← กลับไปหน้าบทความ
แพลตฟอร์มโฆษณา

ทีมขายปิดดีลได้ทุกวัน แต่เจ้าของร้านไม่รู้เลยว่าดีลไหนมาจากโฆษณา Snapchat

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 3 นาที
ทีมขายปิดดีลได้ทุกวัน แต่เจ้าของร้านไม่รู้เลยว่าดีลไหนมาจากโฆษณา Snapchat
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Snap Pixel คือโค้ดจาวาสคริปต์ที่ติดตั้งบนเว็บไซต์เพื่อส่งข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้กลับไปหา Snapchat เช่นการดูหน้าเว็บ การกดปุ่ม หรือการซื้อสินค้า ธุรกิจต้องเลือก Event ให้ตรงกับ Journey จริงของตัวเอง และควรต่อ Conversions API เสริมด้วยสำหรับอีเวนต์ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์อย่างการปิดการขายในแชท

ทีมขายร้านหนึ่งปิดดีลได้ทุกวันผ่านการแชทใน LINE ยอดขายรวมรายเดือนดูไม่เลว แต่พอเจ้าของร้านลองถามว่าดีลเหล่านี้มาจากช่องทางไหนบ้าง ทีมขายตอบได้แค่ว่า 'ลูกค้าทักเข้ามาเอง' โดยไม่รู้เลยว่าใครมาจากโฆษณา Snapchat ที่กำลังจ่ายเงินอยู่ทุกเดือน กับใครมาจากการค้นหาชื่อร้านเองใน LINE

สาเหตุหลักของปัญหานี้มักไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด คือเว็บไซต์หรือ Landing Page ของร้านยังไม่ได้ติด Snap Pixel เลย ทำให้ไม่มีจุดใดในระบบที่รู้ว่าคนที่เข้ามาคนไหนมาจากการคลิกโฆษณา Snapchat บ้าง ทั้งที่การติดตั้งพื้นฐานไม่ได้ซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว

บทความนี้จะอธิบายว่า Snap Pixel คืออะไรกันแน่ ทำงานยังไง ควรเลือก Event ไหนให้ตรงกับแคมเปญ Conversion และมีข้อจำกัดอะไรที่ธุรกิจต้องรู้ก่อนพึ่งพา Pixel เพียงอย่างเดียว

Snap Pixel คืออะไรกันแน่

Snap Pixel คือชิ้นโค้ดจาวาสคริปต์ขนาดเล็กที่ธุรกิจติดตั้งไว้บนหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง ทำหน้าที่ส่งสัญญาณกลับไปหา Snapchat ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่กำหนดไว้เกิดขึ้น เช่นมีคนเปิดหน้าเว็บ ดูสินค้า กดปุ่มไปยัง LINE หรือกรอกฟอร์ม โดยทำงานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้เป็นตัวกลาง

หลักการทำงานของ Snap Pixel ไม่ต่างจาก Pixel ของแพลตฟอร์มโฆษณาอื่น ๆ ที่ธุรกิจอาจคุ้นเคยอยู่แล้ว คือฝังโค้ดไว้บนเว็บไซต์ครั้งเดียว แล้วกำหนดว่าหน้าไหนหรือปุ่มไหนที่เมื่อถูกกดแล้วจะยิงอีเวนต์อะไรกลับไป เพื่อให้ Snapchat รู้ว่าคนที่คลิกโฆษณาเข้ามาแล้วทำอะไรต่อบนเว็บไซต์บ้าง

จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ Snap Pixel ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติทั้งหมดโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย ธุรกิจยังต้องกำหนดเองว่าจะยิงอีเวนต์ไหนตอนไหน ไม่ใช่แค่ติดโค้ดพื้นฐานแล้วจบ เพราะถ้าไม่ได้กำหนด Event ให้ตรงกับ Journey จริง ข้อมูลที่ได้ก็จะไม่มีความหมายต่อการตัดสินใจ

Snap Pixel ทำงานทางเทคนิคยังไงเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเข้ามา

เมื่อมีคน Swipe-up โฆษณา Snapchat แล้วถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลายทาง ลิงก์นั้นจะมีตัวระบุคลิกแนบมาด้วยโดยอัตโนมัติ พอหน้าเว็บโหลดขึ้นมา โค้ด Snap Pixel ที่ฝังอยู่จะทำงานทันทีและส่งอีเวนต์ Page View กลับไปหา Snapchat พร้อมกับข้อมูลบริบทของหน้านั้น

หลังจากนั้นถ้าผู้ใช้ทำกิจกรรมอื่นต่อบนเว็บไซต์ เช่นกดปุ่มไปยัง LINE หรือกรอกฟอร์มติดต่อ ธุรกิจสามารถกำหนดให้ Snap Pixel ยิงอีเวนต์เพิ่มเติมตามการกระทำนั้นได้ เพื่อให้ Snapchat เห็นภาพว่าคนกลุ่มไหนมีแนวโน้มสนใจจริงมากกว่าแค่เข้ามาดูแล้วออกไป

ควรติด Event ไหนสำหรับแคมเปญ Conversion

ลักษณะธุรกิจEvent ที่ควรพิจารณาเหตุผล
ขายผ่านแชทใน LINELead หรือ Add to Cart (แทนการกดปุ่มไป LINE)สะท้อนความตั้งใจที่ชัดกว่าแค่การดูหน้าเว็บ
อีคอมเมิร์ซที่มีตะกร้าสินค้าAdd to Cart และ Purchaseครอบคลุมทั้งขั้นสนใจและขั้นปิดการขายจริง
ธุรกิจบริการที่มีฟอร์มนัดหมายSign Up หรือ Leadตรงกับจุดที่ลูกค้าตั้งใจให้ข้อมูลติดต่อกลับ

ขั้นตอนพื้นฐานก่อนติดตั้ง Snap Pixel

  1. เข้าถึงบัญชีโฆษณา Snapchat ที่มีสิทธิ์สร้างและจัดการ Pixel ได้
  2. สร้าง Pixel ในระบบ แล้วคัดลอกโค้ดพื้นฐานที่ได้มา
  3. วางโค้ดในส่วนที่ทุกหน้าของเว็บไซต์โหลดร่วมกัน เช่นผ่าน Tag Manager หรือแก้ไฟล์เทมเพลตหลัก
  4. กำหนดอีเวนต์เพิ่มเติมสำหรับปุ่มหรือฟอร์มสำคัญ เช่นปุ่มไปยัง LINE หรือฟอร์มติดต่อ
  5. ทดสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ Pixel ของ Snapchat ก่อนเริ่มยิงแคมเปญจริง เพื่อดูว่าอีเวนต์ที่ตั้งไว้ยิงถูกต้องหรือไม่

ข้อจำกัดของการพึ่ง Snap Pixel เพียงอย่างเดียว

เพราะ Snap Pixel ทำงานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ จึงมีโอกาสถูกบล็อกได้จากหลายสาเหตุ เช่นผู้ใช้ติดตั้ง Ad Blocker เปิดโหมดส่วนตัว หรือใช้เบราว์เซอร์ที่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อีเวนต์ที่ควรถูกส่งไปจะหายไปทันที ทั้งที่ผู้ใช้คนนั้นยังคงใช้งานเว็บไซต์และอาจกลายเป็นลูกค้าจริง

ข้อจำกัดที่สำคัญกว่านั้นคือ Snap Pixel เห็นเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าเว็บเท่านั้น ถ้าธุรกิจปิดการขายผ่านการพูดคุยใน LINE ที่ใช้เวลาหลายวันกว่าจะจบ Pixel จะไม่มีทางรู้เลยว่าดีลนั้นปิดสำเร็จแล้วหรือไม่ เพราะเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นนอกหน้าเว็บไซต์ทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจกลุ่มนี้ควรพิจารณาต่อ Conversions API เสริมด้วย ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ Pixel

Snap Pixel ต่างจากการวัดผลในแอปหรือ LINE OA เองยังไง

หลายธุรกิจสับสนว่า Snap Pixel ทำหน้าที่เดียวกับสถิติที่เห็นในหลังบ้าน LINE Official Account หรือไม่ ความจริงคือทั้งสองระบบวัดคนละจุดกัน LINE OA บอกได้แค่ว่ามีคนเพิ่มเพื่อนหรือทักแชทเข้ามากี่คน แต่ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นมาจากช่องทางไหน เพราะ LINE OA ไม่ได้เชื่อมกับระบบโฆษณา Snapchat โดยตรง

Snap Pixel ในทางกลับกันรู้ว่าคนที่เข้าเว็บไซต์มาจากโฆษณา Snapchat ตัวไหน แต่ไม่รู้ว่าหลังจากกดปุ่มไป LINE แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ การจะเห็นภาพครบทั้งสองฝั่งจึงต้องอาศัยการเชื่อมข้อมูลระหว่างจุดที่ Pixel มองเห็นกับจุดที่ระบบหลังบ้านของ LINE บันทึกไว้ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ระบบวัดผล LINE conversion อย่าง linli ใช้อยู่ คือรับตัวระบุคลิกจากต้นทาง แล้วส่งอีเวนต์ปลายทางกลับไปให้แพลตฟอร์มโฆษณาจับคู่ได้

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยตอนเลือก Event ให้ Snap Pixel

ธุรกิจจำนวนมากที่เพิ่งเริ่มติด Snap Pixel มักเลือก Event ตามชื่อที่ฟังดูสำคัญที่สุด เช่นเลือก Purchase ทั้งที่ธุรกิจตัวเองไม่มีระบบชำระเงินบนเว็บไซต์เลย หรือเลือก Sign Up ทั้งที่ไม่มีขั้นตอนสมัครสมาชิกใด ๆ ในความเป็นจริง ผลคือ Event ที่ตั้งไว้ไม่เคยถูกยิงจริง เพราะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ตั้งแต่แรก

อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่ายิ่งติด Event เยอะยิ่งดี จึงยัดทุก Event ที่ระบบมีให้ลงไปพร้อมกันโดยไม่คิดว่าแต่ละอันสื่อความหมายอะไร ผลคือรายงานที่ได้กลับมามีอีเวนต์เต็มไปหมดแต่ไม่มีอันไหนที่ใช้ตัดสินใจได้จริง เพราะไม่มีลำดับความสำคัญว่า Event ไหนคือ Conversion หลักของธุรกิจ

ทางที่ถูกต้องคือเริ่มจากถามตัวเองก่อนว่า Journey ของลูกค้าจริงมีขั้นตอนอะไรบ้างตั้งแต่เข้าเว็บไซต์จนถึงกลายเป็นลูกค้า แล้วเลือก Event ที่ตรงกับขั้นตอนเหล่านั้นจริง ไม่ใช่เลือกตามชื่อที่ดูดีในรายการ Event มาตรฐานของ Snapchat

ตัวอย่างสมมติ ใช้ข้อมูลจาก Snap Pixel คำนวณต้นทุนต่อ Lead

เพื่อให้เห็นว่าข้อมูลจาก Snap Pixel มีประโยชน์แค่ไหนเมื่อเลือก Event ถูกต้อง ลองไล่ตัวอย่างสมมติ (เป็นตัวเลขประกอบกรอบวิเคราะห์เท่านั้น) สมมติร้านหนึ่งใช้งบโฆษณา Snapchat เดือนละ 20,000 บาท และตั้ง Event Lead ไว้ตรงปุ่มกดไปยัง LINE บนหน้าเว็บ พบว่ามีคนกดปุ่มนี้ 250 ครั้งในเดือนนั้น

เมื่อนำ 20,000 หารด้วย 250 จะได้ต้นทุนต่อ Lead เท่ากับ 80 บาทต่อคน ตัวเลขนี้ยังไม่ได้บอกว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะต้องเทียบกับมูลค่าเฉลี่ยที่ธุรกิจได้รับต่อ Lead หนึ่งคนด้วย ถ้าสมมติว่าจากทีมขายมี Lead ประมาณ 1 ใน 5 คนที่ปิดการขายได้ และมูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์อยู่ที่ 1,200 บาท ก็แปลว่า 250 Lead น่าจะสร้างยอดขายราว 50 ออเดอร์ คิดเป็นรายได้ประมาณ 60,000 บาท ซึ่งสูงกว่างบที่ใช้ไป

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการมี Event Lead ที่ตั้งถูกจุดช่วยให้ธุรกิจคำนวณต้นทุนและประเมินความคุ้มค่าได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจอาจรู้แค่ว่าจ่ายค่าแอด 20,000 บาท แต่ไม่รู้เลยว่าเงินก้อนนั้นสร้าง Lead ได้กี่คนในราคาเท่าไรต่อคน

ตรวจสอบว่า Snap Pixel ทำงานถูกต้องแล้วหรือยัง

  • ใช้เครื่องมือ Debug หรือ Extension ตรวจสอบ Pixel ของ Snapchat เพื่อดูว่าอีเวนต์ยิงออกไปจริงตอนทำกิจกรรมบนเว็บไซต์
  • ทดลองเดินทาง Journey จริงด้วยตัวเองอย่างน้อยหนึ่งรอบ ตั้งแต่คลิกโฆษณาจนถึงจุดที่ควรยิงอีเวนต์สุดท้าย
  • ตรวจว่าอีเวนต์ที่ยิงมีค่า Value และ Currency ถูกต้องเมื่อเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ไม่ใช่ปล่อยว่างหรือใส่ค่าเริ่มต้นที่ไม่ตรงความจริง
  • ตรวจซ้ำหลังมีการแก้ไขเว็บไซต์ทุกครั้ง เพราะการเปลี่ยนโครงสร้างหน้าเว็บอาจทำให้โค้ด Pixel หยุดทำงานโดยไม่มีใครรู้ตัว

สรุป

ทีมขายที่ปิดดีลได้ทุกวันโดยไม่รู้ว่าดีลไหนมาจากโฆษณา Snapchat มักไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาดจุดเชื่อมข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง ซึ่ง Snap Pixel คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เว็บไซต์เริ่มพูดคุยกับระบบโฆษณาได้

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือตรวจว่าเว็บไซต์หรือ Landing Page ของธุรกิจติด Snap Pixel แล้วหรือยัง แล้วทดสอบว่าอีเวนต์ที่ตั้งไว้ตรงกับ Journey จริงของลูกค้าหรือไม่ ก่อนจะขยับไปวางแผนต่อ Conversions API สำหรับอีเวนต์ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์

  • Snap Pixel คือโค้ดที่ติดบนเว็บไซต์เพื่อส่งพฤติกรรมของผู้ใช้กลับไปหา Snapchat ผ่านเบราว์เซอร์
  • ต้องเลือก Event ให้ตรงกับ Journey จริง ไม่ใช่ติดโค้ดพื้นฐานแล้วจบ
  • Pixel เห็นแค่สิ่งที่เกิดบนหน้าเว็บ ธุรกิจที่ปิดการขายผ่านแชทควรต่อ Conversions API เสริมด้วย
  • ทดสอบและตรวจสอบ Pixel เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไขเว็บไซต์ทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Snap Pixel ต้องมีความรู้เขียนโค้ดถึงจะติดตั้งได้ไหม

การติดตั้งพื้นฐานอาจทำผ่านเครื่องมือจัดการแท็กได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ แต่การกำหนดอีเวนต์เฉพาะสำหรับปุ่มหรือฟอร์มบางอย่างอาจต้องมีคนที่เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์อยู่บ้าง

ติด Snap Pixel แล้วเห็นข้อมูลลูกค้าที่ทักเข้า LINE ทันทีไหม

ไม่ทันที เพราะ Pixel เห็นแค่พฤติกรรมบนหน้าเว็บไซต์เท่านั้น การจะรู้ว่าใครทักแชทเข้า LINE แล้วปิดการขายได้ต้องอาศัยการเชื่อมข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างเว็บไซต์กับระบบหลังบ้านของ LINE

Snap Pixel กับ Snapchat Conversions API เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งพอไหม

ใช้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันจะให้ภาพที่ครบกว่า เพราะ Pixel เห็นพฤติกรรมเรียลไทม์บนหน้าเว็บ ส่วน Conversions API ช่วยส่งอีเวนต์ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์หรือหลังผู้ใช้ปิดหน้าเว็บไปแล้ว

ถ้าไม่มีเว็บไซต์เลย ยังต้องติด Snap Pixel ไหม

ถ้าไม่มีเว็บไซต์และพาผู้ใช้ไป LINE โดยตรง Snap Pixel จะไม่มีที่ให้ติดตั้ง ในกรณีนี้ควรพิจารณาใช้ Tracking Link ตัวกลางที่ควบคุมได้ ควบคู่กับการต่อ Conversions API แทน

ทำไมยิงแอด Conversion แล้วผลลัพธ์ยังไม่ดีขึ้นทั้งที่ติด Pixel แล้ว

อาจเกิดจากปริมาณอีเวนต์ที่มีอยู่ยังน้อยเกินไปให้ระบบเรียนรู้ หรือเลือก Event ที่ไม่ตรงกับ Journey จริงของธุรกิจ ควรตรวจว่าอีเวนต์ที่ใช้เป็น Conversion หลักสะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจจริงหรือไม่ก่อนสรุปว่าแคมเปญไม่ได้ผล

ต้องติด Snap Pixel ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเว็บไซต์ไหม

ต้องตรวจสอบและติดตั้งใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนแพลตฟอร์มเว็บไซต์หรือปรับโครงสร้างหน้าเว็บครั้งใหญ่ เพราะโค้ดเดิมอาจไม่ได้ถูกย้ายมาด้วยหรือทำงานผิดจากที่ตั้งใจไว้

เลือก Event ผิดไปแล้วแก้ทีหลังได้ไหม

แก้ได้ แต่ควรบันทึกวันที่เปลี่ยนไว้เสมอ เพราะตัวเลขก่อนและหลังเปลี่ยน Event อาจตีความต่างกัน และควรให้เวลาระบบเก็บข้อมูลใหม่สักระยะก่อนเปรียบเทียบผลลัพธ์กับช่วงก่อนหน้า

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แอดมินตอบแชทวันละหลายสิบเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ไงว่าเคสไหนสร้างยอดขาย

แอดมินตอบแชทวันละหลายสิบเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ไงว่าเคสไหนสร้างยอดขาย

ROAS ใน Snapchat Ads Manager คำนวณจาก Conversion Value ที่ระบบได้รับ แต่ถ้าไม่มีจุดเชื่อมระหว่างแคมเปญกับยอดขายที่แอดมินปิดได้จริงในแชท ตัวเลข ROAS ที่เห็นก็ยังเป็นแค่ภาพครึ่งเดียวของความจริง
ทำไมยอดขายหน้าร้านที่มาจากแอดไม่เคยโผล่ในรายงานโฆษณาเลย

ทำไมยอดขายหน้าร้านที่มาจากแอดไม่เคยโผล่ในรายงานโฆษณาเลย

ร้านที่มีทั้งหน้าร้านและยิงแอดออนไลน์มักเจอปัญหาเดียวกัน คือลูกค้าเห็นแอดแล้วเดินมาซื้อของที่หน้าร้านจริง แต่ระบบโฆษณากลับไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด เพราะไม่มีใครส่งข้อมูลยอดขายจาก POS กลับไปบอกมัน
โฆษณากดแล้วเด้งเข้าไลน์ทันที แต่คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ ควรแก้จุดไหนก่อน

โฆษณากดแล้วเด้งเข้าไลน์ทันที แต่คนเปิดแชทแล้วหายเงียบ ควรแก้จุดไหนก่อน

Click to Message Ads คือโฆษณาที่พาคนกดเข้าแชทโดยตรงโดยไม่ผ่านหน้าเว็บ แต่หลายร้านเจอปัญหาคนเปิดแชทแล้วไม่พิมพ์อะไรต่อ บทความนี้อธิบายว่าปัญหานี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และควรแก้จุดไหนก่อนตามลำดับ