← กลับไปหน้าบทความ
เอเจนซี่

สามเอเจนซี่ แคมเปญเดียว ใครจะรับผิดชอบยอดขาย ตกลงกันก่อนเปิดงบยังไงไม่ให้ทะเลาะกันทีหลัง

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:24อัปเดต 12 ก.ค. 04:24อ่าน 1 นาที
สามเอเจนซี่ แคมเปญเดียว ใครจะรับผิดชอบยอดขาย ตกลงกันก่อนเปิดงบยังไงไม่ให้ทะเลาะกันทีหลัง
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

เมื่อแคมเปญใหญ่มีหลายเอเจนซี่ทำงานพร้อมกัน ปัญหาที่ตามมาเสมอคือใครควรได้เครดิตจากยอดขาย ทางแก้ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยเถียง แต่คือการตกลงกฎการวัดผลและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลร่วมกันตั้งแต่ก่อนแคมเปญเริ่ม

ผมเคยรับงานเป็นที่ปรึกษาให้แบรนด์หนึ่งที่จ้างเอเจนซี่พร้อมกันสามเจ้าในแคมเปญเดียว เอเจนซี่มีเดียดูแลการซื้อโฆษณา เอเจนซี่ครีเอทีฟทำคอนเทนต์ และบริษัท PR ดูแลข่าวและอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งสามทีมทำงานแยกกันแต่ยิงเป้าหมายเดียวกันคือทำให้คนทักเข้า LINE OA เพื่อสอบถามสินค้า

พอจบแคมเปญ ประชุมสรุปผลกลายเป็นสนามรบ เอเจนซี่มีเดียบอกว่ายอดทักที่เพิ่มขึ้นมาจากโฆษณาที่พวกเขาซื้อ เอเจนซี่ครีเอทีฟแย้งว่าถ้าคอนเทนต์ไม่ดึงดูด ต่อให้ซื้อโฆษณาแพงแค่ไหนก็ไม่มีใครทัก ส่วน PR บอกว่ากระแสข่าวที่ปล่อยไปก่อนแคมเปญต่างหากที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์จนพร้อมทักตั้งแต่วันแรก แต่ละฝ่ายพูดถูกในมุมของตัวเอง แต่ไม่มีใครยอมใคร เพราะไม่มีการตกลงกฎการแบ่งเครดิตไว้ล่วงหน้าเลย

บทความนี้เล่าวิธีที่เราแก้ปัญหานี้ในแคมเปญถัดมาของแบรนด์เดียวกัน ด้วยการตกลงกฎร่วมกันตั้งแต่ก่อนเปิดงบ ไม่ใช่หลังจบแคมเปญแล้วค่อยมานั่งเถียง

ทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นปัญหาใหญ่เสมอเมื่องบสูง

ตราบใดที่งบยังเล็ก การแบ่งเครดิตไม่ค่อยเป็นประเด็น เพราะทุกฝ่ายยังพอใจกับผลงานรวม แต่พองบขยับขึ้นหลักสิบล้าน คำถามเรื่อง “ใครทำให้เกิดยอดขาย” จะกลายเป็นคำถามที่มีเงินเดิมพันจริง เพราะผลงานตรงนี้มักผูกกับการต่อสัญญาปีถัดไป งบที่จะได้เพิ่ม หรือแม้แต่ระยะเวลาคืนทุนที่แต่ละฝ่ายต้องเอาไปรายงานผู้บริหาร

ปัญหาคือยอดขายจากแคมเปญใหญ่แทบไม่เคยเกิดจากปัจจัยเดียว มันคือผลรวมของการรับรู้จาก PR คอนเทนต์ที่ดึงดูดจากครีเอทีฟ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจากมีเดีย การพยายามหาว่าใครคนเดียว “ทำให้เกิด” ยอดขาย จึงเป็นคำถามที่ตอบได้ยากตั้งแต่ต้น

สี่เรื่องที่ควรตกลงกันก่อนเปิดแคมเปญ ไม่ใช่หลังจบ

  • นิยามของ “ผลสำเร็จ” ร่วมกัน — ตกลงล่วงหน้าว่าจะวัดจากจำนวนคนทัก LINE OA ยอดปิดการขาย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายหยิบตัวเลขที่เข้าข้างตัวเองมาพูดทีหลัง
  • สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเดียวกัน — ทุกเอเจนซี่ควรเห็นแดชบอร์ดชุดเดียวกันแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่ต่างคนต่างเก็บข้อมูลของตัวเองแล้วมาเทียบกันทีหลัง
  • ช่วงเวลารับผิดชอบที่ชัดเจน — เช่น PR รับผิดชอบช่วงสร้างกระแสก่อนแคมเปญ 2 สัปดาห์ มีเดียรับผิดชอบช่วงที่โฆษณาวิ่งจริง การแบ่งช่วงเวลาช่วยลดการทับซ้อนของการอ้างผลงาน
  • รอบประชุมทบทวนระหว่างทาง — ไม่ใช่รอให้จบแคมเปญแล้วค่อยเจอกันครั้งเดียว เพราะถ้ามีปัญหาระหว่างทางจะไม่มีเวลาแก้ทัน

ตัวอย่างการแบ่งบทบาทดูแลข้อมูลร่วมกัน

เอเจนซี่ข้อมูลที่ต้องดูแลสิ่งที่ต้องรายงานทุกสัปดาห์
มีเดียงบที่ใช้ไปเทียบผลลัพธ์ต่อแพลตฟอร์มต้นทุนต่อคนที่ทักเข้ามา
ครีเอทีฟอัตราคนหยุดดูคอนเทนต์เทียบยอดทักคอนเทนต์ตัวไหนดึงคนทักมากที่สุด
PRยอดการพูดถึงแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ช่วงเวลาที่กระแสข่าวขึ้นสูงสุด

ทำไมการซิงก์ข้อมูลระหว่างทางถึงสำคัญกว่าที่คิด

ในแคมเปญที่ปรับใหม่ เราจัดประชุมสั้น 20 นาทีทุกสัปดาห์ระหว่างสามเอเจนซี่ ไม่ใช่เพื่อนำเสนอผลงานให้ดูดี แต่เพื่อเทียบข้อมูลกันตรง ๆ ว่าช่วงไหนยอดทักพุ่ง แล้วช่วงนั้นตรงกับกิจกรรมของฝ่ายไหน วิธีนี้ทำให้ทุกฝ่ายเห็นภาพร่วมกันตั้งแต่กลางแคมเปญ ไม่ต้องรอมาเถียงกันตอนจบ

ผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดคือ เมื่อทุกฝ่ายเห็นข้อมูลเดียวกัน การอ่านตัวเลขกลางห้องแบบเดียวกันระหว่างทีมกลับดีขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครสั่ง เพราะทุกคนเริ่มเห็นว่างานของตัวเองเชื่อมกับงานของฝ่ายอื่นตรงไหน เช่น มีเดียเริ่มขอให้ PR ปล่อยข่าวก่อนวันที่จะเพิ่มงบ เพื่อให้กระแสส่งต่อกันแทนที่จะทำงานแยกส่วน

สรุป

ปัญหาเรื่องใครควรได้เครดิตยอดขายในแคมเปญที่มีหลายเอเจนซี่ ไม่มีทางแก้ที่สมบูรณ์แบบ เพราะยอดขายเกิดจากหลายปัจจัยผสมกันเสมอ แต่สิ่งที่ทำได้คือลดความขัดแย้งด้วยการตกลงกฎและเปิดข้อมูลร่วมกันตั้งแต่ต้น แทนที่จะปล่อยให้แต่ละฝ่ายเก็บข้อมูลของตัวเองไว้เถียงกันทีหลัง

แบรนด์ที่จัดการเรื่องนี้ได้ดี มักไม่ใช่แบรนด์ที่มีสัญญาที่รัดกุมที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างวัฒนธรรมความโปร่งใสของข้อมูลตั้งแต่วันแรกของแคมเปญ จนทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันโดยไม่ต้องมีใครมาไกล่เกลี่ย

  • ตกลงนิยามความสำเร็จและสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลร่วมกันก่อนเปิดแคมเปญ ไม่ใช่หลังจบ
  • ให้ฝ่ายลูกค้าเป็นเจ้าของแดชบอร์ดกลาง ไม่ใช่เอเจนซี่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ประชุมทบทวนข้อมูลระหว่างทางเป็นประจำ เพื่อแก้ปัญหาทันเวลาแทนการเถียงตอนจบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าเอเจนซี่บางเจ้าไม่ยอมแชร์ข้อมูลของตัวเอง ควรทำอย่างไร

ควรกำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาตั้งแต่ต้นว่าการแชร์ข้อมูลผ่านแดชบอร์ดกลางเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงาน ไม่ใช่เรื่องที่ขอความร่วมมือแบบไม่มีข้อผูกพัน เพราะถ้าไม่มีเงื่อนไขชัดเจน มักถูกเลี่ยงเมื่อผลงานไม่ดีพอ

ใครควรเป็นคนกลางดูแลแดชบอร์ดรวม

ควรเป็นฝ่ายลูกค้าหรือทีมภายในแบรนด์ ไม่ใช่เอเจนซี่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะถ้าเอเจนซี่เป็นคนถือข้อมูลกลาง อาจถูกมองว่าปรับตัวเลขให้เข้าข้างตัวเองได้

แบ่งเครดิตแบบเปอร์เซ็นต์ตายตัวได้ไหม เช่น มีเดีย 50% ครีเอทีฟ 30% PR 20%

ทำได้ในบางกรณี แต่ควรใช้ระมัดระวัง เพราะสัดส่วนที่เหมาะสมมักเปลี่ยนไปตามแคมเปญ แนะนำให้ใช้ข้อมูลจริงจากแต่ละแคมเปญมาปรับสัดส่วนทุกครั้งมากกว่ากำหนดตายตัวไว้ล่วงหน้า

ถ้าสามเอเจนซี่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ควรเริ่มต้นอย่างไร

ควรมีประชุมคิกออฟร่วมกันก่อนเริ่มแคมเปญ เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้จักขอบเขตงานของกันและกัน และตกลงกฎการวัดผลร่วมตั้งแต่วันแรก แทนที่จะปล่อยให้ต่างคนต่างทำงานแล้วมาเจอกันตอนสรุปผล

การประชุมรายสัปดาห์จำเป็นแค่ไหน เพิ่มภาระงานหรือเปล่า

ถ้าออกแบบให้สั้นและเน้นดูข้อมูลตรง ๆ ไม่ใช่การนำเสนอยาว ๆ จะไม่เป็นภาระมาก และมักคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้ปัญหาสะสมจนต้องมาแก้ตอนจบแคมเปญซึ่งสายเกินไปแล้ว

แบรนด์เล็กที่มีเอเจนซี่เดียวจำเป็นต้องอ่านเรื่องนี้ไหม

ถ้าตอนนี้มีเอเจนซี่เดียวอาจยังไม่จำเป็น แต่ถ้ากำลังจะขยายงบจนต้องเพิ่มเอเจนซี่เฉพาะทางในอนาคต การวางกฎการแบ่งเครดิตไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยประหยัดปัญหาที่ตามมาทีหลังได้มาก

พิสูจน์ผลงานแอดเข้า LINE ให้ลูกค้าเห็นถึงยอดขาย

ดูแลลูกค้าหลายราย แต่ละรายมี LINE OA ของตัวเอง — linli แยกโปรเจกต์ แยก Tracking และส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มของแต่ละลูกค้า เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แคมเปญทั่วประเทศที่ภาคใต้ปิดการขายดีกว่าภาคกลางสามเท่า แต่งบกลับจัดสรรเท่ากันทุกภาค

แคมเปญทั่วประเทศที่ภาคใต้ปิดการขายดีกว่าภาคกลางสามเท่า แต่งบกลับจัดสรรเท่ากันทุกภาค

แคมเปญระดับประเทศที่แบ่งงบเท่ากันทุกภูมิภาค อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด บทความนี้เล่าวิธีใช้ข้อมูลแชท LINE OA แยกรายภาคเพื่อจัดสรรงบให้ตรงกับพฤติกรรมจริงของแต่ละพื้นที่
จ่ายโบนัสเอเจนซี่เต็มจำนวนให้ lead ที่ไม่เคยปิดการขายแม้แต่คนเดียว

จ่ายโบนัสเอเจนซี่เต็มจำนวนให้ lead ที่ไม่เคยปิดการขายแม้แต่คนเดียว

เรื่องเล่าสมมติของแบรนด์เสื้อผ้าที่ผูกโบนัสเอเจนซี่กับจำนวน lead แทนยอดขาย จนพบว่าครึ่งหนึ่งของ lead ที่จ่ายโบนัสไปไม่เคยคุยต่อเลยสักข้อความ
ตั้งกฎแท็กลูกค้าที่ปิดการขายจากแชท LINE เข้า CRM อัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

ตั้งกฎแท็กลูกค้าที่ปิดการขายจากแชท LINE เข้า CRM อัตโนมัติ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์

แอดมินไม่ต้องมานั่งไล่แท็กลูกค้าเองทุกเย็น บทความนี้เล่าวิธีออกแบบกฎแท็กอัตโนมัติจากคำในแชท แล้วส่งเข้า CRM ผ่านเครื่องมือ No-Code