← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ขายซอฟต์แวร์คุมคุณภาพให้โรงหลอมโลหะเฉพาะทาง วัดผลยังไงเมื่อผู้ซื้อทั่วประเทศมีแค่ 40 ราย

ทีมบรรณาธิการ linli10 ก.ค. 12:13อัปเดต 10 ก.ค. 12:13อ่าน 1 นาที
ขายซอฟต์แวร์คุมคุณภาพให้โรงหลอมโลหะเฉพาะทาง วัดผลยังไงเมื่อผู้ซื้อทั่วประเทศมีแค่ 40 ราย
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เมื่อผู้ซื้อที่มีศักยภาพจริงทั้งประเทศมีอยู่แค่ 40 ราย การวัดผลแบบเปอร์เซ็นต์คอนเวอร์ชันหรือค่าเฉลี่ยรายเดือนแทบไม่มีความหมาย สิ่งที่ต้องทำแทนคือติดตามผู้ซื้อแต่ละรายเป็นรายชื่อ ไม่ใช่เป็นตัวเลขรวม

บริษัทหนึ่งพัฒนาซอฟต์แวร์คุมคุณภาพเฉพาะสำหรับโรงหลอมโลหะขนาดกลางที่ผลิตชิ้นส่วนแม่นยำสูง ซึ่งเป็นตลาดที่เฉพาะเจาะจงมากจนเมื่อนับผู้ประกอบการที่มีขนาดและกระบวนการผลิตตรงกับสิ่งที่ซอฟต์แวร์ออกแบบมารองรับ กลับพบว่าทั่วประเทศไทยมีอยู่ไม่ถึง 40 ราย

ทีมการตลาดที่เคยทำงานกับสินค้าตลาดกว้างมาก่อน พอมาเจอตัวเลขนี้ก็งงว่าจะวางแผนยังไงดี เพราะสูตรที่คุ้นเคยอย่าง 'อัตราปิดการขาย 2%' หรือ 'ต้องการลีดเดือนละ 500 คน' ใช้ไม่ได้เลยกับตลาดที่ผู้ซื้อทั้งหมดมีน้อยกว่าจำนวนลีดที่เคยต้องการในหนึ่งวัน

บทความนี้จะเล่าว่าเมื่อขนาดตลาดเล็กถึงระดับนี้ การวัดผลควรเปลี่ยนกรอบคิดยังไง จากการดูภาพรวมเป็นเปอร์เซ็นต์ ไปเป็นการติดตามผู้ซื้อแต่ละรายอย่างละเอียด

ทำไมตัวเลขเปอร์เซ็นต์ถึงใช้ไม่ได้ผลเมื่อฐานมีแค่ 40 ราย

ลองคิดดูว่าถ้าคุณคุยกับผู้ซื้อ 5 รายในเดือนนี้ แล้วปิดได้ 1 ราย นั่นคืออัตราปิดการขาย 20% ซึ่งฟังดูดีมาก แต่ตัวเลขนี้ผันผวนรุนแรงมากเพราะฐานมันเล็ก ถ้าเดือนหน้าคุยแค่ 3 รายแล้วปิดไม่ได้เลย อัตราจะร่วงเหลือ 0% ทันที ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจแค่ยังไม่ถึงรอบที่ผู้ซื้อพร้อมตัดสินใจ

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ถูกออกแบบมาให้มีความหมายเมื่อฐานตัวอย่างใหญ่พอที่ความผันผวนแบบสุ่มจะหักล้างกันเอง แต่เมื่อฐานมีแค่หลักสิบราย ตัวเลขแบบนี้จะแกว่งไปมาจนไม่มีความหมายทางสถิติจริง ๆ การเอาไปใช้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จึงอันตราย

เปลี่ยนจากวัดเปอร์เซ็นต์ เป็นติดตามเป็นรายชื่อ

บริษัทสถานะล่าสุดการกระทำถัดไป
โรงหลอม Aทักถามผ่าน LINE แล้ว รอใบเสนอราคาส่งใบเสนอราคาภายในสัปดาห์นี้
โรงหลอม Bเคยคุยเมื่อ 3 เดือนก่อน เงียบไปติดตามพร้อมเคสใหม่ที่ใกล้เคียงธุรกิจเขา
โรงหลอม Cยังไม่เคยติดต่อหาช่องทางเข้าถึงผ่านงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม
โรงหลอม Dปิดการขายแล้วดูแลหลังขายเพื่อขอ referral ไปยังรายอื่น

'วัดผล' ในสเกลนี้หมายถึงอะไรกันแน่

สำหรับตลาดที่ผู้ซื้อมีจำกัดขนาดนี้ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ 'อัตราคอนเวอร์ชัน' แต่คือ 'แผนที่ความสัมพันธ์' กับผู้ซื้อแต่ละรายว่าอยู่ในขั้นไหน เพราะการตัดสินใจซื้อซอฟต์แวร์คุมคุณภาพราคาหลักแสนมักไม่ได้เกิดจากการเห็นโฆษณาครั้งเดียวแล้วทักซื้อ แต่ต้องผ่านการพูดคุยหลายรอบกับหลายคนในบริษัทเดียวกัน

การผูกแชทกับที่มาของแอดยังจำเป็นอยู่ แต่เป้าหมายเปลี่ยนจาก 'ดูว่าชุดโฆษณาไหนให้คอนเวอร์ชันสูงสุด' เป็น 'รู้ว่าใครในบริษัทนั้นเป็นคนตัดสินใจและเขาสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ' เพราะข้อมูลแบบนี้มีค่ากว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์มากในตลาดที่แคบขนาดนี้

อีกมุมที่สำคัญคือ เมื่อผู้ซื้อมีจำกัด การเสียโอกาสกับรายใดรายหนึ่งมีต้นทุนสูงกว่าตลาดใหญ่มาก เพราะไม่ใช่ว่าพลาดรายนี้แล้วจะมีรายใหม่เข้ามาแทนที่ได้ง่าย ๆ ทุกการสนทนาจึงต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียดเป็นรายกรณี ไม่ใช่ปล่อยไหลตามระบบอัตโนมัติเหมือนตลาดที่มีลีดจำนวนมาก

วางระบบยังไงให้จับทุกรายชื่อได้ไม่หลุด

  • ทำรายชื่อผู้ซื้อที่มีศักยภาพทั้ง 40 รายไว้ล่วงหน้า แล้วผูกกับสถานะการติดต่อในระบบเดียว ไม่ว่าจะติดต่อผ่าน LINE อีเมล หรือพบตัวที่งานแสดงสินค้า
  • เมื่อมีคนทักเข้า LINE ให้เช็กทันทีว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อ 40 รายหรือเป็นรายใหม่ที่ยังไม่เคยอยู่ในเรดาร์ เพราะสองกรณีนี้ต้องการการตอบสนองต่างกัน
  • บันทึกรายละเอียดการสนทนาทุกครั้งให้ละเอียดกว่าปกติ เพราะรอบการขายยาวและมีคนเกี่ยวข้องหลายคน การจำจากความจำอย่างเดียวเสี่ยงต่อการหลุดรายละเอียดสำคัญ
  • ทบทวนสถานะรายชื่อทั้งหมดเป็นประจำทุกเดือน ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขคอนเวอร์ชันรวม เพื่อไม่ให้มีรายไหนถูกลืมไปเงียบ ๆ

สรุป

เมื่อผู้ซื้อ B2B มีอยู่จริงแค่หลักสิบราย การวัดผลแบบเปอร์เซ็นต์และค่าเฉลี่ยที่ใช้ได้ดีกับตลาดใหญ่จะกลายเป็นตัวเลขที่ผันผวนจนไม่มีความหมาย สิ่งที่ควรทำแทนคือติดตามผู้ซื้อแต่ละรายเป็นรายชื่ออย่างละเอียด

การผูกแชทกับที่มาของแอดยังมีประโยชน์ แต่เป้าหมายเปลี่ยนจากการหาคอนเวอร์ชันสูงสุด เป็นการรู้จักผู้ซื้อแต่ละรายให้ลึกพอที่จะดูแลความสัมพันธ์ระยะยาวได้อย่างไม่หลุดมือ

  • ฐานผู้ซื้อเล็กทำให้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ผันผวนจนใช้ตัดสินใจไม่ได้
  • ติดตามผู้ซื้อแต่ละรายเป็นรายชื่อ แทนการดูภาพรวมเป็นอัตราส่วน
  • การเสียโอกาสแต่ละรายมีต้นทุนสูงในตลาดที่ผู้ซื้อจำกัด ต้องดูแลอย่างละเอียด

คำถามที่พบบ่อย

ตลาดที่มีผู้ซื้อแค่หลักสิบราย ยังจำเป็นต้องยิงแอดออนไลน์ไหม

ยังจำเป็นอยู่ แต่บทบาทเปลี่ยนจากการหาลีดจำนวนมากเป็นการสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือกับกลุ่มผู้ซื้อที่จำกัดอยู่แล้ว ควบคู่กับช่องทางอื่นอย่างงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมหรือการแนะนำต่อ

ควรใช้อัตราคอนเวอร์ชันเป็นตัวชี้วัดหลักไหมสำหรับตลาดขนาดนี้

ไม่ควรใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก เพราะฐานตัวอย่างเล็กเกินไปจนตัวเลขผันผวนไม่มีความหมาย ควรใช้สถานะของผู้ซื้อแต่ละรายเป็นตัวชี้วัดแทน

ถ้าคุยกับผู้ซื้อรายหนึ่งแล้วเงียบไปนาน ควรตัดออกจากรายชื่อเลยไหม

ไม่ควรตัดออก เพราะในตลาดที่ผู้ซื้อมีจำกัด การเสียโอกาสกับรายใดรายหนึ่งมีต้นทุนสูง ควรเก็บไว้ในสถานะ 'รอติดตาม' แล้วกลับไปหาใหม่พร้อมข้อมูลหรือเคสใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม

จำเป็นต้องใช้ระบบ CRM ใหญ่สำหรับผู้ซื้อแค่ 40 รายไหม

ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ต้องมีระบบที่ผูกทุกช่องทางการติดต่อเข้าด้วยกันเป็นรายชื่อเดียว แม้จะเป็นสเปรดชีตที่จัดระเบียบดีก็ใช้ได้ในช่วงเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอในการอัปเดตสถานะ

จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่ทัก LINE เข้ามาเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจจริงในบริษัท

ให้ถามตรง ๆ อย่างสุภาพในช่วงต้นของการสนทนาว่าเขามีบทบาทอะไรในกระบวนการตัดสินใจ เพราะการขาย B2B มูลค่าสูงมักมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน การรู้บทบาทตั้งแต่ต้นช่วยวางแผนการสื่อสารได้ตรงจุดกว่า

มีเครื่องมือที่ช่วยผูกแชท LINE กับรายชื่อผู้ซื้อ B2B แบบนี้ไหม

มี เช่นระบบอย่าง linli ที่ผูกที่มาของแอดกับบทสนทนาในแชท ซึ่งช่วยให้เห็นว่าใครในบริษัทเป้าหมายเคยติดต่อมาแล้วบ้าง แต่สิ่งสำคัญกว่าเครื่องมือคือวินัยในการอัปเดตสถานะของแต่ละรายให้ครบถ้วน

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA — linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำคอนเทนต์ลึกแค่ไหนถึงพอ ก่อนที่หน้าเยอะเกินจะแย่งคลิกแชทกันเอง

ทำคอนเทนต์ลึกแค่ไหนถึงพอ ก่อนที่หน้าเยอะเกินจะแย่งคลิกแชทกันเอง

ยิ่งเขียนคอนเทนต์ลึกครอบคลุมทุกคำค้นย่อย ยิ่งดูดีต่อ SEO แต่ถ้าหน้าเยอะเกินไปจนแย่งอันดับกันเอง ยอดแชทรวมอาจไม่เพิ่มตามจำนวนหน้า บทความนี้ชวนคิดเรื่องจุดพอดี
ความเร็วเว็บ มือถือ และ Schema มีความหมายแค่ไหน เมื่อยอดขายจริงเกิดขึ้นนอกเว็บในแชท

ความเร็วเว็บ มือถือ และ Schema มีความหมายแค่ไหน เมื่อยอดขายจริงเกิดขึ้นนอกเว็บในแชท

หลายทีมมองว่า technical SEO เป็นเรื่องเทคนิคที่ไม่เกี่ยวกับยอดขาย แต่ความเร็วเว็บและ Schema กลับส่งผลต่ออัตราการกดแชทมากกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้อธิบายว่าทำไม
เขียนหลายสิบบทความเรื่องเดียวกันให้กลายเป็น Topic Authority โดยไม่แย่งอันดับกันเอง

เขียนหลายสิบบทความเรื่องเดียวกันให้กลายเป็น Topic Authority โดยไม่แย่งอันดับกันเอง

บทความจำนวนมากในหัวข้อเดียวช่วยสร้างความเชี่ยวชาญในสายตา Google ได้จริง แต่ถ้าวางโครงสร้างผิด มันจะแย่งอันดับกันเองจนไม่มีบทไหนขึ้นสูง บทความนี้เสนอวิธีวางโครงให้เสริมกัน