ธุรกิจติวเตอร์และกวดวิชาดึงผู้ปกครองจาก Facebook ให้จ่ายค่าคอร์สผ่าน LINE จบในที่เดียว
สรุปสั้น ๆ
ผู้ปกครองที่ทักถามเรื่องคอร์สยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนคนที่โอนค่าคอร์สมักผ่านการคุยหลายรอบกับทั้งครูและคนในบ้านมาก่อน ให้วัดที่สลิปมัดจำที่นั่งหรือค่าคอร์ส ไม่ใช่การกรอกฟอร์มทดลองเรียน แล้วแยกแอด Facebook ตามระดับชั้นและวิชา เพราะเงินที่ได้ต่อหนึ่งการสมัครและรอบตัดสินใจไม่เท่ากัน
สมมติศูนย์กวดวิชาแห่งหนึ่งยิงแอด Facebook เปิดคอร์สติวเข้า ม.4 เดือนละ 60,000 บาท มีผู้ปกครองทักเข้า LINE 150 ราย แอดมินตอบทุกรายละเอียดยิบ ครูส่งตัวอย่างข้อสอบให้ดู แต่สิ้นเดือนสลิปค่าคอร์สเข้ามา 18 ใบ
อีก 132 รายหายไปไหน บางรายซื้อกับที่อื่น บางรายรอให้ลูกสอบกลางภาคเสร็จก่อน และบางรายแค่ถามเพื่อเทียบราคา การรู้ว่าใครอยู่กลุ่มไหนคือสิ่งที่ตัวเลข ‘ผู้ปกครองทัก 150 ราย’ ไม่เคยบอก
คำถามแรกของผู้ปกครองบอกอะไรเกี่ยวกับการจ่ายเงิน
ในแชทกวดวิชา คำถามช่วงแรกบอกความพร้อมของผู้ปกครองได้ชัดกว่าที่เขาตั้งใจบอก ตารางนี้คือชุดแท็กที่ใช้ให้แอดมินติดตั้งแต่ข้อความแรก ไม่ต้องรอจบการคุย
| ผู้ปกครองพิมพ์ว่า | สิ่งที่บอก | จัดเป็น |
|---|---|---|
| ลูกอยู่ ม.3 จะสอบเข้า ม.4 โรงเรียนประจำจังหวัด คอร์สไหนเหมาะคะ | ให้ระดับชั้น เป้าหมาย และโรงเรียนในประโยคเดียว | Lead คุณภาพ |
| ครูสอนเองหรือผู้ช่วยสอนคะ | กำลังเทียบกับที่อื่น กังวลเรื่องคุณภาพ | สนใจ ยังไม่ใกล้จ่าย |
| ขอให้ลูกลองเรียนก่อนได้ไหมคะ | อยากลดความเสี่ยงก่อนโอน | ใกล้จ่าย ถ้ามีรอบทดลองจริง |
| ผ่อนจ่ายได้ไหมคะ | ราคาคือข้อกังวลหลัก | ใกล้จ่าย ต้องมีแผนผ่อน |
| ขอดูตารางเรียนรอบเสาร์ค่ะ | เริ่มจัดชีวิตครอบครัวรอบเวลาเรียนแล้ว | ใกล้จ่ายที่สุด |
ใครคลิก ใครคุย ใครโอน ในครอบครัวเดียวกัน
บ่อยครั้งแม่เป็นคนเห็นแอดบน Facebook และทักมา พ่อเป็นคนโอนจากอีกบัญชี บางบ้านส่งหน้าแชทให้ญาติช่วยตัดสิน การโอนจึงมักตามหลังการทักราวสามถึงสิบวัน และชื่อผู้โอนไม่ตรงกับชื่อผู้ปกครองที่คุยอยู่ในแชท
ถ้าระบบจับคู่สลิปกับแชทด้วยชื่อผู้โอน จะพลาดเป็นจำนวนมาก ให้ใช้ชื่อนักเรียนหรือรหัสใบสมัครที่ขอให้ระบุตอนโอนเป็นตัวผูกแทน และตั้งช่วงนับผลให้ยาวพอ แนวคิดแยกคนตัดสินใจเร็วกับคนตัดสินใจนานอยู่ใน ลูกค้าซื้อตามอารมณ์กับลูกค้าที่ชั่งใจ ส่วนคอร์สที่ต้องรอหลายสัปดาห์เข้าข่ายตามบทความ วงจรขายยาว
จุดที่ควรนับว่า ‘สมัครคอร์สแล้ว’
- แยกสถานะ ‘จองที่นั่ง’ กับ ‘ชำระครบ’ ออกจากกัน กวดวิชาจำนวนมากรับมัดจำเพื่อล็อกที่นั่ง เช่น 2,000 บาท แล้วให้จ่ายส่วนที่เหลือก่อนวันเปิดคอร์ส
- ส่งอีเวนต์หลักเมื่อสลิปมัดจำหรือค่าคอร์สได้รับการยืนยัน ใส่มูลค่าเท่าที่รับจริงในวันนั้น แล้วปรับเมื่อชำระครบ แนวทางติดตามการสมัครอยู่ใน วิธีติดตามการสมัครคอร์ส
- ให้แอดมินขอชื่อนักเรียนหรือรหัสใบสมัครพร้อมสลิปทุกครั้ง ไม่พึ่งชื่อผู้โอน
- แท็กคอร์สที่สมัครเข้าแชท เช่น ติวเข้า ม.4 หรือ ติวเคมี ม.ปลาย เพื่อแตกต้นทุนต่อการสมัครตามคอร์ส
- ช่วงสองสัปดาห์ก่อนเปิดคอร์ส ตรวจสลิปค้างวันต่อวัน เพราะเงินโอนกระจุกตัวช่วงนี้ และสลิปมาช้าทำให้แคมเปญดูแย่เกินจริง
แยกแอดตามระดับชั้นก่อนแยกตามครีเอทีฟ
สมมติคอร์ส ม.ต้นราคา 9,000 บาท และคอร์ส ม.ปลายราคา 15,000 บาท งบแอดเท่ากันฝั่งละ 30,000 บาท แอด ม.ต้นได้สมัคร 10 ราย ต้นทุนต่อสมัคร 3,000 บาท แอด ม.ปลายได้สมัคร 6 ราย ต้นทุนต่อสมัคร 5,000 บาท ถ้าดูแค่ต้นทุนต่อสมัคร ม.ต้นชนะ
แต่รายได้สองฝั่งเท่ากันที่ 90,000 บาท เพราะ 6 ราย คูณ 15,000 ได้ 90,000 และค่าแอดก็เท่ากัน ต้นทุนต่อสมัครที่ต่างกันจึงยังตัดสินไม่ได้ว่าฝั่งไหนดีกว่า ต้องดูต่อว่าที่นั่งฝั่งไหนเหลือและกำไรต่อที่นั่งเท่าไหร่ ผู้ปกครองสองกลุ่มนี้ยังถามคนละเรื่อง กลุ่มแรกถามว่าลูกจะตามเพื่อนทันไหม กลุ่มหลังถามว่าลูกจะสอบติดไหม จึงควรเขียนแอดคนละแบบ
แอดสี่แบบที่ควรทบทวนเมื่อเห็นสลิปสมัครจริง
- ภาพผลสอบรุ่นพี่ ดึงคนทักได้เยอะ แต่ผู้ปกครองถามเรื่องผลมากกว่าราคา ปิดช้า ให้ตัดสินจากสลิป ไม่ใช่จากจำนวนทัก
- คลิปครูสอนตัวอย่าง 60 วินาที ผู้ปกครองดูแล้วขอทดลองเรียน มักเป็นแอดที่พาคนโอนจริง ควรเก็บไว้และขยายงบเมื่อมีสลิปรองรับ
- โปรสมัครก่อนลดราคา ดึงคนทักเร็ว แต่ต้องดูว่ายอดหลังหมดโปรหายไปไหม ถ้าหายเกือบหมด แปลว่าเอายอดจากอนาคตมาใช้ รับมือเรื่องราคาได้ตามบทความ รับมือคำปฏิเสธในแชท
- รีมาร์เก็ตติงไปหาผู้ปกครองที่ทักแล้วยังไม่โอน ได้ผลดีช่วงหลังประกาศผลสอบกลางภาค เมื่อผู้ปกครองเห็นคะแนนลูกแล้วตัดสินใจง่ายขึ้น
สรุป
ขั้นแรกที่ทำได้วันนี้คือไล่แชทเดือนที่ผ่านมา แล้วแบ่งผู้ปกครองเป็นสามกลุ่ม คือโอนแล้ว ยังคุยอยู่ และเงียบ จากนั้นดูว่าแต่ละแอดพากลุ่มไหนมามากที่สุด
ถ้าแอดที่พากลุ่มโอนแล้วคือแอดที่คุณกำลังจะปิดเพราะต้นทุนต่อทักสูง ให้ชะลอการปิดไว้ก่อนสักรอบ และให้ตัวเลขสลิปเป็นผู้ตัดสิน
- นับการสมัครที่สลิปมัดจำหรือค่าคอร์ส ไม่ใช่ฟอร์มทดลองเรียน
- ผูกสลิปด้วยชื่อนักเรียนหรือรหัสใบสมัคร เพราะผู้โอนไม่ใช่คนที่คุยในแชทเสมอไป
- แยกแอดตามระดับชั้น แล้วเทียบรายได้ต่อการสมัคร ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่อสมัคร
- วางงบตามปฏิทินสอบ ไม่เฉลี่ยรายวัน
- ตั้งช่วงนับผลอย่างน้อย 14 วันก่อนปิดแอด
คำถามที่พบบ่อย
ลูกลองเรียนแล้วผู้ปกครองยังไม่โอน ควรตามกี่วัน
ตามครั้งแรกภายในหนึ่งถึงสองวันหลังรอบทดลองเรียน ขณะที่ลูกยังเล่าเรื่องคลาสให้ที่บ้านฟัง ถ้ายังเงียบให้ตามอีกครั้งตอนใกล้ปิดรับที่นั่ง แล้วหยุด การตามเกินสามครั้งมักทำให้ผู้ปกครองรู้สึกถูกเร่ง
ผู้ปกครองโอนหลังแอดหยุดไปแล้ว ยังนับกลับแคมเปญได้ไหม
ได้ ถ้าแชทแรกยังผูกกับแอดอยู่ และช่วงนับผลยาวพอ ตั้งไว้อย่างน้อย 14 วันสำหรับคอร์สที่ต้องคุยหลายรอบ และดูข้อมูลย้อนหลังก่อนสรุปผลแคมเปญ
ควรส่งมูลค่าค่าคอร์สเต็มหรือแค่มัดจำให้ Facebook
ส่งเท่าที่รับเงินจริงในวันนั้น เมื่อชำระส่วนที่เหลือค่อยส่งอีเวนต์ปรับมูลค่าเพิ่ม วิธีนี้ทำให้ระบบเห็นเงินตามจริง และไม่ทำให้ยอดเกินเมื่อมีคนยกเลิกก่อนชำระครบ
ผู้ปกครองสองคนทักมาจากแอดเดียวกันเพื่อถามเรื่องลูกคนเดียว นับเป็นสองการสมัครไหม
ไม่ ผูกด้วยชื่อนักเรียนหรือรหัสใบสมัคร การสมัครหนึ่งครั้งต่อนักเรียนหนึ่งคนต่อคอร์สหนึ่งคอร์ส ไม่ว่าจะมีผู้ปกครองคุยกี่คน มิฉะนั้นตัวเลขสมัครจะเกินจริงและต้นทุนต่อสมัครดูถูกเกินไป
แอดมินตอบช้าตอนเย็นหลังเลิกงานทำให้เสียผู้ปกครองไหม
เสียแน่นอน เพราะผู้ปกครองส่วนมากทักช่วงหลังเลิกงานถึงสี่ทุ่ม ควรมีข้อความตอบอัตโนมัติที่ถามระดับชั้นกับเป้าหมายของลูกทันที แล้วให้แอดมินตามต่อในเช้าวันถัดไป ดีกว่าปล่อยให้คำถามค้างข้ามคืน
ลองตรวจด้วยตัวเอง
Meta Ads → LINE Checker
ตรวจว่า fbclid, Pixel และเส้นทางเข้า LINE ของคุณพร้อมให้ Meta วัด Conversion หรือยัง
ตรวจความพร้อมฟรีใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก
อ่านต่อแบบเจาะลึก
ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click
รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน
ทดลองใช้ฟรี 14 วัน