← กลับไปหน้าบทความ
การเงิน & ROI

จัดสรรงบโฆษณา 70/20/10: ให้ยอดโตต่อเนื่องโดยไม่เสี่ยงจนเจ๊ง

02 ส.ค. 04:03 · อ่าน 2 นาที
จัดสรรงบโฆษณา 70/20/10: ให้ยอดโตต่อเนื่องโดยไม่เสี่ยงจนเจ๊ง

สรุปสั้น ๆ

หลัก 70/20/10 คือการแบ่งงบโฆษณาเป็นสามส่วน: 70% ลงกับสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงิน, 20% กับสิ่งที่มีแววแต่ยังต้องปรับ, และ 10% กับการทดลองใหม่ ๆ ที่อาจเจ๊งหรืออาจกลายเป็นตัวทำเงินตัวต่อไป สูตรนี้ทำให้ธุรกิจมั่นคงในวันนี้แต่ยังไม่หยุดหาโอกาสในอนาคต

มีสถานการณ์หนึ่งที่ผมเห็นซ้ำ ๆ ในร้านที่กำลังไปได้ดี คือพอเจอแคมเปญที่เวิร์กมาก ๆ เจ้าของก็จะรีบเทงบทั้งหมดไปที่แคมเปญนั้น ด้วยเหตุผลที่ฟังดูมีเหตุผลว่า ‘ในเมื่อมันทำเงิน ก็ใส่ให้เต็มที่สิ’ แล้วช่วงแรกมันก็ได้ผลจริง ยอดพุ่ง จนกระทั่งวันหนึ่งแคมเปญนั้นเริ่มอิ่มตัว ค่าแอดแพงขึ้น คนกลุ่มเดิมเริ่มเบื่อ ยอดตก แล้วเจ้าของก็ตกใจว่าทำไมสูตรที่เคยเวิร์กถึงพัง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แคมเปญนั้นแย่ลง แต่อยู่ที่การเอาไข่ทุกฟองใส่ในตะกร้าใบเดียว เมื่อคุณพึ่งพารายได้จากช่องทางเดียวหรือแคมเปญเดียว 100% วันที่มันสะดุด คุณไม่มีอะไรมารองรับเลย และในโลกของโฆษณาดิจิทัลที่อัลกอริทึมเปลี่ยน ต้นทุนขึ้น คู่แข่งเข้ามา ทุกอย่างมีวันสะดุดเสมอ

หลัก 70/20/10 เป็นกรอบคิดง่าย ๆ ที่บริษัทใหญ่ใช้จัดสรรงบ เพื่อให้ธุรกิจมั่นคงในปัจจุบันแต่ยังลงทุนกับอนาคตไปพร้อมกัน บทความนี้ผมจะปรับมันให้เข้ากับบริบทของร้านที่ยิงแอดเข้า LINE ว่าแต่ละส่วนควรลงกับอะไร และทำไมการกันงบ 10% ไว้ ‘เผาเล่น’ ถึงเป็นการลงทุนที่ฉลาดที่สุด

70%: เงินก้อนใหญ่ลงกับสิ่งที่พิสูจน์แล้ว

เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของงบควรลงไปกับสิ่งที่คุณรู้แน่ ๆ ว่ามันทำเงิน คือแคมเปญ คีย์เวิร์ด หรือช่องทางที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าปิดการขายได้จริง ต้นทุนต่อลูกค้าอยู่ในระดับที่คุ้ม และคืนทุนในเวลาที่รับได้ นี่คือเสาหลักที่ค้ำยอดขายประจำวันของคุณ

หัวใจของก้อนนี้คือคำว่า ‘พิสูจน์แล้ว’ ไม่ใช่ ‘รู้สึกว่าน่าจะดี’ คุณต้องมีข้อมูลจริงมายืนยันว่ามันทำเงิน ไม่ใช่แค่ได้ยอดคลิกเยอะหรือคนทักเยอะ เพราะยอดทักที่ปิดไม่ได้ก็แค่ค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การลงทุน การจะรู้ว่าอะไร ‘พิสูจน์แล้ว’ จริง คุณต้องวัดถึงยอดปิดในแชท ไม่หยุดที่ปลายทางบนเว็บ

ข้อควรระวังของก้อน 70% คืออย่านิ่งนอนใจ แม้จะเป็นของที่เวิร์ก คุณก็ต้องคอยดูว่ามันเริ่มอิ่มตัวไหม เพราะไม่มีแคมเปญไหนเวิร์กตลอดกาล เมื่อไหร่ที่ต้นทุนเริ่มขยับขึ้นหรือยอดเริ่มนิ่ง นั่นคือสัญญาณว่าของจากก้อน 20% กำลังจะต้องขึ้นมาแทน

20%: ต่อยอดสิ่งที่มีแวว ให้กลายเป็นเสาหลักถัดไป

ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ลงกับสิ่งที่ ‘เห็นแวว’ แล้วแต่ยังไม่นิ่ง อาจเป็นแคมเปญที่เพิ่งเริ่มแล้วผลออกมาน่าสนใจ กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ตอบสนองดี หรือช่องทางที่กำลังเรียนรู้อยู่ ของก้อนนี้ยังมีความไม่แน่นอน แต่มากพอที่จะควรค่าแก่การใส่เงินเพื่อขัดเกลาให้ดีขึ้น

หน้าที่ของก้อน 20% คือการเป็น ‘ตัวสำรอง’ ที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ข้างสนาม เมื่อวันที่ของในก้อน 70% เริ่มอิ่มตัว คุณจะมีของที่ผ่านการทดสอบระดับหนึ่งแล้วพร้อมเลื่อนขึ้นมาแทน แทนที่จะต้องเริ่มหาของใหม่จากศูนย์ในวันที่ยอดกำลังตก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กดดันและตัดสินใจพลาดง่ายที่สุด

การทำงานกับก้อนนี้ต้องอาศัยการอ่านตัวเลขเป็น ดูว่าอันไหนกำลังจะ ‘ผ่าน’ ให้เลื่อนขึ้นไป 70% ส่วนอันไหนลองแล้วไม่ไปไหนก็ตัดทิ้ง อย่าเสียดายจนดองไว้ เพราะเงินที่จมกับของที่ไม่ไปไหนคือเงินที่ควรเอาไปทดลองสิ่งใหม่ในก้อน 10% มากกว่า

10%: กันไว้ ‘เผาเล่น’ กับของใหม่ที่อาจพลิกเกม

สิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายคือส่วนที่คนตัดทิ้งบ่อยที่สุดเวลาเงินตึง และเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ธุรกิจหยุดโต ก้อนนี้คือเงินที่คุณกันไว้ทดลองสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเวิร์กไหม ช่องทางใหม่ที่ไม่เคยลอง วิธีทำคอนเทนต์แบบใหม่ กลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยเจาะ หรือแม้แต่ไอเดียบ้า ๆ ที่อาจล้มเหลว

กุญแจของก้อนนี้คือคุณต้อง ‘ยอมรับได้’ ว่ามันอาจเจ๊งทั้งหมด และนั่นไม่เป็นไร เพราะมันแค่ 10% ต่อให้เผาหมดก็ไม่กระเทือนธุรกิจ แต่ถ้าหนึ่งในการทดลองนั้นเวิร์กขึ้นมา มันอาจกลายเป็นเสาหลักตัวใหม่ที่เลี้ยงธุรกิจคุณในอีกสองปีข้างหน้า นี่คือการซื้อลอตเตอรี่ที่มีอัตราต่อรองดี

ลองนึกดูว่า ช่องทางที่วันนี้ทำเงินให้คุณมากที่สุด ในอดีตมันก็เคยเป็น ‘ของใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเวิร์กไหม’ มาก่อนทั้งนั้น ถ้าตอนนั้นคุณไม่ยอมกันงบมาลอง คุณก็จะไม่มีวันเจอมัน เช่นเดียวกัน การทดลองอย่างการเล่าเรื่องในโฆษณาแบบใหม่ หรือโฆษณาเปรียบเทียบก่อน-หลัง อาจเป็นตัวพลิกเกมที่คุณยังไม่รู้

ประกอบร่าง: ตัวอย่างการแบ่งงบจริง

เพื่อให้เห็นภาพ สมมติร้านหนึ่งมีงบโฆษณาเดือนละ 50,000 บาท การแบ่งตามหลัก 70/20/10 จะออกมาประมาณนี้ พร้อมสิ่งที่ควรลงในแต่ละก้อน:

ก้อนงบ (จาก 50,000)ลงกับอะไรมองผลยังไง
70% แกนหลัก35,000 บาทแคมเปญ/คีย์ที่ปิดการขายได้จริงต้องคุ้มและคืนทุนในเวลาที่รับได้
20% ต่อยอด10,000 บาทของที่มีแววแต่ยังต้องปรับดูว่าอันไหนพร้อมเลื่อนขึ้น 70%
10% ทดลอง5,000 บาทช่องทาง/ไอเดียใหม่ที่ยังไม่รู้ผลยอมเจ๊งได้ หาของพลิกเกมตัวต่อไป

ข้อควรระวังเวลาใช้สูตรนี้จริง

สูตรนี้ดูง่ายแต่มีจุดที่คนพลาดบ่อย ลองเก็บข้อเตือนเหล่านี้ไว้:

  • อย่ายึดตัวเลข 70/20/10 แบบตายตัว — ถ้าธุรกิจยังใหม่มากและยังไม่มีของ ‘พิสูจน์แล้ว’ สัดส่วนทดลองอาจต้องมากกว่านี้ ปรับตามสถานการณ์จริง
  • อย่าเอาก้อน 70% ไปเสี่ยง — เงินก้อนใหญ่นี้ต้องมั่นคง อย่าเอาไปลองของใหม่เพราะเห็นคนอื่นบอกว่าดี ของใหม่มีที่ทางของมันในก้อน 10%
  • ต้องวัดผลแยกแต่ละก้อนได้ — ถ้าวัดไม่ได้ว่าก้อนไหนทำเงินเท่าไหร่ คุณจะเลื่อนของขึ้นลงระหว่างก้อนไม่ถูก การผูกยอดปิดกลับไปยังแคมเปญต้นทางจึงจำเป็น
  • อย่าลืมทบทวนสัดส่วนเป็นรอบ — สิ่งที่เคยอยู่ก้อน 70% อาจอิ่มตัว ต้องมีจังหวะทบทวนว่าของแต่ละอย่างควรอยู่ก้อนไหนตามผลล่าสุด

สรุป

การเทงบทั้งหมดไปที่สิ่งที่กำลังเวิร์กดูเหมือนฉลาด แต่มันคือการเอาไข่ทุกฟองใส่ตะกร้าใบเดียว วันที่ตะกร้านั้นสะดุด คุณไม่มีอะไรรองรับ หลัก 70/20/10 แก้ปัญหานี้ด้วยการให้คุณมั่นคงกับของที่พิสูจน์แล้ว เตรียมของสำรองที่กำลังฝึกซ้อม และไม่หยุดหาโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน

อย่ายึดตัวเลขแบบตายตัวจนลืมปรับตามสถานการณ์จริงของธุรกิจคุณ และอย่าลืมว่าหัวใจของสูตรนี้คือการวัดผลแยกแต่ละก้อนให้ได้ เพราะถ้าไม่รู้ว่าอะไรทำเงินจริง คุณก็เลื่อนของขึ้นลงระหว่างก้อนไม่ถูก และสูตรที่ดีก็จะกลายเป็นแค่การเดาที่ดูเป็นระบบ

  • 70% ลงกับของพิสูจน์แล้ว, 20% ต่อยอดของมีแวว, 10% ทดลองของใหม่
  • ก้อน 10% ที่ ‘ยอมเจ๊งได้’ คือที่มาของเสาหลักตัวต่อไป
  • ต้องวัดผลแยกแต่ละก้อน เพื่อเลื่อนของขึ้นลงตามผลจริง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีงบเท่าไหร่ถึงจะใช้หลัก 70/20/10 ได้

ใช้ได้แทบทุกขนาดงบ เพราะมันเป็นเรื่องสัดส่วนไม่ใช่จำนวนเงิน แม้งบเดือนละหมื่นก็แบ่งเป็น 7,000/2,000/1,000 ได้ แต่ถ้างบเล็กมากจนก้อน 10% ทดลองอะไรไม่ได้เลย อาจต้องสะสมงบทดลองข้ามเดือนแทนการแบ่งทุกเดือน

ถ้าธุรกิจเพิ่งเริ่ม ยังไม่มีของที่พิสูจน์แล้ว ทำยังไง

ช่วงเริ่มต้นสัดส่วนจะกลับด้าน คุณอาจต้องใช้งบส่วนใหญ่ไปกับการทดลองเพื่อหาว่าอะไรเวิร์กก่อน เมื่อเริ่มเจอของที่ปิดการขายได้จริง ค่อย ๆ ขยับสัดส่วนให้เข้าใกล้ 70/20/10 หลักนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีของพิสูจน์แล้วให้ยึดเป็นฐาน

จะรู้ได้ยังไงว่าของในก้อน 20% พร้อมเลื่อนขึ้น 70%

ดูว่ามันให้ผลคงเส้นคงวาต่อเนื่องพอสมควรไหม ไม่ใช่ดีแค่วูบเดียว ต้นทุนต่อลูกค้าอยู่ในระดับที่คุ้มเทียบกับของในก้อน 70% และคุณมั่นใจว่าถ้าใส่งบมากขึ้นผลยังดีอยู่ ไม่ใช่ดีเพราะยิงกลุ่มแคบ ๆ เท่านั้น

ก้อน 10% ที่ทดลองแล้วเจ๊งบ่อย ควรเลิกไหม

ไม่ควรเลิก เพราะการเจ๊งบ่อยเป็นเรื่องปกติของการทดลอง เป้าหมายของก้อนนี้ไม่ใช่ให้เวิร์กทุกครั้ง แต่ให้เจอของพลิกเกมสักตัวจากการลองหลาย ๆ ครั้ง สิ่งที่ควรทำคือเรียนรู้จากที่เจ๊งเพื่อให้การทดลองครั้งถัดไปฉลาดขึ้น

หลักนี้ใช้ได้กับทุกช่องทางโฆษณาไหม

ใช้เป็นกรอบคิดได้กับทุกช่องทาง เพราะมันเป็นหลักการจัดสรรความเสี่ยง ไม่ผูกกับแพลตฟอร์มใด คุณจะใช้แบ่งงบระหว่างแพลตฟอร์ม ระหว่างแคมเปญ หรือระหว่างประเภทคอนเทนต์ก็ได้ ปรับให้เข้ากับสิ่งที่คุณกำลังตัดสินใจ

จำเป็นต้องแยกวัดผลแต่ละก้อนไหม

จำเป็นมาก เพราะหัวใจของหลักนี้คือการเลื่อนของขึ้นลงระหว่างก้อนตามผลจริง ถ้าวัดไม่ได้ว่าก้อนไหนทำเงินเท่าไหร่ คุณก็ตัดสินใจไม่ถูกและสูตรจะกลายเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ การวัดถึงยอดปิดในแชทจะทำให้เห็นภาพจริงของแต่ละก้อน

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง