← กลับไปหน้าบทความ
เทรนด์ & ข้อควรระวัง

อันดับหนึ่งใน Google แต่ยอดแชทนิ่ง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ SEO

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 12:13อัปเดต 10 ก.ค. 12:13อ่าน 1 นาที
อันดับหนึ่งใน Google แต่ยอดแชทนิ่ง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ SEO
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ทราฟฟิกจาก SEO ที่ดีไม่ได้แปลว่าจะได้ยอดแชทมากขึ้นเสมอ ถ้าปุ่มแชทไม่อยู่ตรงจุดที่คนกำลังมีคำถามในใจพอดี ทราฟฟิกที่จ่ายมาด้วยเวลาและความพยายามทั้งหมดจะรั่วหายไปเงียบ ๆ โดยไม่มีใครสังเกต

ผมเคยได้รับข้อความจากเจ้าของร้านสมมติชื่อ ‘สวนดอกไม้กลางเมือง’ ที่หงุดหงิดมากว่า ‘บทความติดหน้าแรก Google มาสามเดือนแล้ว แต่ทำไมยอดทักไม่เพิ่มเลย’ พอเปิดเว็บดูก็เจอคำตอบเร็วมาก บทความยาวสองพันคำ มีข้อมูลครบ อันดับดีจริง แต่ปุ่ม ‘แชทสอบถาม’ อยู่ท้ายสุดของหน้า ต้องเลื่อนผ่านทุกอย่างก่อนถึงจะเจอ

นี่คือสถานการณ์ที่พบบ่อยกว่าที่คิด ทีมการตลาดทุ่มเทกับการทำอันดับจนลืมไปว่าเป้าหมายจริงไม่ใช่อันดับ แต่คือการเปลี่ยนคนที่ค้นเจอให้กลายเป็นคนที่ทักแชท พอสองอย่างนี้แยกจากกัน ทราฟฟิกก็กลายเป็นแค่ตัวเลขสวย ๆ ในรายงานที่ไม่แปลงเป็นเงินสักบาท

บทความนี้ผมจะพาไล่ดูว่าจุดรั่วที่ทำให้ ‘SEO ดีแต่แชทไม่มา’ มักเกิดตรงไหนบ้าง และควรแก้ตรงไหนก่อนจึงจะเห็นผลเร็วที่สุด

อันดับคือหนทาง ไม่ใช่เป้าหมาย

ปัญหาเริ่มต้นจากการตั้งเป้าผิดตั้งแต่แรก หลายทีมตั้ง KPI ว่า ‘ต้องติดหน้าแรกภายในกี่เดือน’ โดยไม่มี KPI คู่ขนานว่า ‘ต้องได้แชทเพิ่มกี่รายจากหน้านี้’ พอทำสำเร็จเรื่องอันดับ ทีมก็รู้สึกว่างานจบแล้ว ทั้งที่ครึ่งทางจริง ๆ ยังไม่เริ่ม

การตั้งเป้าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดทั้งหมด อันดับที่ดีคือเงื่อนไขจำเป็น แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอ ถ้าไม่มีคนคลิกเข้ามาก็ไม่มีทางได้แชทอยู่แล้ว แต่การมีคนคลิกเข้ามาก็ไม่ได้แปลว่าจะได้แชทเช่นกัน ถ้าสิ่งที่เขาเจอในหน้าเว็บไม่ชวนให้เขาอยากคุยด้วย

จุดรั่วที่เจอบ่อยที่สุด 4 แบบ

  • ปุ่มแชทอยู่ไกลเกินไป — ต้องเลื่อนผ่านเนื้อหายาวก่อนถึงจะเจอ คนที่มีคำถามเฉพาะเจาะจงมักปิดแท็บก่อนเลื่อนถึง
  • ข้อความชวนคุยกลางเกินไป — ปุ่มเขียนแค่ ‘ติดต่อเรา’ ไม่บอกว่าคุยเรื่องอะไรได้ ทำให้คนไม่แน่ใจว่าทักไปแล้วจะได้คำตอบที่ต้องการไหม
  • เนื้อหาตอบคำถามหมดในหน้าเว็บแล้ว — บทความละเอียดมากจนคนอ่านรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องถามเพิ่ม ทั้งที่จริง ๆ ยังมีคำถามเฉพาะตัวที่อยากถามในแชท
  • หน้าที่ติดอันดับไม่ใช่หน้าที่ควรปิดดีล — บางครั้งหน้าที่ Google ให้อันดับสูงเป็นหน้าความรู้ทั่วไป ไม่ใช่หน้าที่ออกแบบมาให้ปิดการขาย

วิธีวินิจฉัยว่าปัญหาจริงอยู่ตรงไหน

  1. เปิด Search Console ดูว่าหน้าไหนได้ทราฟฟิกสูงสุด แล้วเปิดหน้านั้นด้วยสายตาคนอ่านจริง ลองจับเวลาว่ากว่าจะเจอปุ่มแชทใช้เวลากี่วินาที
  2. เทียบอัตราการกดปุ่มแชทของหน้านั้นกับหน้าอื่นที่ทราฟฟิกใกล้เคียงกัน ถ้าต่างกันมาก ให้สงสัยตำแหน่งปุ่มหรือข้อความชวนคุยก่อนเป็นอันดับแรก
  3. อ่านคำถามในแชทจริงของลูกค้าที่มาจากหน้านั้น เทียบกับเนื้อหาที่มีอยู่ ถ้าคำถามซ้ำกับสิ่งที่เขียนไว้แล้วในบทความ แปลว่าคนอ่านไม่ทันเห็นหรือไม่เชื่อมโยงว่าคำตอบอยู่ตรงนั้น
  4. ทดลองย้ายปุ่มแชทให้ขึ้นมาใกล้จุดที่มีคำถามเกิดบ่อยที่สุดในบทความ แล้ววัดซ้ำหลังผ่านไปสองสัปดาห์

อย่ารีบโทษว่าคอนเทนต์ไม่ดีพอ

สิ่งที่ผมอยากเตือนคือ อย่าด่วนสรุปว่าคอนเทนต์ต้อง ‘เขียนใหม่ทั้งหมด’ เพราะบางครั้งเนื้อหาดีอยู่แล้ว แค่ตำแหน่งและหน้าตาของปุ่มแชทไม่ชวนพอ การเขียนใหม่ทั้งหน้าใช้เวลาและอาจเสียอันดับที่มีอยู่ไปด้วยถ้าทำพลาด ในขณะที่การปรับตำแหน่งปุ่มใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่เห็นผลเร็วกว่ามาก

ผมมักแนะนำให้แก้จุดที่ทำได้เร็วและเสี่ยงน้อยก่อนเสมอ นั่นคือตำแหน่งปุ่ม ข้อความชวนคุย และจำนวนจุดที่มีปุ่มในหน้าเดียว ค่อยไปดูเรื่องเนื้อหาทีหลังถ้าปรับสามอย่างนี้แล้วยังไม่ขยับ

สรุป

อันดับดีคือชัยชนะครึ่งแรกเท่านั้น ครึ่งหลังที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพาคนที่เข้ามาแล้วให้กดปุ่มแชทในจังหวะที่เขาพร้อมพอดี ถ้าละเลยครึ่งหลังนี้ ทราฟฟิกที่ทุ่มเทมาทั้งหมดจะกลายเป็นแค่ตัวเลขสวยงามที่ไม่มีความหมายทางธุรกิจ

ก่อนจะเขียนบทความใหม่เพิ่ม ลองย้อนกลับไปเช็กบทความที่ติดอันดับดีอยู่แล้วก่อนว่าปุ่มแชทวางถูกจุดหรือยัง เพราะการแก้จุดนี้มักให้ผลตอบแทนเร็วกว่าการผลิตคอนเทนต์ใหม่เสียอีก

  • อันดับดีเป็นแค่เงื่อนไขจำเป็น ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอของยอดขาย
  • เช็กตำแหน่งปุ่มแชทก่อนสงสัยว่าคอนเทนต์ไม่ดีพอ
  • วัดผลด้วยอัตรากดแชทต่อหน้า ไม่ใช่แค่อันดับหรือทราฟฟิกรวม

คำถามที่พบบ่อย

ควรมีปุ่มแชทกี่จุดในหนึ่งหน้าบทความยาว

สำหรับบทความยาวควรมีอย่างน้อยสามจุด คือช่วงต้น ช่วงกลางที่มักมีคำถามเฉพาะเจาะจงเกิดขึ้น และช่วงท้าย เพื่อไม่ให้คนที่พร้อมแชทต้องเลื่อนหาไกลเกินไป

ทำไมทราฟฟิกเพิ่มแต่แชทไม่เพิ่มตามสัดส่วนเดียวกัน

อาจเป็นเพราะคำค้นที่พาคนเข้ามาไม่ตรงกับความตั้งใจซื้อ หรือเนื้อหาตอบคำถามหมดจนคนไม่รู้สึกว่าต้องทักถามเพิ่ม ควรเช็กทั้งสองจุดคู่กัน

ควรวัด KPI ของ SEO ด้วยอะไรนอกจากอันดับ

ควรมี KPI คู่คืออัตราการกดปุ่มแชทต่อทราฟฟิกของแต่ละหน้า และถ้าเป็นไปได้ควรผูกต่อไปถึงอัตราการปิดการขายจริงในแชท ไม่ใช่หยุดแค่ยอดคลิกหรือยอดทัก

ย้ายปุ่มแชทบ่อยจะกระทบ SEO ไหม

การปรับตำแหน่งองค์ประกอบในหน้าโดยไม่เปลี่ยนเนื้อหาหลักมักไม่กระทบอันดับ แต่ควรเว้นช่วงให้พอมีข้อมูลเปรียบเทียบก่อนหลังในแต่ละรอบ อย่าปรับถี่จนวัดผลไม่ทัน

หน้าที่ติดอันดับสูงสุดควรเป็นหน้าปิดการขายเสมอไหม

ไม่จำเป็น หน้าความรู้ทั่วไปก็มีค่าในการสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ควรมีลิงก์เชื่อมไปหน้าที่ออกแบบมาให้ปิดดีลโดยเฉพาะ พร้อมปุ่มแชทที่ชัดเจนกว่าหน้าความรู้ทั่วไป

จะรู้ได้ยังไงว่าจุดรั่วอยู่ที่ตำแหน่งปุ่มจริง ๆ

ลองเทียบอัตราการกดแชทของหน้าที่มีทราฟฟิกใกล้เคียงกันแต่ตำแหน่งปุ่มต่างกัน ถ้าหน้าที่ปุ่มอยู่ใกล้จุดที่มีคำถามได้อัตราสูงกว่าชัดเจน นั่นคือหลักฐานว่าตำแหน่งมีผลจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

คุกกี้กำลังจะหมดอายุจริง ๆ ร้านที่วัดผลผ่าน LINE ควรเริ่มสร้างระบบของตัวเองตั้งแต่วันนี้

คุกกี้กำลังจะหมดอายุจริง ๆ ร้านที่วัดผลผ่าน LINE ควรเริ่มสร้างระบบของตัวเองตั้งแต่วันนี้

พิกเซลกับคุกกี้กำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ตามเวลา บทความนี้ชวนดูว่าทำไมร้านที่พึ่งพา LINE ควรเริ่มวางฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเองตั้งแต่วันที่ระบบเดิมยังพอใช้ได้
ถ้าลูกค้าเริ่มย้ายไปทักผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ LINE ข้อมูลเก่าของคุณจะยังเทียบกันได้ไหม

ถ้าลูกค้าเริ่มย้ายไปทักผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ LINE ข้อมูลเก่าของคุณจะยังเทียบกันได้ไหม

พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนช่องทางแชทได้เสมอ ถ้าแชทกระจายไปหลายแอป ร้านจะยังเทียบผลงานย้อนหลังได้เป็นธรรมไหม บทความนี้ชวนวางมาตรฐานวัดผลที่ไม่ขึ้นกับแพลตฟอร์มเดียว
ทำไมธุรกิจไทยจำนวนมากเลือกให้ LINE เป็นศูนย์กลางของทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่อีกช่องทางหนึ่ง

ทำไมธุรกิจไทยจำนวนมากเลือกให้ LINE เป็นศูนย์กลางของทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่อีกช่องทางหนึ่ง

แทนที่จะมอง LINE เป็นแค่หนึ่งในหลายช่องทาง ธุรกิจจำนวนมากเริ่มออกแบบให้ LINE เป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกช่องทางไหลเข้ามารวมกัน บทความนี้เล่าว่าทำไมแนวคิดนี้เหมาะกับตลาดไทย และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง