← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

กว่าจะปิดได้ ลูกค้าข้ามช่องทางไปมา 4 รอบ: วางกลยุทธ์รับมือยังไงไม่ให้หลุดกลางทาง

02 ส.ค. 04:19 · อ่าน 1 นาที
กว่าจะปิดได้ ลูกค้าข้ามช่องทางไปมา 4 รอบ: วางกลยุทธ์รับมือยังไงไม่ให้หลุดกลางทาง

สรุปสั้น ๆ

ลูกค้าที่ซื้อของราคาสูงมักไม่ตัดสินใจจากการเจอแบรนด์แค่ครั้งเดียว เขาเดินทางผ่านหลายช่องทางก่อนจะทัก LINE มาปิดจริง ๆ ถ้าไม่วางแผนว่าแต่ละจุดต้องทำหน้าที่อะไร ลูกค้าจะหลุดหายไปตรงกลางทางโดยที่คุณไม่รู้ตัวว่าหลุดตรงไหน

ลองดูเส้นทางของลูกค้ารายหนึ่งที่ซื้อกระเป๋าหนังแท้ราคาหลักพันจากร้าน ‘Craft & Sole’ (ชื่อสมมติ): วันจันทร์เห็นโฆษณา Facebook แล้วกดเข้าเว็บดูราคาแต่ปิดแท็บไป วันพุธเห็นโพสต์รีวิวจากลูกค้าจริงในกลุ่ม Facebook เลยกลับไปดูเว็บอีกรอบ วันศุกร์ค้นหาชื่อร้านใน Google เพื่ออ่านรีวิวเพิ่ม แล้วสุดท้ายวันเสาร์ถึงทัก LINE OA มาถามเรื่องสีที่มีสต๊อก

สี่จุดสัมผัสนี้เกิดขึ้นภายในหกวัน และทุกจุดล้วนมีความสำคัญ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งทำหน้าที่ไม่ดี เช่น เว็บโหลดช้าตอนวันจันทร์ หรือรีวิวในกลุ่มดูไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าอาจไม่เดินทางมาถึงจุดสุดท้ายเลย

ปัญหาคือธุรกิจส่วนใหญ่วัดผลแค่ ‘จุดสุดท้ายที่ปิดได้’ แล้วสรุปว่า LINE คือช่องทางที่ทำงาน ทั้งที่จริงมันเป็นแค่ปลายทางของเส้นทางที่ยาวกว่านั้นมาก บทความนี้จะชวนวางกลยุทธ์ให้แต่ละจุดสัมผัสทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี แทนที่จะโยนภาระการปิดการขายไปให้ LINE เพียงจุดเดียว

ทำไมสินค้าบางอย่างต้องเจอกันหลายรอบก่อนปิด

  • ราคาสูงขึ้นตามความเสี่ยง — ยิ่งจ่ายเยอะ ยิ่งต้องมั่นใจมาก คนไม่ตัดสินใจซื้อกระเป๋าหลักพันจากการเห็นโฆษณาแค่ครั้งเดียวเหมือนซื้อขนมราคาหลักสิบ
  • ต้องการหลักฐานหลายชั้น — โฆษณาบอกว่าดี แต่รีวิวจากคนอื่นบอกว่าจริงไหม แต่ละจุดสัมผัสให้หลักฐานคนละแบบที่เสริมกัน
  • จังหวะชีวิตไม่ตรงกับจังหวะโฆษณา — เห็นโฆษณาตอนไม่มีเวลา ตอนมีเวลากลับจำชื่อแบรนด์ไม่ได้แล้ว ต้องอาศัยจุดสัมผัสอื่นมาช่วยเตือนความจำ
  • ต้องการเทียบกับตัวเลือกอื่น — ระหว่างที่เจอแบรนด์คุณ เขาก็เจอแบรนด์คู่แข่งด้วย การกลับมาเจอแบรนด์คุณซ้ำหลายรอบช่วยให้ชนะใจในที่สุด

แผนที่สี่จุดสัมผัส: แต่ละจุดควรทำหน้าที่อะไร

จุดสัมผัสหน้าที่หลักสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลุดถ้าพลาด
โฆษณา (จุดที่ 1)สร้างความสนใจแรก ให้เห็นสินค้าชัดข้อความไม่ชัด ราคาไม่โปร่งใส ทำให้ไม่คลิก
เว็บไซต์/แลนดิ้ง (จุดที่ 2)ให้รายละเอียดพอตัดสินใจเบื้องต้นโหลดช้า ข้อมูลไม่ครบ ทำให้ปิดแท็บ
รีวิว/โซเชียลพรูฟ (จุดที่ 3)ยืนยันว่าคนอื่นซื้อแล้วพอใจจริงไม่มีรีวิวจริง หรือรีวิวดูปลอม ทำให้ไม่เชื่อ
LINE OA (จุดที่ 4)ตอบคำถามเฉพาะบุคคล ปิดการขายตอบช้า ไม่รู้บริบทที่ผ่านมา ทำให้เย็นชาลง

กลยุทธ์ที่ควรวางไว้ในแต่ละจุด

  1. จุดที่ 1 (โฆษณา) — อย่าพยายามปิดการขายในจุดนี้ ให้เน้นทำให้จำแบรนด์ได้และอยากรู้เพิ่ม เพราะถ้าหวังให้คนตัดสินใจซื้อจากโฆษณาครั้งเดียว คุณจะพลาดคนที่ต้องการเวลาคิด
  2. จุดที่ 2 (เว็บ/แลนดิ้ง) — ใส่ข้อมูลให้ครบพอที่จะตอบคำถามพื้นฐาน แต่เก็บบางอย่างไว้ให้ต้องคุยกับแอดมิน เพื่อสร้างเหตุผลให้เขาอยากทัก LINE ต่อ
  3. จุดที่ 3 (รีวิว) — จัดรีวิวให้หาเจอง่าย ไม่ต้องรอให้ลูกค้าเสิร์ชหาเอง ใส่ลิงก์รีวิวไว้ในทุกจุดสัมผัสก่อนหน้า เพื่อให้เรื่องราวจากลูกค้าจริงทำหน้าที่โน้มน้าวแทนคุณ
  4. จุดที่ 4 (LINE) — เมื่อลูกค้าทักมา แอดมินต้องรู้ว่าเขาน่าจะผ่านจุดไหนมาแล้วบ้าง (ดูจากคำถามที่เขาถาม) เพื่อไม่ต้องอธิบายซ้ำสิ่งที่เขารู้แล้ว และมุ่งตอบสิ่งที่ยังขาดอยู่จริง ๆ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ยกความดีให้ช่องทางสุดท้ายทั้งหมด

เมื่อลูกค้าปิดการขายในแชท LINE เจ้าของร้านมักสรุปว่า ‘LINE คือช่องทางที่ทำงาน’ แล้วเพิ่มงบให้แอดมินหรือระบบ LINE มากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจตัดงบโฆษณาหรือลดความสำคัญของหน้ารีวิวลง เพราะดูเหมือนว่าจุดเหล่านั้น ‘ไม่ได้ปิดยอด’

แต่ถ้าตัดจุดที่ 1-3 ออกไป ลูกค้าคนนั้นอาจไม่มีวันมาถึงจุดที่ 4 เลย การวัดมูลค่าที่แท้จริงของแต่ละช่องทางจึงต้องมองทั้งเส้นทาง ไม่ใช่แค่จุดสุดท้ายที่บังเอิญได้เครดิตเพราะเป็นคนพิมพ์ ‘โอนแล้วค่ะ’

วิธีติดตามแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องมีระบบ Attribution เต็มรูปแบบ

ธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่คำนวณเปอร์เซ็นต์เครดิตให้แต่ละจุดสัมผัสแบบละเอียด แค่ตั้งคำถามง่าย ๆ ในแชท LINE ตอนใกล้ปิดการขายว่า ‘ก่อนหน้านี้พี่เคยเห็นร้านเราจากไหนมาบ้างคะ’ ก็เพียงพอให้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพได้ว่าเส้นทางส่วนใหญ่ของลูกค้าหน้าตาเป็นแบบไหน

เก็บคำตอบเหล่านี้สะสมไว้สักหนึ่งเดือน แล้วจะเริ่มเห็นแพทเทิร์นว่าจุดสัมผัสไหนที่ลูกค้าส่วนใหญ่พูดถึงซ้ำ ๆ ก่อนปิดการขาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจุดนั้นสำคัญกว่าที่ตัวเลขปิดยอดตรง ๆ แสดงให้เห็น

สรุป

การที่ลูกค้าข้ามช่องทางไปมาหลายรอบก่อนปิดการขายไม่ใช่ความผิดปกติของธุรกิจคุณ แต่เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของคนที่กำลังตัดสินใจเรื่องที่มีความเสี่ยง สิ่งที่ทำได้คือวางแผนให้แต่ละจุดสัมผัสทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แทนที่จะหวังพึ่งจุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว

เมื่อเข้าใจว่าแต่ละจุดมีบทบาทต่างกัน การตัดสินใจเรื่องงบและการจัดลำดับความสำคัญก็จะแม่นยำขึ้น ไม่ใช่การรีบตัดสินใจจากตัวเลขปิดยอดที่มองเห็นแค่ปลายทาง

  • สินค้าราคาสูงมักต้องเจอแบรนด์หลายจุดสัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ
  • แต่ละจุด (โฆษณา เว็บ รีวิว LINE) มีหน้าที่ต่างกัน อย่าหวังให้จุดเดียวปิดทุกอย่าง
  • อย่ายกเครดิตทั้งหมดให้จุดสุดท้ายที่ปิดยอด เพราะจุดก่อนหน้าคือคนที่พาลูกค้ามาถึงตรงนั้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมไม่วัดแค่ว่าโฆษณาไหนปิดยอดได้มากที่สุดพอ

เพราะการวัดแบบนั้นมักยกเครดิตให้จุดสุดท้ายเพียงจุดเดียว ทั้งที่จุดก่อนหน้าอาจเป็นตัวสร้างความสนใจและความเชื่อมั่นที่ทำให้ลูกค้าเดินทางมาถึงจุดปิดได้ตั้งแต่แรก

ธุรกิจของเล็ก ๆ ที่ราคาไม่สูงต้องกังวลเรื่องนี้ไหม

สินค้าราคาต่ำมักปิดได้จากจุดสัมผัสเดียวหรือสองจุด ไม่จำเป็นต้องวางแผนซับซ้อนขนาดนี้ กลยุทธ์นี้เหมาะกับสินค้าราคาสูงหรือบริการที่ต้องใช้ความมั่นใจมากกว่าปกติ

ควรถามลูกค้าว่าเจอร้านจากไหนทุกเคสไหม

ไม่จำเป็นทุกเคส แต่ควรถามในเคสที่ยอดสูงหรือมีความไม่แน่ใจ เพราะข้อมูลนี้มีค่าพอที่จะใช้ปรับกลยุทธ์ในระยะยาว และไม่ควรทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกสอบสวน

ถ้าไม่มีงบทำครบทั้งสี่จุดสัมผัสควรเริ่มตรงไหนก่อน

เริ่มจากจุดที่ลูกค้าหลุดมากที่สุดก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นจุดรีวิว/โซเชียลพรูฟ เพราะเป็นจุดที่ทำได้โดยแทบไม่ต้องใช้งบ แค่รวบรวมรีวิวจริงที่มีอยู่แล้วให้หาเจอง่ายขึ้น

แอดมินจะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าคนไหนใกล้ปิดแล้ว

ดูจากความเฉพาะเจาะจงของคำถาม คนที่ถามเรื่องสี ไซซ์ หรือวันจัดส่ง มักผ่านจุดสัมผัสมาหลายจุดแล้วและใกล้ตัดสินใจ ต่างจากคนที่ถามกว้าง ๆ ว่า ‘มีสินค้าอะไรบ้างคะ’

เส้นทางแบบนี้ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะปิดโดยเฉลี่ย

แตกต่างกันมากตามราคาสินค้าและความเร่งด่วนของลูกค้า สินค้าราคาสูงอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ในขณะที่บางเคสอาจปิดภายในไม่กี่วันถ้าลูกค้ามีความต้องการเร่งด่วนอยู่แล้ว ตัวเลขที่ยกมาในบทความนี้เป็นตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพเท่านั้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง