เปิดร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำถ้ำเฉพาะทาง แล้วพบว่าคู่แข่งแทบไม่มีใครใช้ LINE เลย: โอกาสหรือสัญญาณเตือน
สรุปสั้น ๆ
คู่แข่งไม่ใช้ช่องทางหนึ่งเลย ไม่ได้แปลว่าช่องทางนั้นไม่เหมาะกับตลาดเสมอไป และก็ไม่ได้แปลว่าเป็นโอกาสทองเสมอไปเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือแยกให้ออกว่าคู่แข่งไม่ใช้เพราะกลุ่มเป้าหมายไม่อยู่ตรงนั้น หรือแค่ยังไม่มีใครลองทำก่อน
ร้าน 'ถ้ำใต้น้ำ' ขายอุปกรณ์ดำน้ำถ้ำ (cave diving) ซึ่งเป็นกีฬาที่มีผู้เล่นจริงจังในไทยไม่ถึงหลักร้อยคน เจ้าของร้านสำรวจตลาดก่อนเปิดตัวแล้วพบว่าคู่แข่งทุกเจ้าขายผ่านเว็บไซต์และอีเมลเป็นหลัก แทบไม่มีใครใช้ LINE OA เป็นช่องทางขายเลยสักเจ้าเดียว
คำถามที่เจ้าของร้านเจอคือ ควรตีความอย่างไรกับสิ่งที่เห็น มุมหนึ่งคือมองว่านี่คือช่องว่างในตลาดที่รอให้ใครสักคนเข้าไปเติม เพราะถ้าเป็นช่องทางที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน การที่ไม่มีคู่แข่งใช้ก็อาจเป็นข้อได้เปรียบ แต่อีกมุมหนึ่งคือ บางทีคู่แข่งไม่ใช้เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ไม่ได้ตัดสินใจซื้อผ่านแชท
บทความนี้จะชวนแยกแยะว่าจะรู้ได้ยังไงว่าอยู่ในกรณีไหน เพราะการตัดสินผิดด้านหนึ่งอาจทำให้พลาดโอกาส ส่วนตัดสินผิดอีกด้านอาจทำให้เสียเวลาและงบไปกับช่องทางที่ไม่มีใครดู
สองคำอธิบายที่เป็นไปได้ เมื่อคู่แข่งไม่ใช้ช่องทางเดียวกับคุณเลย
คำอธิบายแรกคือ 'ยังไม่มีใครลองทำ' ซึ่งมักเกิดในตลาดที่คู่แข่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่ได้ตามเทรนด์การตลาดออนไลน์ใหม่ ๆ หรือเป็นตลาดที่ยังไม่มีใครกล้าลงทุนทดลองช่องทางใหม่ เพราะกลุ่มเป้าหมายเล็กเกินไปจนไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
คำอธิบายที่สองคือ 'ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจผ่านแชท' ซึ่งเกิดกับสินค้าบางประเภทที่การซื้อขายผูกกับความสัมพันธ์ระยะยาวหรือชุมชนเฉพาะทาง เช่น นักดำน้ำถ้ำจริงจังมักรู้จักกันในกลุ่มปิดหรือฟอรัมเฉพาะทาง การตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ราคาแพงมักเกิดจากคำแนะนำในกลุ่มมากกว่าการทักถามร้านค้าโดยตรง
สิ่งที่แยกสองคำอธิบายนี้ออกจากกันได้คือพฤติกรรมของลูกค้าเอง ไม่ใช่พฤติกรรมของคู่แข่ง — ต้องไปดูว่ากลุ่มเป้าหมายจริงใช้ LINE ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วหรือเปล่า ไม่ใช่ดูแค่ว่าคู่แข่งทำอะไร
วิธีทดสอบก่อนทุ่มเต็มที่: ทำเวอร์ชันเล็กที่สุดก่อน
- เปิด LINE OA แบบเรียบง่ายที่สุด ไม่ต้องมีระบบซับซ้อน แล้วยิงแอดงบน้อยเจาะกลุ่มที่สนใจดำน้ำถ้ำหรือกีฬาดำน้ำเชิงลึกโดยเฉพาะ
- ดูว่ามีคนทักเข้ามาถามเลยไหม หรือส่วนใหญ่ยังคงคอมเมนต์ใต้โพสต์ ส่งข้อความในเฟซบุ๊ก หรือถามในกลุ่มปิดแทน ถ้าคนยังเลือกช่องทางเดิมแม้จะมีทางเลือกใหม่ให้ นั่นคือสัญญาณว่าเขาไม่ได้ขาดช่องทาง เขาแค่ไม่ได้ต้องการช่องทางนี้
- ถ้ามีคนทักเข้า LINE จริง ให้สังเกตว่าเนื้อหาการคุยลึกแค่ไหน คนที่ซื้ออุปกรณ์ราคาแพงมักถามคำถามเทคนิคเฉพาะทาง ถ้าคุณตอบได้ลึกพอ นั่นคือสัญญาณว่าช่องทางนี้ใช้ได้กับกลุ่มนี้จริง
- ให้เวลาทดสอบอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือนก่อนสรุป เพราะตลาดที่แคบและพึ่งพาชุมชนแบบนี้ ผู้คนอาจต้องเห็นแบรนด์ซ้ำหลายครั้งในหลายที่ก่อนจะกล้าทักเข้ามาโดยตรง
สัญญาณที่บอกว่าเป็นโอกาส กับสัญญาณที่บอกว่าเป็นสัญญาณเตือน
| สิ่งที่สังเกต | แนวโน้มเป็นโอกาส | แนวโน้มเป็นสัญญาณเตือน |
|---|---|---|
| พฤติกรรมลูกค้าปัจจุบัน | ใช้ LINE คุยกับร้านค้าประเภทอื่นอยู่แล้ว | นิยมคุยผ่านฟอรัม/กลุ่มปิดเฉพาะทางเท่านั้น |
| คู่แข่งในตลาดใกล้เคียง | ไม่มีใครลองเพราะตลาดยังใหม่ | เคยลองแล้วเลิกใช้เงียบ ๆ |
| การตอบสนองต่อแอดทดลอง | มีคนทักเข้ามาคุยลึกจริง | คนยังคอมเมนต์/ทักช่องทางเดิมแทน |
| ลักษณะการตัดสินใจซื้อ | ตัดสินใจเดี่ยว ไม่ต้องพึ่งชุมชน | ต้องปรึกษากลุ่ม/รุ่นพี่ก่อนทุกครั้ง |
ถ้าสัญญาณออกมาว่าเป็นคำเตือน ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกใช้ LINE ทั้งหมด
แม้ผลทดสอบจะออกมาว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการถามในกลุ่มปิดมากกว่า ก็ไม่ได้แปลว่า LINE ไม่มีประโยชน์เลย เพียงแต่บทบาทของมันอาจเปลี่ยนจาก 'ช่องทางปิดการขายหลัก' เป็น 'ช่องทางดูแลลูกค้าเก่าและรักษาความสัมพันธ์' แทน ซึ่งยังมีคุณค่าอยู่ดี
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการทุ่มงบโฆษณาก้อนใหญ่ไปกับการดันคนเข้า LINE ทั้งที่พฤติกรรมจริงของกลุ่มเป้าหมายชี้ชัดว่าเขาต้องการปรึกษาชุมชนก่อนตัดสินใจ ในกรณีนั้นงบที่ควรลงอาจเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในฟอรัมหรือกลุ่มที่เขาอยู่แล้วมากกว่า
สรุป
การที่คู่แข่งไม่ใช้ช่องทางเดียวกับคุณเลย ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปว่าเป็นโอกาสหรือความเสี่ยง สิ่งที่ต้องดูคือพฤติกรรมจริงของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่พฤติกรรมของคู่แข่ง
ทดสอบด้วยงบเล็กก่อนเสมอ แล้วดูว่าลูกค้าเลือกทักเข้ามาจริงหรือยังคงใช้ช่องทางเดิม คำตอบนั้นจะบอกทิศทางได้ชัดกว่าการเดาจากสิ่งที่คู่แข่งทำหรือไม่ทำ
- คู่แข่งไม่ใช้ช่องทางหนึ่ง อาจแปลว่ายังไม่มีใครลอง หรือลูกค้าไม่ต้องการช่องทางนั้นก็ได้
- ทดสอบด้วยงบเล็กก่อนเสมอ อย่าตัดสินจากพฤติกรรมคู่แข่งเพียงอย่างเดียว
- ถ้าผลออกมาว่าไม่เหมาะเป็นช่องทางปิดการขาย ยังปรับใช้เป็นช่องทางดูแลลูกค้าเก่าได้
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าคู่แข่งทุกเจ้าไม่ใช้ LINE เลย ควรลองก่อนหรือรอดูคนอื่น
ควรทดสอบด้วยงบเล็กก่อนโดยไม่ต้องรอใคร เพราะการที่ไม่มีใครทำอาจเป็นเพราะยังไม่มีใครกล้าลอง ไม่ใช่เพราะพิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ การทดสอบเล็ก ๆ เสียน้อยกว่าการรอจนเสียโอกาสไปเปล่า ๆ
จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าไม่ใช้ LINE เพราะไม่คุ้นเคย หรือเพราะไม่เหมาะกับสินค้า
ให้ดูว่ากลุ่มเป้าหมายใช้ LINE คุยกับธุรกิจประเภทอื่นในชีวิตประจำวันอยู่แล้วหรือเปล่า ถ้าใช่ แสดงว่าไม่ใช่เรื่องความคุ้นเคย แต่อาจเป็นเพราะสินค้านี้เฉพาะเจาะจงจนต้องพึ่งพาการแนะนำจากชุมชนมากกว่า
ตลาดที่พึ่งพาชุมชน/ฟอรัมเฉพาะทาง ควรเลิกใช้ LINE เลยไหม
ไม่จำเป็นต้องเลิก เพียงแต่ควรปรับบทบาทของ LINE จากช่องทางปิดการขายหลักเป็นช่องทางดูแลลูกค้าเก่าหรือรักษาความสัมพันธ์กับคนที่เคยซื้อไปแล้วแทน
ควรใช้เวลาทดสอบนานแค่ไหนก่อนสรุปว่าช่องทางนี้ไม่เหมาะ
อย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือนสำหรับตลาดที่แคบและพึ่งพาชุมชน เพราะคนกลุ่มนี้อาจต้องเห็นแบรนด์ซ้ำหลายครั้งก่อนกล้าทักเข้ามาโดยตรง การสรุปเร็วเกินไปอาจพลาดสัญญาณที่ยังไม่ทันปรากฏ
ถ้าคู่แข่งเคยลองใช้ LINE แล้วเลิกไปเงียบ ๆ ควรตีความยังไง
ควรระวังมากกว่ากรณีที่ไม่มีใครลองเลย เพราะแปลว่ามีคนเจอมาก่อนแล้วว่าไม่เวิร์ก ควรพยายามหาสาเหตุว่าทำไมถึงเลิก เช่น อาจเป็นเพราะไม่มีคนตอบแชทสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพราะช่องทางไม่เหมาะโดยตัวมันเอง
มีวิธีวัดผลเบื้องต้นแบบประหยัดงบสำหรับตลาดนิชขนาดเล็กไหม
ใช้งบโฆษณาน้อยที่สุดที่ยังพอเห็นสัญญาณได้ พร้อมแท็กแยกว่าใครทักมาจากช่องทางไหน แล้วเทียบกับพฤติกรรมเดิมของกลุ่มเป้าหมาย ระบบอย่าง linli ช่วยให้เห็นภาพนี้ชัดขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนระบบใหญ่ตั้งแต่ต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง


