← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

สร้าง UTM Link แบบมีโครงสร้าง แยกทราฟฟิกก่อนเข้า LINE OA

ทีมบรรณาธิการ linli04 ก.ค. 01:48อัปเดต 04 ก.ค. 01:48อ่าน 2 นาที
สร้าง UTM Link แบบมีโครงสร้าง แยกทราฟฟิกก่อนเข้า LINE OA
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

UTM คือพารามิเตอร์ที่ต่อท้ายลิงก์เพื่อบอกว่าคนคนนี้มาจากไหน แคมเปญอะไร ชิ้นงานไหน ก่อนจะเข้า LINE OA ถ้าวางโครงสร้างการตั้งชื่อให้เป็นระบบตั้งแต่แรก รายงานจะสะอาดและอ่านออกทันที แต่ถ้าตั้งมั่ว ๆ ต่อไปจะแยกไม่ออกว่ายอดมาจากแคมเปญไหน กุญแจคือ ‘ตกลงกติกาการตั้งชื่อ’ แล้วทุกคนใช้เหมือนกัน

เคยไหมครับ เปิดรายงานมาแล้วเจอชื่อแคมเปญปนกันมั่วไปหมด บางอันพิมพ์ใหญ่ บางอันพิมพ์เล็ก บางอันเว้นวรรค บางอันขีดกลาง สุดท้ายระบบมองว่าเป็นคนละแคมเปญทั้งที่จริงคืออันเดียวกัน พอเป็นแบบนี้ ตัวเลขก็กระจัดกระจายจนวิเคราะห์อะไรไม่ได้เลย นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาไม่มีโครงสร้าง UTM

UTM ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่มันคือรากฐานของการวัดผลทั้งหมด ถ้ารากมั่ว ทุกอย่างที่ต่อยอดขึ้นไปก็มั่วตาม ยิ่งธุรกิจที่ยิงแอดเข้า LINE ยิ่งสำคัญ เพราะ UTM คือตัวที่พา ‘ที่มา’ ของลูกค้าติดตัวไปด้วยตอนเขากดเข้าไปทัก

บทความนี้ผมจะให้กติกาการตั้งชื่อที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ทฤษฎีลอย ๆ พร้อมกฎง่าย ๆ ไม่กี่ข้อที่ทำให้รายงานของคุณสะอาดขึ้นทันที และต่อยอดไปทำ รายงานบน Looker Studio ได้ง่ายในอนาคต

โครงสร้าง UTM มีอะไรบ้าง แต่ละช่องใช้ทำอะไร

UTM คือชุดพารามิเตอร์ที่ต่อท้าย URL หลังเครื่องหมายคำถาม ตัวหลักที่ควรใช้มีสามถึงห้าตัว แต่ละตัวมีหน้าที่ชัดเจน อย่าใช้ปนกันมั่ว:

  • utm_source — แหล่งที่มา เช่น มาจากแพลตฟอร์มไหน (facebook, google, tiktok)
  • utm_medium — ประเภทของทราฟฟิก เช่น cpc สำหรับแอดเสียเงิน หรือ organic สำหรับที่ไม่ได้จ่าย
  • utm_campaign — ชื่อแคมเปญ ควรตั้งให้สื่อว่าเป็นแคมเปญเรื่องอะไร ช่วงไหน
  • utm_content — ระบุชิ้นงาน เช่น ภาพ A กับภาพ B เพื่อเทียบว่าอันไหนได้ผลกว่า
  • utm_term — มักใช้กับคำค้น เหมาะกับสายที่ยิงตามคีย์เวิร์ด

กติกาการตั้งชื่อ กฎเหล็กที่ต้องตกลงกันก่อน

ปัญหาใหญ่ที่สุดของ UTM ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่อง ‘คนตั้งชื่อไม่เหมือนกัน’ ถ้าทีมสามคนตั้งชื่อแคมเปญเดียวกันคนละแบบ ระบบก็มองเป็นสามแคมเปญ ดังนั้นก่อนเริ่มต้องตกลงกติกาให้ชัด แล้วทุกคนทำตามเป๊ะ

  1. ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเสมอ เพราะระบบมองว่า Facebook กับ facebook เป็นคนละอัน
  2. ห้ามเว้นวรรค ให้ใช้ขีดกลางหรือขีดล่างแทน เช่น summer-sale ไม่ใช่ summer sale
  3. ตั้งชื่อให้สื่อความหมายและคาดเดาได้ เช่น ใส่เดือนหรือปีในชื่อแคมเปญเพื่อรู้ช่วงเวลา
  4. ทำเอกสารกลางหนึ่งหน้า ระบุคำที่อนุญาตให้ใช้ในแต่ละช่อง แล้วให้ทุกคนอ้างอิงจากที่เดียวกัน

UTM ทำงานยังไงเมื่อปลายทางคือ LINE OA

จุดที่หลายคนสับสนคือ ‘พอต่อ UTM กับลิงก์ LINE แล้ว มันวัดต่อในแชทได้เลยไหม’ คำตอบคือ UTM ทำหน้าที่บอกที่มาตอนคนกดลิงก์ แต่การพาข้อมูลนั้นเข้าไปผูกกับบทสนทนาในแชท เป็นอีกส่วนที่ต้องมีระบบรองรับ

พูดง่าย ๆ คือ UTM คือครึ่งแรกของเรื่อง มันบอกว่า ‘คนนี้มาจากแคมเปญไหน’ ส่วนครึ่งหลังคือการเชื่อมข้อมูลนั้นเข้ากับยอดที่ปิดในแชท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางระบบวัดผลที่ปิด ช่องว่างระหว่างคลิกกับการทัก

ถ้าวาง UTM ดีแต่ไม่มีตัวเชื่อมต่อไปยังแชท คุณก็จะรู้แค่ว่ามีคนคลิกจากแคมเปญไหน แต่ไม่รู้ว่าใครปิดการขายได้ ดังนั้น UTM ที่ดีคือจุดเริ่มต้นที่จำเป็น แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดของการวัดผลเข้า LINE

ตัวอย่างการวางโครงสร้างที่ใช้ได้จริง

เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างการตั้งค่าสำหรับแคมเปญเดียวกันแต่ต่างชิ้นงาน จะเห็นว่าเปลี่ยนแค่ utm_content เพื่อเทียบผลของแต่ละภาพ:

ช่องแคมเปญภาพ Aแคมเปญภาพ B
utm_sourcefacebookfacebook
utm_mediumcpccpc
utm_campaignsale-julsale-jul
utm_contentimage-aimage-b

ข้อผิดพลาดที่ทำให้รายงานเละ ต้องเลี่ยง

สุดท้ายนี้คือกับดักที่เจอบ่อยจนอยากเตือนไว้ ถ้าเลี่ยงได้ รายงานคุณจะสะอาดกว่าคนส่วนใหญ่มาก:

  • ตั้งชื่อไม่คงเส้นคงวา วันนี้ facebook พรุ่งนี้ fb ทำให้ข้อมูลกระจาย
  • ใส่ UTM กับลิงก์ภายในเว็บตัวเอง ทำให้ข้อมูลที่มาเพี้ยนและเกิด ปัญหา referral แปลก ๆ
  • ยัดข้อมูลลับหรือชื่อลูกค้าลงใน UTM เพราะมันเปิดเผยในลิงก์ ใครก็เห็นได้
  • ไม่ทำเอกสารกติกากลาง พอคนในทีมเปลี่ยน คนใหม่ก็ตั้งชื่อตามใจตัวเอง

สรุป

UTM คือรากฐานของการวัดผล ถ้าวางโครงสร้างการตั้งชื่อให้เป็นระบบตั้งแต่แรก รายงานจะสะอาดและอ่านออกทันที แต่ถ้าปล่อยให้แต่ละคนตั้งตามใจ ตัวเลขจะกระจัดกระจายจนวิเคราะห์ไม่ได้ กุญแจสำคัญคือตกลงกติกาแล้วทุกคนใช้เหมือนกัน

จำไว้ว่า UTM เป็นแค่ครึ่งแรกของเรื่อง มันพา ‘ที่มา’ ไปถึงประตู LINE แต่การผูกที่มานั้นเข้ากับยอดที่ปิดในแชทต้องมีระบบวัดผลรองรับต่อ วางรากให้แน่นก่อน แล้วส่วนที่เหลือจะต่อยอดง่ายขึ้นมาก

  • ตกลงกติกาการตั้งชื่อก่อน แล้วทุกคนใช้เหมือนกันเป๊ะ
  • พิมพ์เล็ก ห้ามเว้นวรรค ตั้งชื่อให้สื่อความหมาย
  • UTM บอกที่มาตอนคลิก แต่ต้องมีระบบเชื่อมเข้ายอดในแชทต่อ

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องใช้ UTM ครบทั้งห้าตัวไหม

ไม่จำเป็น สามตัวหลักคือ source, medium, campaign มักพอสำหรับการเริ่มต้น ส่วน content และ term ค่อยเพิ่มเมื่ออยากเทียบชิ้นงานหรือคำค้น สิ่งสำคัญกว่าคือใช้ตัวที่เลือกให้คงเส้นคงวาทุกครั้ง

ตั้งชื่อแคมเปญเป็นภาษาไทยใน UTM ได้ไหม

ทำได้แต่ไม่แนะนำ เพราะภาษาไทยในลิงก์อาจถูกแปลงเป็นรหัสยาว ๆ อ่านยากและมีโอกาสเพี้ยน ควรใช้อังกฤษตัวเล็กกับขีดกลางเพื่อความสะอาดและอ่านง่ายในรายงาน

ต่อ UTM แล้วลิงก์ยาวมาก จะย่อลิงก์ได้ไหม

ย่อได้ และช่วยให้ลิงก์ดูสะอาดขึ้นเวลาเอาไปวางในแอด แต่ควรเลือกตัวย่อลิงก์ที่คงพารามิเตอร์ UTM ไว้จริงเมื่อคลิกผ่าน ไม่ใช่ตัดทิ้ง ไม่งั้นข้อมูลที่มาจะหาย

ควรใส่ UTM กับลิงก์ที่ลิงก์กันเองในเว็บด้วยไหม

ไม่ควร เพราะจะทำให้ข้อมูลแหล่งที่มาของผู้เข้าชมเพี้ยน ระบบอาจนับคนเดิมเป็นคนใหม่จากแหล่งอื่น UTM ควรใช้กับลิงก์ที่มาจากภายนอกเข้าสู่เว็บหรือ LINE เท่านั้น

ถ้าทีมมีหลายคน จะคุมให้ตั้งชื่อเหมือนกันยังไง

ทำเอกสารกติกากลางหนึ่งหน้าที่ระบุคำที่อนุญาตในแต่ละช่อง แล้วให้ทุกคนอ้างอิงจากที่เดียว จะดีกว่าให้แต่ละคนตั้งตามใจ การมีมาตรฐานร่วมช่วยให้รายงานรวมกันได้โดยไม่กระจัดกระจาย

UTM วัดยอดที่ปิดในแชท LINE ได้เลยไหม

UTM บอกได้แค่ว่าคนมาจากแคมเปญไหนตอนกดลิงก์ ส่วนการเชื่อมข้อมูลนั้นเข้ากับยอดที่ปิดในแชทต้องมีระบบวัดผลเพิ่มอีกชั้น UTM จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จำเป็นแต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด

ลองตรวจด้วยตัวเอง

UTM Builder

สร้างลิงก์ UTM ตามมาตรฐานแพลตฟอร์มโฆษณา พร้อม preset และ naming convention

สร้างลิงก์ UTM

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เขียน Title Tag ให้คนคลิก แล้วตามหาส่วนลดต่อใน LINE

เขียน Title Tag ให้คนคลิก แล้วตามหาส่วนลดต่อใน LINE

Title Tag คือบรรทัดแรกที่ตัดสินว่าคนจะคลิกเข้าเว็บคุณหรือคลิกคู่แข่ง บทความนี้เล่าวิธีเขียนหัวข้อยั่วใจให้ได้ CTR สูงขึ้น แล้วส่งต่อคนกลุ่มนั้นเข้าไปทักใน LINE
ใช้ Google Search Console หาคีย์เวิร์ดที่พาคนเข้า LINE

ใช้ Google Search Console หาคีย์เวิร์ดที่พาคนเข้า LINE

Search Console บอกคุณตรง ๆ ว่าคนพิมพ์คำไหนแล้วเจอเว็บคุณ บทความนี้สอนอ่านรายงานให้เจอคีย์เวิร์ดที่ใกล้ปิดการขาย เพื่อทำคอนเทนต์ดึงคนกลุ่มนั้นไปทักใน LINE
Voice Search: ทำคอนเทนต์แบบไหนดึงคนค้นด้วยเสียงเข้า LINE

Voice Search: ทำคอนเทนต์แบบไหนดึงคนค้นด้วยเสียงเข้า LINE

คนค้นด้วยเสียงพิมพ์เป็นประโยคยาวและถามแบบคุยกับคน บทความนี้อธิบายว่าคอนเทนต์แบบไหนตอบโจทย์การค้นด้วยเสียง แล้วพาคนกลุ่มนั้นเข้ามาทักใน LINE