← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

เพิ่มงบเป็นสองเท่าแต่ยอดขายโตแค่ 20% เพราะแอดวิ่งเร็วกว่าทีมแชทจะรับไหว

ทีมบรรณาธิการ linli09 ก.ค. 14:13อัปเดต 09 ก.ค. 14:13อ่าน 1 นาที
เพิ่มงบเป็นสองเท่าแต่ยอดขายโตแค่ 20% เพราะแอดวิ่งเร็วกว่าทีมแชทจะรับไหว
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เวลาเพิ่มงบโฆษณา ต้นทุนต่อการทักมักแพงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะต้องไปแย่งพื้นที่ในกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าทีมแชทมีกำลังจำกัด การได้ทักเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าจะปิดการขายเพิ่มตามสัดส่วน เพราะทักส่วนเกินอาจถูกตอบช้าจนเย็นชืดไปเปล่า ๆ เพดานที่แท้จริงของการสเกลจึงมักไม่ใช่งบโฆษณา แต่คือกำลังทีมแชทที่รับมือได้

เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์คนหนึ่งเคยลองเพิ่มงบโฆษณาจากวันละ 2,000 บาท เป็นวันละ 4,000 บาท เขาคาดหวังว่ายอดขายจะโตขึ้นเป็นสองเท่าตาม แต่พอผ่านไปสองสัปดาห์ ยอดขายโตขึ้นจริงแค่ประมาณ 20% เท่านั้น ทั้งที่จำนวนทักแชทที่เข้ามาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจริง

เขาสงสัยว่าเงินอีกครึ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้าไปหายไปไหน คำตอบไม่ได้อยู่ที่โฆษณาเลย แต่อยู่ที่ทีมแชทของเขามีแอดมินสองคน ซึ่งรับมือทักในปริมาณเดิมได้พอดี พอทักเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทีมแชทเริ่มตอบช้าลง คนจำนวนไม่น้อยที่ทักเข้ามาช่วงพีคจึงเงียบหายไปก่อนจะได้รับคำตอบ

สองเส้นกราฟที่ต้องดูพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เส้นเดียว

เวลาคิดเรื่องการสเกลงบ คนส่วนใหญ่มองแค่เส้นกราฟเดียวคือ 'งบเพิ่ม แล้วทักแชทจะเพิ่มตามไหม' ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะแม้ทักแชทจะเพิ่มขึ้นจริงตามงบที่เพิ่ม (อาจจะเพิ่มในอัตราที่ช้าลงเรื่อย ๆ เพราะต้นทุนต่อทักมักแพงขึ้นเมื่อสเกล) แต่ยังมีอีกเส้นกราฟที่สำคัญไม่แพ้กันคือ 'ทักที่เพิ่มขึ้นนั้น กลายเป็นยอดปิดการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์'

ถ้าเส้นที่สองนี้ลดลงเร็วกว่าที่เส้นแรกเพิ่มขึ้น ผลรวมคือยอดขายโตช้ากว่าที่งบเพิ่มไปมาก และในบางกรณีถึงขั้นยอดขายแทบไม่โตเลยทั้งที่งบเพิ่มไปเยอะ เพราะทักส่วนเกินที่เข้ามาไม่ได้ถูกดูแลอย่างที่ควร หลักการนี้เชื่อมโยงกับเรื่องการเพิ่มงบจนแคมเปญเริ่มแย่งทราฟฟิกกันเองในบัญชีเดียวกันด้วย

ตัวอย่างสมมติแสดงให้เห็นจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง

งบต่อวันทักแชทที่ได้ (ประมาณ)อัตราปิดการขายยอดปิดการขายจริง
2,000 บาท40 ทัก25%10 ออเดอร์
3,000 บาท55 ทัก22%12 ออเดอร์
4,000 บาท75 ทัก16%12 ออเดอร์
5,000 บาท90 ทัก12%11 ออเดอร์

อ่านตารางนี้ยังไง

จากตารางตัวอย่างข้างต้น (เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่ค่าจริงจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง) จะเห็นว่าช่วงงบ 2,000-3,000 บาท ยอดปิดการขายยังโตตามงบที่เพิ่มอยู่บ้าง แต่พองบไต่ขึ้นไปถึง 4,000-5,000 บาท อัตราปิดการขายร่วงลงแรง จนยอดปิดการขายจริงแทบไม่ขยับหรือถึงขั้นลดลงเล็กน้อย

นี่คือลักษณะคลาสสิกของกราฟผลตอบแทนลดลง (diminishing returns) ซึ่งไม่ได้เกิดจากโฆษณาแย่ลงเลย แต่เกิดจากกำลังทีมแชทที่รับมือทักได้จำกัด เมื่อทักเข้ามาเกินความสามารถตอบ อัตราปิดการขายจึงร่วงลงเร็วกว่าที่จำนวนทักเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ใกล้เคียงกับการจับคู่เวลาโฆษณากับกำลังทีมแชทตรงที่ทั้งคู่ชี้ว่าคอขวดจริงมักไม่ใช่งบโฆษณา

เพดานที่แท้จริงมักไม่ใช่งบ แต่คือกำลังทีมแชท

หลายคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายหรือครีเอทีฟใหม่ ทั้งที่ต้นตอจริง ๆ อยู่ที่กำลังคนของทีมแชท ถ้าไม่ขยับกำลังตอบให้ทันกับปริมาณทักที่เพิ่มขึ้น ต่อให้ปรับโฆษณายังไงก็จะเจอเพดานเดิมอยู่ดี

ทางแก้ที่ตรงจุดกว่าคือขยายกำลังทีมแชทให้สอดคล้องกับงบที่จะเพิ่ม เช่นเพิ่มแอดมิน หรือใช้ระบบจัดคิวและตามงานที่ช่วยให้ตอบได้เร็วขึ้น ก่อนที่จะกดเพิ่มงบต่อไปอีก แทนที่จะเพิ่มงบไปเรื่อย ๆ โดยไม่ดูกำลังตอบสนองของทีมประกอบ

การรู้จักจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงของธุรกิจตัวเอง ยังช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรหยุดเพิ่มงบตรงไหน แทนที่จะไล่เพิ่มงบไปเรื่อย ๆ ตามความรู้สึกว่า 'ยิ่งจ่ายเยอะยิ่งได้เยอะ' ซึ่งไม่จริงเสมอไปเมื่อกำลังตอบสนองเป็นคอขวด

สรุป

การเพิ่มงบโฆษณาไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ยิ่งจ่ายเยอะยิ่งได้ยอดเยอะเสมอไป มีจุดหนึ่งที่ผลตอบแทนเริ่มลดลง และจุดนั้นมักถูกกำหนดโดยกำลังทีมแชท ไม่ใช่คุณภาพของโฆษณาเลย

ก่อนกดเพิ่มงบครั้งต่อไป ลองถามตัวเองก่อนว่าทีมแชทตอนนี้รับมือทักที่มีอยู่ได้ดีแค่ไหน ถ้ายังมีทักที่ตอบช้าหรือตกหล่นอยู่บ้าง การแก้ตรงนั้นก่อนอาจให้ผลตอบแทนดีกว่าการเพิ่มงบเข้าไปอีก

  • เพิ่มงบไม่ได้แปลว่ายอดขายจะโตตามสัดส่วนเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อกำลังทีมแชทเริ่มไม่พอ
  • อัตราปิดการขายที่ลดลงเร็วกว่าทักแชทที่เพิ่มขึ้น คือสัญญาณของกราฟผลตอบแทนลดลง
  • เพดานที่แท้จริงของการสเกลมักคือกำลังทีมแชท ไม่ใช่งบโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย

จะรู้ได้ยังไงว่าถึงจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงแล้ว

สังเกตจากอัตราปิดการขายที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงงบที่ต่ำกว่า ถ้าเพิ่มงบแล้วอัตราปิดการขายร่วงลงเร็วกว่าที่ทักแชทเพิ่มขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าใกล้หรือเลยจุดนั้นมาแล้ว

การเพิ่มแอดมินช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงแค่ไหน

ช่วยได้มากถ้าปัญหาหลักคือกำลังตอบไม่พอ แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าเป็นปัญหาปริมาณคนหรือปัญหากระบวนการทำงานที่ช้า เพราะบางครั้งการปรับกระบวนการก็ช่วยได้โดยไม่ต้องเพิ่มคน

ถ้าไม่มีงบเพิ่มแอดมิน ควรทำยังไงกับงบโฆษณาที่เกินกำลังตอบ

อาจพิจารณาลดงบกลับมาอยู่ในระดับที่ทีมแชทปัจจุบันรับมือได้ดีที่สุด แทนที่จะฝืนเพิ่มงบต่อไปโดยรู้ว่าทักส่วนเกินจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

กราฟผลตอบแทนลดลงเกิดกับทุกธุรกิจเหมือนกันไหม

หลักการเกิดได้กับทุกธุรกิจที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคนหรือทรัพยากรอื่น แต่จุดที่มันเริ่มเกิดขึ้นต่างกันไปตามแต่ละร้าน ขึ้นอยู่กับกำลังทีมแชท ความซับซ้อนของสินค้า และปัจจัยอื่นประกอบ

ระบบจัดคิวแชทช่วยเลื่อนจุดที่ผลตอบแทนเริ่มลดลงได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะการจัดลำดับความสำคัญให้ตอบคนที่มีสัญญาณตั้งใจซื้อสูงก่อน ช่วยให้ทีมแชทใช้เวลาที่มีจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะไม่ได้เพิ่มจำนวนคนตอบเลยก็ตาม

ควรทดสอบเพิ่มงบทีละเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย

การเพิ่มงบทีละน้อยและสังเกตอัตราปิดการขายอย่างใกล้ชิด มักปลอดภัยกว่าการเพิ่มงบเป็นเท่าตัวในทีเดียว เพราะให้เวลาสังเกตว่าทีมแชทเริ่มรับมือไม่ไหวตรงจุดไหนก่อนที่จะเสียงบไปมาก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าแอดพุ่งเท่าตัวในคืนเดียวโดยไม่มีสัญญาณเตือน ปกป้องกระแสเงินสดยังไงเมื่อต้นทุนโฆษณาควบคุมไม่ได้

ค่าแอดพุ่งเท่าตัวในคืนเดียวโดยไม่มีสัญญาณเตือน ปกป้องกระแสเงินสดยังไงเมื่อต้นทุนโฆษณาควบคุมไม่ได้

บางเดือนค่าแอดต่อการทักพุ่งขึ้นเท่าตัวโดยไม่มีใครรู้สาเหตุชัดเจน ถ้าธุรกิจผูกกระแสเงินสดไว้กับค่าแอดที่คาดการณ์ไม่ได้ วิกฤตนี้อาจมาเร็วกว่าที่คิด
ลูกค้าเจ้าเดิมสั่งทุกเดือนมา 8 เดือนติด ทำไมยังนับเป็น 'ลีดใหม่' ทุกครั้งที่ทักมา

ลูกค้าเจ้าเดิมสั่งทุกเดือนมา 8 เดือนติด ทำไมยังนับเป็น 'ลีดใหม่' ทุกครั้งที่ทักมา

ธุรกิจเกษตรที่มีลูกค้า B2B สั่งซ้ำระยะยาว มักวัดผลแอดโดยนับทุกแชทเป็นลีดใหม่ ทำให้ประเมินมูลค่าลูกค้าผิดไปมาก บทความนี้ชวนแยกลูกค้าซื้อซ้ำจากลูกค้าครั้งเดียว
ร้านยางรถยนต์กับหน้าฝน-เทศกาลเดินทาง ต้องจับงบแอดให้พอดีกับคิวช่างที่มีจริง ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ร้านยางรถยนต์กับหน้าฝน-เทศกาลเดินทาง ต้องจับงบแอดให้พอดีกับคิวช่างที่มีจริง ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ร้านยางเจอดีมานด์พุ่งช่วงหน้าฝนและเทศกาลเดินทาง ทุ่มงบแอดโดยไม่ดูกำลังช่างอาจได้ลูกค้าล้นจนบริการแย่ลง บทความนี้ชี้วิธีจับจังหวะงบให้ตรงความจุจริง