← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

HR ทักมาถามแพ็กเกจสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุให้พนักงาน 300 คน: ต้องคุยต่างจากลูกค้ารายบุคคลตรงไหน

02 ส.ค. 04:16 · อ่าน 1 นาที
HR ทักมาถามแพ็กเกจสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุให้พนักงาน 300 คน: ต้องคุยต่างจากลูกค้ารายบุคคลตรงไหน

สรุปสั้น ๆ

การขายสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุให้องค์กรต่างจากการขายให้ลูกค้ารายบุคคลตรงที่ผู้ตัดสินใจไม่ใช่ผู้ใช้บริการ และกระบวนการอนุมัติมักผ่านหลายขั้นตอน การถามขนาดองค์กรและลักษณะความต้องการตั้งแต่แชทแรกช่วยให้เสนอแพ็กเกจที่ตรงจุดและประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย

ข้อความที่ทักเข้ามาหานายหน้าสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุระดับองค์กรมักเริ่มต้นสั้น ๆ ว่า ‘สนใจสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุให้พนักงานค่ะ ขอรายละเอียดหน่อยค่ะ’ ข้อความสั้นแบบนี้ดูเผิน ๆ เหมือนคำถามทั่วไป แต่ความจริงเบื้องหลังอาจเป็นบริษัทที่มีพนักงาน 30 คนหรือ 3,000 คนก็ได้ ซึ่งต้องการแพ็กเกจที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

การขายแบบ B2B ให้องค์กรมีความซับซ้อนกว่าการขายให้ครอบครัวรายบุคคลตรงที่คนที่ทักเข้ามา (มักเป็นฝ่าย HR) ไม่ใช่ผู้ใช้บริการจริง และมักต้องนำข้อเสนอไปเสนอต่อผู้บริหารหรือฝ่ายจัดซื้ออีกที ถ้าส่งใบเสนอราคาที่ไม่ตรงกับขนาดองค์กรหรือรูปแบบสวัสดิการที่บริษัทต้องการไปตั้งแต่ต้น อาจทำให้ HR ต้องกลับมาขอข้อมูลใหม่ซ้ำหลายรอบ หรือแย่กว่านั้นคือถูกตัดออกจากการพิจารณาเพราะดูไม่ตรงจุดตั้งแต่แรก

บทความนี้จะพาดูคำถามสำคัญที่ควรถามในแชทแรก เพื่อให้เข้าใจขนาดองค์กรและความต้องการที่แท้จริง ก่อนจะเสนอแพ็กเกจกลุ่มที่ใช้เวลาสั้นแต่ตรงจุด

ทำไมกระบวนการนี้ถึงต่างจากการขายให้ครอบครัวรายบุคคล

ลูกค้ารายบุคคลตัดสินใจได้เองในแชทเดียวถ้าข้อมูลครบและราคาเหมาะสม แต่ลูกค้าองค์กรมักต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ HR รวบรวมข้อมูล เสนอต่อผู้บริหาร อาจต้องเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นตามกระบวนการจัดซื้อ ก่อนจะได้รับการอนุมัติงบประมาณจริง กระบวนการทั้งหมดนี้อาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือน

สิ่งที่ต่างไปอีกอย่างคือ ผู้ที่ทักเข้ามาไม่ได้ต้องการใช้บริการเอง จึงไม่มีอารมณ์ความกังวลส่วนตัวแบบลูกค้ารายบุคคลที่กำลังเป็นห่วงพ่อแม่ สิ่งที่ HR ต้องการคือข้อมูลที่ชัดเจน เปรียบเทียบได้ และนำไปเสนอผู้บริหารได้ง่าย ไม่ใช่การพูดคุยเชิงความรู้สึก

คำถามที่ต้องถามตั้งแต่แชทแรก ไม่ใช่รอถึงรอบส่งใบเสนอราคา

  • จำนวนพนักงานทั้งหมด และจำนวนพนักงานที่คาดว่าจะใช้สิทธิ์สวัสดิการนี้จริง เพราะสองตัวเลขนี้มักต่างกันมาก
  • รูปแบบสวัสดิการที่ต้องการ เช่น ครอบคลุมเฉพาะพนักงาน หรือครอบคลุมถึงพ่อแม่ของพนักงานด้วย
  • งบประมาณต่อหัวที่บริษัทตั้งไว้คร่าว ๆ หรือช่วงราคาที่เคยใช้กับสวัสดิการอื่นในลักษณะเดียวกัน
  • ระยะเวลาที่ต้องการให้เริ่มใช้งานได้ และรอบการอนุมัติงบประมาณของบริษัท เพื่อวางแผนไทม์ไลน์การนำเสนอให้ทัน
  • ผู้มีอำนาจตัดสินใจสุดท้ายเป็นใคร เพื่อรู้ว่าควรเตรียมเอกสารระดับไหนสำหรับการนำเสนอขั้นต่อไป

ขนาดองค์กรต่างกัน แพ็กเกจที่ควรเสนอก็ต่างกัน

ขนาดองค์กรแนวทางแพ็กเกจที่มักเหมาะสม
ต่ำกว่า 50 คนแพ็กเกจมาตรฐานที่ปรับแต่งได้น้อย เน้นความเรียบง่ายและราคาที่ชัดเจน
50-300 คนแพ็กเกจที่ปรับระดับความคุ้มครองได้ตามงบ พร้อมตัวเลือกเสริมบางส่วน
มากกว่า 300 คนข้อเสนอที่ปรับแต่งเฉพาะองค์กร พร้อมการนำเสนอแบบเป็นทางการและเอกสารประกอบครบถ้วน

ตัวอย่างบทสนทนาที่ถามข้อมูลได้ครบโดยไม่ทำให้ HR รู้สึกถูกซักถามยาว

ตัวอย่างสมมติ เมื่อ HR ทักมาถามข้อมูลทั่วไป แอดมินสามารถตอบว่า ‘ขอบคุณที่สนใจค่ะ เพื่อให้แนะนำแพ็กเกจที่เหมาะกับบริษัทได้ตรงที่สุด ขอทราบคร่าว ๆ ได้ไหมคะว่าบริษัทมีพนักงานประมาณกี่คน และอยากให้ครอบคลุมแค่ตัวพนักงานหรือรวมถึงพ่อแม่ของพนักงานด้วยคะ พอทราบตรงนี้จะส่งตัวอย่างแพ็กเกจที่ใกล้เคียงให้ดูก่อนได้เลยค่ะ’

การถามแบบนี้ให้เหตุผลชัดว่าทำไมต้องถาม (เพื่อแนะนำแพ็กเกจที่ตรงจุด) แทนที่จะรู้สึกเหมือนแบบสอบถามยาวที่ไม่มีจุดประสงค์ ทำให้ HR ยินดีตอบมากกว่า

วัดผลแอดของธุรกิจ B2B นี้ ต้องมองไกลกว่าแชทแรก

เพราะรอบการตัดสินใจขององค์กรใช้เวลานาน การวัดผลแอดด้วยจำนวนแชทที่ทักเข้ามาอย่างเดียวจึงไม่พอ ควรติดตามต่อว่าจากแชทที่ทักเข้ามา กี่รายที่ HR ขอเอกสารไปนำเสนอผู้บริหารต่อ และในจำนวนนั้นกี่รายที่ปิดดีลจริงภายในกี่เดือน ตัวเลขเหล่านี้สำคัญกว่าจำนวนทักดิบมาก เพราะสะท้อนคุณภาพของลีดที่แอดพามาได้ดีกว่า

สรุป

การขายสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุให้องค์กรต้องการความเข้าใจกระบวนการตัดสินใจแบบ B2B ที่ต่างจากการขายให้ครอบครัวรายบุคคลโดยสิ้นเชิง ทั้งเรื่องระยะเวลา ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และรูปแบบข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการนำเสนอ

การถามคำถามที่ถูกต้องตั้งแต่แชทแรก แทนที่จะรอถึงขั้นทำใบเสนอราคา ช่วยประหยัดเวลาของทั้งสองฝ่าย และเพิ่มโอกาสที่ข้อเสนอจะผ่านการพิจารณาไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้จริง

  • ผู้ทักเข้ามา (HR) ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ และมักต้องเสนอต่อผู้บริหารอีกขั้น
  • ถามขนาดองค์กรและรูปแบบความคุ้มครองตั้งแต่แชทแรก ก่อนเสนอแพ็กเกจ
  • วัดผลแอดด้วยอัตราไปถึงขั้นนำเสนอผู้บริหารและปิดดีลจริง ไม่ใช่จำนวนแชทดิบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า HR ไม่บอกจำนวนพนักงานที่ชัดเจน ควรทำยังไง

ให้เสนอช่วงราคาคร่าว ๆ ตามขนาดองค์กรที่พบบ่อยไปก่อน พร้อมแจ้งว่าตัวเลขจะแม่นยำขึ้นเมื่อทราบจำนวนที่ชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้บทสนทนาเดินต่อได้โดยไม่ต้องรอคำตอบที่แน่นอนก่อน

ควรส่งใบเสนอราคาเต็มตั้งแต่แชทแรกไหม

ไม่แนะนำ เพราะข้อมูลที่ได้จากแชทแรกมักยังไม่พอสำหรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ ควรส่งตัวอย่างแพ็กเกจคร่าว ๆ ก่อน แล้วทำใบเสนอราคาเต็มหลังทราบรายละเอียดที่จำเป็นครบถ้วน

ถ้า HR หายไปหลังขอเอกสารไปนำเสนอผู้บริหาร ควรตามยังไง

ควรตามด้วยความเข้าใจในจังหวะที่สอดคล้องกับรอบประชุมหรือรอบอนุมัติงบขององค์กร ไม่ใช่ตามถี่แบบลูกค้ารายบุคคล เพราะกระบวนการภายในองค์กรมักใช้เวลานานกว่าที่คิด

องค์กรขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่สิบคน คุ้มที่จะทำสวัสดิการนี้ไหม

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์กร บางบริษัทขนาดเล็กใช้สวัสดิการนี้เป็นจุดขายในการรักษาพนักงาน ซึ่งอาจคุ้มค่าแม้จำนวนคนใช้จริงจะไม่มาก ควรถามเป้าหมายของ HR ให้ชัดก่อนสรุปว่าคุ้มหรือไม่

ควรเตรียมเอกสารระดับไหนสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

ควรเตรียมเอกสารที่มีรายละเอียดครบถ้วน เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่นได้ชัดเจน และพร้อมสำหรับการนำเสนอในที่ประชุมระดับผู้บริหาร เพราะองค์กรขนาดใหญ่มักมีขั้นตอนพิจารณาที่เป็นทางการมากกว่า

ควรใช้อะไรวัดว่าแอดชุดไหนพา HR ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงเข้ามา ไม่ใช่แค่คนมาสอบถามเฉย ๆ

ต้องติดตามเส้นทางตั้งแต่แชทแรกไปจนถึงขั้นตอนขอเอกสารนำเสนอผู้บริหารและปิดดีลจริง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนแชท ถ้ามีระบบอย่าง linli ที่เก็บสถานะแต่ละขั้นตอนผูกกับแอดต้นทาง จะเห็นได้ชัดว่าแอดชุดไหนพาลีดที่มีคุณภาพและอำนาจตัดสินใจจริงเข้ามามากกว่ากัน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง