งบวันละ 1,000 ได้กี่ทัก: อ่านงบต่อวันคู่กับต้นทุนต่อการทักให้เป็นเรื่องเดียวกัน
สรุปสั้น ๆ
งบต่อวันกับต้นทุนต่อการทัก (CPL) ต้องอ่านคู่กันเสมอ เพราะงบหารด้วย CPL คือจำนวนแชทที่จะเข้ามาต่อวัน ถ้าตั้งงบโดยไม่ดูตัวนี้ คุณอาจได้แชทมากเกินกว่าที่ทีมปิดไหว หรือน้อยเกินกว่าจะคุ้มค่าคนเฝ้าจอ การวางแผนงบที่ดีเริ่มจากถามว่าทีมรับไหวกี่แชท
มีร้านหนึ่งตั้งงบกระโดดจากวันละ 800 เป็น 3,000 เพราะอยากได้ยอดเยอะขึ้น ผลคือแชทเข้ามาวันละเกือบร้อย แอดมินสองคนตอบไม่ทัน ลูกค้ารอเป็นชั่วโมง หลายคนเลยหนีไปหาร้านอื่น สุดท้ายจ่ายค่าแอดแพงขึ้นแต่ปิดได้สัดส่วนน้อยลง กลายเป็นเสียเงินฟรี
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งบเยอะไป แต่อยู่ที่ตั้งงบโดยไม่ได้คิดว่ามันจะแปลเป็นแชทกี่ตัว งบต่อวันเป็นแค่ครึ่งเดียวของสมการ อีกครึ่งคือต้นทุนต่อการทัก หรือ CPL ที่บอกว่าเงินหนึ่งบาทซื้อการทักได้เท่าไหร่ สองตัวนี้ต้องอ่านคู่กันเสมอ
งบ หาร CPL = จำนวนแชทต่อวัน
สมการง่ายที่สุดในบทความนี้ ถ้า CPL คุณอยู่ที่ 40 บาทต่อการทัก งบวันละ 1,000 จะได้แชทราว 25 ตัวต่อวัน ถ้าเพิ่มงบเป็น 3,000 ก็ราว 75 ตัว คำถามถัดมาไม่ใช่ ‘อยากได้แชทกี่ตัว’ แต่คือ ‘ทีมปิดไหวกี่ตัว’ เพราะแชทที่รับไม่ทันคือค่าแอดที่จ่ายทิ้ง
ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพว่างบแต่ละระดับแปลเป็นแชทเท่าไหร่ที่ CPL 40 บาท และต้องใช้คนดูแลราวกี่คน (ประมาณจากแอดมินหนึ่งคนดูแลไหวราว 30-35 แชทที่ปิดจริงต่อวัน):
| งบ/วัน | แชท/วัน (โดยประมาณ) | แอดมินที่ควรมี |
|---|---|---|
| 800 | 20 | 1 คน |
| 1,600 | 40 | 1-2 คน |
| 3,000 | 75 | 2-3 คน |
| 6,000 | 150 | 4-5 คน |
วางแผนย้อนกลับจากกำลังทีม
วิธีที่ผมแนะนำคือคิดย้อนกลับ เริ่มจากถามว่าทีมปิดแชทได้ดีจริง ๆ วันละกี่ตัว แล้วค่อยคูณกลับด้วย CPL เป็นเพดานงบ เช่นทีมไหววันละ 40 แชท CPL 40 บาท เพดานงบที่เหมาะคือราว 1,600 ต่อวัน เกินจากนี้ไม่ได้แปลว่ายอดจะเพิ่มตาม เพราะคอขวดย้ายไปอยู่ที่คนตอบแล้ว เรื่องนี้เชื่อมกับความเร็วในการตอบแชทโดยตรง
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ CPL ไม่ได้นิ่ง มันขยับตามการแข่งขันและคุณภาพโฆษณา ถ้า CPL พุ่งขึ้นโดยงบเท่าเดิม จำนวนแชทจะลด ถ้า CPL ถูกลงแชทจะทะลักเกินคาด จึงต้องดู CPL กับงบเป็นคู่ตลอด ไม่ใช่ตั้งงบครั้งเดียวแล้วลืม และอย่าลืมว่า CPL ถูกแต่แชทไม่มีคุณภาพก็ไม่ได้แปลว่าคุ้ม
สรุป
งบต่อวันไม่มีความหมายถ้าอ่านลอย ๆ มันมีความหมายก็ต่อเมื่ออ่านคู่กับ CPL เพราะงบหาร CPL คือจำนวนแชทที่จะทะลักเข้ามา และจำนวนแชทที่ทีมปิดไม่ไหวคือค่าแอดที่จ่ายทิ้งเปล่า ๆ การวางงบที่ดีจึงเริ่มจากถามกำลังทีมก่อน ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลขงบที่อยากตั้ง
- งบต่อวัน หาร CPL = จำนวนแชทที่จะเข้ามาต่อวัน
- วางงบย้อนกลับจากจำนวนแชทที่ทีมปิดไหว
- CPL ขยับตลอด ต้องอ่านคู่กับงบเป็นระยะ
คำถามที่พบบ่อย
CPL คืออะไร ต่างจากต้นทุนต่อออเดอร์ยังไง
CPL คือต้นทุนต่อการทักหรือต่อ lead หนึ่งครั้ง ส่วนต้นทุนต่อออเดอร์คือต้นทุนต่อการปิดขายได้จริง ซึ่งสูงกว่า CPL เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ทักจะซื้อ ต้องเอา CPL หารด้วยอัตราปิดถึงจะได้ต้นทุนต่อออเดอร์
ตั้งงบต่อวันเท่าไหร่ดี
ให้คิดย้อนกลับจากจำนวนแชทที่ทีมปิดไหวต่อวัน คูณด้วย CPL จะได้เพดานงบที่เหมาะ ตั้งเกินกว่านั้นแชทจะเข้ามามากกว่าที่ทีมรับได้ ทำให้ลูกค้ารอนานและหนีไป กลายเป็นจ่ายค่าแอดทิ้ง
เพิ่มงบแล้วทำไมยอดไม่เพิ่มตาม
บ่อยครั้งเพราะคอขวดย้ายจากงบไปอยู่ที่คนตอบแชท เมื่อแชทเข้ามาเกินกำลังทีม อัตราปิดจะตกเพราะตอบช้า ยอดเลยไม่โตตามงบ ต้องเพิ่มกำลังทีมหรือทำให้ปิดเร็วขึ้นควบคู่กับการเพิ่มงบ
CPL ถูกลงเป็นเรื่องดีเสมอไหม
ไม่เสมอไป CPL ถูกลงบางทีมาพร้อมคุณภาพแชทที่แย่ลง เช่นได้คนทักเล่นหรือคนที่ไม่พร้อมซื้อมากขึ้น ควรดู CPL คู่กับอัตราปิดจริง ถ้า CPL ถูกลงแต่ปิดได้สัดส่วนน้อยลง ต้นทุนต่อออเดอร์อาจแพงขึ้นก็ได้
ควรปรับงบตาม CPL ที่ขยับบ่อยแค่ไหน
ควรดู CPL อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะมันขยับตามการแข่งขันและคุณภาพโฆษณา ถ้า CPL เปลี่ยนมากพอที่จะทำให้จำนวนแชทเกินหรือต่ำกว่ากำลังทีม ก็ควรปรับงบให้สมดุลกับที่ทีมรับไหว
บทความที่เกี่ยวข้อง


