← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

เพิ่มงบเป็นสองเท่าแต่ยอดขายโตแค่ 20%: กราฟผลตอบแทนลดลงที่เกิดเมื่อแอดวิ่งเร็วกว่าทีมแชทรับไหว

02 ส.ค. 04:14 · อ่าน 1 นาที
เพิ่มงบเป็นสองเท่าแต่ยอดขายโตแค่ 20%: กราฟผลตอบแทนลดลงที่เกิดเมื่อแอดวิ่งเร็วกว่าทีมแชทรับไหว

สรุปสั้น ๆ

เวลาเพิ่มงบโฆษณา ต้นทุนต่อการทักมักแพงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องไปแย่งพื้นที่ในกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าทีมแชทมีกำลังจำกัด การได้ทักเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าจะปิดการขายเพิ่มตามสัดส่วน เพราะทักส่วนเกินอาจถูกตอบช้าจนเย็นชืดไปเปล่า ๆ เพดานที่แท้จริงของการสเกลจึงมักไม่ใช่งบโฆษณา แต่คือกำลังทีมแชทที่รับมือได้

เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์คนหนึ่งเคยลองเพิ่มงบโฆษณาจากวันละ 2,000 บาท เป็นวันละ 4,000 บาท เขาคาดหวังว่ายอดขายจะโตขึ้นเป็นสองเท่าตาม แต่พอผ่านไปสองสัปดาห์ ยอดขายโตขึ้นจริงแค่ประมาณ 20% เท่านั้น ทั้งที่จำนวนทักแชทที่เข้ามาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจริง

เขาสงสัยว่าเงินอีกครึ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้าไปหายไปไหน คำตอบไม่ได้อยู่ที่โฆษณาเลย แต่อยู่ที่ทีมแชทของเขามีแอดมินสองคน ซึ่งรับมือทักในปริมาณเดิมได้พอดี พอทักเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทีมแชทเริ่มตอบช้าลง คนจำนวนไม่น้อยที่ทักเข้ามาช่วงพีคจึงเงียบหายไปก่อนจะได้รับคำตอบ

สองเส้นกราฟที่ต้องดูพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เส้นเดียว

เวลาคิดเรื่องการสเกลงบ คนส่วนใหญ่มองแค่เส้นกราฟเดียวคือ 'งบเพิ่ม แล้วทักแชทจะเพิ่มตามไหม' ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะแม้ทักแชทจะเพิ่มขึ้นจริงตามงบที่เพิ่ม (อาจจะเพิ่มในอัตราที่ช้าลงเรื่อย ๆ เพราะต้นทุนต่อทักมักแพงขึ้นเมื่อสเกล) แต่ยังมีอีกเส้นกราฟที่สำคัญไม่แพ้กันคือ 'ทักที่เพิ่มขึ้นนั้น กลายเป็นยอดปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์'

ถ้าเส้นที่สองนี้ลดลงเร็วกว่าที่เส้นแรกเพิ่มขึ้น ผลรวมคือยอดขายโตช้ากว่าที่งบเพิ่มไปมาก และในบางกรณีถึงขั้นยอดขายแทบไม่โตเลยทั้งที่งบเพิ่มไปเยอะ เพราะทักส่วนเกินที่เข้ามาไม่ได้ถูกดูแลอย่างที่ควร หลักการนี้เชื่อมโยงกับเรื่องการเพิ่มงบจนแคมเปญเริ่มแย่งทราฟฟิกกันเองในบัญชีเดียวกันด้วย

ตัวอย่างสมมติแสดงให้เห็นจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง

งบต่อวันทักแชทที่ได้ (ประมาณ)อัตราปิดการขายยอดปิดการขายจริง
2,000 บาท40 ทัก25%10 ออเดอร์
3,000 บาท55 ทัก22%12 ออเดอร์
4,000 บาท75 ทัก16%12 ออเดอร์
5,000 บาท90 ทัก12%11 ออเดอร์

อ่านตารางนี้ยังไง

จากตารางตัวอย่างข้างต้น (เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่ค่าจริงจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง) จะเห็นว่าช่วงงบ 2,000-3,000 บาท ยอดปิดการขายยังโตตามงบที่เพิ่มอยู่บ้าง แต่พองบไต่ขึ้นไปถึง 4,000-5,000 บาท อัตราปิดการขายร่วงลงแรง จนยอดปิดการขายจริงแทบไม่ขยับหรือถึงขั้นลดลงเล็กน้อย

นี่คือลักษณะคลาสสิกของกราฟผลตอบแทนลดลง (diminishing returns) ซึ่งไม่ได้เกิดจากโฆษณาแย่ลงเลย แต่เกิดจากกำลังทีมแชทที่รับมือทักได้จำกัด เมื่อทักเข้ามาเกินความสามารถตอบ อัตราปิดการขายจึงร่วงลงเร็วกว่าที่จำนวนทักเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ใกล้เคียงกับการจับคู่เวลาโฆษณากับกำลังทีมแชทตรงที่ทั้งคู่ชี้ว่าคอขวดจริงมักไม่ใช่งบโฆษณา

เพดานที่แท้จริงมักไม่ใช่งบ แต่คือกำลังทีมแชท

หลายคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟใหม่ ทั้งที่ต้นตอจริง ๆ อยู่ที่กำลังคนของทีมแชท ถ้าไม่ขยับกำลังตอบให้ทันกับปริมาณทักที่เพิ่มขึ้น ต่อให้ปรับโฆษณายังไงก็จะเจอเพดานเดิมอยู่ดี

ทางแก้ที่ตรงจุดกว่าคือขยายกำลังทีมแชทให้สอดคล้องกับงบที่จะเพิ่ม เช่นเพิ่มแอดมิน หรือใช้ระบบจัดคิวและตามงานที่ช่วยให้ตอบได้เร็วขึ้น ก่อนที่จะกดเพิ่มงบต่อไปอีก แทนที่จะเพิ่มงบไปเรื่อย ๆ โดยไม่ดูกำลังตอบสนองของทีมประกอบ

การรู้จักจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงของธุรกิจตัวเอง ยังช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรหยุดเพิ่มงบตรงไหน แทนที่จะไล่เพิ่มงบไปเรื่อย ๆ ตามความรู้สึกว่า 'ยิ่งจ่ายเยอะยิ่งได้เยอะ' ซึ่งไม่จริงเสมอไปเมื่อกำลังตอบสนองเป็นคอขวด

สรุป

การเพิ่มงบโฆษณาไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ยิ่งจ่ายเยอะยิ่งได้ยอดเยอะเสมอไป มีจุดหนึ่งที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง และจุดนั้นมักถูกกำหนดโดยกำลังทีมแชท ไม่ใช่คุณภาพของโฆษณาเลย

ก่อนกดเพิ่มงบครั้งต่อไป ลองถามตัวเองก่อนว่าทีมแชทตอนนี้รับมือทักที่มีอยู่ได้ดีแค่ไหน ถ้ายังมีทักที่ตอบช้าหรือตกหล่นอยู่บ้าง การแก้ตรงนั้นก่อนอาจให้ผลตอบแทนดีกว่าการเพิ่มงบเข้าไปอีก

  • เพิ่มงบไม่ได้แปลว่ายอดขายจะโตตามสัดส่วนเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อกำลังทีมแชทเริ่มไม่พอ
  • อัตราปิดการขายที่ลดลงเร็วกว่าทักแชทที่เพิ่มขึ้น คือสัญญาณของกราฟผลตอบแทนลดลง
  • เพดานที่แท้จริงของการสเกลมักคือกำลังทีมแชท ไม่ใช่งบโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย

จะรู้ได้ยังไงว่าถึงจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงแล้ว

สังเกตจากอัตราปิดการขายที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงงบที่ต่ำกว่า ถ้าเพิ่มงบแล้วอัตราปิดการขายร่วงลงเร็วกว่าที่ทักแชทเพิ่มขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าใกล้หรือเลยจุดนั้นมาแล้ว

การเพิ่มแอดมินช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงแค่ไหน

ช่วยได้มากถ้าปัญหาหลักคือกำลังตอบไม่พอ แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าเป็นปัญหาปริมาณคนหรือปัญหากระบวนการทำงานที่ช้า เพราะบางครั้งการปรับกระบวนการก็ช่วยได้โดยไม่ต้องเพิ่มคน

ถ้าไม่มีงบเพิ่มแอดมิน ควรทำยังไงกับงบโฆษณาที่เกินกำลังตอบ

อาจพิจารณาลดงบกลับมาอยู่ในระดับที่ทีมแชทปัจจุบันรับมือได้ดีที่สุด แทนที่จะฝืนเพิ่มงบต่อไปโดยรู้ว่าทักส่วนเกินจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

กราฟผลตอบแทนลดลงเกิดกับทุกธุรกิจเหมือนกันไหม

หลักการเกิดได้กับทุกธุรกิจที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคนหรือทรัพยากรอื่น แต่จุดที่มันเริ่มเกิดขึ้นต่างกันไปตามแต่ละร้าน ขึ้นอยู่กับกำลังทีมแชท ความซับซ้อนของสินค้า และปัจจัยอื่นประกอบ

ระบบจัดคิวแชทช่วยเลื่อนจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะการจัดลำดับความสำคัญให้ตอบคนที่มีสัญญาณตั้งใจซื้อสูงก่อน ช่วยให้ทีมแชทใช้เวลาที่มีจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะไม่ได้เพิ่มจำนวนคนตอบเลยก็ตาม

ควรทดสอบเพิ่มงบทีละเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย

การเพิ่มงบทีละน้อยและสังเกตอัตราปิดการขายอย่างใกล้ชิด มักปลอดภัยกว่าการเพิ่มงบเป็นเท่าตัวในทีเดียว เพราะให้เวลาสังเกตว่าทีมแชทเริ่มรับมือไม่ไหวตรงจุดไหนก่อนที่จะเสียงบไปมาก

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง