← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

แคมเปญทั่วประเทศที่ภาคใต้ปิดการขายดีกว่าภาคกลางสามเท่า แต่งบกลับจัดสรรเท่ากันทุกภาค

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:24อัปเดต 12 ก.ค. 04:24อ่าน 1 นาที
แคมเปญทั่วประเทศที่ภาคใต้ปิดการขายดีกว่าภาคกลางสามเท่า แต่งบกลับจัดสรรเท่ากันทุกภาค
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

แคมเปญระดับประเทศที่แบ่งงบเท่ากันทุกภูมิภาคตามความเคยชิน มักพลาดโอกาสจากภูมิภาคที่ปิดการขายได้ดีกว่าจริง ๆ การแยกดูข้อมูลคนทักเข้า LINE OA เป็นรายภาค ทั้งจำนวน อัตราปิดการขาย และเวลาที่คนสนใจมากที่สุดในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้จัดสรรงบใหม่ได้ตรงกับพฤติกรรมจริงมากกว่าการแบ่งเท่า ๆ กันแบบเดิม

แคมเปญของลูกค้ารายหนึ่งที่ลงพร้อมกันทั่วประเทศ วางงบแบบแบ่งเท่ากันสี่ภาค ภาคละ 25% ตามความเคยชินที่ทำมาหลายปี พอจบแคมเปญแล้วนั่งไล่ดูตัวเลขแยกภาค กลับพบสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ภาคใต้ที่ได้งบเท่ากับภาคอื่น กลับมีอัตราปิดการขายสูงกว่าภาคกลางเกือบสามเท่า ทั้งที่จำนวนคนทักเข้ามาไม่ได้ต่างกันมาก

คำถามที่ตามมาคือ ถ้าปีหน้าเราจัดสรรงบให้ภาคใต้มากขึ้นตามสัดส่วนที่ปิดการขายได้ดีกว่า จะทำให้ยอดขายรวมทั้งประเทศเพิ่มขึ้นได้แค่ไหน คำตอบคือไม่มีใครรู้แน่ชัด เพราะไม่เคยมีข้อมูลแยกรายภาคที่ละเอียดพอจะเอามาคำนวณจริง ๆ มาก่อน

บทความนี้เล่าวิธีที่เราเริ่มเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล LINE OA แยกรายภาคสำหรับแคมเปญระดับประเทศ และผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปหลังปรับสัดส่วนงบตามข้อมูลจริงในปีถัดมา

ทำไมการแบ่งงบเท่ากันทุกภาคถึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป

การแบ่งงบเท่ากันทุกภาคเป็นวิธีที่ง่ายและดูเป็นธรรม แต่มันตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าทุกภูมิภาคมีพฤติกรรมผู้บริโภคใกล้เคียงกัน ซึ่งในความเป็นจริงแทบไม่เคยเป็นแบบนั้น ความหนาแน่นของคู่แข่งในพื้นที่ ราคาสื่อ พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ และแม้แต่ความคุ้นเคยกับการซื้อของผ่านแชท ล้วนต่างกันในแต่ละภูมิภาค

ปัญหาคือถ้าไม่มีข้อมูลแยกรายภาคที่ละเอียดพอ ทีมมีเดียก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าการแบ่งงบเท่ากันนั้นกำลังทิ้งโอกาสในภาคที่ปิดการขายได้ดีกว่า หรือกำลังเผางบในภาคที่ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร การเก็บข้อมูลระดับภูมิภาคจึงไม่ใช่แค่รายละเอียดปลีกย่อย แต่เป็นกุญแจสำคัญของการจัดสรรงบให้คุ้มค่าที่สุด

ตัวเลขเปรียบเทียบรายภาคจากแคมเปญสมมติ

ภูมิภาคงบที่ได้รับคนทักเข้า LINE OAอัตราปิดการขาย
ภาคกลาง (รวม กทม.)25%~2,400 คน~11%
ภาคเหนือ25%~1,600 คน~15%
ภาคใต้25%~1,500 คน~29%
ภาคอีสาน25%~2,100 คน~17%

อะไรบ้างที่อาจอธิบายความต่างระหว่างภูมิภาค

  • ความหนาแน่นของคู่แข่งในแต่ละพื้นที่ ภาคที่มีคู่แข่งลงโฆษณาชนกันเยอะ มักทำให้คนที่ทักเข้ามาเทียบราคาหลายเจ้าก่อนตัดสินใจ ทำให้อัตราปิดการขายต่ำกว่า
  • ช่วงเวลาที่คนในแต่ละภาคว่างจากงานต่างกัน บางภาคคนทักเข้ามาตอนกลางวันเยอะเพราะลักษณะงานยืดหยุ่นกว่า การตั้งเวลายิงโฆษณาให้ตรงกับพฤติกรรมภูมิภาคช่วยได้มาก คล้ายกับหลักการปรับการจัดสรรงบส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
  • สคริปต์แอดมินที่ใช้เหมือนกันทุกภาค อาจไม่เข้ากับสำเนียงหรือวิธีพูดคุยที่คนในบางภูมิภาคคุ้นเคย การปรับโทนการตอบให้ใกล้เคียงกับพื้นที่นั้น ๆ อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มอัตราปิดการขายได้

ขั้นตอนปรับสัดส่วนงบตามข้อมูลภูมิภาคสำหรับแคมเปญถัดไป

  1. แยกเก็บข้อมูลคนทักเข้า LINE OA ตามภูมิภาคอย่างน้อยหนึ่งแคมเปญก่อนตัดสินใจปรับ เพื่อไม่ให้ใช้ข้อมูลจากแคมเปญเดียวที่อาจมีปัจจัยพิเศษปนอยู่ คล้ายกับแนวทางการขยายระบบ LINE OA หลายบัญชีตามภูมิภาคเพื่อให้แยกข้อมูลได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
  2. คำนวณสัดส่วนงบใหม่จากอัตราปิดการขายจริง ไม่ใช่แค่จำนวนคนทัก เพราะภูมิภาคที่คนทักเยอะแต่ปิดยาก อาจไม่คุ้มเท่าภูมิภาคที่คนทักน้อยกว่าแต่ปิดง่ายกว่ามาก
  3. ปรับงบทีละน้อยในรอบแรก ไม่ควรเปลี่ยนสัดส่วนแบบสุดขั้วทันที เพราะปัจจัยภูมิภาคอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาลหรือเหตุการณ์เฉพาะช่วงได้เช่นกัน
  4. ทดสอบซ้ำอีกอย่างน้อยหนึ่งแคมเปญหลังปรับ เพื่อยืนยันว่าแพทเทิร์นที่เห็นเป็นแนวโน้มจริง ไม่ใช่ความบังเอิญของแคมเปญเดียว

สรุป

การแบ่งงบเท่ากันทุกภูมิภาคเป็นวิธีที่ปลอดภัยแต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มค่าที่สุด เมื่อมีข้อมูลคนทักเข้า LINE OA แยกรายภาคมากพอ จะเห็นว่าแต่ละพื้นที่มีพฤติกรรมและอัตราปิดการขายต่างกันชัดเจนกว่าที่คิด

การปรับสัดส่วนงบตามข้อมูลจริงไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ แต่ควรเป็นกระบวนการที่ทบทวนทุกแคมเปญ เพราะพฤติกรรมของแต่ละภูมิภาคก็เปลี่ยนไปตามเวลาและสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นเช่นกัน

  • แยกเก็บข้อมูลคนทักเข้า LINE OA ตามภูมิภาคเพื่อดูอัตราปิดการขายที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่
  • ปรับสัดส่วนงบตามข้อมูลจริงทีละน้อย ไม่เปลี่ยนสัดส่วนแบบสุดขั้วในครั้งเดียว
  • ปรับสคริปต์แอดมินให้เข้ากับพื้นที่บางส่วน โดยยังรักษาข้อมูลสินค้าหลักชุดเดียวกันไว้

คำถามที่พบบ่อย

ควรแยกบัญชี LINE OA ตามภูมิภาคเลยไหม

ขึ้นกับขนาดธุรกิจ ถ้าแต่ละภูมิภาคมีทีมขายหรือสาขาแยกกันชัดเจน การแยกบัญชีช่วยให้วิเคราะห์ง่ายขึ้นมาก แต่ถ้ายังเป็นทีมกลางทีมเดียว การติดแท็กภูมิภาคในระบบแชทเดียวก็เพียงพอในช่วงเริ่มต้น

ถ้าข้อมูลแค่แคมเปญเดียวมีแนวโน้มแบบนี้ เชื่อได้เลยไหม

ยังไม่ควรเชื่อทันที ควรดูข้อมูลอย่างน้อย 2-3 แคมเปญก่อน เพราะแคมเปญเดียวอาจมีปัจจัยพิเศษ เช่น มีคู่แข่งลดราคาแรงในภาคใดภาคหนึ่งพอดีช่วงนั้น

การปรับงบตามภูมิภาค จะทำให้ภาคที่ได้งบลดลงรู้สึกถูกทอดทิ้งไหม

ถ้าสื่อสารด้วยข้อมูลชัดเจนว่าปรับตามอัตราปิดการขายจริง ไม่ใช่ความชอบส่วนตัว ทีมงานในภาคนั้นมักเข้าใจได้ และยังสามารถให้งบขั้นต่ำไว้รักษาฐานลูกค้าเดิมได้เสมอ ไม่จำเป็นต้องตัดจนเหลือศูนย์

สคริปต์แอดมินต้องปรับตามภูมิภาคจริงหรือ ฟังดูยุ่งยาก

ไม่ต้องปรับทั้งหมด แค่ปรับส่วนที่เป็นการทักทายหรือสำนวนให้เข้ากับพื้นที่มากขึ้นก็เพียงพอ ส่วนข้อมูลสินค้าหลักยังใช้ชุดเดียวกันได้ตามปกติ

แคมเปญขนาดเล็กที่ไม่ได้ลงทั่วประเทศ จำเป็นต้องดูข้อมูลรายภาคไหม

ถ้าลงเฉพาะบางจังหวัดหรือภูมิภาคอยู่แล้วอาจไม่จำเป็น แต่ถ้ามีแผนจะขยายไปภูมิภาคอื่นในอนาคต การเริ่มเก็บข้อมูลแยกภาคตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยประหยัดเวลาตอนขยายจริง

งบขั้นต่ำที่ควรให้แต่ละภาคเพื่อรักษาฐานลูกค้าคือเท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับขนาดฐานลูกค้าเดิมในแต่ละภาค แต่หลักคร่าว ๆ คือควรมีงบพอให้แบรนด์ยังปรากฏต่อเนื่องในพื้นที่นั้น ไม่หายไปจนลูกค้าเดิมลืมแบรนด์ไปเลย

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

จ่ายโบนัสเอเจนซี่เต็มจำนวนให้ lead ที่ไม่เคยปิดการขายแม้แต่คนเดียว

จ่ายโบนัสเอเจนซี่เต็มจำนวนให้ lead ที่ไม่เคยปิดการขายแม้แต่คนเดียว

เรื่องเล่าสมมติของแบรนด์เสื้อผ้าที่ผูกโบนัสเอเจนซี่กับจำนวน lead แทนยอดขาย จนพบว่าครึ่งหนึ่งของ lead ที่จ่ายโบนัสไปไม่เคยคุยต่อเลยสักข้อความ
ตั้งกฎแท็กลูกค้าที่ปิดการขายจากแชท LINE เข้า CRM อัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

ตั้งกฎแท็กลูกค้าที่ปิดการขายจากแชท LINE เข้า CRM อัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

แอดมินไม่ต้องมานั่งไล่แท็กลูกค้าเองทุกเย็น บทความนี้เล่าวิธีออกแบบกฎแท็กอัตโนมัติจากคำในแชท แล้วส่งเข้า CRM ผ่านเครื่องมือ No-Code
No-Code หรือจ้างทีมพัฒนา: เอเจนซี่เล็กควรเลือกทางไหนตอนต่อระบบ LINE OA เข้า Workflow

No-Code หรือจ้างทีมพัฒนา: เอเจนซี่เล็กควรเลือกทางไหนตอนต่อระบบ LINE OA เข้า Workflow

ไม่ใช่ทุกงานที่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ และไม่ใช่ทุกงานที่ No-Code รับไหว บทความนี้ช่วยเอเจนซี่เล็กตัดสินใจก่อนเลือกทางใดทางหนึ่ง