← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ร้านแว่นที่คิดว่าต้องขายในแชท: ทำไมการนัดเข้ามาวัดสายตากลับปิดยอดได้ดีกว่า

02 ส.ค. 04:06 · อ่าน 1 นาที
ร้านแว่นที่คิดว่าต้องขายในแชท: ทำไมการนัดเข้ามาวัดสายตากลับปิดยอดได้ดีกว่า

สรุปสั้น ๆ

เลนส์สายตาไม่ใช่ของที่ขายจบในแชทได้ เพราะตัดผิดค่าคือปวดหัว มึน ใส่ไม่ได้ ร้านที่พยายามปิดการขายเลนส์ทางแชทมักเจอลูกค้าเงียบ เพราะเร่งขั้นที่ต้องอาศัยการวัดสายตาจริง ทางที่ได้ผลกว่าคือใช้แชทเพื่อ 'ปิดนัดเข้ามาวัดสายตา' แล้วปิดการขายหน้าร้านที่ลูกค้ามั่นใจกว่า

เจ้าของร้านแว่นเจ้าหนึ่งมาปรึกษาด้วยความหงุดหงิด เขาบอกว่า 'ยิงแอดกรอบแว่นสวย ๆ คนทักเยอะมาก ถามราคาเลนส์ ถามโปรกรอบ+เลนส์ แต่พอบอกราคาไปก็เงียบกันหมด เหมือนได้แต่คนถามเล่น' เขาเริ่มคิดว่าแอดไม่เวิร์ก ทั้งที่จริงแอดทำงานดี ปัญหาอยู่ที่เขาพยายามทำสิ่งที่ทำไม่ได้ในแชท

ผมถามกลับคำเดียวว่า 'ถ้าลูกค้าตกลงซื้อเลนส์ในแชทตอนนี้เลย คุณตัดเลนส์ได้ไหม' เขานิ่งไปแล้วตอบว่า 'ไม่ได้ ต้องวัดสายตาก่อน' นั่นแหละคือคำตอบ ร้านกำลังพยายามปิดการขายในขั้นตอนที่ยังขาดข้อมูลสำคัญที่สุดคือค่าสายตาจริงของลูกค้า

บทความนี้ผมจะเล่าว่าเราเลิกใช้แชทเป็นที่ 'ปิดการขายเลนส์' แล้วเปลี่ยนเป็นที่ 'ปิดนัดเข้ามาวัดสายตา' ยังไง แล้วทำไมการยอมช้าลงหนึ่งก้าวกลับทำให้ปิดได้มากขึ้นและลูกค้าพอใจกว่าเดิม

ทำไมเลนส์สายตาถึงปิดในแชทไม่ได้ (และไม่ควรฝืน)

ลองนึกถึงมุมของลูกค้า การซื้อแว่นไม่เหมือนซื้อเสื้อ ถ้าเลนส์ตัดผิดค่าไปนิดเดียว ใส่แล้วมึน ปวดตา บางคนถึงกับเวียนหัวอาเจียน แล้วเลนส์ตัดแล้วคืนไม่ได้ด้วย ความเสี่ยงนี้ทำให้คนไม่กล้าตัดสินใจซื้อเลนส์จากตัวเลขที่ตัวเองบอกเองในแชท เพราะหลายคนไม่รู้ค่าสายตาปัจจุบันของตัวเองด้วยซ้ำ

พอลูกค้าถามราคาเลนส์แล้วแอดมินตอบราคาไป ลูกค้าที่ฉลาดจะรู้สึกทันทีว่า 'เดี๋ยวก่อน แล้วเขารู้ได้ไงว่าฉันต้องใช้เลนส์แบบไหน ยังไม่ได้วัดสายตาเลย' ความไม่มั่นใจนี้แหละที่ทำให้เขาเงียบ ไม่ใช่เพราะราคาแพง แต่เพราะเขารู้ว่าการตัดสินใจตอนนี้มันเร็วเกินไปและเสี่ยงเกินไป

นี่คือความเข้าใจผิดคลาสสิกเรื่องการอ่านความตั้งใจของลูกค้า คนที่ทักมาถามราคาเลนส์ไม่ได้พร้อมโอนทันที เขาอยู่ในขั้น 'สนใจแต่ต้องมั่นใจก่อน' การเร่งปิดในขั้นนี้เหมือนขอแต่งงานในเดตแรก ต่อให้อีกฝ่ายสนใจก็ยังตกใจ

เปลี่ยนเป้าจาก 'ขายเลนส์' เป็น 'นัดเข้ามาวัดสายตาฟรี'

การเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดคือเราเลิกให้แอดมินพยายามปิดยอดในแชท แล้วตั้งเป้าใหม่เป็นการปิดนัดให้ลูกค้าเดินเข้ามาวัดสายตา ซึ่งเป็นก้าวที่คนกล้ากว่ามาก เพราะฟรี ไม่ผูกมัด และได้ประโยชน์จริงคือรู้ค่าสายตาปัจจุบันของตัวเอง

สคริปต์เปลี่ยนตามเป้า จากเดิมที่ตอบว่า 'เลนส์มัลติโฟกัสเริ่มต้น 4,500 ค่ะ' กลายเป็น 'เลนส์มีหลายแบบตามค่าสายตาและการใช้งานค่ะ บางคนเหมาะกับเลนส์แบบนึง บางคนอีกแบบ แนะนำให้แวะเข้ามาวัดสายตาก่อนดีกว่า วัดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาแค่สิบห้านาที จะได้รู้ค่าตาที่แท้จริงแล้วเลือกเลนส์ที่ใช่ ไม่ต้องซื้อก็ได้นะคะ' คำว่า 'ไม่ต้องซื้อก็ได้' ช่วยลดกำแพงลงเยอะ

ที่สำคัญคือการวัดสายตาฟรีเป็นเหตุผลที่ 'จริงและมีคุณค่า' ไม่ใช่ลูกเล่นการตลาด คนอยากรู้ว่าตาตัวเองเปลี่ยนไปแค่ไหนอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นเดิมมานานแล้วเริ่มรู้สึกว่ามองไม่ชัดเท่าเดิม การเสนอสิ่งที่เขาได้ประโยชน์จริงทำให้เขากล้าเดินเข้ามา

เทียบให้เห็นชัด: ปิดในแชท vs นัดเข้าร้าน

ผมชอบให้เจ้าของร้านเห็นเป็นตารางเทียบ เพราะพอเห็นข้าง ๆ กันจะเข้าใจทันทีว่าทำไมการยอมช้าลงหนึ่งก้าวถึงให้ผลดีกว่า

ประเด็นพยายามปิดเลนส์ในแชทปิดนัดเข้ามาวัดสายตา
ความมั่นใจลูกค้าต่ำ ไม่รู้ค่าตาจริง กลัวตัดผิดสูง ได้วัดจริงก่อนตัดสินใจ
โอกาสตัดเลนส์ผิดค่าสูง เพราะอิงตัวเลขที่ลูกค้าจำต่ำ เพราะวัดจากเครื่องจริง
ยอดเฉลี่ยต่อบิลมักซื้อเฉพาะที่ถามสูงกว่า ได้แนะนำกรอบ+เลนส์เพิ่ม
โอกาสได้ลูกค้าประจำน้อย จบเป็นครั้ง ๆมาก เพราะได้เจอหน้าสร้างความคุ้นเคย

พอลูกค้าเข้ามาถึงร้าน เกมเปลี่ยนทันที

จุดที่เจ้าของร้านมองข้ามคือ พอลูกค้ายอมเดินเข้ามาวัดสายตา อัตราการปิดพุ่งขึ้นมหาศาล เพราะที่ร้านมีสิ่งที่แชททำไม่ได้ — ลูกค้าได้ลองสวมกรอบจริง เห็นหน้าตัวเองในกระจก ได้จับเนื้อวัสดุ และที่สำคัญได้คุยกับคนที่แนะนำได้ว่ากรอบทรงไหนเข้ากับหน้าเขา

เราพบว่าจากคนที่นัดเข้ามาวัดสายตา 10 คน มักปิดการขายได้ 6-7 คน ซึ่งสูงกว่าการพยายามปิดในแชทมาก และยอดต่อบิลก็สูงกว่า เพราะพอวัดสายตาเสร็จ พนักงานเห็นโอกาสแนะนำได้ เช่น 'ค่าสายตาคุณเริ่มมีสายตายาวปนด้วยนะคะ ถ้าใช้เลนส์โปรเกรสซีฟจะสบายตากว่าตอนอ่านมือถือ' ซึ่งเป็นคำแนะนำที่มีน้ำหนักเพราะมาหลังการวัดจริง

อีกเรื่องที่ช่วยได้จริงคือการนัดหมายเข้าร้านทำให้เราเก็บลูกค้าไว้ในระบบได้ พอถึงรอบเปลี่ยนเลนส์หรือมีโปรกรอบใหม่ เราทักกลับไปหาเขาได้ นี่คือแนวคิดเดียวกับการวางลำดับการตามลูกค้าที่ให้คุณค่าใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช่ทวงว่าจะซื้ออีกเมื่อไหร่

แต่ต้องวัดให้ถูกจุด ไม่งั้นจะตัดแอดผิดตัว

มีกับดักหนึ่งที่ผมเตือนเจ้าของร้านไว้ พอเป้าหมายในแชทกลายเป็น 'นัดเข้าร้าน' แล้วการขายจริงเกิดที่หน้าร้าน ถ้าวัดผลไม่ดีจะเกิดปัญหาว่าเรารู้แค่ว่าแอดพาคนมาทัก แต่ไม่รู้ว่าคนที่ทักคนไหนเดินเข้ามาจริงและซื้อจริง

เดิมทีร้านนี้ตัดสินแอดจากยอดคนทักในแชท ซึ่งอันตราย เพราะแอดตัวที่ได้คนทักเยอะอาจได้แต่คนถามเล่น ส่วนแอดที่ได้คนทักน้อยกว่าอาจได้คนที่เดินเข้ามาซื้อจริงมากกว่า ถ้าดูแค่ยอดทักอาจตัดแอดตัวที่ทำเงินจริงทิ้งไปโดยไม่รู้ตัว นี่คือช่องว่างระหว่างยอดทักกับยอดที่ปิดได้จริงที่ต้องระวัง

เราเลยวางระบบให้พนักงานหน้าร้านบันทึกว่าลูกค้าที่มาวัดสายตาแต่ละคนมาจากการนัดในแชท แล้วผูกกลับไปว่าแชทนั้นมาจากแอดตัวไหน พอทำได้ เจ้าของเห็นเป็นครั้งแรกว่าต้นทุนค่าแอดต่อลูกค้าที่ซื้อจริงเท่าไหร่ ไม่ใช่ต่อคนทัก ซึ่งเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบไปเลย

สรุป

เลนส์สายตาไม่ใช่ของที่ควรฝืนปิดในแชท เพราะการตัดผิดค่าเป็นเรื่องใหญ่และลูกค้ารู้ตัวว่ายังขาดข้อมูลสำคัญคือค่าตาจริง การเร่งปิดในขั้นนี้จึงได้แต่ความเงียบ ทางที่ได้ผลกว่าคือใช้แชทปิดนัดให้เขาเข้ามาวัดสายตาฟรี แล้วปล่อยให้การขายเกิดที่หน้าร้านที่เขาลองของจริงและมั่นใจกว่า

แต่พอการขายไปเกิดที่หน้าร้าน สิ่งที่ห้ามลืมคือการวัดผลให้เชื่อมกัน ว่าลูกค้าที่ซื้อจริงมาจากแอดตัวไหน ไม่ใช่ตัดสินแอดจากยอดคนทัก ไม่งั้นคุณอาจตัดแอดตัวที่ทำเงินจริงทิ้งเพราะมันได้คนทักน้อยกว่าตัวที่ได้แต่คนถามเล่น

  • อย่าฝืนปิดเลนส์ในแชท — ใช้แชทปิดนัดเข้ามาวัดสายตาแทน
  • การวัดสายตาฟรีเป็นเหตุผลจริงที่ลูกค้าได้ประโยชน์ ทำให้กล้าเข้ามา
  • วัดผลจากลูกค้าที่ซื้อจริงต่อแอด ไม่ใช่ยอดคนทัก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมลูกค้าถามราคาเลนส์แล้วเงียบหายไป

เพราะเลนส์สายตาตัดผิดค่าแล้วใส่ไม่ได้ ความเสี่ยงสูง ลูกค้าหลายคนไม่รู้ค่าสายตาปัจจุบันของตัวเองด้วยซ้ำ การให้เขาตัดสินใจซื้อเลนส์จากแชทจึงเร็วเกินไป เขาเงียบเพราะรู้ว่ายังขาดข้อมูลสำคัญ ไม่ใช่เพราะราคาแพงเสมอไป

ควรบอกราคาเลนส์ในแชทเลยไหม

บอกช่วงราคาคร่าว ๆ ได้ แต่ไม่ควรพยายามปิดการขายเลนส์ในแชท เพราะเลนส์ที่เหมาะขึ้นกับค่าสายตาจริงและการใช้งาน ทางที่ดีกว่าคือใช้แชทชวนเข้ามาวัดสายตาก่อน แล้วให้ลูกค้าเลือกเลนส์จากข้อมูลจริง จะลดการตัดผิดและได้ลูกค้าที่มั่นใจกว่า

การให้วัดสายตาฟรีจะมีแต่คนมาวัดแต่ไม่ซื้อไหม

มีบ้าง แต่คนที่ยอมสละเวลาเดินเข้ามาถือว่ามีความตั้งใจระดับหนึ่ง และเมื่อเขาอยู่ที่ร้านได้ลองกรอบจริง เห็นหน้าตัวเองในกระจก และได้คำแนะนำหลังวัดจริง อัตราการปิดมักสูงกว่าการพยายามปิดผ่านแชทมาก อีกทั้งยอดต่อบิลก็สูงกว่า

แอดร้านแว่นควรโชว์อะไร กรอบสวยหรือโปรเลนส์

กรอบสวยช่วยสะดุดตาให้คนหยุดดู แต่คำชวนที่ได้ผลมักเป็นการชวนเข้ามาวัดสายตาฟรีมากกว่าการโชว์ราคาโปรเลนส์ เพราะการวัดสายตาเป็นเหตุผลที่ลูกค้าได้ประโยชน์จริงและกล้าเดินเข้ามา ส่วนการขายเลนส์ค่อยไปเกิดที่ร้านที่เขามั่นใจกว่า

จะรู้ได้ยังไงว่าแอดตัวไหนได้ลูกค้าที่ซื้อจริง ไม่ใช่แค่คนทัก

ต้องบันทึกว่าลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อแต่ละคนมาจากการนัดในแชทตัวไหน แล้วผูกกลับไปที่แอดต้นทาง ไม่ใช่ตัดสินแอดจากยอดคนทัก เพราะแอดที่ได้คนทักเยอะอาจได้แต่คนถามเล่น ส่วนแอดที่ทักน้อยกว่าอาจได้คนที่ซื้อจริงมากกว่า

ยอดต่อบิลของร้านแว่นเพิ่มได้ตรงไหนบ้าง

มักเพิ่มได้หลังการวัดสายตา เพราะพนักงานเห็นค่าตาจริงแล้วแนะนำได้ตรงจุด เช่น คนที่เริ่มมีสายตายาวปนอาจสบายตากว่าถ้าใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ คำแนะนำที่มาหลังการวัดจริงมีน้ำหนักกว่าและช่วยให้ลูกค้าเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง