ไลฟ์โคลาโบกับแบรนด์อื่น: แลกฐานลูกค้าเข้า LINE โดยไม่ต้องเสียค่าแอด
สรุปสั้น ๆ
การไลฟ์ร่วมกับแบรนด์ที่มีลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ใช่คู่แข่ง ทำให้เราเข้าถึงฐานคนของเขาฟรี ๆ กุญแจอยู่ที่เลือกคู่ให้ลูกค้าเสริมกัน ตกลงผลตอบแทนให้ชัด และออกแบบให้คนที่ดูอยากทัก LINE เราต่อ ไม่ใช่แค่ดูเพลิน ๆ แล้วจากไป
มีวิธีหนึ่งที่ได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเพิ่มงบแอด นั่นคือการไปยืมฐานลูกค้าของแบรนด์อื่นที่เขาสร้างมาแล้ว ผ่านการไลฟ์ร่วมกัน ฟังดูเหมือนง่าย แต่มีรายละเอียดที่ถ้าทำพลาดก็เสียเวลาเปล่า หรือแย่กว่านั้นคือทำให้ความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์เสีย
ผมชอบวิธีนี้เพราะมันเป็นเกมที่ทั้งสองฝ่ายได้ ต่างจากการยิงแอดที่เราจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มฝ่ายเดียว การโคลาโบคือสองแบรนด์เอาจุดแข็งมาแลกกัน คุณมีฐานที่เขาไม่มี เขามีฐานที่คุณไม่มี พอมารวมกันในไลฟ์เดียว คนทั้งสองฝั่งได้เห็นของใหม่ที่น่าสนใจ
บทความนี้จะเล่าตั้งแต่วิธีเลือกคู่ที่ใช่ ตกลงดีลยังไงให้แฟร์ ไปจนถึงการออกแบบไลฟ์ให้คนของพาร์ตเนอร์อยากตามมาทัก LINE เราต่อ ซึ่งเป็นขั้นที่หลายคนพลาด เพราะไลฟ์สนุกแต่ไม่มีใครตามมาก็เท่ากับเสียแรงเปล่า
เลือกคู่ไลฟ์ยังไงให้ได้ลูกค้าที่ใช่
หัวใจของการโคลาโบที่ได้ผลคือเลือกคู่ที่ลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ขายของทับกัน ยกตัวอย่างร้านขายชุดออกกำลังกายจับมือกับเทรนเนอร์ส่วนตัว ลูกค้าเป็นคนกลุ่มเดียวกันคือคนรักสุขภาพ แต่ของที่ขายไม่ทับกัน ต่างคนต่างเสริมกัน คนที่ดูเลยได้ประโยชน์สองต่อ
สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือจับมือกับคู่แข่งตรง ๆ เพราะแทนที่จะแลกลูกค้ากัน กลายเป็นแย่งลูกค้ากันในไลฟ์เดียว และเลี่ยงการจับกับแบรนด์ที่ลูกค้าคนละกลุ่มโดยสิ้นเชิง เพราะต่อให้คนดูเยอะ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่สนใจของเรา ก็ไม่มีใครตามมาทักอยู่ดี ทราฟฟิกต้องตรงกลุ่มถึงจะมีค่า
อีกจุดที่คนมองข้ามคือ ขนาดฐานควรพอ ๆ กัน ถ้าเราฐานเล็กมากไปจับกับเจ้าใหญ่ เขาอาจไม่เห็นประโยชน์ที่จะแลกกับเรา ทางที่ดีในช่วงเริ่มคือหาคู่ที่โตมาด้วยกันหรือขนาดใกล้กัน ทั้งคู่จะตั้งใจช่วยกันเต็มที่เพราะต่างฝ่ายต่างได้พอ ๆ กัน
ตกลงดีลยังไงให้ทั้งสองฝ่ายได้จริง
ก่อนจะไลฟ์ ต้องคุยกันให้ชัดว่าแต่ละฝ่ายจะได้อะไรและต้องทำอะไร เพราะดีลที่ไม่ชัดคือต้นเหตุของความขุ่นใจทีหลัง โดยเฉพาะเรื่องว่าใครจะได้ลูกค้าที่ทักเข้ามา
- ตกลงว่าใครโปรโมตอะไรบ้าง ทั้งคู่ควรช่วยกันบอกฐานตัวเองว่าจะมีไลฟ์ เพื่อให้คนสองฝั่งมาดู ไม่ใช่ฝ่ายเดียวแบกงานโปรโมต
- วางว่าจะดึงคนเข้า LINE ของใครยังไง อาจสลับกันแนะนำ หรือมีของแจกที่พาคนไปทั้งสอง LINE ให้แฟร์ ไม่ใช่ฝ่ายเดียวได้คนไปหมด
- ตกลงเรื่องของแจกหรือโปรร่วม ถ้ามีของแจก ใครออกของ ใครออกค่าส่ง ควรเคลียร์ก่อน เพื่อไม่ให้มีใครรู้สึกว่าตัวเองแบกหนักกว่า
- คุยเรื่องการวัดผลร่วมกัน ตกลงว่าจะดูจากอะไรว่าไลฟ์นี้เวิร์ก เพื่อให้ทั้งคู่มีเป้าเดียวกันและรู้ว่าควรทำร่วมกันอีกไหม
ออกแบบไลฟ์ให้คนอยากตามมาทัก LINE
ไลฟ์ที่สนุกแต่ไม่มีใครตามมาคือไลฟ์ที่เสียโอกาส เพราะคนดูเพลินแล้วก็ปิดจอไป การจะดึงเขาให้ขยับมาทัก LINE ต้องออกแบบเหตุผลให้เขามาตั้งแต่ในไลฟ์ ไม่ใช่หวังว่าเขาจะจำแล้วตามมาเอง
วิธีที่ผมเห็นว่าได้ผลคือมีของที่ ‘ต้องทัก LINE ถึงจะได้’ เช่น โค้ดส่วนลดพิเศษเฉพาะคนดูไลฟ์ที่ต้องทักมาขอ หรือไฟล์ต่อยอดที่แจกเฉพาะทาง LINE การผูกของเข้ากับการทัก ทำให้คนที่สนใจจริงลงมือทันทีในจังหวะที่ความอยากยังร้อน แทนที่จะรอไว้แล้วลืม
อีกเทคนิคคือพูดย้ำ LINE เป็นระยะ ไม่ใช่บอกครั้งเดียวตอนต้น เพราะคนเข้า-ออกไลฟ์ตลอด คนที่เพิ่งเข้ามากลางไลฟ์จะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร การทวนเป็นช่วง ๆ พร้อมบอกเหตุผลว่าทักแล้วได้อะไร ช่วยเก็บคนทุกกลุ่มที่แวะเข้ามา คล้ายการวางคำชวนให้ลงมือที่ชัดและเห็นบ่อยพอ
หลังไลฟ์จบ อย่าปล่อยคนที่เพิ่งทักหลุดมือ
ช่วงหลังไลฟ์คือช่วงที่คนทักเข้ามาพร้อมกันเยอะที่สุด ถ้าตอบไม่ทันหรือดูแลไม่ดี คนที่อุตส่าห์ตามมาก็เย็นลงและหายไป งานยังไม่จบตอนปิดกล้อง แต่เพิ่งเริ่มต่างหาก
- เตรียมคนตอบแชทให้พอ เพราะช่วงหลังไลฟ์คนทักถล่มพร้อมกัน ถ้าปล่อยให้รอนานความอยากจะเย็นลง การตอบไวในจังหวะนี้คือการไม่ปล่อยให้คนที่ร้อนอยู่ต้องรอจนเย็น
- แยกคนที่มาจากไลฟ์โคลาโบไว้ด้วยแท็กหรือเมนู เพื่อรู้ว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน จะได้ดูแลและวัดผลต่อได้ ว่าคู่ไลฟ์นี้พาคนที่ปิดง่ายมาไหม
- ส่งของที่สัญญาไว้ในไลฟ์ให้ครบและไว เพราะถ้าบอกว่าทักมาได้ส่วนลดแล้วดันเงียบ คนจะรู้สึกโดนหลอกและจำแบรนด์ในแง่ลบ ความน่าเชื่อถือเสียง่ายมากในจุดนี้
- วางแผนดูแลต่อเนื่องหลังจากนั้น เพราะคนที่เพิ่งรู้จักเราจากไลฟ์ยังไม่พร้อมซื้อทันทีทุกคน การค่อย ๆ ให้คุณค่าต่อจะทำให้เขาอยู่กับเรา และปิดได้ในจังหวะที่เขาพร้อม
วัดว่าโคลาโบครั้งนี้คุ้มค่าทำต่อไหม
หลายคนวัดไลฟ์โคลาโบแค่ว่ามีคนดูกี่คน ซึ่งไม่พอ เพราะยอดดูไม่ได้บอกว่ามีคนตามมาทักและปิดได้จริงกี่คน บางไลฟ์คนดูเยอะเพราะพาร์ตเนอร์ฐานใหญ่ แต่คนของเขาไม่ใช่กลุ่มที่สนใจของเรา สุดท้ายก็ไม่มีใครตามมา
ตัวเลขที่ควรดูคือ มีคนจากไลฟ์นี้ทักเข้ามากี่คน และกลายเป็นลูกค้ากี่คน เทียบกับแรงและของที่ลงไป ถ้าผูกที่มาไว้กับบทสนทนาได้ ก็จะรู้ว่าคู่ไหนควรจับมือต่อ คู่ไหนได้แค่คนดูเยอะแต่ไม่ได้ยอด ระบบที่ช่วยดูถึงยอดปิดในแชทที่ผูกกลับไปที่ต้นทางจะทำให้ตัดสินใจเรื่องนี้ได้บนตัวเลขจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าไลฟ์สนุกดี
สรุป
ไลฟ์โคลาโบคือวิธีเข้าถึงลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเพิ่มงบแอด แต่มันจะเวิร์กก็ต่อเมื่อเลือกคู่ที่ลูกค้าเสริมกัน ตกลงดีลให้แฟร์ และออกแบบไลฟ์ให้คนอยากตามมาทัก LINE ต่อจริง ไม่ใช่แค่ดูเพลินแล้วจากไป
และงานไม่ได้จบตอนปิดกล้อง ช่วงหลังไลฟ์ที่คนทักถล่มคือจุดชี้ขาดว่าจะเก็บคนได้ไหม สุดท้ายให้วัดที่จำนวนคนที่กลายเป็นลูกค้าจริง เพื่อรู้ว่าคู่ไหนควรจับมือต่อ นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนการโคลาโบจากอีเวนต์สนุก ๆ ให้เป็นช่องทางหาลูกค้าที่ยั่งยืน
- เลือกคู่ที่ลูกค้าใกล้เคียงกันแต่ไม่ทับกัน และขนาดฐานพอ ๆ กัน
- ผูกของแจกเข้ากับการทัก LINE และพูดย้ำเป็นระยะในไลฟ์
- เตรียมรับคนหลังไลฟ์ให้ดี แล้ววัดถึงยอดปิดเพื่อเลือกคู่ที่ควรทำต่อ
คำถามที่พบบ่อย
ควรจับมือไลฟ์กับแบรนด์แบบไหน
เลือกแบรนด์ที่ลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ขายของทับกัน เพื่อให้ของสองฝ่ายเสริมกันและคนดูได้ประโยชน์สองต่อ เลี่ยงคู่แข่งตรง ๆ เพราะจะกลายเป็นแย่งลูกค้ากัน และเลี่ยงแบรนด์ที่ลูกค้าคนละกลุ่มโดยสิ้นเชิงเพราะคนดูจะไม่ตามมา
ถ้าฐานเราเล็กกว่าพาร์ตเนอร์มากจะเสียเปรียบไหม
อาจทำให้ดีลไม่แฟร์ได้ เพราะเขาอาจรู้สึกว่าให้มากกว่าได้ ในช่วงเริ่มควรหาคู่ที่ขนาดใกล้กันหรือโตมาด้วยกัน เพราะทั้งคู่จะตั้งใจช่วยกันเต็มที่ พอมีผลงานแล้วค่อยขยับไปจับกับเจ้าที่ใหญ่ขึ้นจะมีอำนาจต่อรองมากกว่า
จะดึงคนของพาร์ตเนอร์เข้า LINE เราได้ยังไง
ออกแบบให้มีของที่ต้องทัก LINE ถึงจะได้ เช่น ส่วนลดเฉพาะคนดูไลฟ์หรือไฟล์แจกทาง LINE และพูดย้ำเป็นระยะพร้อมบอกเหตุผลว่าทักแล้วได้อะไร เพราะคนเข้าออกไลฟ์ตลอด การผูกของเข้ากับการทักทำให้คนลงมือในจังหวะที่ยังอยากอยู่
หลังไลฟ์จบควรทำอะไรต่อ
เตรียมคนตอบแชทให้พอเพราะคนทักถล่มพร้อมกัน ส่งของที่สัญญาไว้ให้ครบและไว แยกแท็กคนที่มาจากไลฟ์ไว้ดูแลต่อ และวางแผนให้คุณค่าต่อเนื่อง เพราะคนที่เพิ่งรู้จักเรายังไม่พร้อมซื้อทันทีทุกคน
วัดความสำเร็จของไลฟ์โคลาโบจากอะไร
อย่าดูแค่ยอดคนดู ให้ดูว่ามีคนจากไลฟ์ทักเข้ามากี่คนและกลายเป็นลูกค้ากี่คน เทียบกับแรงและของที่ลงไป เพราะบางไลฟ์คนดูเยอะแต่ไม่ใช่กลุ่มที่สนใจของเรา ตัวเลขที่ปิดได้จริงคือสิ่งที่บอกว่าควรจับมือคู่นี้ต่อหรือไม่
ต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ถึงจะโคลาโบได้ไหม
ไม่จำเป็น แบรนด์เล็กจับมือกันเองก็ได้ผลดี เพราะต่างคนต่างช่วยขยายฐานให้กัน สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดคือความจริงใจในการช่วยกันและกลุ่มลูกค้าที่เข้ากันได้ หลายคู่เริ่มจากเล็ก ๆ แล้วโตไปด้วยกันจากการโคลาโบซ้ำ ๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง


