← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ฐานเพื่อน LINE OA 8,000 คน แต่ขายได้จากคนกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ: เคสปลุกลูกค้าที่หลับไปแล้ว

02 ส.ค. 04:11 · อ่าน 1 นาที
ฐานเพื่อน LINE OA 8,000 คน แต่ขายได้จากคนกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ: เคสปลุกลูกค้าที่หลับไปแล้ว

สรุปสั้น ๆ

ลูกค้าที่เพิ่มเพื่อนไว้แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์นาน ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาสขาย เพียงแต่ต้องการข้อความที่ต่างจากลูกค้าประจำ วิธีที่ได้ผลคือแบ่งกลุ่มตามจำนวนวันที่เงียบไป แล้วออกแบบข้อความปลุกกลับให้เหมาะกับแต่ละระดับความเงียบ แทนที่จะยิงข้อความเดียวหาทุกคน

ร้านขายอาหารเสริมเจ้าหนึ่งมีเพื่อนใน LINE OA สะสมเกือบแปดพันคน แต่พอเจ้าของลองไล่ดูยอดขายย้อนหลังสามเดือน กลับพบว่ากว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดขายมาจากลูกค้าไม่ถึงหนึ่งพันคนที่ซื้อซ้ำอยู่ประจำ ส่วนอีกเจ็ดพันคนที่เหลือแทบไม่มีความเคลื่อนไหวเลย

คำถามที่เจ้าของร้านถามผมคือ ‘คนกลุ่มนี้ตายไปแล้วหรือเปล่า ควรลบทิ้งเพื่อประหยัดค่าส่ง Broadcast ไหม’ ซึ่งเป็นคำถามที่เข้าใจได้ แต่คำตอบที่ผมให้ไปคือ อย่าเพิ่งตัดทิ้ง เพราะคนกลุ่มนี้เคยสนใจแบรนด์มากพอที่จะกดเพิ่มเพื่อนตั้งแต่แรก มันคือทุนที่จ่ายไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีใครไปปลุกเขาให้ถูกจังหวะ

บทความนี้จะเล่าเคสที่เราทดลองแบ่งกลุ่มลูกค้าตามความเงียบ แล้วออกแบบวิธีปลุกกลับแยกตามกลุ่ม พร้อมตัวเลขผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองรอบแรก

ก่อนจะปลุกใคร ต้องรู้ก่อนว่าเขาหลับไปนานแค่ไหน

ความผิดพลาดที่ร้านนี้ทำมาตลอดคือ ยิง Broadcast โปรโมชันเดียวกันหาทุกคนในลิสต์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งซื้อเมื่อสัปดาห์ก่อนหรือคนที่เงียบไปเกินครึ่งปี ทั้งที่สองกลุ่มนี้ต้องการข้อความคนละแบบกันโดยสิ้นเชิง

เราเลยเริ่มจากการแบ่งลูกค้าตามจำนวนวันนับจากการซื้อหรือการโต้ตอบครั้งล่าสุด คล้ายกับหลักการวิเคราะห์ลูกค้าแบบ RFM ที่ดูความใหม่ ความถี่ และมูลค่าการซื้อร่วมกัน แต่ในเคสนี้เราโฟกัสแค่มิติความใหม่เป็นหลักเพื่อให้เริ่มได้เร็ว

แบ่งกลุ่มลูกค้าเงียบออกเป็นสามระดับ

กลุ่มระยะเวลาเงียบโทนข้อความที่ใช้
เพิ่งเงียบ30-60 วันทักถามความเห็น/แจ้งของใหม่ที่เกี่ยวข้องกับที่เคยซื้อ
เงียบนาน61-120 วันเสนอเหตุผลใหม่ให้กลับมา เช่น สินค้าที่ปรับปรุงแล้ว
เงียบมากมากกว่า 120 วันข้อเสนอที่แรงพอจะทำให้อยากลองอีกครั้ง พร้อมถามตรง ๆ ว่ายังอยากได้ข่าวสารจากร้านอยู่ไหม

ตัวอย่างข้อความที่ใช้กับกลุ่มเงียบนาน

สำหรับกลุ่มเงียบนาน 61-120 วัน เราไม่ได้เปิดด้วยโปรลดราคาทันที แต่เปิดด้วยการอัปเดตที่ฟังดูเป็นข่าวสารมากกว่าการขาย ตัวอย่างข้อความที่ใช้: ‘สวัสดีค่ะ เมื่อก่อนพี่เคยสั่งสูตรตัวเดิมของเราไปนะคะ ตอนนี้เราปรับสูตรให้ดูดซึมง่ายขึ้นแล้ว เผื่อพี่สนใจลองอีกครั้ง มีตัวอย่างขนาดทดลองให้ลองก่อนตัดสินใจค่ะ’

ข้อความแบบนี้ให้เหตุผลใหม่ที่ทำให้กลับมาสนใจ โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกทวงถามว่าทำไมหายไปนาน ซึ่งต่างจากการยิงข้อเสนอทั่วไปหาลูกค้าเก่าที่ไม่ได้แยกตามระยะเวลาความเงียบ

ผลลัพธ์จากการทดลองรอบแรก

จากลูกค้าเจ็ดพันคนที่เงียบไป เราทดลองยิงข้อความปลุกกลับแบบแบ่งกลุ่มกับสองพันคนแรกก่อน ผลคือมีคนตอบกลับราวสองร้อยคน และในจำนวนนั้นมีประมาณห้าสิบคนที่กลับมาซื้อจริงภายในสองสัปดาห์ ตัวเลขนี้ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับต้นทุนที่แทบเป็นศูนย์ เพราะเป็นฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียค่าแอดหาใหม่

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือ กลุ่มเงียบนาน 61-120 วันตอบสนองดีกว่ากลุ่มเงียบมากกว่า 120 วันอย่างชัดเจน สะท้อนว่ายิ่งปล่อยให้เงียบนานเกินไป โอกาสที่จะกลายเป็นลูกค้าที่หลุดไปถาวรยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่ควรระวังเมื่อทำแคมเปญปลุกลูกค้าเก่า

  • อย่ายิงโปรแรงที่สุดให้กลุ่มเพิ่งเงียบก่อน เพราะเสียกำไรฟรีให้คนที่จริง ๆ กลับมาได้โดยไม่ต้องใช้ส่วนลดหนัก ๆ
  • อย่าลืมถามความยินยอมกับกลุ่มเงียบมากเป็นพิเศษ ว่ายังอยากรับข่าวสารอยู่ไหม เพื่อลดความเสี่ยงโดนบล็อก
  • อย่าใช้ข้อความเดียวกันกับแคมเปญขอรีวิวจากลูกค้าประจำ เพราะบริบทของสองกลุ่มต่างกันมาก

สรุป

ฐานลูกค้าที่เงียบไปไม่ใช่ขยะที่ควรทิ้ง แต่เป็นทุนที่จ่ายไปแล้วและรอวันถูกปลุกให้ถูกจังหวะ กุญแจสำคัญคือการแบ่งกลุ่มตามระยะเวลาความเงียบ แล้วออกแบบข้อความให้เหมาะกับแต่ละระดับ แทนที่จะยิงข้อความเดียวหาทุกคน

เคสนี้แสดงให้เห็นว่าแม้อัตราตอบกลับจะไม่สูงเป็นตัวเลขที่หวือหวา แต่เมื่อเทียบกับต้นทุนที่แทบเป็นศูนย์ การลงแรงปลุกฐานลูกค้าเก่าก็ยังคุ้มค่ากว่าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ อย่างแน่นอน

  • แบ่งลูกค้าที่เงียบตามระยะเวลา ไม่ใช่ยิงข้อความเดียวหาทุกคน
  • กลุ่มที่เพิ่งเงียบตอบสนองดีกว่ากลุ่มที่เงียบนานมาก ควรรีบปลุกก่อน
  • เก็บส่วนลดหนักไว้ใช้กับกลุ่มเงียบนานจริง ๆ ไม่ใช่ทุกกลุ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มปลุกลูกค้าเก่าตอนไหนดีที่สุด

เร็วเท่าที่ทำได้ เพราะจากเคสนี้พบว่ากลุ่มที่เงียบไม่นานตอบสนองดีกว่ากลุ่มที่เงียบมากแล้วอย่างชัดเจน ยิ่งปล่อยไว้นาน โอกาสกลับมายิ่งลดลง

ต้องใช้ส่วนลดหนัก ๆ เสมอไหมถึงจะปลุกลูกค้าเก่ากลับมาได้

ไม่จำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเงียบไม่นาน การอัปเดตข่าวสารหรือให้เหตุผลใหม่มักได้ผลดีกว่าและไม่เสียกำไรฟรี ส่วนลดหนักควรเก็บไว้ใช้กับกลุ่มที่เงียบนานจริง ๆ

ถ้าลูกค้าไม่ตอบกลับเลยหลังปลุกแล้ว ควรทำอย่างไรต่อ

ให้พักไว้ก่อนอย่าเพิ่งยิงซ้ำถี่ ๆ อาจลองอีกครั้งในอีกหนึ่งถึงสองเดือนด้วยมุมใหม่ ถ้ายังไม่ตอบสนองอีกค่อยพิจารณาว่าอาจเป็นกลุ่มที่ไม่เหมาะกับสินค้าจริง ๆ

การแบ่งกลุ่มตามวันเงียบต้องใช้ระบบซับซ้อนไหม

ไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น ถ้ามีข้อมูลวันที่ลูกค้าซื้อหรือทักครั้งล่าสุดอยู่แล้ว ใช้สเปรดชีตกรองตามช่วงวันก็เพียงพอสำหรับการทดลองรอบแรก

ควรลบลูกค้าที่เงียบมากกว่าหนึ่งปีทิ้งไปเลยไหม

ยังไม่แนะนำให้ลบทันที ให้ลองยิงถามความยินยอมสักครั้งก่อนว่ายังอยากรับข่าวสารอยู่ไหม ถ้าไม่ตอบสนองเลยหลังจากนั้นค่อยพิจารณาจัดกลุ่มแยกไว้ไม่ให้ปนกับลูกค้าที่ยังมีโอกาส

จะวัดความคุ้มค่าของแคมเปญปลุกลูกค้าเก่าอย่างไร

ให้เทียบจำนวนคนที่กลับมาซื้อจริงกับต้นทุนที่ใช้ ซึ่งส่วนใหญ่ต่ำมากเพราะเป็นฐานลูกค้าเดิม การมีระบบอย่าง linli ที่ช่วยติดแท็กว่าใครกลับมาจากแคมเปญไหนก็ช่วยให้เห็นตัวเลขนี้ได้ชัดขึ้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง