เจ้าของธุรกิจเช็กยอดขายตอน 7 โมงเช้าบนมือถือ ไม่ใช่หน้าคอมพิวเตอร์จอใหญ่

สรุปสั้น ๆ
หลายคนที่ต้องการดู dashboard จริง ๆ ไม่ได้นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา แต่เปิดดูบนมือถือระหว่างเดินทางหรือระหว่างพักงาน การออกแบบ dashboard ที่ดีต้องคิดถึงข้อจำกัดของจอเล็ก ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และวางตัวเลขสำคัญที่สุดไว้บนสุดโดยไม่ต้องเลื่อนหา
เจ้าของธุรกิจรายหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่าทุกเช้าก่อนลุกจากเตียง เขาจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู dashboard ยอดขายเมื่อวานก่อนอย่างแรกเลย ไม่ใช่เพราะเขาขยัน แต่เพราะนั่นคือช่วงเวลาเดียวที่เขามีสมาธิพอจะดูตัวเลขก่อนวันจะเริ่มยุ่งกับเรื่องอื่น
ปัญหาคือ dashboard ที่ทีมทำให้เขาถูกออกแบบมาบนจอคอมพิวเตอร์ 27 นิ้ว มีกราฟเรียงกัน 6-7 ตัวในหน้าเดียว พอเปิดบนมือถือ ทุกอย่างหดเล็กจนอ่านตัวเลขไม่ออก ต้องซูมเข้าซูมออกและเลื่อนหาไปมาจนกว่าจะเจอตัวเลขที่ต้องการ สุดท้ายเขาก็เลิกเปิดดูตอนเช้าไปเอง แล้วหันไปถามทีมงานปากเปล่าแทน
นี่คือปัญหาคลาสสิกที่เกิดจากการออกแบบตามความสะดวกของคนทำ ไม่ใช่ตามบริบทจริงของคนใช้ บทความนี้จะเล่าวิธีออกแบบ dashboard ให้ใช้งานได้จริงบนมือถือ โดยไม่ต้องเสียกราฟที่มีรายละเอียดครบสำหรับคนที่ยังต้องการดูบนจอใหญ่
ข้อจำกัดของจอมือถือที่คนทำ dashboard มักลืม
จอมือถือมีพื้นที่แนวนอนจำกัดมาก กราฟที่ต้องเทียบหลายแท่งเคียงกันบนจอคอมพิวเตอร์ พอบีบลงมาบนจอมือถือจะเล็กจนแยกความแตกต่างไม่ออก ตัวหนังสือกำกับแกนก็มักถูกตัดหรือซ้อนทับกันจนอ่านไม่รู้เรื่อง
อีกข้อจำกัดที่สำคัญไม่แพ้กันคือบริบทการใช้งาน คนเปิดดูบนมือถือมักอยู่ในสถานการณ์ที่มีสมาธิจำกัด เช่น ระหว่างเดินไปประชุม รอคิวร้านอาหาร หรือก่อนนอน ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะนั่งวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียดเหมือนตอนนั่งทำงานหน้าคอม บริบทแบบนี้ใกล้เคียงกับที่พูดถึงใน การจัดโครง dashboard รายสัปดาห์ให้ตอบคำถามได้ใน 30 วินาที เพียงแต่บนมือถือข้อจำกัดยิ่งเข้มงวดกว่าเดิมอีกขั้น
หลักการ: ตัวเลขที่สำคัญที่สุดต้องอยู่บนสุดโดยไม่ต้องเลื่อนหา
สำหรับมือถือ กฎที่ใช้ได้ผลคือให้ north star number ที่กล่าวถึงใน แนวคิดเรื่อง dashboard กับการตัดสินใจโดยไม่พึ่งความรู้สึก ปรากฏอยู่บนจอทันทีที่เปิดแอปหรือหน้าเว็บ โดยไม่ต้องเลื่อนลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะถ้าคนต้องเลื่อนหา โอกาสที่เขาจะเลิกดูกลางทางมีสูงมาก
รายละเอียดรองลงมาค่อยจัดเรียงถัดไปตามลำดับความสำคัญ และควรจัดกลุ่มให้ชัดว่าอันไหนดูจบแล้วไม่ต้องเลื่อนต่อก็ได้ความหมายครบ ไม่ใช่ปล่อยให้กราฟที่ต้องดูคู่กันถูกแยกคนละหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตารางสิ่งที่ควรตัดออกเมื่อออกแบบเวอร์ชันมือถือ
| องค์ประกอบ | บนจอคอม | บนมือถือ |
|---|---|---|
| จำนวนกราฟต่อหน้าจอแรก | 5-7 กราฟเรียงกัน | 1-2 กราฟที่สำคัญที่สุดเท่านั้น |
| ตารางตัวเลขละเอียด | แสดงเต็มทุกคอลัมน์ | ย่อเหลือ 2-3 คอลัมน์หลัก พร้อมลิงก์ดูฉบับเต็ม |
| ป้ายกำกับแกนกราฟ | แสดงครบทุกจุด | แสดงเฉพาะจุดสำคัญ เช่น ค่าสูงสุด-ต่ำสุด |
| ตัวกรอง (filter) เลือกช่วงเวลา | หลายตัวเลือกพร้อมกัน | ตั้งค่าเริ่มต้นที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ล่วงหน้า ลดจำนวนตัวเลือก |
ทดสอบบนมือถือจริง ไม่ใช่แค่ย่อหน้าต่างเบราว์เซอร์บนคอม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือทีมทดสอบ dashboard เวอร์ชันมือถือด้วยการย่อขนาดหน้าต่างเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ให้แคบลง ซึ่งให้ผลต่างจากการเปิดบนมือถือจริงพอสมควร ทั้งเรื่องขนาดตัวอักษรจริง ความไวในการสัมผัสหน้าจอ และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่อาจไม่เสถียรเท่าออฟฟิศ
วิธีที่แนะนำคือให้คนที่จะใช้งานจริงลองเปิดบน 3G หรือ 4G ทั่วไปในสถานการณ์จริง เช่น ระหว่างเดินทาง แล้วจับเวลาว่าใช้เวลากี่วินาทีกว่าจะเห็นตัวเลขสำคัญที่สุด ถ้าเกิน 5-10 วินาทีเพราะโหลดกราฟหนักเกินไป ควรพิจารณาลดความซับซ้อนของกราฟลงสำหรับเวอร์ชันมือถือโดยเฉพาะ ถ้าเจ้าของธุรกิจของคุณคือคนกลุ่มเดียวกับที่ต้องดู รายงานสรุปจากเอเจนซี่ บนมือถือด้วย ควรทดสอบทั้งสองฝั่งพร้อมกันเพื่อให้มาตรฐานความง่ายในการอ่านตรงกัน
สรุป
การออกแบบ dashboard ที่ดีต้องเริ่มจากคำถามว่าคนที่ต้องใช้จริงเปิดดูจากที่ไหนและในสถานการณ์แบบไหน ไม่ใช่ออกแบบตามความสะดวกของเครื่องมือหรือจอที่คนทำใช้อยู่ ถ้าคนสำคัญที่สุดในองค์กรเปิดดูตัวเลขจากมือถือทุกเช้า การออกแบบให้สวยแค่บนจอคอมพิวเตอร์ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
งานออกแบบที่ดีคืองานที่มองไม่เห็นตัวเอง คนใช้แค่รู้สึกว่าเปิดดูแล้วเข้าใจเร็ว ไม่ต้องรู้เลยว่าเบื้องหลังมีการตัดสินใจเรื่ององค์ประกอบและลำดับมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนั้น
- ทดสอบบนมือถือจริงเสมอ ไม่ใช่แค่ย่อหน้าต่างเบราว์เซอร์บนคอม
- วางตัวเลขสำคัญที่สุดไว้บนสุดโดยไม่ต้องเลื่อนหา
- ตัดกราฟที่เทียบหลายแท่งแนวนอนออกจากเวอร์ชันมือถือ
- ตั้งค่าช่วงเวลาเริ่มต้นไว้ล่วงหน้าเพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
จำเป็นต้องทำ dashboard สองเวอร์ชันแยกกันสำหรับมือถือและคอมจริง ๆ ไหม
ถ้าเครื่องมือรองรับ responsive design ที่ปรับเลย์เอาต์อัตโนมัติตามขนาดจอ ก็ไม่จำเป็นต้องทำสองไฟล์แยกกัน แต่ต้องออกแบบโดยคิดถึงจอเล็กตั้งแต่แรก ไม่ใช่ออกแบบจอใหญ่ก่อนแล้วค่อยมาปรับบีบทีหลัง
ควรใช้แอปเฉพาะหรือแค่เปิดผ่านเบราว์เซอร์มือถือก็พอ
สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ เปิดผ่านเบราว์เซอร์มือถือก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำแอปเฉพาะ เว้นแต่ต้องการฟีเจอร์แจ้งเตือนแบบ push notification ที่แอปทำได้ดีกว่าเว็บทั่วไป
กราฟแบบไหนอ่านยากที่สุดบนจอมือถือ
กราฟที่ต้องเทียบหลายเส้นหรือหลายแท่งพร้อมกันในแนวนอนมักอ่านยากที่สุด เพราะพื้นที่แนวนอนจำกัด ควรเปลี่ยนเป็นกราฟแนวตั้งหรือแยกเป็นการ์ดย่อยแทนถ้าเป็นไปได้
ควรตั้งค่าเริ่มต้นของช่วงเวลา (เช่น 7 วันล่าสุด) ไว้ล่วงหน้าไหม
ควรตั้งไว้เสมอ เพราะการต้องเลือกช่วงเวลาเองทุกครั้งที่เปิดบนมือถือเป็นแรงเสียดทานที่ไม่จำเป็น ให้ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นช่วงเวลาที่คนอ่านต้องการดูบ่อยที่สุด แล้วเปิดให้ปรับเปลี่ยนได้ทีหลังถ้าต้องการ
มีวิธีเช็กไหมว่า dashboard เวอร์ชันมือถือของเราใช้งานได้จริงหรือแค่ดูเหมือนได้
ลองให้คนที่ไม่เคยเห็น dashboard มาก่อนเปิดบนมือถือจริงแล้วจับเวลาว่าใช้เวลากี่วินาทีถึงจะบอกได้ว่าวันนี้ยอดขายดีหรือแย่ ถ้าใช้เวลานานหรือเขาต้องเลื่อนหาหลายรอบ แสดงว่ายังต้องปรับปรุงเพิ่ม
บทความที่เกี่ยวข้อง


