← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

แนวทางมาตรฐานการติดตามผลข้ามสาขา ก่อนที่จะโตจนแก้ไม่ทัน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ก.ค. 04:23อัปเดต 12 ก.ค. 04:23อ่าน 1 นาที
แนวทางมาตรฐานการติดตามผลข้ามสาขา ก่อนที่จะโตจนแก้ไม่ทัน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

ยิ่งขยายสาขาเร็ว ยิ่งมีโอกาสที่บางสาขาตกหล่นเรื่องพื้นฐาน เช่น ยังไม่ได้ติดตั้งระบบติดตามผลให้ถูกต้อง ทางแก้ไม่ใช่ไล่เช็กทีหลัง แต่คือวางมาตรฐาน ชื่อเรียก ขั้นตอน QA ให้เหมือนกันทุกสาขาตั้งแต่ก่อนเปิดสาขาใหม่แต่ละแห่ง

แบรนด์ร้านสะดวกซักผ้าที่ผมเคยเข้าไปช่วยตรวจระบบ มี 19 สาขาตอนนั้น พอไล่เช็กทีละสาขากลับพบว่าสาขาที่ 14 ไม่เคยติดตั้งโค้ดติดตามผลใน LINE OA ให้ถูกต้องเลยตั้งแต่เปิดสาขา หกเดือนที่ผ่านมา ทุกแชทที่เข้าสาขานั้นไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปหาแอดที่พาเขามาเลยสักคนเดียว งบที่จ่ายไปเพื่อสาขานี้ทั้งหกเดือน แทบไม่มีข้อมูลอะไรให้เรียนรู้เลย

ที่แย่กว่านั้นคือไม่มีใครรู้จนกระทั่งผมไล่เช็กทีละสาขา เพราะไม่มีขั้นตอนมาตรฐานว่าเปิดสาขาใหม่แล้วต้องเช็กอะไรบ้างก่อนเริ่มยิงแอด แต่ละสาขาเปิดตามความเร่งด่วนของธุรกิจ ทีมเทคนิคที่ตั้งค่าให้ก็เปลี่ยนคนไปเรื่อย ๆ ตามที่ใครว่าง

บทความนี้ไม่ได้มาสอนทฤษฎี แต่เป็นไกด์จากสิ่งที่ผมใช้แก้ปัญหานี้ให้แบรนด์นั้นจริง ๆ และเอาไปปรับใช้กับแบรนด์อื่นต่อมาอีกหลายเจ้า

ทำไมการเปิดสาขาแบบไม่มีมาตรฐานถึงพังทีหลังเสมอ

ตอนสาขายังน้อย เจ้าของหรือทีมกลางมักดูแลเองทุกขั้นตอน จำได้หมดว่าสาขาไหนทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่พอสาขาเริ่มขยับถึงหลักสิบ ความจำของคนเริ่มไม่พอ งานเริ่มกระจายไปหลายคน แล้วไม่มีใครรู้ภาพรวมทั้งหมดอีกต่อไป

จุดที่อันตรายที่สุดคือช่วงสาขาที่ 8-15 เพราะยังไม่เยอะพอที่จะรู้สึกว่า ‘ต้องมีระบบแล้ว’ แต่ก็เยอะเกินกว่าจะจำทุกอย่างในหัวคนเดียวได้ เป็นช่วงที่ตกหล่นบ่อยที่สุดโดยไม่มีใครรู้ตัว เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ได้วางโครงสร้างOA และการแยกทีมตอบแชทตามสาขาไว้ตั้งแต่ต้น

5 ขั้นตอนวางมาตรฐานที่ใช้ได้จริง

  1. ตั้งชื่อและรหัสสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวตั้งแต่ต้น เช่น BR-01, BR-02 ไล่ตามลำดับการเปิด แล้วใช้รหัสนี้ในทุกระบบ ทั้งแคมเปญโฆษณา แท็กในแชท และรายงาน ไม่ใช่ให้แต่ละทีมตั้งชื่อเองตามใจ
  2. สร้างเอกสาร ‘สาขาใหม่ต้องทำอะไรบ้างก่อนยิงแอดวันแรก’ เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ความจำของใครคนใดคนหนึ่ง ระบุขั้นตอนติดตั้งโค้ดติดตามผล การตั้งริชเมนู และการทดสอบส่งข้อความทดลอง
  3. กำหนดคนรับผิดชอบ QA ทุกสาขาใหม่แยกจากคนที่ติดตั้ง เพื่อให้มีคนที่สองมาตรวจซ้ำก่อนเริ่มยิงแอดจริง เพราะคนที่ติดตั้งเองมักมองข้ามจุดที่ตัวเองพลาด
  4. ทดสอบด้วยการส่งข้อความปลอมเข้าไปเองก่อนเปิดใช้งานจริง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลไหลกลับไปถึงระบบติดตามที่เชื่อมกับแพลตฟอร์มโฆษณาครบถ้วน ไม่ใช่แค่เชื่อว่าติดตั้งถูกแล้วจบ
  5. นัดตรวจสุขภาพระบบทุกสาขาซ้ำทุกไตรมาส ไม่ใช่แค่ตอนเปิดสาขาใหม่ เพราะบางครั้งการอัปเดตแอปหรือเปลี่ยนแอดมินก็ทำให้ระบบที่เคยถูกกลายเป็นผิดได้โดยไม่มีใครสังเกต

ตัวอย่างการตั้งชื่อมาตรฐานที่ใช้ร่วมกันได้

ส่วนรูปแบบมาตรฐานตัวอย่าง
รหัสสาขาBR-เลขสองหลักBR-14
ชื่อแคมเปญBR-รหัส_เดือนปี_แพลตฟอร์มBR-14_0726_FB
แท็กในระบบแชทbranch:รหัสbranch:BR-14

มุมมองเรื่องการตรวจสอบก่อนใช้งานจริง

หลายทีมมองการตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานเป็นขั้นตอนที่เสียเวลาและอยากข้ามไปเพื่อให้ทันเปิดสาขา แต่จากเคสสาขาที่ 14 ที่เล่าไปตอนต้น การไม่ตรวจสอบทำให้เสียข้อมูลไปหกเดือนเต็ม ซึ่งถ้าเทียบเวลาที่ใช้ตรวจสอบก่อนเปิด (ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง) กับเวลาที่เสียไปเพราะไม่รู้ตัว มันคุ้มกันไม่ได้เลย

ผมมองว่าการตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานควรเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนเปิดสาขาใหม่มาตรฐาน ไม่ใช่งานแยกที่ทำเมื่อมีเวลาว่าง เพราะถ้าแยกออกมา มันจะถูกข้ามไปก่อนเสมอเมื่อทุกคนยุ่งกับการเตรียมเปิดสาขา

สรุป

ปัญหาเรื่องข้อมูลติดตามผลผิดพลาดในแฟรนไชส์ไม่ค่อยเกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากการไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น พอสาขาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ความเสี่ยงที่จะมีจุดตกหล่นก็เพิ่มตามไปด้วยแบบทวีคูณ ไม่ใช่แบบบวกทีละหนึ่ง

การลงทุนเวลาวางมาตรฐานตั้งแต่สาขาที่ 3-4 อาจดูเหมือนเสียเวลาเกินจำเป็นในตอนนั้น แต่มันคือสิ่งที่ทำให้คุณไม่ต้องมานั่งไล่เช็กย้อนหลังทีละสาขาเหมือนเคสที่เล่าให้ฟัง

  • ช่วงสาขาที่ 8-15 คือช่วงที่ตกหล่นบ่อยที่สุดเพราะยังไม่มีระบบแต่จำในหัวคนเดียวไม่ไหวแล้ว
  • ตั้งรหัสสาขาและชื่อแคมเปญมาตรฐานตั้งแต่ต้น ให้ทุกระบบใช้ชุดเดียวกัน
  • แยกคน QA ออกจากคนติดตั้ง และตรวจสุขภาพระบบซ้ำทุกไตรมาส ไม่ใช่แค่ตอนเปิดสาขาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

มีกี่สาขาถึงควรเริ่มวางมาตรฐานแบบนี้

ควรเริ่มตั้งแต่วางแผนเปิดสาขาที่ 3-4 เพราะยิ่งวางตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งไม่ต้องมาไล่แก้สาขาเก่าทีหลัง ถ้ารอถึงสาขาที่ 15-20 ค่อยเริ่ม จะต้องเสียเวลาไล่ตรวจสาขาเก่าทั้งหมดย้อนหลังเหมือนเคสที่เล่าไป

ใครควรเป็นคนดูแลมาตรฐานนี้

ควรมีเจ้าของงานคนเดียวที่รับผิดชอบทั้งการตั้งกฎและการตรวจสอบ แม้จะมอบหมายงานติดตั้งจริงให้ทีมอื่นทำก็ตาม เพื่อไม่ให้มาตรฐานเพี้ยนไปตามแต่ละคนที่รับผิดชอบ

ถ้าสาขาเก่าไม่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ควรแก้ทีเดียวหมดไหม

ไม่แนะนำให้แก้พร้อมกันทุกสาขา เพราะเสี่ยงเกิดปัญหาซ้อนกันจนแก้ไม่ทัน ให้ไล่แก้ทีละกลุ่ม เริ่มจากสาขาที่มีงบโฆษณาสูงสุดก่อน เพราะเป็นจุดที่เสียโอกาสมากที่สุดถ้าข้อมูลยังผิดต่อไป

การตรวจสุขภาพระบบทุกไตรมาสทำอะไรบ้าง

ส่งข้อความทดลองเข้าไปเช็กว่าข้อมูลยังไหลกลับถูกต้อง เทียบจำนวนแชทที่ระบบนับได้กับที่แอดมินสาขานั้นจำได้คร่าว ๆ ว่าตรงกันไหม ถ้าต่างกันมากควรตรวจลึกลงไปทันที

มาตรฐานนี้ใช้ได้กับแฟรนไชส์ที่แต่ละสาขาเป็นเจ้าของคนละคนไหม

ใช้ได้ และยิ่งจำเป็นกว่าสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของเองด้วยซ้ำ เพราะแฟรนไชซีแต่ละคนมักจ้างทีมเทคนิคของตัวเอง โอกาสตั้งค่าไม่ตรงมาตรฐานกลางจึงสูงกว่า ควรมีเอกสารมาตรฐานส่งให้ทุกแฟรนไชซีใหม่ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สัปดาห์แรกก่อนเปิดสาขาใหม่ สิ่งที่ต้องตั้งค่าให้เสร็จก่อนยิงแอดบาทแรก

สัปดาห์แรกก่อนเปิดสาขาใหม่ สิ่งที่ต้องตั้งค่าให้เสร็จก่อนยิงแอดบาทแรก

หลายแบรนด์รีบยิงแอดวันเปิดสาขาโดยลืมตั้งค่าติดตามผลให้ครบ กว่าจะรู้ตัวก็เสียเงินไปหลายหมื่นโดยไม่มีข้อมูลเรียนรู้ บทความนี้เป็นไกด์ทำทีละขั้นสำหรับสัปดาห์แรกก่อนเปิดสาขา
100 คนทักถามราคารถหรู มีกี่คนที่พร้อมซื้อจริง คัดกรองในแชทก่อนเสียเวลาเปล่ายังไง

100 คนทักถามราคารถหรู มีกี่คนที่พร้อมซื้อจริง คัดกรองในแชทก่อนเสียเวลาเปล่ายังไง

รถหรูมีคนทักมาถามราคาเยอะ แต่ส่วนใหญ่แค่ดูเล่นหรือถามเผื่ออนาคต บทความนี้แนะวิธีอ่านสัญญาณในแชทเพื่อแยกคนพร้อมซื้อออกจากคนที่ยังไม่ใช่ตอนนี้
จากทักถามราคาถึงเซ็นสัญญาก่อสร้าง 5 แสนบาท นี่คือวิธีบริหารรอบ consult งานรีโนเวทที่ยืดเป็นเดือน

จากทักถามราคาถึงเซ็นสัญญาก่อสร้าง 5 แสนบาท นี่คือวิธีบริหารรอบ consult งานรีโนเวทที่ยืดเป็นเดือน

งานรีโนเวทหรูมีรอบพูดคุยยาวกว่าสินค้าอื่นมาก จากถามราคาถึงเซ็นสัญญาอาจกินเวลาหลายเดือน บทความนี้แนะวิธีดูแลลูกค้าให้ไม่หลุดหายระหว่างทาง