเปญไหนบ้าง แล้วคำนวณต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จของแต่ละแคมเปญใหม่
  3. เมื่อเจอแคมเปญที่ต้นทุนต่อการทักสูงแต่ต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จต่ำ ให้พิจารณาเพิ่มงบ แม้ตัวเลขขั้นแรกจะดูไม่น่าดึงดูดก็ตาม การมองผ่านกรอบสัดส่วนต้นทุนต่อมูลค่าที่ได้กลับมาช่วยให้ตัดสินใจแบบนี้ได้มั่นใจขึ้น
  4. สื่อสารตัวเลขปลายทางนี้ให้ทีมการตลาดเห็นสม่ำเสมอ ไม่ใช่ให้ทีมที่ปรึกษาเก็บไว้คนเดียว เพื่อให้การตัดสินใจงบครั้งต่อไปอิงจากข้อมูลที่ครบวงจรจริงๆ

สรุป

ธุรกิจที่ปรึกษาการศึกษาต่อนอกเป็นตัวอย่างชัดเจนของธุรกิจที่ตัวเลขต้นทางกับตัวเลขปลายทางอาจสวนทางกันได้เลยทีเดียว การตัดสินใจงบจากขั้นแรกสุดของฟันเนลเพียงอย่างเดียวจึงเสี่ยงพลาดมาก

ถ้าคุณดูแลงบโฆษณาของธุรกิจนี้ ลองเริ่มจากการผูกข้อมูลระหว่างแคมเปญกับผลลัพธ์ปลายทางให้ได้ก่อน แม้จะใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นภาพชัด แต่มันคุ้มค่ากว่าการตัดสินใจจากตัวเลขที่มองเห็นแค่ครึ่งเดียวของภาพจริง

  • ต้นทุนต่อการทักถูก ไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า ถ้าไม่มีใครสมัครเรียนจริงเลย
  • ต้องผูกข้อมูลแคมเปญกับผลลัพธ์ปลายทางที่ใช้เวลาเป็นเดือนถึงจะเห็นภาพจริง
  • ตัดสินใจงบจากต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จ ไม่ใช่ต้นทุนต่อการทักเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ควรวัดผลแคมเปญโดยดูต้นทุนต่อการทักอย่างเดียวได้ไหม

ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก เพราะเป็นแค่ขั้นแรกสุดของฟันเนลที่ยังบอกความจริงจังของลูกค้าไม่ได้ ควรดูควบคู่กับอัตราการนัดคุยและอัตราการสมัครใช้บริการจริงด้วย

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นต้นทุนต่อการสมัครสำเร็จที่แม่นยำ

เนื่องจากรอบการตัดสินใจของธุรกิจนี้ยาว มักต้องรอข้อมูลอย่างน้อยหนึ่งถึงสามเดือนถึงจะเริ่มเห็นแนวโน้มที่น่าเชื่อถือ การตัดสินใจจากข้อมูลไม่กี่สัปดาห์แรกอาจยังไม่สะท้อนภาพจริง

ทีมการตลาดกับทีมที่ปรึกษาควรแชร์ข้อมูลกันแค่ไหน

ควรแชร์ข้อมูลกันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยรู้ว่าลูกค้าที่สมัครใช้บริการหรือสมัครเรียนจริงมาจากแคมเปญไหน เพื่อให้ทั้งสองทีมเห็นภาพเดียวกันและตัดสินใจงบร่วมกันได้แม่นยำขึ้น

ถ้างบจำกัด ควรเลือกแคมเปญที่ต้นทุนต่อการทักถูกกว่าไหม

ไม่ควรเลือกจากตัวเลขนั้นเพียงอย่างเดียว ควรดูย้อนหลังว่าแคมเปญไหนเคยพาคนที่สมัครใช้บริการจริงเข้ามาบ้าง แม้ต้นทุนต่อการทักจะดูสูงกว่า แต่ถ้าปิดดีลได้มากกว่า มักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ธุรกิจนี้พูดได้ไหมว่ากล่าวอ้างผลแบบตายตัวว่าเด็กจะเข้าเรียนได้

ไม่ควรพูดในลักษณะนั้นเมื่อเป็นผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การตอบรับจากโรงเรียนหรือผลวีซ่า สิ่งที่ทำได้คือรายงานความคืบหน้าและความพยายามในกระบวนการอย่างโปร่งใส

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LTV / CAC Calculator

ใส่ตัวเลขธุรกิจของคุณ แล้วดู CAC, LTV:CAC และระยะเวลาคืนทุนต่อลูกค้าหนึ่งราย

คำนวณ LTV:CAC

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปิดแคมเปญแล้วตัวเลขฝ่ายการเงินกับฝ่ายมาร์เก็ตติ้งไม่ตรงกันสักบาท กระทบยอดหลังแคมเปญใหญ่จบยังไง

ปิดแคมเปญแล้วตัวเลขฝ่ายการเงินกับฝ่ายมาร์เก็ตติ้งไม่ตรงกันสักบาท กระทบยอดหลังแคมเปญใหญ่จบยังไง

หลังแคมเปญใหญ่จบ ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งรายงานยอดขายหนึ่งตัว ฝ่ายบัญชีเห็นเงินเข้าอีกตัว บทความนี้เล่าขั้นตอนกระทบยอดโดยใช้ข้อมูลแชท LINE OA เป็นตัวเชื่อมสองฝั่งให้ตรงกัน
คำนวณค่าคอม Affiliate จากยอดที่ยืนยันในแชทจริง ไม่ใช่ยอดที่ affiliate รายงานเอง

คำนวณค่าคอม Affiliate จากยอดที่ยืนยันในแชทจริง ไม่ใช่ยอดที่ affiliate รายงานเอง

จ่ายค่าคอมตามยอดที่ affiliate รายงานมาเอง มักเจอปัญหาตัวเลขไม่ตรง บทความนี้เล่าวิธีคำนวณค่าคอมจากยอดที่ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงแชทได้จริง
รอบทบทวนสัดส่วนงบรายไตรมาส ใช้หลักฐานจากแชทปิดยอด ไม่ใช่ความเคยชิน

รอบทบทวนสัดส่วนงบรายไตรมาส ใช้หลักฐานจากแชทปิดยอด ไม่ใช่ความเคยชิน

หลายธุรกิจตั้งสัดส่วนงบโฆษณาครั้งเดียวแล้วไม่แตะอีกเลย บทความนี้เสนอกระบวนการทบทวนสัดส่วนช่องทางทุกไตรมาสโดยอิงหลักฐานจากแชทที่ปิดจริง