← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลูกค้าองค์กรทักมาขอใบเสนอราคาแคเทอริ่ง 200 ที่ ทำไมดีลนี้ปิดในแชทได้ถ้าคุณอดทนพอ

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 02:09อัปเดต 10 ก.ค. 02:09อ่าน 1 นาที
ลูกค้าองค์กรทักมาขอใบเสนอราคาแคเทอริ่ง 200 ที่ ทำไมดีลนี้ปิดในแชทได้ถ้าคุณอดทนพอ
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ดีลแคเทอริ่งงานใหญ่เป็นการขายแบบ B2B ที่ซ่อนอยู่ในแชทแชต ต้องผ่านการต่อรองจำนวนแขก เมนู และงบหลายรอบกว่าจะปิด ถ้าคุณปฏิบัติกับมันเหมือนแชทขายของทั่วไปที่ต้องรีบปิดวันเดียว คุณจะเสียดีลที่มูลค่าสูงที่สุดไปอย่างน่าเสียดาย

สมมติมีข้อความทักเข้ามาในเพจแคเทอริ่งชื่อสมมติว่า 'ครัวเรือนไทย ออร์แกไนเซอร์' ว่า 'สวัสดีค่ะ บริษัทจะจัดงานเลี้ยงปีใหม่ ประมาณสองร้อยคน งบประมาณเท่านี้ พอจะทำได้ไหมคะ' ข้อความแบบนี้ดูเหมือนเป็นแค่คำถามราคาธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันคือจุดเริ่มของดีลที่อาจใช้เวลาต่อรองสองถึงสามสัปดาห์กว่าจะปิด

หลายร้านพลาดตรงที่รีบส่งใบเสนอราคาก้อนเดียวจบแล้วรอคำตอบ พอลูกค้าเงียบไปก็คิดว่าดีลหลุดแล้ว ทั้งที่จริง ๆ ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทอาจกำลังเทียบใบเสนอราคาจากสามสี่เจ้าพร้อมกัน และรอเสนอกลับมาต่อรองรายละเอียดอีกหลายรอบ

บทความนี้จะพาดูว่าดีลแบบ B2B ที่ซ่อนอยู่ในแชทแบบนี้ควรคุมยังไง ตั้งแต่จังหวะแรกที่ทักมาจนถึงวันที่โอนมัดจำจริง

อย่าคาดหวังให้ปิดในแชทเดียว เพราะนี่คือดีล B2B

งานเลี้ยงองค์กรมักมีคนตัดสินใจมากกว่าหนึ่งคน ฝ่ายจัดซื้อที่ทักมาคุยกับคุณอาจต้องเอาใบเสนอราคาไปให้หัวหน้าอนุมัติอีกที ซึ่งหมายความว่าความเงียบระหว่างรอบต่อรองไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ แต่แปลว่ากำลังอยู่ในกระบวนการภายในที่คุณมองไม่เห็น

สิ่งที่ควรทำคือถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าขั้นตอนอนุมัติของฝั่งเขาใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ แล้ววางจังหวะติดตามให้สอดคล้องกับรอบนั้น แทนที่จะตามถี่ทุกวันจนดูเหมือนตื๊อ

ต่อรองจำนวนแขกกับเมนูไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ต่อราคา

ดีลแคเทอริ่งต่างจากการขายสินค้าทั่วไปตรงที่มีตัวแปรซ้อนกันหลายชั้น จำนวนแขกที่แจ้งมาตอนแรกมักไม่นิ่ง อาจขยับขึ้นลงสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก่อนวันงานจริง ส่วนเมนูก็มักถูกขอปรับให้พอดีกับงบ เช่น ตัดเมนูของหวานออกแลกกับเพิ่มเมนูเนื้อ

แอดมินที่เก่งเรื่องนี้จะไม่ยึดติดกับใบเสนอราคาใบแรก แต่เตรียมสองสามแพ็กเกจไว้ล่วงหน้าให้เลือกปรับตามงบ เพื่อให้ข้อโต้แย้งเรื่องงบไม่พอกลายเป็นการเลือกแพ็กเกจแทนที่จะเป็นการปฏิเสธทั้งดีล

ตัวอย่างบทสนทนาต่อรองที่ไม่เสียดีลเพราะรีบปิด

ลูกค้า: 'งบที่มีอยู่มันน้อยกว่าใบเสนอราคาที่ส่งมาหน่อยค่ะ พอจะลดได้ไหม'

แอดมิน: 'เข้าใจค่ะ ลองดูแพ็กเกจ B แทนไหมคะ ตัดเมนูของหวานชุดพิเศษออก เปลี่ยนเป็นผลไม้ตามฤดูกาลแทน ราคาจะลงมาอยู่ในงบที่แจ้งไว้พอดี ส่วนเมนูหลักยังครบเหมือนเดิมค่ะ' — คำตอบแบบนี้ไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมลดทั้งก้อน แต่เสนอทางเลือกที่รักษาทั้งงบลูกค้าและกำไรร้านไว้พร้อมกัน

วัดมูลค่าดีลยาวแบบนี้ยังไง เมื่อมันไม่ปิดในวันที่แอดยิง

เพราะรอบขายยาวเป็นสัปดาห์ การนับว่าแอดวันไหนพาดีลนี้เข้ามาจึงต้องใจเย็นกว่าสินค้าขายเร็ว ให้บันทึกวันแรกที่ทักเข้ามาไว้ผูกกับแอดต้นทาง แล้วรอไปจนวันที่ปิดจริงค่อยนับกลับว่าดีลนี้ใช้เวลากี่วัน มูลค่าเท่าไหร่ วิธีนี้ทำให้เห็นระยะเวลาคืนทุนของค่าแอดสำหรับดีลขนาดใหญ่อย่างที่มันเป็นจริง ไม่ใช่คาดเดา

ดีลที่ปิดหลังทักมาสามสัปดาห์ ถ้าไม่นำยอดปิดจริงย้อนกลับไปบันทึกเป็น Conversion ให้แอดต้นทาง ระบบโฆษณาก็จะมองว่าแอดตัวนั้นไม่มีผลอะไรเลย ทั้งที่จริง ๆ มันพาดีลก้อนใหญ่ที่สุดของเดือนเข้ามา

สรุป

ดีลแคเทอริ่งงานใหญ่คือการขายที่ใช้ความอดทนมากกว่าความเร็ว สิ่งที่ตัดสินว่าจะปิดได้หรือไม่มักไม่ใช่ราคาต่ำสุด แต่คือความยืดหยุ่นในการปรับเมนูและงบให้พอดีกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ

และเมื่อวัดผลแอดสำหรับดีลแบบนี้ ต้องให้เวลารอจนถึงวันปิดจริง ไม่ใช่ตัดสินใจเร็วเกินไปว่าแอดไหนได้ผลหรือไม่ได้ผลจากแค่สัปดาห์แรกที่ยิง

  • ดีลแคเทอริ่งเป็นการขายแบบ B2B ที่ใช้เวลาต่อรองหลายรอบ ไม่ใช่ปิดในแชทเดียว
  • เตรียมหลายแพ็กเกจไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือข้อโต้แย้งเรื่องงบ
  • บันทึกยอดปิดจริงย้อนกลับไปผูกกับแอดต้นทาง แม้ดีลจะปิดช้าเป็นสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

ควรตามลูกค้าองค์กรที่เงียบไปกี่วันถึงจะไม่ดูตื๊อ

ให้ถามตั้งแต่ต้นว่าขั้นตอนอนุมัติภายในของเขาใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ แล้ววางจังหวะติดตามให้สอดคล้องกับรอบนั้น เช่น ถ้าบอกว่าต้องรอผู้บริหารเซ็นหนึ่งสัปดาห์ ก็ควรรอครบก่อนแล้วค่อยตามอย่างสุภาพ

ควรเสนอราคาแบบเดียวหรือหลายแพ็กเกจ

แนะนำให้เตรียมสองถึงสามแพ็กเกจไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เมื่อลูกค้าบอกว่างบไม่พอ สามารถเสนอทางเลือกอื่นได้ทันทีแทนที่จะต้องกลับไปคิดใหม่จนเสียจังหวะ

จำนวนแขกที่ไม่นิ่งจนใกล้วันงาน จัดการยังไง

ให้ระบุในใบเสนอราคาว่าราคาสุดท้ายจะยืนยันอีกครั้งก่อนวันงานกี่วัน พร้อมช่วงจำนวนแขกที่ยอมรับได้โดยไม่กระทบราคาต่อหัวมากนัก จะช่วยลดการต่อรองแบบไม่มีขอบเขต

ควรขอมัดจำเท่าไหร่สำหรับงานแคเทอริ่งขนาดใหญ่

ส่วนใหญ่นิยมขอสามสิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เมื่อยืนยันเมนูและจำนวนแขกแล้ว เพื่อล็อกวันตารางงานและวัตถุดิบ ส่วนที่เหลือมักเก็บก่อนหรือหลังวันงานตามที่ตกลงกัน

ถ้าลูกค้าเทียบราคากับเจ้าอื่นอยู่ ควรทำยังไง

อย่าลดราคาแข่งทันทีโดยไม่ถามก่อนว่าลูกค้าให้น้ำหนักกับอะไรมากที่สุด บางครั้งสิ่งที่ตัดสินใจไม่ใช่ราคาต่ำสุด แต่เป็นความมั่นใจว่าวันงานจะไม่มีปัญหา การเล่าเคสที่เคยจัดสำเร็จช่วยได้มากกว่าการลดราคา

ควรนับดีลนี้เป็นผลจากแอดตัวไหนถ้าปิดช้าเป็นสัปดาห์

ให้นับจากแอดที่พาแชทแรกเข้ามา แล้วรอจนวันปิดดีลจริงค่อยบันทึกยอดขายย้อนกลับไปผูกกับแอดนั้น ไม่ใช่ตัดสินตั้งแต่วันแรกว่าแอดไม่ได้ผลเพียงเพราะยังไม่ปิดในวันเดียว

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

โฮมสเตย์ 8 ห้อง คนทักจองพร้อมกันช่วงวันหยุดยาว ต้องมีระบบ waitlist ในแชท ไม่ใช่แค่ปฏิเสธทิ้ง

โฮมสเตย์ 8 ห้อง คนทักจองพร้อมกันช่วงวันหยุดยาว ต้องมีระบบ waitlist ในแชท ไม่ใช่แค่ปฏิเสธทิ้ง

โฮมสเตย์ขนาดเล็กที่มีห้องจำกัดมักเจอคนทักจองพร้อมกันช่วงเทศกาลจนต้องปฏิเสธหลายคน บทความนี้เสนอวิธีทำรายชื่อรอในแชท LINE ไม่ให้เสียโอกาสขายห้องที่ยกเลิกกะทันหัน
แชทคือเรื่องส่วนตัวที่สุดของคนไข้ สคริปต์คลินิกเฉพาะทางต้องต่างจากร้านทั่วไปตรงไหนบ้าง

แชทคือเรื่องส่วนตัวที่สุดของคนไข้ สคริปต์คลินิกเฉพาะทางต้องต่างจากร้านทั่วไปตรงไหนบ้าง

คลินิกเฉพาะทางอย่างคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากมักเจอคำถามที่คนไข้ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังนอกจากในแชทส่วนตัว บทความนี้ชวนคิดว่าความอ่อนไหวนี้ควรเปลี่ยนสคริปต์และการดูแลความเป็นส่วนตัวยังไง
คนที่ทักมาไม่ใช่คนที่จะใส่อุปกรณ์เอง ทำไมต้องคุยกับลูกที่เป็นห่วงมากกว่าตัวคุณตาคุณยาย

คนที่ทักมาไม่ใช่คนที่จะใส่อุปกรณ์เอง ทำไมต้องคุยกับลูกที่เป็นห่วงมากกว่าตัวคุณตาคุณยาย

อุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุมีลักษณะพิเศษคือคนตัดสินใจซื้อกับคนใช้งานมักเป็นคนละคน บทความนี้ชวนดูว่าการคุยกับ ‘ลูกที่เป็นห่วง’ ต้องต่างจากการคุยกับผู้สูงอายุโดยตรงยังไง