← กลับไปหน้าบทความ
กรณีศึกษาตามธุรกิจ

ร้านคาร์แคร์พรีเมียมยิงแอดดึงลูกค้าพื้นที่ใกล้เคียง ให้ซื้อคูปองล้างรถใน LINE MyShop

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 11:25อัปเดต 01 พ.ย. 09:28อ่าน 1 นาที
ร้านคาร์แคร์พรีเมียมยิงแอดดึงลูกค้าพื้นที่ใกล้เคียง ให้ซื้อคูปองล้างรถใน LINE MyShop
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

คาร์แคร์พรีเมียมได้กำไรจากลูกค้าที่กลับมาใช้คูปองซ้ำ ไม่ใช่จากการล้างครั้งแรก ให้วัดสองจังหวะ คือยอดซื้อคูปองใน LINE MyShop ที่เข้าทันที และจำนวนครั้งที่ลูกค้าแต่ละคนมาใช้ภายใน 90 วัน แล้วเทียบแอด Facebook ที่ตั้งรัศมีต่างกันด้วยมูลค่าลูกค้าต่อคน ไม่ใช่ต้นทุนต่อคูปอง

สมมติร้านคาร์แคร์ชานเมืองตั้งโปรคูปองล้างรถพรีเมียม 6 ครั้ง ราคา 1,800 บาท ยิง Facebook รัศมี 8 กิโลเมตรงบ 30,000 บาท ขายคูปองได้ 35 ใบ รวม 63,000 บาท ดูเหมือนกำไรงาม

แต่คูปองคือเงินที่รับก่อนทำงาน ร้านยังต้องล้างรถให้อีก 210 ครั้ง ถ้าลูกค้า 35 คนใช้ครบ ร้านรับเงินเฉลี่ยครั้งละ 300 บาท แต่ถ้ามี 10 คนมาแค่สองครั้งแล้วหาย ยอดขายเท่าเดิม ภาระงานน้อยลง และไม่มีใครกลับมาซื้อบริการเสริม ตัวเลขยอดขายคูปองอย่างเดียวจึงบอกไม่ได้ว่าแอดพาลูกค้าแบบไหนมา

คนขับรถละแวกร้านถามอะไรก่อนซื้อคูปอง

ลูกค้ารัศมีไม่เกินสิบกิโลเมตรมักถามเรื่องที่ใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ‘รถ SUV ล้างอัดฉีดพร้อมดูดฝุ่นกับแว็กซ์ครั้งละเท่าไหร่คะ ถ้าซื้อคูปอง 6 ครั้งต้องจองคิวทุกรอบไหม’ คนที่ถามถึงคูปองกับการจองคิวคือคนที่คิดจะใช้ซ้ำอยู่แล้ว

อีกประเภทคือคนที่ถามเคลือบแก้วหรือขัดสีครั้งเดียว ราคาครั้งละ 5,000 ถึง 8,000 บาท มูลค่าต่อรายสูง แต่ไม่ค่อยกลับมา สองกลุ่มนี้ต้องติดแท็กแยกกัน เพราะเงินที่ปรากฏเกิดคนละจังหวะ และแอดที่พากลุ่มหนึ่งมาไม่จำเป็นต้องพาอีกกลุ่มมาด้วย

เงินปรากฏสองจังหวะ คือวันซื้อคูปองและวันที่ลูกค้ากลับมาใช้

ออเดอร์คูปองใน LINE MyShop ให้ยอดขายที่เห็นชัดตั้งแต่วันแรก ส่วนการกลับมาต้องมีคนกดบันทึกที่หน้าร้าน วิธีบันทึกยอดขายใน MyShop ให้ตรงกับบัญชีอยู่ใน เรื่องบัญชีกับ LINE MyShop คูปองที่ขายแล้วไม่เคยมีใครมาใช้ก็คือรายได้ที่ร้านเก็บได้ แต่บอกว่าแอดพาคนซื้อตามอารมณ์ ไม่ใช่คนที่มีรถต้องล้างจริง

จังหวะเกิดที่ไหนใช้ทำอะไร
ซื้อคูปองใน MyShopออเดอร์ที่ชำระแล้วส่ง Purchase มูลค่าคูปองกลับ Facebook
ใช้ครั้งแรกพนักงานตัดสิทธิ์หน้าร้านเก็บแท็ก วัดอัตราที่มาใช้ภายใน 14 วัน
ใช้ครั้งที่สามขึ้นไปลูกค้าจองคิวผ่านแชทอีกรอบเก็บแท็ก ใช้เทียบคุณภาพของแต่ละแอด
ซื้อบริการเสริมขัดสี ล้างห้องเครื่อง ในวันที่มาใช้คูปองนับเป็นรายได้เพิ่มของลูกค้าเดิม

ทดสอบรัศมีโดยดูการกลับมา ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่อคูปอง

สมมติแบ่งแอดสองกลุ่มกลุ่มละ 15,000 บาท กลุ่ม A ตั้งรัศมี 3 กิโลเมตรขายคูปองได้ 22 ใบ ต้นทุนต่อใบประมาณ 680 บาท ลูกค้าใช้เฉลี่ย 4.5 ครั้งใน 90 วัน กลุ่ม B ตั้งรัศมี 8 กิโลเมตรขายได้ 13 ใบ ต้นทุนต่อใบประมาณ 1,150 บาท ใช้เฉลี่ย 2.5 ครั้ง

A ชนะทั้งต้นทุนและการกลับมา เพราะคนอยู่ใกล้ร้านจึงมาง่าย แต่อย่าด่วนสรุปว่า B ควรปิด เพราะรัศมีไกลช่วยขยายฐานลูกค้า ให้ตั้งเกณฑ์ว่ายอมจ่ายแพงกว่ากี่เท่าสำหรับลูกค้าที่กลับมาน้อยกว่า การตั้งพื้นที่แอดในแผนที่ดูรายละเอียดได้ใน การกำหนดพื้นที่แอด

บันทึกการใช้คูปองโดยไม่เพิ่มงานให้ช่างหน้าร้าน

  1. ให้พนักงานสแกน QR ในแชทของลูกค้าหรือพิมพ์รหัสสั้น ๆ หลังล้างเสร็จ ทำได้ในไม่กี่วินาที ถ้าต้องกรอกฟอร์มยาว พนักงานจะเลิกทำภายในสัปดาห์เดียว
  2. ผูกรหัสกับชื่อ LINE ของลูกค้า เพื่อให้การใช้ทุกครั้งย้อนกลับไปหาคูปองใบเดียวกัน และย้อนต่อถึงแอดที่พาเขามา
  3. ตั้งข้อความเตือนเมื่อเหลือสิทธิ์ครั้งสุดท้ายและก่อนหมดอายุ 14 วัน ซึ่งเป็นวิธีต้นทุนต่ำที่สุดที่ทำให้ลูกค้ากลับมา ดูแนวทางใน การทำให้ลูกค้าใช้สิทธิ์ครั้งแรก
  4. ทุกสิ้นเดือน สรุปว่าคูปองแต่ละใบมาจากแอดตัวไหน แล้วนับครั้งที่ใช้ จัดเป็นรุ่นตามเดือนที่ซื้อ ตามวิธีใน รุ่นลูกค้าและระยะคืนทุน

ตัวเลขการกลับมาเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องแอดอย่างไร

  • ถ้ารัศมีใกล้พาลูกค้ากลับมามากกว่า ให้เพิ่มความถี่ในพื้นที่ใกล้ แทนการขยายไปไกลเพื่อลดต้นทุนต่อคูปอง
  • ถ้าคูปอง 10 ครั้งขายดีแต่ใช้ไม่ครบ ลองคูปอง 6 ครั้งที่ราคาต่อครั้งสูงขึ้นเล็กน้อย เพราะมีโอกาสถูกใช้ครบมากกว่า
  • ใช้ลูกค้าที่ใช้คูปองครบเป็นต้นแบบกลุ่มคล้าย ไม่ใช้ผู้ซื้อทุกคนเป็นต้นแบบ ตามที่เตือนไว้ใน ต้นแบบกลุ่มคล้ายที่เลือกผิด
  • ถ้าคูปองขายดีแต่ลูกค้าหายหลังใช้ครั้งที่สอง ให้ไล่ดูว่าหายตอนไหนของคิวและช่วงเวลาที่จองได้ เพราะคิวที่เต็มช่วงเสาร์อาทิตย์ทำให้คนเลิกจองได้ง่ายกว่าที่คิด

สรุป

รายงานแคมเปญคาร์แคร์ควรมีสองบรรทัดเสมอ บรรทัดแรกคือยอดคูปองที่ขายได้ บรรทัดที่สองคือจำนวนครั้งที่ลูกค้าจากแคมเปญนั้นมาใช้ใน 90 วัน ถ้ามีแต่บรรทัดแรก คุณกำลังวัดยอดขายก่อนทำงาน ไม่ใช่ความสามารถในการหาลูกค้าที่อยู่นาน

  • ส่ง Purchase เมื่อซื้อคูปอง แล้วเก็บการกลับมาใช้เป็นแท็กเพื่อประเมินแอด
  • เทียบรัศมีด้วยจำนวนครั้งที่ใช้ต่อใบ ไม่ใช่ราคาคูปองอย่างเดียว
  • แยกลูกค้าคูปองออกจากลูกค้าบริการครั้งเดียว
  • ใช้การมาใช้ครั้งแรกใน 14 วันเป็นตัวชี้นำก่อนครบ 90 วัน
  • สรุปคูปองเป็นรุ่นรายเดือนเพื่อเทียบแอดอย่างยุติธรรม

คำถามที่พบบ่อย

คูปองที่ขายแล้วลูกค้าไม่เคยมาใช้ ควรนับเป็นยอดขายจากแอดไหม

นับ เพราะเงินเข้าแล้ว แต่ให้ติดแท็กไว้แยกเพื่อดูสัดส่วนที่ไม่เคยมาใช้ต่อแอดแต่ละตัว ถ้าแอดไหนมีสัดส่วนนี้สูงมาก แปลว่าพาคนซื้อตามโปรมาแต่ไม่ใช่เจ้าของรถที่ต้องล้างจริง

ควรขายคูปองกับบริการครั้งเดียวด้วยแอดเดียวกันไหม

ควรแยก คนซื้อคูปองกับคนซื้อเคลือบแก้วถามต่างกันและตัดสินใจคนละจังหวะ ถ้ารวมกัน ตัวเลขต้นทุนต่อยอดขายจะผสมสองธุรกิจเข้าด้วยกันและอ่านยาก

ลูกค้าเดิมเห็นแอดแล้วซื้อคูปอง นับเป็นลูกค้าใหม่ของแอดไหม

ไม่ควร ให้อัปโหลดรายชื่อลูกค้าเดิมเพื่อตัดออกจากกลุ่มเป้าหมาย และติดแท็กลูกค้าเดิมที่ซื้อคูปองเพิ่ม ไม่งั้นต้นทุนต่อลูกค้าใหม่จะดูดีเกินจริง

รอดูการกลับมา 90 วันนานเกินไป ตัดสินใจเรื่องแอดช้าไหม

ใช้ตัวชี้นำที่เห็นเร็วกว่า เช่น สัดส่วนลูกค้าที่มาใช้ครั้งแรกภายใน 14 วัน ซึ่งมักบอกทิศทางของ 90 วันได้พอสมควร แล้วยืนยันด้วยตัวเลขจริงเมื่อครบกำหนด

ลูกค้าจ่ายคูปองผ่านโอนเข้าแชทโดยไม่ผ่าน MyShop ต้องทำยังไง

ให้แอดมินบันทึกสลิปเข้าระบบเดียวกันและแท็กเป็นคูปองเหมือนออเดอร์ใน MyShop เพื่อให้ทุกทางซื้อไปอยู่ในรายงานเดียวกัน ถ้ามีช่องทางไหนตกหล่น ต้นทุนต่อคูปองจะดูแพงเกินจริง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

ตรวจ Tracking โฆษณาเข้า LINE

ใส่ URL หน้า Landing ของคุณ แล้วดูว่าเส้นทาง Ads → LINE ของคุณวัดผลได้จริงหรือขาดตรงไหน

ตรวจ Tracking ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ส่ง Purchase จริงกลับให้แอด ไม่ใช่แค่ Click

รู้ว่าลูกค้าที่ทัก LINE จากโฆษณากลายเป็นออเดอร์จริงกี่คน และมาจากแคมเปญไหน แล้วส่งยอดขายกลับให้ระบบโฆษณาเรียนรู้ เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอเจนซีรับทำวีซ่าจัดระบบส่งเอกสารและประเมินเคสใน LINE ให้ลูกค้าไว้ใจ โดยไม่กล่าวอ้างผลตายตัว

เอเจนซีรับทำวีซ่าจัดระบบส่งเอกสารและประเมินเคสใน LINE ให้ลูกค้าไว้ใจ โดยไม่กล่าวอ้างผลตายตัว

งานวีซ่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ลูกค้ากังวลเรื่องเอกสารและกลัวโดนปฏิเสธ บทความนี้เล่าจากเอเจนซีจริงว่าจัดระบบรับเคสและประเมินใน LINE ยังไงให้ลูกค้ามั่นใจ บนพื้นฐานที่ซื่อสัตย์
งานกำจัดปลวกฉุกเฉินใครตอบ LINE ก่อนคนนั้นได้งานจริง ๆ

งานกำจัดปลวกฉุกเฉินใครตอบ LINE ก่อนคนนั้นได้งานจริง ๆ

คนเห็นปลวกขึ้นบ้านหรือรังต่อกลางบ้านอยากได้ช่างเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ บทความนี้เล่าจากทีมกำจัดแมลงจริงว่าทำไมความเร็วในการตอบ LINE คือทุกอย่างของธุรกิจนี้
เต็นท์รถมือสองนัดดูรถและปิดการขายผ่าน LINE โดยไม่ให้ลูกค้าหลุดไปเต็นท์อื่น

เต็นท์รถมือสองนัดดูรถและปิดการขายผ่าน LINE โดยไม่ให้ลูกค้าหลุดไปเต็นท์อื่น

รถมือสองลูกค้าดูหลายเต็นท์และกลัวโดนย้อมแมว บทความนี้เล่าจากเต็นท์จริงว่าคุยใน LINE ยังไงให้ลูกค้ากล้านัดดูรถ และปิดการขายก่อนเขาไปเจอเต็นท์อื่น