← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

ลูกค้าขอเบี้ยประกันในแชทเยอะ แต่ปิดขายได้น้อย แก้ตรงไหนก่อน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:52อัปเดต 12 ส.ค. 04:52อ่าน 1 นาที
ลูกค้าขอเบี้ยประกันในแชทเยอะ แต่ปิดขายได้น้อย แก้ตรงไหนก่อน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ถ้าลูกค้าขอใบเสนอราคาในแชทเยอะแต่ปิดขายได้น้อย ต้องแยกดูว่าปัญหาอยู่ที่คุณภาพคนที่ทักเข้ามา ความเร็วในการส่งใบเสนอราคา ความสามารถในการแข่งขันของเบี้ยที่เสนอ หรือขั้นตอนติดตามหลังส่งใบเสนอราคา เพราะแต่ละจุดต้องแก้ด้วยวิธีต่างกันโดยสิ้นเชิง

ตัวแทนขายประกันรถยนต์รายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าทุกเดือนมีคนทักเข้า LINE มาขอเบี้ยประกันไม่ต่ำกว่า 150 คน ดูเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก แต่พอสิ้นเดือนนับยอดปิดขายจริงกลับได้แค่ 12 กรมธรรม์ อัตราแปลงต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่คนที่ทักมาต่างก็เป็นคนที่ต้องการซื้อประกันอยู่แล้ว ไม่ใช่คนที่ไม่มีความต้องการเลย

สถานการณ์แบบนี้ทำให้ตัวแทนหลายคนสับสนว่าปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่ เพราะคนที่ทักมาดูเหมือนมีความต้องการซื้อจริง แต่กลับปิดการขายไม่ได้ ความจริงคือปัญหาอาจเกิดได้จากหลายจุดพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของคนที่ทักเข้ามา ความเร็วในการตอบกลับ ราคาที่เสนอเทียบกับคู่แข่ง หรือขั้นตอนติดตามหลังส่งใบเสนอราคาไปแล้ว

บทความนี้จะพาไล่ทีละจุดว่าควรตรวจสอบอะไรก่อน เพื่อหาว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหนของขั้นตอนขอเบี้ยประกัน แทนที่จะเดาสุ่มแล้วลองแก้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีข้อมูลรองรับ

แยกจุดที่อาจมีปัญหาออกเป็นสี่ส่วนก่อนแก้

ก่อนจะแก้ปัญหาใด ๆ ต้องแยกให้ชัดว่าช่องว่างระหว่างจำนวนคนขอเบี้ยกับจำนวนที่ปิดขายได้เกิดจากส่วนไหน เพราะการแก้ผิดจุดจะทำให้เสียเวลาโดยไม่เห็นผล

  • คุณภาพคนที่ทักเข้ามา — บางคนขอเบี้ยเพื่อเปรียบเทียบราคาเฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง
  • ความเร็วในการส่งใบเสนอราคา — ยิ่งช้า ลูกค้ายิ่งไปหาเจ้าอื่นที่ตอบเร็วกว่า
  • ความสามารถในการแข่งขันของเบี้ยที่เสนอ — ถ้าแพงกว่าคู่แข่งมากโดยไม่มีจุดเด่นอื่นชดเชย
  • การติดตามหลังส่งใบเสนอราคา — ถ้าส่งแล้วไม่ติดตามต่อ ลูกค้าจะลืมหรือเปลี่ยนใจไปที่อื่น

ตรวจคุณภาพคนที่ขอเบี้ยประกันก่อนเป็นอันดับแรก

จุดแรกที่ควรตรวจคือดูว่าคนที่ทักเข้ามาขอเบี้ยมาจากแคมเปญแบบไหน ถ้าแคมเปญเน้นคำว่า 'เปรียบเทียบเบี้ยประกันถูกที่สุด' หรือ 'เช็กราคาฟรี' อาจดึงคนที่แค่อยากรู้ราคาเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ โดยไม่ได้ตั้งใจซื้อในเร็ว ๆ นี้ กลุ่มคนแบบนี้มักขอเบี้ยจากหลายเจ้าพร้อมกันเพื่อเทียบราคา แล้วเลือกเจ้าที่ถูกที่สุดหรือเจ้าที่ตามติดเร็วที่สุด

วิธีตรวจสอบคือเพิ่มคำถามคัดกรองในขั้นตอนแรกของการสนทนา เช่นถามว่าสนใจซื้อภายในกี่วัน หรือมีกรมธรรม์เดิมที่ใกล้หมดอายุหรือไม่ คำตอบเหล่านี้ช่วยแยกคนที่พร้อมตัดสินใจเร็วออกจากคนที่แค่สำรวจตลาดได้ระดับหนึ่ง การดูว่าแคมเปญไหนดึงคนคุณภาพต่ำเข้ามาเยอะยังเชื่อมโยงกับการเลือก คำค้นหาที่ใช้ในแคมเปญโฆษณา ตั้งแต่ต้นทางด้วย

ความเร็วในการส่งใบเสนอราคาสำคัญกว่าที่คิด

ธุรกิจประกันมีคู่แข่งเยอะและลูกค้าส่วนใหญ่ขอเบี้ยจากหลายเจ้าพร้อมกันเพื่อเปรียบเทียบ ถ้าตัวแทนคนใดตอบช้ากว่าคนอื่น โอกาสที่ลูกค้าจะเลือกเจ้าที่ตอบเร็วกว่าไปแล้วมีสูงมาก แม้ว่าเบี้ยที่เสนอทีหลังอาจจะถูกกว่าก็ตาม เพราะลูกค้าจำนวนไม่น้อยตัดสินใจจากความสะดวกและความรู้สึกได้รับการดูแลมากกว่าราคาที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย

ควรวัดเวลาเฉลี่ยตั้งแต่ลูกค้าขอเบี้ยจนถึงตัวแทนส่งใบเสนอราคากลับ ถ้าเวลานี้นานเกินหนึ่งชั่วโมงในช่วงเวลาทำการ ควรหาทางลดให้เร็วขึ้น เช่นเตรียมตารางเบี้ยเบื้องต้นของแผนยอดนิยมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ตอบเบี้ยประมาณการได้ทันทีก่อนจะตามด้วยใบเสนอราคาที่แม่นยำภายหลัง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ความเร็วในการตอบกลับ ที่ส่งผลต่ออัตราปิดการขายโดยตรง

เมื่อเบี้ยที่เสนอแพงกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

ถ้าตรวจสองจุดแรกแล้วพบว่าคุณภาพคนขอเบี้ยดีและตอบกลับเร็ว แต่ยังปิดขายไม่ได้ จุดถัดไปที่ควรตรวจคือความสามารถในการแข่งขันของเบี้ยที่เสนอ ควรสำรวจว่าคู่แข่งในตลาดเสนอเบี้ยแผนใกล้เคียงกันในราคาเท่าไหร่ ถ้าเบี้ยของตัวเองสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่มีจุดเด่นอื่นชดเชย เช่นความคุ้มครองที่มากกว่าหรือบริการหลังการขายที่ดีกว่า ลูกค้าก็มีแนวโน้มเลือกเจ้าที่ถูกกว่า

สิ่งที่ทำได้คือสื่อสารจุดเด่นอื่นให้ชัดเจนกว่านี้ตั้งแต่ตอนส่งใบเสนอราคา ไม่ใช่แค่ส่งตัวเลขเบี้ยเปล่า ๆ ถ้าแผนที่เสนอมีความคุ้มครองที่ดีกว่าหรือมีบริการเสริมที่คู่แข่งไม่มี ควรอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าที่ได้เพิ่มจากราคาที่ต่างกัน แทนที่จะปล่อยให้ลูกค้าเทียบแค่ตัวเลขอย่างเดียว

ตัวอย่างตัวเลขสมมติ แยกตามจุดที่อาจมีปัญหา

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ช่วยให้เห็นว่าถ้าตรวจแยกแต่ละจุด จะพบว่าปัญหาจริงอาจไม่ได้อยู่ที่จุดแรกเสมอไป:

จุดที่ตรวจผลตรวจสอบ (ตัวอย่างสมมติ)ควรแก้หรือไม่
คุณภาพคนขอเบี้ย70% ตอบว่าต้องการซื้อภายในสองสัปดาห์ผ่าน ไม่ใช่จุดปัญหาหลัก
ความเร็วตอบกลับเฉลี่ย 3 ชั่วโมงในเวลาทำการควรปรับให้เร็วขึ้น
ราคาเทียบคู่แข่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด 8%ควรสื่อสารจุดเด่นเพิ่ม
การติดตามหลังส่งใบเสนอราคาติดตามครั้งเดียวแล้วหยุดควรเพิ่มรอบติดตาม

การติดตามหลังส่งใบเสนอราคาที่หายไปกลางทาง

จุดสุดท้ายที่มักถูกมองข้ามคือการติดตามหลังส่งใบเสนอราคาไปแล้ว ตัวแทนหลายคนส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าแล้วรอให้ลูกค้าติดต่อกลับมาเอง ทั้งที่ลูกค้าจำนวนมากต้องการเวลาคิดหรือเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ถ้าไม่มีการติดตามอย่างเป็นระบบ ลูกค้าอาจลืมหรือเปลี่ยนใจไปหาเจ้าอื่นที่ตามติดมากกว่า

การติดตามที่ได้ผลไม่ใช่การส่งข้อความทวงถามซ้ำ ๆ แบบเดิมทุกครั้ง แต่ควรมีเนื้อหาที่เพิ่มคุณค่า เช่นตอบคำถามที่ลูกค้าอาจสงสัยเพิ่มเติม หรือแจ้งโปรโมชันที่กำลังจะหมดเขต การมีรอบติดตามที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เช่นติดตามครั้งแรกภายในสองวัน และครั้งที่สองภายในหนึ่งสัปดาห์ ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากกว่าการปล่อยให้ลูกค้าเงียบหายไปเฉย ๆ เรื่องการวางจังหวะข้อความติดตามแบบนี้ใกล้เคียงกับหลักการของ การรับมือข้อโต้แย้งลูกค้าในแชท ที่ต้องเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแทนที่จะตอบสด ๆ ตอนลูกค้าถาม

บันทึกเหตุผลที่ลูกค้าไม่ซื้อทุกครั้ง ไม่ใช่แค่จำนวนที่ปิดไม่ได้

นอกจากตัวเลขอัตราแปลงแล้ว สิ่งที่ช่วยวินิจฉัยปัญหาได้แม่นยำขึ้นคือการบันทึกเหตุผลที่ลูกค้าไม่ซื้อในแต่ละเคส แทนที่จะรู้แค่ว่าปิดไม่ได้กี่คน ควรรู้ด้วยว่าไม่ได้เพราะอะไร เช่นเพราะราคาสูงกว่าที่คาด เพราะไปซื้อกับเจ้าอื่นแล้ว เพราะยังไม่พร้อมตัดสินใจตอนนี้ หรือเพราะติดต่อไม่ได้อีกเลยหลังจากส่งใบเสนอราคาไป

ถ้าสะสมข้อมูลนี้ไว้สักหนึ่งถึงสองเดือน จะเริ่มเห็นแพทเทิร์นว่าเหตุผลไหนเกิดขึ้นบ่อยที่สุด ถ้าส่วนใหญ่บอกว่าราคาสูงกว่าที่คาด นั่นชี้ไปที่ปัญหาเรื่องความสามารถในการแข่งขันของราคา แต่ถ้าส่วนใหญ่บอกว่าติดต่อไม่ได้อีกเลย นั่นชี้ไปที่ปัญหาการติดตามที่ยังไม่รัดกุมพอ วิธีนี้ทำให้การแก้ปัญหามีเป้าหมายชัดเจนกว่าการเดาจากความรู้สึก การบันทึกเหตุผลไม่จำเป็นต้องละเอียดมาก แค่มีหมวดหมู่หลักสี่ห้าหมวดให้เลือกเวลาปิดเคสก็เพียงพอที่จะเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้นแล้ว

ถ้ามีทีมหลายคนรับแชท ต้องเทียบตัวเลขข้ามคนด้วย

สำหรับสำนักงานตัวแทนที่มีคนรับแชทหลายคน การดูอัตราแปลงรวมของทั้งทีมอย่างเดียวอาจบดบังปัญหาของบางคนไว้ เพราะถ้าตัวแทนคนหนึ่งปิดขายได้สูงมากจนดันค่าเฉลี่ยรวมให้ดูดี ขณะที่อีกหลายคนปิดได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ภาพรวมจะไม่สะท้อนปัญหาจริงของทีมส่วนใหญ่ ควรแยกดูอัตราแปลงของแต่ละคนตั้งแต่ขอเบี้ยไปจนถึงปิดขาย เพื่อรู้ว่าใครต้องการพัฒนาเรื่องความเร็วในการตอบกลับ ใครต้องการพัฒนาเรื่องการอธิบายจุดเด่นของแผน และใครต้องการพัฒนาเรื่องการติดตามลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือให้ตัวแทนที่ทำผลงานดีที่สุดในแต่ละจุดของ Funnel มาแชร์วิธีการให้เพื่อนร่วมทีม เช่นถ้าคนหนึ่งตอบกลับเร็วกว่าคนอื่นมาก อาจเป็นเพราะมีเทมเพลตคำตอบเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับคำถามที่พบบ่อย หรือถ้าคนหนึ่งปิดขายได้สูงกว่าคนอื่นในราคาที่ใกล้เคียงกัน อาจเป็นเพราะมีวิธีอธิบายจุดเด่นของแผนที่ลูกค้าเข้าใจง่ายกว่า การแชร์วิธีการที่ได้ผลจริงในทีมมักช่วยยกระดับผลงานโดยรวมได้เร็วกว่าการฝึกแยกทีละคน ควรจัดประชุมทีมสั้น ๆ ทุกสัปดาห์เพื่อดูตัวเลขร่วมกันและให้แต่ละคนเล่าว่าเจออุปสรรคอะไรบ้างในสัปดาห์ที่ผ่านมา แทนที่จะปล่อยให้ทุกคนแก้ปัญหาของตัวเองอย่างโดดเดี่ยว

สรุป

เมื่อลูกค้าขอเบี้ยประกันในแชทเยอะแต่ปิดขายได้น้อย อย่ารีบสรุปว่าเป็นเพราะคนที่ทักมาไม่มีคุณภาพ ควรแยกตรวจทีละจุดตั้งแต่คุณภาพคนขอเบี้ย ความเร็วในการตอบกลับ ราคาที่แข่งขันได้ ไปจนถึงการติดตามหลังส่งใบเสนอราคา เพราะแต่ละจุดต้องแก้ด้วยวิธีต่างกัน

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเริ่มบันทึกเวลาตอบกลับและผลลัพธ์ของทุกเคสที่ขอเบี้ยในเดือนถัดไป แล้วดูว่าจุดไหนที่ตัวเลขแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ควรจะเป็น เมื่อเห็นจุดที่แย่ที่สุดแล้วค่อยทุ่มเวลาแก้ตรงนั้นก่อน แทนที่จะพยายามแก้ทุกจุดพร้อมกันซึ่งมักทำให้ไม่มีจุดไหนดีขึ้นจริงจังสักจุดเดียว

  • แยกวิเคราะห์คุณภาพคนขอเบี้ย ความเร็วตอบกลับ ราคา และการติดตาม แยกกัน
  • วัดเวลาตอบกลับเฉลี่ยเป็นจุดแรกที่ควรตรวจ เพราะวัดง่ายและกระทบชัด
  • สื่อสารจุดเด่นของแผนประกันเพิ่มเติม ไม่ใช่ให้ลูกค้าเทียบแค่ตัวเลขเบี้ย
  • วางรอบติดตามหลังส่งใบเสนอราคาให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ลูกค้าเงียบหายไป

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มตรวจจุดไหนก่อนถ้ายังไม่เคยวัดอะไรเลย

เริ่มจากวัดเวลาตอบกลับเฉลี่ยก่อน เพราะเป็นจุดที่วัดง่ายที่สุดและมักส่งผลกระทบชัดเจนที่สุดในธุรกิจประกันที่มีการแข่งขันสูง หลังจากนั้นค่อยขยับไปตรวจคุณภาพคนขอเบี้ยและราคาที่แข่งขันได้

ทำไมลูกค้าที่บอกว่าต้องการซื้อจริงถึงยังไม่ปิดการขาย

อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นตอบกลับช้าจนลูกค้าไปหาเจ้าอื่นแล้ว หรือราคาที่เสนอสูงกว่าคู่แข่งโดยไม่ได้สื่อสารจุดเด่นอื่นชดเชย ต้องไล่ตรวจทีละจุดตามลำดับที่กล่าวไว้ในบทความเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ควรติดตามลูกค้าหลังส่งใบเสนอราคากี่ครั้งถึงจะพอดี

ไม่มีจำนวนตายตัว แต่โดยทั่วไปควรมีอย่างน้อยสองถึงสามครั้งในช่วงสองสัปดาห์แรก โดยแต่ละครั้งควรมีเนื้อหาที่ต่างกัน ไม่ใช่ข้อความทวงถามซ้ำแบบเดิมทุกครั้ง

ถ้าราคาแพงกว่าคู่แข่งจริง ควรลดราคาลงทันทีไหม

ไม่จำเป็นต้องลดราคาทันที ควรลองสื่อสารจุดเด่นอื่นก่อน เช่นความคุ้มครองที่มากกว่าหรือบริการหลังการขาย ถ้าลองแล้วยังไม่ได้ผล ค่อยพิจารณาปรับแผนหรือราคาให้แข่งขันได้มากขึ้น

การวัดผลแบบนี้ต้องใช้ระบบซับซ้อนไหม

ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนตั้งแต่แรก เริ่มจากสเปรดชีตที่บันทึกเวลาที่ลูกค้าขอเบี้ย เวลาที่ส่งใบเสนอราคา และผลลัพธ์สุดท้ายก็เพียงพอสำหรับตัวแทนรายเดียว ค่อยขยับไปใช้ระบบที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อมีทีมงานหลายคนที่ต้องดูตัวเลขร่วมกันเป็นประจำ

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่งเอกสารสมัครสินเชื่อผ่านฟอร์มเว็บกับผ่านแชท LINE ต่างกันตรงไหน

ส่งเอกสารสมัครสินเชื่อผ่านฟอร์มเว็บกับผ่านแชท LINE ต่างกันตรงไหน

บริษัทสินเชื่อหลายแห่งเปิดให้ลูกค้าส่งเอกสารสมัครได้ทั้งผ่านฟอร์มบนเว็บไซต์และผ่านแชท LINE แต่วัดผลรวมกันจนไม่รู้ว่าช่องทางไหนได้ใบสมัครที่มีคุณภาพมากกว่า บทความนี้เทียบสองวิธีให้เห็นว่าต่างกันตรงไหน และควรเลือกใช้ช่องทางไหนเมื่อไหร่
Lead เพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดปิดเท่าเดิม ทั้งที่เลิกใช้ spreadsheet ไปแล้ว

Lead เพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดปิดเท่าเดิม ทั้งที่เลิกใช้ spreadsheet ไปแล้ว

หลายทีมคิดว่าแค่เลิกจดสเปรดชีตแล้วย้ายไปใช้ Dashboard ปัญหาจะหมดไป แต่ถ้า Dashboard ยังตอบคำถามผิด ปัญหาเดิมก็ยังอยู่ บทความนี้ชวนดูว่า LINE conversion tracking ไม่ใช้ spreadsheet ที่ดีต้องออกแบบให้ตอบอะไรได้จริง
ปิดยอดขายทุกวันแต่รายงานสรุปท้ายเดือนไม่ตรงกับที่แอดมินจำได้ แก้ยังไง

ปิดยอดขายทุกวันแต่รายงานสรุปท้ายเดือนไม่ตรงกับที่แอดมินจำได้ แก้ยังไง

แอดมินจำได้ว่าปิดยอดทุกวัน แต่พอถึงรายงานสรุปท้ายเดือนตัวเลขกลับไม่ตรง บทความนี้ชวนดูวิธีแทนรายงานยอดขาย LINE manual ด้วยระบบที่บันทึกทันทีที่ปิดการขาย ไม่ต้องพึ่งความจำหรือรวบรวมท้ายเดือน