← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ลองวาดแผนที่ดูว่าข้อมูลลูกค้าร้านคุณไหลผ่านกี่ระบบ หลายคนตกใจตอนนับจริง

02 ส.ค. 04:19 · อ่าน 1 นาที
ลองวาดแผนที่ดูว่าข้อมูลลูกค้าร้านคุณไหลผ่านกี่ระบบ หลายคนตกใจตอนนับจริง

สรุปสั้น ๆ

ธุรกิจแชท LINE ยุคนี้มักไม่ได้ใช้แค่ LINE OA อย่างเดียว แต่ต่อกับเครื่องมืออื่นอีกหลายตัว เช่น ระบบบรอดแคสต์ ระบบ CRM หรือเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งแต่ละตัวล้วนเป็นจุดที่ข้อมูลลูกค้าไหลผ่าน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายที่เป็นทางการ แต่ชวนวาดแผนที่การไหลของข้อมูลเพื่อหาจุดเสี่ยงที่มองไม่เห็นในชีวิตประจำวัน

ลองทำแบบฝึกหัดสั้น ๆ นี้ดู หยิบกระดาษเปล่าสักแผ่น แล้วเขียนชื่อทุกเครื่องมือที่ร้านของคุณใช้อยู่ตอนนี้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หลายคนที่ลองทำจริงพบว่าตัวเลขมากกว่าที่คิดไว้เยอะ จาก LINE OA หลัก ไปถึงระบบบรอดแคสต์ที่แยกใช้ต่างหาก ระบบ CRM เก็บประวัติออเดอร์ เอเจนซี่ที่ดูแลโฆษณา และบางทีก็มีเครื่องมือช่วยแอดมินตอบแชทอัตโนมัติอีกตัวด้วย

แต่ละตัวที่เขียนลงไปนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกกันในหลักการคุ้มครองข้อมูลว่า 'ผู้ประมวลผลข้อมูลแทน' ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยงานเฉย ๆ เพราะเบื้องหลังคือข้อมูลลูกค้าของร้านถูกส่งออกไปให้บริษัทภายนอกเห็นหรือประมวลผลด้วย ซึ่งหลายร้านไม่เคยนึกถึงมุมนี้เลย

บทความนี้จะพาวาดแผนที่การไหลของข้อมูลแบบง่าย ๆ เพื่อให้เห็นภาพว่าข้อมูลลูกค้าออกไปสู่ที่ไหนบ้าง แล้วแต่ละจุดมีข้อตกลงรองรับหรือยัง

ทำไมการวาดแผนที่นี้ถึงสำคัญกว่าการจดรายชื่อเครื่องมือเฉย ๆ

การจดแค่รายชื่อเครื่องมือบอกได้แค่ว่าใช้อะไรบ้าง แต่ไม่บอกว่าข้อมูลไหลไปทางไหน เช่น ระบบบรอดแคสต์อาจเห็นแค่เบอร์โทร ในขณะที่เอเจนซี่โฆษณาอาจเห็นทั้งเบอร์ อีเมล และยอดการซื้อ การวาดเป็นแผนที่ทำให้เห็นว่าจุดไหนมีข้อมูลไหลมากหรือน้อยต่างกัน

อีกประโยชน์คือช่วยหาจุดที่ 'ข้อมูลไหลซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น' เช่น ข้อมูลชุดเดียวกันถูกส่งไปสองระบบที่ทำหน้าที่คล้ายกัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่ได้เพิ่มประโยชน์อะไรให้ธุรกิจเลย การเห็นภาพรวมแบบนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรยกเลิกเครื่องมือไหนที่ซ้ำซ้อน และยังช่วยตรวจว่าแต่ละจุดมีบันทึกความยินยอมรองรับการส่งข้อมูลไปให้ผู้ให้บริการนั้นแล้วหรือยัง

สำหรับร้านที่เคยทำaudit ข้อมูลลูกค้าประจำปีมาก่อน แผนที่นี้เป็นส่วนขยายที่ลงรายละเอียดเฉพาะเรื่องผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งมักเป็นจุดที่ audit ทั่วไปมองข้ามไปเพราะโฟกัสแต่ระบบภายในของร้านเอง

ขั้นตอนวาดแผนที่การไหลของข้อมูลแบบง่าย

  1. ลิสต์เครื่องมือ/ผู้ให้บริการภายนอกทั้งหมดที่แตะข้อมูลลูกค้า ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
  2. ระบุว่าแต่ละตัวเห็นข้อมูลอะไรบ้าง เช่น เห็นแค่เบอร์ หรือเห็นทั้งประวัติแชทและยอดซื้อ
  3. ระบุว่าแต่ละตัวมีข้อตกลงการใช้ข้อมูล (เช่น สัญญาหรือDPA) รองรับแล้วหรือยัง
  4. วาดลูกศรแสดงทิศทางที่ข้อมูลไหล เช่น จากแชท LINE OA ไปยังระบบบรอดแคสต์ แล้วไปต่อยังเอเจนซี่ เพื่อดูว่าจุดไหนเป็นจุดที่ข้อมูลไหลผ่านหลายต่อ
  5. ทำเครื่องหมายจุดที่ยังไม่มีข้อตกลงรองรับหรือยังไม่แน่ใจ เพื่อจัดลำดับว่าจุดไหนควรตามไปเคลียร์ก่อน

จุดที่มักถูกมองข้ามเวลาวาดแผนที่นี้

จุดที่มองข้ามทำไมถึงถูกมองข้าม
เครื่องมือแอดมินตอบแชทอัตโนมัติถูกมองว่าเป็นแค่ฟีเจอร์ในระบบเดิม ทั้งที่บางทีเป็นบริการแยกต่างหาก
ปลั๊กอินหรือส่วนเสริมที่ทีมติดตั้งเองแอดมินติดตั้งเองโดยไม่ผ่านการอนุมัติ จึงไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่
ฟรีแลนซ์ที่ช่วยงานชั่วคราวมองว่าเป็นคนช่วยงานทั่วไป ไม่ได้นับรวมเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล
ระบบสำรองข้อมูลบนคลาวด์มองว่าเป็นเรื่องเทคนิคล้วน ทั้งที่ข้อมูลลูกค้าก็ถูกสำรองไปเก็บไว้ด้วย

สรุป

ธุรกิจแชทยุคนี้แทบไม่มีร้านไหนใช้แค่เครื่องมือเดียวอีกต่อไป การวาดแผนที่การไหลของข้อมูลช่วยให้เห็นภาพที่มักถูกมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน ว่าข้อมูลลูกค้าถูกส่งออกไปหาใครบ้าง

ลองใช้เวลาสักครึ่งวันทำแบบฝึกหัดนี้กับทีม แล้วดูว่าตัวเลขที่ได้ตรงกับที่คุณคิดไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ หลายร้านที่ลองทำจริงพบว่าต้องกลับไปคุยกับผู้ให้บริการหลายเจ้าที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลย

  • ธุรกิจแชทมักใช้เครื่องมือหลายตัวที่แตะข้อมูลลูกค้าโดยไม่รู้ตัวว่ามีจำนวนมากแค่ไหน
  • วาดแผนที่การไหลของข้อมูลช่วยหาจุดที่ยังไม่มีข้อตกลงรองรับและจุดที่ข้อมูลไหลซ้ำซ้อน
  • ทบทวนแผนที่นี้ทุกครั้งที่เปลี่ยนเครื่องมือ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วปล่อยทิ้งไว้

คำถามที่พบบ่อย

ต้องทำแผนที่นี้ละเอียดขนาดไหนถึงจะพอ

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก แค่เห็นภาพรวมว่าเครื่องมือไหนแตะข้อมูลอะไรบ้างก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องละเอียดระดับผังงานทางเทคนิค สิ่งสำคัญคือครบถ้วนมากกว่าซับซ้อน

ถ้าพบว่ามีเครื่องมือที่ไม่มีข้อตกลงรองรับเลย ควรทำยังไง

ควรจัดลำดับความสำคัญตามปริมาณและความอ่อนไหวของข้อมูลที่เครื่องมือนั้นเห็น แล้วเริ่มทำข้อตกลงหรือพิจารณาเลิกใช้เครื่องมือนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

เครื่องมือฟรีที่ไม่มีสัญญาเป็นทางการ นับเป็นความเสี่ยงไหม

นับเช่นกัน เพราะแม้ไม่มีสัญญา แต่ถ้าข้อมูลลูกค้าถูกส่งเข้าไปประมวลผล ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องการใช้ข้อมูลนอกการควบคุมของร้านอยู่ดี ควรอ่านเงื่อนไขการใช้งานของเครื่องมือนั้นให้ละเอียด

ควรทำแผนที่นี้บ่อยแค่ไหน

ควรทำใหม่หรือทบทวนทุกครั้งที่มีการเพิ่มหรือเลิกใช้เครื่องมือ และควรทบทวนภาพรวมอย่างน้อยปีละครั้งควบคู่กับการทำ audit ข้อมูลลูกค้าประจำปี

ทีมเล็กที่ไม่มีคนสายเทคนิคเลย จะทำแผนที่นี้เองได้ไหม

ทำได้ เพราะขั้นตอนหลักคือการลิสต์และถามคำถามพื้นฐาน ไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคเชิงลึก ถ้าจุดไหนไม่แน่ใจว่าเครื่องมือนั้นเก็บข้อมูลแบบไหน สามารถสอบถามผู้ให้บริการโดยตรงได้

ระบบอย่าง linli นับเป็นจุดหนึ่งในแผนที่นี้ไหม

นับเช่นกัน เพราะเป็นระบบที่รับข้อมูล Conversion จากแชทไปประมวลผลต่อ ควรระบุไว้ในแผนที่เหมือนเครื่องมืออื่น ๆ พร้อมตรวจสอบว่ามีข้อตกลงการใช้ข้อมูลที่ชัดเจนรองรับ

อยากวัดผลโฆษณาเข้า LINE ให้ถึงยอดขาย?

ทดลองใช้ linli ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
คู่มือเริ่มต้น LINE Conversion Tracking ในไทย ตั้งแต่ติดตั้งจนวัดยอดขายจริง
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำ LINE Conversion Tracking บทความนี้รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่นิยาม Funnel ติดตั้งระบบ เชื่อมแพลตฟอร์ม จนถึงวางแผนช่วงทดลองใช้ให้ตัดสินใจได้จริงก่อนหมด Trial
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
LINE Tracking กับ PDPA ธุรกิจไทยควรเก็บข้อมูลอย่างไรให้เหมาะสม
ระบบ Tracking ไม่ได้ทำให้ธุรกิจผ่าน PDPA โดยอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายว่าธุรกิจยังต้องรับผิดชอบอะไรเองบ้าง ตั้งแต่ Legal Basis ไปจนถึงการจำกัดข้อมูลที่ส่งไปแพลตฟอร์มโฆษณา
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
วิธีติดตั้ง Tracking Link และ Tracking Script สำหรับปุ่ม LINE บนเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Tracking Link หรือ Script บนปุ่ม LINE ต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้เล่าขั้นตอนจริงตั้งแต่สิทธิ์เข้าถึงเว็บ ไปจนถึง Test Journey ก่อนเปิดใช้งาน ไม่ใช่แค่ก็อปโค้ดไปวาง