← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

ไม่ต้องทำ Omnichannel ทีเดียวทั้งหมด จุดเล็กที่สุดที่ SME งบจำกัดควรเริ่มก่อน

ทีมบรรณาธิการ linli11 ก.ค. 11:15อัปเดต 11 ก.ค. 11:15อ่าน 1 นาที
ไม่ต้องทำ Omnichannel ทีเดียวทั้งหมด จุดเล็กที่สุดที่ SME งบจำกัดควรเริ่มก่อน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

SME ที่ได้ยินคำว่า omnichannel มักคิดว่าต้องลงทุนระบบใหญ่ทันที ทั้งที่จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือเลือกจุดเชื่อมเล็ก ๆ จุดเดียวที่ปวดหัวที่สุดของธุรกิจตัวเองก่อน แล้วค่อยขยายทีละจุดเมื่อเห็นผลจริงจากจุดแรก

เจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิก ‘เขียวสวย’ (ชื่อสมมติ) เคยไปฟังสัมมนาเรื่อง omnichannel มาแล้วรู้สึกท้อ เพราะวิทยากรพูดถึงระบบที่เชื่อมทุกอย่างอัตโนมัติ ตั้งแต่คลังสินค้า ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าข้ามแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ ซึ่งดูเหมือนต้องใช้งบเป็นแสนถึงจะเริ่มได้ ทั้งที่ร้านของเธอมีแค่ตัวเธอกับผู้ช่วยอีกหนึ่งคน

ความจริงแล้วปัญหาที่เธอเจอทุกวันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น ลูกค้าประจำที่สั่งผักทุกสัปดาห์ผ่าน LINE บางครั้งลืมว่าตัวเองเคยสั่งอะไรไปแล้วบ้าง ทำให้ต้องเสียเวลาย้อนแชทหาทุกครั้ง และบางครั้งก็สั่งซ้ำผักตัวเดียวกันเพราะจำไม่ได้ว่าสั่งไปแล้ว

จุดนี้แหละคือ omnichannel ในเวอร์ชันที่ธุรกิจเล็กเข้าถึงได้จริง ไม่ต้องเริ่มจากระบบใหญ่ที่เชื่อมทุกอย่าง แต่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่แก้ปัญหาที่ปวดหัวที่สุดของตัวเองก่อน บทความนี้จะพาดูว่าควรเลือกจุดเริ่มต้นยังไงให้เหมาะกับงบและกำลังคนที่มีจริง

ทำไมคำว่า omnichannel ถึงฟังดูน่ากลัวเกินจริงสำหรับ SME

คำแนะนำเรื่อง omnichannel ส่วนใหญ่ที่เผยแพร่ออกมามักเขียนขึ้นโดยอ้างอิงจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทีมไอทีและงบการตลาดหลักล้าน พอ SME อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องทำทุกอย่างพร้อมกันถึงจะเรียกว่า ‘มี omnichannel’ ทั้งที่จริง ๆ แล้วหลักการเบื้องหลังใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาด เพียงแต่ขนาดของการลงทุนต่างกันมาก

สิ่งที่ SME ควรจำไว้คือ omnichannel ไม่ใช่ปลายทางที่ต้องไปถึงให้ครบทุกอย่างในคราวเดียว แต่เป็นทิศทางที่ค่อย ๆ เดินไปทีละก้าว จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่แก้ปัญหาจริงหนึ่งจุด มีค่ามากกว่าแผนใหญ่ที่ไม่เคยเริ่มทำสักที

เลือกจุดเริ่มต้นที่เล็กที่สุดแต่ได้ผลจริง

  1. ถามตัวเองว่า ‘จุดไหนของธุรกิจที่ทีมเสียเวลามากที่สุดเพราะข้อมูลไม่ต่อกัน’ แล้วเลือกจุดนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ต้องพยายามแก้ทุกจุดพร้อมกัน
  2. สร้างเครื่องมือที่เล็กที่สุดเท่าที่จะแก้ปัญหานั้นได้ เช่น ถ้าปัญหาคือจำไม่ได้ว่าลูกค้าสั่งอะไรไปแล้ว แค่ทำชีตบันทึกออเดอร์รายสัปดาห์ต่อลูกค้าหนึ่งคนก็เพียงพอ ไม่ต้องรอระบบ CRM
  3. ทำจุดนั้นให้เป็นนิสัยของทีมก่อน แล้วค่อยดูว่าเมื่อทำสำเร็จแล้ว ปัญหาที่ปวดหัวรองลงมาคืออะไร แล้วขยับไปแก้จุดถัดไป
  4. หลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องมือหรือระบบใหญ่ก่อนที่จะรู้แน่ชัดว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เพราะเครื่องมือที่ซื้อมาโดยไม่เข้าใจปัญหาก่อน มักจบลงที่การไม่ได้ใช้งานจริงหลังผ่านไปไม่กี่เดือน

ตัวอย่างลำดับความสำคัญที่ SME งบจำกัดมักเริ่มก่อน

ลำดับจุดเล็กที่ควรเริ่มเหตุผลที่ควรทำก่อน
1จดประวัติออเดอร์ลูกค้าประจำในชีตง่าย ๆแก้ปัญหาที่กระทบทุกวันและใช้เวลาเริ่มน้อยที่สุด
2ตั้งข้อความเริ่มต้นให้ต่างกันตามช่องทางที่ลูกค้ามาลดเวลาที่แอดมินต้องถามซ้ำว่าสนใจอะไร
3แจ้งโปรและสต๊อกจำกัดในกลุ่มทีมทุกเช้าป้องกันความสับสนระหว่างหน้าร้านกับออนไลน์

กลับมาที่ฟาร์มผักเขียวสวย: ผลลัพธ์หลังเริ่มจุดเล็กที่สุด

หลังเริ่มทำชีตบันทึกออเดอร์ประจำสัปดาห์ของลูกค้าแต่ละคน เจ้าของฟาร์มพบว่าสามารถทักไปหาลูกค้าก่อนล่วงหน้าได้ว่า ‘สัปดาห์นี้พี่จะรับผักเซ็ตเดิมไหมคะ หรือเปลี่ยนเป็นเซ็ตใหม่ที่เพิ่งเก็บมาสด ๆ’ แทนที่จะรอให้ลูกค้าทักมาเองแล้วต้องย้อนแชทหาว่าเคยสั่งอะไรไป

ผลที่ตามมาคือลูกค้าหลายคนรู้สึกว่าร้านจำเขาได้และดูแลอย่างเข้าใจ ทำให้กลับมาสั่งซ้ำสม่ำเสมอมากขึ้น เจ้าของฟาร์มถึงจะเรียกสิ่งที่ทำอยู่ว่า ‘omnichannel’ อย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม แต่หลักการเบื้องหลังคือแนวคิดเดียวกันกับที่ธุรกิจใหญ่ ๆ ใช้อยู่ เพียงแค่ทำในขนาดที่เหมาะกับตัวเอง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ SME หลายรายล้มเลิกกลางทาง

  • พยายามทำทุกช่องทางให้เชื่อมกันตั้งแต่วันแรก จนเหนื่อยและเลิกทำไปก่อนเห็นผล — ควรเลือกจุดเดียวก่อนเสมอ
  • เปรียบเทียบตัวเองกับธุรกิจใหญ่ที่มีทีมและงบต่างกันมาก แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำ ‘เล็กเกินไปจนไม่มีความหมาย’ ทั้งที่จุดเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอมีค่ามากกว่าแผนใหญ่ที่ไม่เคยเริ่ม
  • ไม่วัดผลว่าจุดที่เริ่มไปแล้วช่วยอะไรจริงบ้าง ทำให้ไม่รู้ว่าควรขยับไปแก้จุดถัดไปเมื่อไหร่ ควรกำหนดเวลาสักหนึ่งเดือนเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจขยับ

สรุป

คำว่า omnichannel ไม่จำเป็นต้องหมายถึงระบบใหญ่ที่เชื่อมทุกอย่างอัตโนมัติเสมอไป สำหรับ SME งบจำกัด จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการเลือกแก้ปัญหาเล็ก ๆ หนึ่งจุดที่กระทบธุรกิจจริงทุกวัน แล้วค่อยขยายไปทีละจุดเมื่อเห็นผลจากจุดแรกแล้ว

สิ่งที่แยกธุรกิจที่ไปถึงเป้าหมายได้จริงออกจากธุรกิจที่ล้มเลิกกลางทาง ไม่ใช่งบประมาณ แต่คือการเลือกจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมและความสม่ำเสมอในการทำต่อเนื่อง แม้จะเป็นก้าวเล็ก ๆ ก็ตาม

  • อย่าพยายามทำ omnichannel ทีเดียวทั้งหมด เลือกจุดที่ปวดหัวที่สุดหนึ่งจุดก่อน
  • เครื่องมือพื้นฐานอย่างชีตและการตั้งข้อความในแชทเพียงพอสำหรับจุดเริ่มต้นส่วนใหญ่
  • วัดผลจุดที่เริ่มไปก่อนขยับไปแก้จุดถัดไป อย่าซื้อระบบใหญ่ก่อนเข้าใจปัญหาจริงของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

SME ควรใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มเห็นผลจากจุดเล็กที่เริ่มไป

ส่วนใหญ่เริ่มเห็นความแตกต่างในการทำงานประจำวันได้ภายในสองถึงสี่สัปดาห์ เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่กระทบทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องรอผลระยะยาวก่อนถึงจะรู้ว่าคุ้มค่าหรือไม่

ถ้ามีงบเพิ่มขึ้นในอนาคต ควรขยายไปทำจุดไหนต่อ

ควรดูจากลำดับปัญหาที่ยังปวดหัวรองลงมาของธุรกิจตัวเอง ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่ธุรกิจอื่นทำ เพราะแต่ละธุรกิจมีจุดที่ข้อมูลกระจัดกระจายต่างกัน

จำเป็นต้องมีความรู้ด้านไอทีถึงจะเริ่มทำจุดเล็กแบบนี้ได้ไหม

ไม่จำเป็น ตัวอย่างในบทความนี้ล้วนทำได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐานอย่างชีตและการตั้งข้อความในแชท ซึ่งเจ้าของธุรกิจทั่วไปทำเองได้โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

ควรเลือกจุดเริ่มต้นจากอะไรถ้าไม่รู้ว่าจุดไหนปวดหัวที่สุด

ลองถามทีมงานหรือสังเกตตัวเองว่างานอะไรที่ทำซ้ำบ่อยที่สุดและรู้สึกเสียเวลามากที่สุดในแต่ละวัน มักเป็นจุดที่คุ้มค่าที่สุดที่จะเริ่มแก้ก่อน

ถ้าเริ่มจุดเล็กแล้วไม่เห็นผลอะไรเลย ควรทำยังไงต่อ

ทบทวนว่าจุดที่เลือกเป็นปัญหาที่กระทบธุรกิจจริงหรือไม่ บางครั้งอาจเลือกจุดที่ดูเหมือนสำคัญแต่จริง ๆ ไม่ได้กระทบลูกค้าหรือทีมงานมากอย่างที่คิด ลองเปลี่ยนไปเริ่มจากจุดอื่นแทน

การใช้ระบบอย่าง linli เหมาะกับ SME ระดับไหน

linli เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มยิงโฆษณาเข้า LINE อย่างจริงจังและต้องการวัดผลว่าแอดไหนนำไปสู่การปิดการขายจริง ซึ่งอาจเป็นจุดขยายที่เหมาะหลังจากที่ SME จัดการจุดพื้นฐานอย่างการบันทึกข้อมูลลูกค้าให้เป็นระบบแล้ว

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Ads Budget Calculator

เริ่มจากเป้ารายได้ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องมีกี่ Lead กี่คลิก และงบเท่าไร

คำนวณงบฟรี →

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็คลิสต์กฎหมาย 8 ข้อที่ร้านขายของในแชท LINE มักมองข้าม จนมีปัญหาทีหลัง

เช็คลิสต์กฎหมาย 8 ข้อที่ร้านขายของในแชท LINE มักมองข้าม จนมีปัญหาทีหลัง

ร้านขายของในแชทส่วนใหญ่โฟกัสที่ยอดขาย จนลืมมุมกฎหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนของการคุย บทความนี้รวบรวม 8 จุดที่มักถูกมองข้าม พร้อมวิธีเริ่มแก้แบบไม่ต้องจ้างทนาย
ถ้ามีคนถามว่า 'ร้านคุณเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เอาไปทำอะไร' คุณตอบได้ในกี่นาที

ถ้ามีคนถามว่า 'ร้านคุณเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เอาไปทำอะไร' คุณตอบได้ในกี่นาที

หลายร้านตอบคำถามนี้ไม่ได้ทันที ทั้งที่เป็นคำถามพื้นฐานที่สุด บทความนี้ชวนทำเอกสารสรุปสั้น ๆ ว่าธุรกิจแชทเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร ไว้ที่ไหนบ้าง
จากลูกค้าซื้อครั้งเดียวสู่ลูกค้าสั่งซ้ำอัตโนมัติ วางระบบสมัครสมาชิกอาหารสัตว์เลี้ยงผ่าน LINE ยังไง

จากลูกค้าซื้อครั้งเดียวสู่ลูกค้าสั่งซ้ำอัตโนมัติ วางระบบสมัครสมาชิกอาหารสัตว์เลี้ยงผ่าน LINE ยังไง

ร้านอาหารสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่รอลูกค้ากลับมาสั่งซ้ำเอง ทั้งที่ควรวางระบบเตือนสั่งซ้ำผ่าน LINE ตั้งแต่แรก บทความนี้เล่าวิธีเปลี่ยนลูกค้าซื้อครั้งเดียวให้กลายเป็นสมาชิกสั่งซ้ำแบบไม่ต้องเตือนเอง