← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ไลฟ์โคลาโบกับแบรนด์อื่น แลกฐานลูกค้าเข้า LINE โดยไม่ต้องเสียค่าแอด

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 08:38อัปเดต 04 ก.ค. 08:38อ่าน 1 นาที
ไลฟ์โคลาโบกับแบรนด์อื่น แลกฐานลูกค้าเข้า LINE โดยไม่ต้องเสียค่าแอด
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

การไลฟ์ร่วมกับแบรนด์ที่มีลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ใช่คู่แข่ง ทำให้เราเข้าถึงฐานคนของเขาฟรี ๆ กุญแจอยู่ที่เลือกคู่ให้ลูกค้าเสริมกัน ตกลงผลตอบแทนให้ชัด และออกแบบให้คนที่ดูอยากทัก LINE เราต่อ ไม่ใช่แค่ดูเพลิน ๆ แล้วจากไป

มีวิธีหนึ่งที่ได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเพิ่มงบแอด นั่นคือการไปยืมฐานลูกค้าของแบรนด์อื่นที่เขาสร้างมาแล้ว ผ่านการไลฟ์ร่วมกัน ฟังดูเหมือนง่าย แต่มีรายละเอียดที่ถ้าทำพลาดก็เสียเวลาเปล่า หรือแย่กว่านั้นคือทำให้ความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์เสีย

ผมชอบวิธีนี้เพราะมันเป็นเกมที่ทั้งสองฝ่ายได้ ต่างจากการยิงแอดที่เราจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มฝ่ายเดียว การโคลาโบคือสองแบรนด์เอาจุดแข็งมาแลกกัน คุณมีฐานที่เขาไม่มี เขามีฐานที่คุณไม่มี พอมารวมกันในไลฟ์เดียว คนทั้งสองฝั่งได้เห็นของใหม่ที่น่าสนใจ

บทความนี้จะเล่าตั้งแต่วิธีเลือกคู่ที่ใช่ ตกลงดีลยังไงให้แฟร์ ไปจนถึงการออกแบบไลฟ์ให้คนของพาร์ตเนอร์อยากตามมาทัก LINE เราต่อ ซึ่งเป็นขั้นที่หลายคนพลาด เพราะไลฟ์สนุกแต่ไม่มีใครตามมาก็เท่ากับเสียแรงเปล่า

เลือกคู่ไลฟ์ยังไงให้ได้ลูกค้าที่ใช่

หัวใจของการโคลาโบที่ได้ผลคือเลือกคู่ที่ลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ขายของทับกัน ยกตัวอย่างร้านขายชุดออกกำลังกายจับมือกับเทรนเนอร์ส่วนตัว ลูกค้าเป็นคนกลุ่มเดียวกันคือคนรักสุขภาพ แต่ของที่ขายไม่ทับกัน ต่างคนต่างเสริมกัน คนที่ดูเลยได้ประโยชน์สองต่อ

สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือจับมือกับคู่แข่งตรง ๆ เพราะแทนที่จะแลกลูกค้ากัน กลายเป็นแย่งลูกค้ากันในไลฟ์เดียว และเลี่ยงการจับกับแบรนด์ที่ลูกค้าคนละกลุ่มโดยสิ้นเชิง เพราะต่อให้คนดูเยอะ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่สนใจของเรา ก็ไม่มีใครตามมาทักอยู่ดี ทราฟฟิกต้องตรงกลุ่มถึงจะมีค่า

อีกจุดที่คนมองข้ามคือ ขนาดฐานควรพอ ๆ กัน ถ้าเราฐานเล็กมากไปจับกับเจ้าใหญ่ เขาอาจไม่เห็นประโยชน์ที่จะแลกกับเรา ทางที่ดีในช่วงเริ่มคือหาคู่ที่โตมาด้วยกันหรือขนาดใกล้กัน ทั้งคู่จะตั้งใจช่วยกันเต็มที่เพราะต่างฝ่ายต่างได้พอ ๆ กัน

ตกลงดีลยังไงให้ทั้งสองฝ่ายได้จริง

ก่อนจะไลฟ์ ต้องคุยกันให้ชัดว่าแต่ละฝ่ายจะได้อะไรและต้องทำอะไร เพราะดีลที่ไม่ชัดคือต้นเหตุของความขุ่นใจทีหลัง โดยเฉพาะเรื่องว่าใครจะได้ลูกค้าที่ทักเข้ามา

  • ตกลงว่าใครโปรโมตอะไรบ้าง ทั้งคู่ควรช่วยกันบอกฐานตัวเองว่าจะมีไลฟ์ เพื่อให้คนสองฝั่งมาดู ไม่ใช่ฝ่ายเดียวแบกงานโปรโมต
  • วางว่าจะดึงคนเข้า LINE ของใครยังไง อาจสลับกันแนะนำ หรือมีของแจกที่พาคนไปทั้งสอง LINE ให้แฟร์ ไม่ใช่ฝ่ายเดียวได้คนไปหมด
  • ตกลงเรื่องของแจกหรือโปรร่วม ถ้ามีของแจก ใครออกของ ใครออกค่าส่ง ควรเคลียร์ก่อน เพื่อไม่ให้มีใครรู้สึกว่าตัวเองแบกหนักกว่า
  • คุยเรื่องการวัดผลร่วมกัน ตกลงว่าจะดูจากอะไรว่าไลฟ์นี้เวิร์ก เพื่อให้ทั้งคู่มีเป้าเดียวกันและรู้ว่าควรทำร่วมกันอีกไหม

ออกแบบไลฟ์ให้คนอยากตามมาทัก LINE

ไลฟ์ที่สนุกแต่ไม่มีใครตามมาคือไลฟ์ที่เสียโอกาส เพราะคนดูเพลินแล้วก็ปิดจอไป การจะดึงเขาให้ขยับมาทัก LINE ต้องออกแบบเหตุผลให้เขามาตั้งแต่ในไลฟ์ ไม่ใช่หวังว่าเขาจะจำแล้วตามมาเอง

วิธีที่ผมเห็นว่าได้ผลคือมีของที่ ‘ต้องทัก LINE ถึงจะได้’ เช่น โค้ดส่วนลดพิเศษเฉพาะคนดูไลฟ์ที่ต้องทักมาขอ หรือไฟล์ต่อยอดที่แจกเฉพาะทาง LINE การผูกของเข้ากับการทัก ทำให้คนที่สนใจจริงลงมือทันทีในจังหวะที่ความอยากยังร้อน แทนที่จะรอไว้แล้วลืม

อีกเทคนิคคือพูดย้ำ LINE เป็นระยะ ไม่ใช่บอกครั้งเดียวตอนต้น เพราะคนเข้า-ออกไลฟ์ตลอด คนที่เพิ่งเข้ามากลางไลฟ์จะไม่รู้ว่าต้องทำอะไร การทวนเป็นช่วง ๆ พร้อมบอกเหตุผลว่าทักแล้วได้อะไร ช่วยเก็บคนทุกกลุ่มที่แวะเข้ามา คล้ายการวางคำชวนให้ลงมือที่ชัดและเห็นบ่อยพอ

หลังไลฟ์จบ อย่าปล่อยคนที่เพิ่งทักหลุดมือ

ช่วงหลังไลฟ์คือช่วงที่คนทักเข้ามาพร้อมกันเยอะที่สุด ถ้าตอบไม่ทันหรือดูแลไม่ดี คนที่อุตส่าห์ตามมาก็เย็นลงและหายไป งานยังไม่จบตอนปิดกล้อง แต่เพิ่งเริ่มต่างหาก

  1. เตรียมคนตอบแชทให้พอ เพราะช่วงหลังไลฟ์คนทักถล่มพร้อมกัน ถ้าปล่อยให้รอนานความอยากจะเย็นลง การตอบไวในจังหวะนี้คือการไม่ปล่อยให้คนที่ร้อนอยู่ต้องรอจนเย็น
  2. แยกคนที่มาจากไลฟ์โคลาโบไว้ด้วยแท็กหรือเมนู เพื่อรู้ว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน จะได้ดูแลและวัดผลต่อได้ ว่าคู่ไลฟ์นี้พาคนที่ปิดง่ายมาไหม
  3. ส่งของที่สัญญาไว้ในไลฟ์ให้ครบและไว เพราะถ้าบอกว่าทักมาได้ส่วนลดแล้วดันเงียบ คนจะรู้สึกโดนหลอกและจำแบรนด์ในแง่ลบ ความน่าเชื่อถือเสียง่ายมากในจุดนี้
  4. วางแผนดูแลต่อเนื่องหลังจากนั้น เพราะคนที่เพิ่งรู้จักเราจากไลฟ์ยังไม่พร้อมซื้อทันทีทุกคน การค่อย ๆ ให้คุณค่าต่อจะทำให้เขาอยู่กับเรา และปิดได้ในจังหวะที่เขาพร้อม

วัดว่าโคลาโบครั้งนี้คุ้มค่าทำต่อไหม

หลายคนวัดไลฟ์โคลาโบแค่ว่ามีคนดูกี่คน ซึ่งไม่พอ เพราะยอดดูไม่ได้บอกว่ามีคนตามมาทักและปิดได้จริงกี่คน บางไลฟ์คนดูเยอะเพราะพาร์ตเนอร์ฐานใหญ่ แต่คนของเขาไม่ใช่กลุ่มที่สนใจของเรา สุดท้ายก็ไม่มีใครตามมา

ตัวเลขที่ควรดูคือ มีคนจากไลฟ์นี้ทักเข้ามากี่คน และกลายเป็นลูกค้ากี่คน เทียบกับแรงและของที่ลงไป ถ้าผูกที่มาไว้กับบทสนทนาได้ ก็จะรู้ว่าคู่ไหนควรจับมือต่อ คู่ไหนได้แค่คนดูเยอะแต่ไม่ได้ยอด ระบบที่ช่วยดูถึงยอดปิดในแชทที่ผูกกลับไปที่ต้นทางจะทำให้ตัดสินใจเรื่องนี้ได้บนตัวเลขจริง ไม่ใช่ความรู้สึกว่าไลฟ์สนุกดี

สรุป

ไลฟ์โคลาโบคือวิธีเข้าถึงลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเพิ่มงบแอด แต่มันจะเวิร์กก็ต่อเมื่อเลือกคู่ที่ลูกค้าเสริมกัน ตกลงดีลให้แฟร์ และออกแบบไลฟ์ให้คนอยากตามมาทัก LINE ต่อจริง ไม่ใช่แค่ดูเพลินแล้วจากไป

และงานไม่ได้จบตอนปิดกล้อง ช่วงหลังไลฟ์ที่คนทักถล่มคือจุดชี้ขาดว่าจะเก็บคนได้ไหม สุดท้ายให้วัดที่จำนวนคนที่กลายเป็นลูกค้าจริง เพื่อรู้ว่าคู่ไหนควรจับมือต่อ นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนการโคลาโบจากอีเวนต์สนุก ๆ ให้เป็นช่องทางหาลูกค้าที่ยั่งยืน

  • เลือกคู่ที่ลูกค้าใกล้เคียงกันแต่ไม่ทับกัน และขนาดฐานพอ ๆ กัน
  • ผูกของแจกเข้ากับการทัก LINE และพูดย้ำเป็นระยะในไลฟ์
  • เตรียมรับคนหลังไลฟ์ให้ดี แล้ววัดถึงยอดปิดเพื่อเลือกคู่ที่ควรทำต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ควรจับมือไลฟ์กับแบรนด์แบบไหน

เลือกแบรนด์ที่ลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ขายของทับกัน เพื่อให้ของสองฝ่ายเสริมกันและคนดูได้ประโยชน์สองต่อ เลี่ยงคู่แข่งตรง ๆ เพราะจะกลายเป็นแย่งลูกค้ากัน และเลี่ยงแบรนด์ที่ลูกค้าคนละกลุ่มโดยสิ้นเชิงเพราะคนดูจะไม่ตามมา

ถ้าฐานเราเล็กกว่าพาร์ตเนอร์มากจะเสียเปรียบไหม

อาจทำให้ดีลไม่แฟร์ได้ เพราะเขาอาจรู้สึกว่าให้มากกว่าได้ ในช่วงเริ่มควรหาคู่ที่ขนาดใกล้กันหรือโตมาด้วยกัน เพราะทั้งคู่จะตั้งใจช่วยกันเต็มที่ พอมีผลงานแล้วค่อยขยับไปจับกับเจ้าที่ใหญ่ขึ้นจะมีอำนาจต่อรองมากกว่า

จะดึงคนของพาร์ตเนอร์เข้า LINE เราได้ยังไง

ออกแบบให้มีของที่ต้องทัก LINE ถึงจะได้ เช่น ส่วนลดเฉพาะคนดูไลฟ์หรือไฟล์แจกทาง LINE และพูดย้ำเป็นระยะพร้อมบอกเหตุผลว่าทักแล้วได้อะไร เพราะคนเข้าออกไลฟ์ตลอด การผูกของเข้ากับการทักทำให้คนลงมือในจังหวะที่ยังอยากอยู่

หลังไลฟ์จบควรทำอะไรต่อ

เตรียมคนตอบแชทให้พอเพราะคนทักถล่มพร้อมกัน ส่งของที่สัญญาไว้ให้ครบและไว แยกแท็กคนที่มาจากไลฟ์ไว้ดูแลต่อ และวางแผนให้คุณค่าต่อเนื่อง เพราะคนที่เพิ่งรู้จักเรายังไม่พร้อมซื้อทันทีทุกคน

วัดความสำเร็จของไลฟ์โคลาโบจากอะไร

อย่าดูแค่ยอดคนดู ให้ดูว่ามีคนจากไลฟ์ทักเข้ามากี่คนและกลายเป็นลูกค้ากี่คน เทียบกับแรงและของที่ลงไป เพราะบางไลฟ์คนดูเยอะแต่ไม่ใช่กลุ่มที่สนใจของเรา ตัวเลขที่ปิดได้จริงคือสิ่งที่บอกว่าควรจับมือคู่นี้ต่อหรือไม่

ต้องเป็นแบรนด์ใหญ่ถึงจะโคลาโบได้ไหม

ไม่จำเป็น แบรนด์เล็กจับมือกันเองก็ได้ผลดี เพราะต่างคนต่างช่วยขยายฐานให้กัน สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดคือความจริงใจในการช่วยกันและกลุ่มลูกค้าที่เข้ากันได้ หลายคู่เริ่มจากเล็ก ๆ แล้วโตไปด้วยกันจากการโคลาโบซ้ำ ๆ

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

สำนักข่าวลงข่าวแบรนด์คุณแล้ว วัดทราฟฟิก Online PR ที่ไหลเข้า LINE ยังไง

สำนักข่าวลงข่าวแบรนด์คุณแล้ว วัดทราฟฟิก Online PR ที่ไหลเข้า LINE ยังไง

ข่าวลงแล้วคนอ่านเป็นพัน แต่มีกี่คนที่ตามมาทัก บทความนี้เล่าวิธีวางลิงก์ในข่าว รับคลื่นคนที่หลั่งไหลเข้ามา และวัดว่าข่าวชิ้นไหนพาคนที่ปิดได้จริง
เปลี่ยน LINE OA เป็นสินทรัพย์ First-Party Data ที่แข็งที่สุดที่คุณมี

เปลี่ยน LINE OA เป็นสินทรัพย์ First-Party Data ที่แข็งที่สุดที่คุณมี

เมื่อคุกกี้และการติดตามข้ามแอปเริ่มใช้ไม่ได้ ข้อมูลที่คุณเก็บเองใน LINE OA จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด บทความนี้อธิบายวิธีสร้างและใช้มันอย่างถูกกฎ
Dayparting คือทำไมช่วงที่คน "คลิก" กับช่วงที่คน "โอนจริง" ไม่ใช่เวลาเดียวกัน

Dayparting คือทำไมช่วงที่คน "คลิก" กับช่วงที่คน "โอนจริง" ไม่ใช่เวลาเดียวกัน

ช่วงเวลาที่คนคลิกแอดเยอะที่สุด มักไม่ใช่ช่วงที่คนตัดสินใจโอนเงินจริง บทความนี้อธิบายวิธีอ่านข้อมูลรายชั่วโมงให้ถูก เพื่อจัดสรรงบและกำลังแอดมินตามเวลาที่ปิดได้จริง