← กลับไปหน้าบทความ
LINE Tracking

จำนวนคนทักเข้ามาเพิ่มทุกเดือน แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามาจากแอดไหน

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:50อัปเดต 12 ส.ค. 04:50อ่าน 3 นาที
จำนวนคนทักเข้ามาเพิ่มทุกเดือน แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามาจากแอดไหน
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

LINE Tag คือโค้ดวัดผลของฝั่งโฆษณา LINE ที่ต้องติดตั้งบนเว็บไซต์ ทำหน้าที่บอกว่าใครมาจากแอดตัวไหน แล้วทำอะไรต่อบนเว็บก่อนจะกดเข้า LINE ประกอบด้วยสามส่วนคือ Base Code, Conversion Code และ Custom Event โดยไม่เกี่ยวกับ LINE OA และไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแชท

ลองนึกภาพเจ้าของร้านคนหนึ่งที่เปิดแอดมาสามเดือน แอดมินบอกว่ายอดทักเข้ามาเพิ่มขึ้นทุกเดือนจริง จากวันละสิบทักเป็นวันละยี่สิบกว่าทัก ฟังดูเป็นเรื่องดี แต่พอถามต่อว่า ‘ยี่สิบทักนี้มาจากแอดตัวไหน’ หรือ ‘มาจากเพจหรือมาจากเว็บ’ คำตอบที่ได้คือความเงียบ เพราะไม่มีใครในทีมรู้จริง ๆ

นี่คือช่องว่างที่เกิดกับธุรกิจจำนวนมากที่ยิงแอดเข้า LINE โดยยังไม่เคยติดตั้งอะไรบนเว็บไซต์เลย โฆษณาก็ยิงออกไปตามปกติ คนก็คลิกเข้ามาจริง แต่ระบบโฆษณากับเจ้าของธุรกิจต่างมองไม่เห็นเส้นทางเดียวกัน ฝั่งหนึ่งเห็นแค่ ‘มีคนคลิก’ อีกฝั่งเห็นแค่ ‘มีคนทัก’ แต่ไม่มีใครเชื่อมสองจุดนี้เข้าด้วยกันได้เลย

จุดเชื่อมที่ขาดหายไปนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า LINE Tag บทความนี้จะอธิบายให้ชัดว่ามันคืออะไร ทำงานยังไง ประกอบด้วยอะไรบ้าง และที่สำคัญไม่แพ้กันคือมันเห็นได้แค่ไหน เพราะความเข้าใจผิดเรื่องขอบเขตของมันคือสาเหตุที่หลายคนคาดหวังผิดตั้งแต่ต้น

เกิดอะไรขึ้นกับบัญชีโฆษณาที่ไม่เคยติด LINE Tag

เวลาไม่มี LINE Tag อยู่บนเว็บไซต์เลย ระบบโฆษณาจะทำงานแบบ ‘ตาบอดครึ่งทาง’ — มันรู้ว่าจ่ายเงินไปแล้วมีคนคลิกกี่ครั้ง แต่ไม่รู้เลยว่าคนที่คลิกไปนั้นไปทำอะไรต่อบนเว็บ อยู่นานแค่ไหน กดปุ่มเข้า LINE จริงไหม หรือแค่เด้งออกไปทันที ข้อมูลฝั่งหลังคลิกทั้งหมดหายไปเปล่า ๆ

ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่รายงานที่ดูไม่ครบ แต่กระทบถึงตัวอัลกอริทึมโฆษณาโดยตรง เพราะระบบไม่มีสัญญาณย้อนกลับว่าคนแบบไหนที่คลิกแล้วมีแนวโน้มเป็นลูกค้าจริง มันจึงหาคนหน้าตาคล้ายเดิมมาเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม ยิงไปเรื่อย ๆ ด้วยความแม่นยำเท่าเดิม ไม่ว่าจะใช้งบเท่าไหร่

และเมื่อกลับมาที่คำถามต้นเรื่อง ‘ยี่สิบทักนี้มาจากแอดตัวไหน’ คำตอบก็ยังคงเป็นการเดา เพราะไม่มีข้อมูลจริงมายืนยัน ทีมการตลาดต้องอาศัยความรู้สึกในการตัดสินใจว่าจะเพิ่มงบแอดตัวไหน ลดตัวไหน ซึ่งเสี่ยงพลาดได้ง่ายกว่าที่คิด

LINE Tag คืออะไรกันแน่ ไม่ใช่ LINE OA และไม่ใช่ปุ่มแชท

LINE Tag คือโค้ดวัดผลชิ้นเล็ก ๆ ที่ผูกกับบัญชีโฆษณา LINE Ads ของคุณโดยเฉพาะ มีหน้าที่ฝังตัวอยู่บนเว็บไซต์เพื่อคอยจับสัญญาณว่ามีใครเข้ามาจากแอดของคุณบ้าง แล้วคนคนนั้นทำอะไรต่อบนหน้าเว็บก่อนจะออกไปหรือกดปุ่มเข้า LINE เปรียบง่าย ๆ มันคือกล้องวงจรปิดที่ติดไว้เฉพาะช่วงระหว่างโฆษณากับหน้าเว็บของคุณ

หลายคนสับสนระหว่าง LINE Tag กับ LINE OA เพราะชื่อมี ‘LINE’ เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วคนละหน้าที่กันโดยสิ้นเชิง LINE OA คือเครื่องมือแชทที่ใช้คุยกับลูกค้า ส่วน LINE Tag คือเครื่องมือวัดผลของฝั่งโฆษณาที่ทำงานอยู่บนเว็บไซต์ ธุรกิจจำนวนมากมี OA ที่คุยกับลูกค้าทุกวัน แต่ไม่เคยติด Tag เลยสักครั้ง เพราะไม่รู้ว่ามันมีอยู่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องภาพรวมการวัดผลได้ที่การวัดผล Conversion ของ LINE คืออะไร

และมันก็ไม่ใช่ปุ่มแชทหรือลิงก์เข้า LINE ที่คุณวางไว้บนเว็บด้วย ปุ่มแชทเป็นแค่ทางเดินให้คนคลิกไปหาคุณใน LINE ส่วน LINE Tag คือระบบที่คอยสังเกตการณ์ว่าใครเดินผ่านทางนั้นบ้าง สองอย่างนี้ทำงานคู่กันแต่เป็นคนละชิ้น

โครงสร้างสามส่วนที่ประกอบกันเป็น LINE Tag

LINE Tag ไม่ใช่โค้ดก้อนเดียวที่วางแล้วจบ แต่แบ่งเป็นสามส่วนที่ทำหน้าที่ต่างกัน เข้าใจโครงสร้างนี้ไว้ก่อนจะช่วยให้ตอนไปติดตั้งจริงไม่งงว่าต้องวางอะไรตรงไหน:

ส่วนหน้าที่หลักต้องมีไหม
Base Codeนับคนเข้าเว็บทุกหน้า เป็นฐานที่อีกสองส่วนต้องพึ่งพาบังคับ ต้องติดก่อนเสมอ
Conversion Codeบอกระบบว่าเกิดเหตุการณ์ที่นับเป็นความสำเร็จ เช่น หน้าขอบคุณติดเมื่อมีจุดที่นิยามว่าสำเร็จ
Custom Eventวัดพฤติกรรมที่ธุรกิจกำหนดเอง เช่น กดปุ่มเพิ่มเพื่อนเลือกใช้ตามความต้องการ

LINE Tag เห็นอะไรได้บ้าง แล้วเห็นไม่ได้อะไร

จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงตั้งแต่วันแรกคือ LINE Tag มองเห็นได้ไกลสุดแค่ ‘ขอบเว็บไซต์’ มันรู้ว่าใครกดปุ่มไป LINE จากหน้าไหน มาจากแอดตัวไหน แต่พอคนคนนั้นก้าวข้ามเข้าไปในแอป LINE แล้ว มันจะมองไม่เห็นอะไรอีกเลย ไม่รู้ว่าเขาทักว่าอะไร คุยกี่ข้อความ หรือสุดท้ายซื้อของไปหรือเปล่า

เหตุผลของขอบเขตนี้ตรงไปตรงมา — LINE Tag เป็นสคริปต์ที่ทำงานบนหน้าเว็บ ส่วนบทสนทนาในแชทเกิดขึ้นในแอปซึ่งเป็นคนละสภาพแวดล้อม การจะติดตามต่อจากจุดนี้ไปถึงยอดขายจริง ต้องอาศัยเครื่องมือชั้นถัดไปที่ผูกลิงก์ติดตามแคมเปญเข้ากับสถานะการปิดการขายที่แอดมินบันทึกในแชท ซึ่งเป็นหน้าที่ของระบบอย่าง linli ที่ช่วยเชื่อม Funnel จากโฆษณาเข้า LINE ไปถึง Lead และยอดขาย ไม่ใช่สิ่งที่ LINE Tag ทำเองได้ตามลำพัง

การเข้าใจขอบเขตนี้ตั้งแต่ต้นสำคัญมาก เพราะถ้าคาดหวังว่าติด Tag แล้วจะรู้ยอดขายจริงทันที คุณจะผิดหวังและเลิกใช้มันไปทั้งที่จริง ๆ มันทำหน้าที่ของมันถูกต้องแล้ว เพียงแต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพทั้งหมดเท่านั้น

ต่างจาก Pixel ของ Meta หรือ Tag ของ GA4 ตรงไหน

แนวคิดพื้นฐานคล้ายกันมาก ทั้งสามตัวเป็นสคริปต์ที่ฝังบนเว็บเพื่อรายงานข้อมูลกลับไปยังแพลตฟอร์มเจ้าของ ต่างกันที่ปลายทาง — Pixel ของ Meta ส่งข้อมูลไปให้ระบบโฆษณา Facebook/Instagram ใช้ปรับการยิงแอด LINE Tag ส่งข้อมูลไปให้ระบบโฆษณา LINE Ads ใช้ในลักษณะเดียวกัน ส่วน GA4 เป็นเครื่องมือวัดผลกลางที่ไม่ผูกกับแพลตฟอร์มโฆษณาเจ้าใดเจ้าหนึ่ง

ข่าวดีคือแท็กทั้งหลายเหล่านี้อยู่ร่วมกันได้บนเว็บเดียวโดยไม่รบกวนกัน ไม่ต้องถอดตัวไหนทิ้งเพื่อติดอีกตัว รายละเอียดเรื่องการอยู่ร่วมกันของ Pixel กับ LINE Tag อ่านเพิ่มได้ที่Pixel กับ LINE Tag ทำงานร่วมกันได้ไหม สิ่งที่ต่างจริง ๆ คือแต่ละตัวเห็นข้อมูลเฉพาะของแพลตฟอร์มตัวเองเท่านั้น จะให้ Meta ใช้ข้อมูลของ LINE Tag ไม่ได้โดยตรง

ธุรกิจแบบไหนควรติดตั้งก่อนเป็นอันดับแรก

  • ธุรกิจที่ยิงแอด LINE Ads อยู่แล้วแต่ยังไม่เคยติดตั้งอะไรบนเว็บ — นี่คือกลุ่มที่เสียโอกาสมากที่สุดทุกวันที่ยังไม่ติด
  • ธุรกิจที่มีหน้า Landing Page หรือหน้าสินค้าแล้วให้คนกดปุ่มเข้า LINE ต่อ — เพราะพฤติกรรมก่อนกดปุ่มคือข้อมูลที่มีค่าในการปรับแอดให้ตรงกลุ่มขึ้น
  • เอเจนซี่ที่ดูแลหลายลูกค้าและต้องรายงานผลแอด LINE ให้แต่ละบัญชี — ไม่มี Tag ก็ไม่มีตัวเลขจากเว็บมาอ้างอิงในรายงาน
  • ธุรกิจที่กำลังจะเริ่มยิงแอด LINE เป็นครั้งแรก — ควรติดตั้งก่อนเปิดแคมเปญ เพราะข้อมูลที่สะสมได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีประโยชน์เร็วเท่านั้น

ก่อนไปติดตั้งจริง ต้องเตรียมอะไรก่อน

  1. ตรวจสอบว่ามีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีโฆษณา LINE Ads ที่จะใช้ยิงแอด เพราะ Tag ต้องดึงมาจากบัญชีนั้นโดยตรง คนละบัญชีมีรหัสคนละชุด
  2. หาคนที่ดูแลเว็บไซต์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเองที่ใช้เว็บสำเร็จรูป หรือทีมพัฒนาเว็บที่ต้องส่งโค้ดให้ช่วยวาง
  3. กำหนดล่วงหน้าว่าอะไรคือ ‘เหตุการณ์สำเร็จ’ ของธุรกิจคุณ เช่น กดปุ่มเข้า LINE หรือถึงหน้าขอบคุณหลังกรอกฟอร์ม เพื่อรู้ว่าต้องวาง Conversion Code ตรงไหน
  4. เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงสำหรับขั้นตอนติดตั้งและทดสอบ อย่ารีบเปิดแอดทันทีที่วางโค้ดเสร็จโดยยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามันยิงจริง รายละเอียดการติดตั้งแบบเต็มอ่านต่อได้ที่ขั้นตอนติดตั้ง LINE Tag

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LINE Tag

  • ‘ติดแล้วรู้ยอดขายทันที’ — ไม่จริง เพราะ Tag เห็นแค่ฝั่งเว็บ ยอดขายที่เกิดในแชทต้องอาศัยการเชื่อมข้อมูลอีกชั้น
  • ‘มี LINE OA แล้วไม่ต้องติด Tag’ — สองอย่างนี้ทำหน้าที่คนละแบบ มี OA ไม่ได้แปลว่าระบบโฆษณาเห็นพฤติกรรมบนเว็บของคุณ
  • ‘ติดครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไปไม่ต้องดูแล’ — ถ้าเว็บมีการปรับโครงสร้างหรือเปลี่ยนธีม ควรกลับมาเช็กว่า Tag ยังทำงานอยู่
  • ‘Tag ตัวเดียวใช้ได้ทุกบัญชีโฆษณา’ — แต่ละบัญชีมีรหัสของตัวเอง เอาโค้ดของบัญชีหนึ่งไปวางให้อีกบัญชีใช้ไม่ได้

ติดโค้ดไปแล้วแต่ตัวเลขในบัญชีโฆษณาไม่ขึ้น เกิดจากอะไรได้บ้าง

เคสที่พบบ่อยที่สุดคือธุรกิจวางโค้ดผ่าน Google Tag Manager แล้วกด Preview ทดสอบดูเหมือนใช้ได้ แต่ลืมกด Submit เพื่อ Publish เวอร์ชันจริงออกไป พอปิดหน้าต่าง Preview โค้ดก็หยุดทำงานทันทีทั้งที่ในบัญชียังโชว์ว่ามี Tag อยู่ ธุรกิจที่เจอแบบนี้มักงงว่าทำไมข้อมูลหายไปทั้งที่จำได้ว่าติดตั้งไปแล้ว

อีกเคสที่พังบ่อยไม่แพ้กันคือติด Base Code ไว้แค่หน้าแรกของเว็บหน้าเดียว แล้วลืมว่าลูกค้าจริงมักเข้ามาจากหน้า Landing Page เฉพาะแคมเปญที่แยกออกไปต่างหาก พอ Base Code ไม่ได้อยู่บนหน้านั้น ระบบก็นับคนเข้าเว็บได้แค่บางส่วน ทำให้ตัวเลขในบัญชีโฆษณาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ทั้งที่ไม่ได้ผิดขั้นตอนอะไรเลยนอกจากลืมเช็กว่าทุกหน้าที่คนจะเข้าถึงมี Base Code ครบ

และอีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือปลั๊กอิน Cache บนเว็บสำเร็จรูปบางระบบ ที่แคชหน้าเว็บเวอร์ชันเก่าก่อนติด Tag เอาไว้ ทำให้ผู้เข้าชมยังเห็นหน้าเว็บที่ไม่มีโค้ดอยู่ดีแม้จะบันทึกการตั้งค่าไปแล้ว วิธีแก้คือต้องล้าง Cache ของเว็บหลังติดตั้งทุกครั้ง ไม่ใช่แค่บันทึกแล้วจบ

สรุป

LINE Tag ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่หลายคนกลัว มันคือโค้ดวัดผลสามส่วนที่ทำหน้าที่บอกว่าใครมาจากแอดตัวไหน แล้วทำอะไรต่อบนเว็บก่อนจะกดเข้า LINE ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความยากในการติดตั้ง แต่อยู่ที่หลายธุรกิจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือขอบเขตของมัน — เห็นได้แค่ฝั่งเว็บ ไม่เห็นสิ่งที่เกิดในแชท การจะรู้ว่าใครมาจากแอดไหนแล้วปิดการขายจริงหรือเปล่า ต้องต่อยอดด้วยเครื่องมือชั้นถัดไปเสมอ

และถ้าติดตั้งแล้วตัวเลขไม่ขึ้นตามที่คาด อย่ารีบสรุปว่าเครื่องมือใช้ไม่ได้ ให้ไล่เช็กจุดที่พังบ่อยก่อน ทั้งการ Publish เวอร์ชันจริง หน้าที่ Base Code ยังไปไม่ถึง และ Cache เก่าที่ยังค้างอยู่บนเว็บ ก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาของตัว Tag เอง

  • LINE Tag = โค้ดวัดผลฝั่งโฆษณา LINE ที่ต้องติดบนเว็บไซต์ ไม่ใช่ LINE OA
  • ประกอบด้วย Base Code (บังคับ), Conversion Code และ Custom Event
  • เห็นได้แค่ฝั่งเว็บ ไม่เห็นสิ่งที่เกิดในห้องแชท ต้องต่อยอดเพื่อรู้ยอดขายจริง

คำถามที่พบบ่อย

LINE Tag กับ LINE OA ต่างกันยังไง

LINE OA คือเครื่องมือแชทที่ใช้คุยกับลูกค้า ส่วน LINE Tag คือโค้ดวัดผลของฝั่งโฆษณาที่ต้องติดบนเว็บไซต์ ใช้ร่วมกันได้แต่เป็นคนละระบบและทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยังไม่เคยยิงแอด LINE เลย ควรติด LINE Tag ไว้ก่อนไหม

ควรติดตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ยิงแอด เพราะ Tag จะเริ่มเก็บข้อมูลผู้เข้าชมเว็บตั้งแต่วันที่ติด พอถึงวันที่เริ่มยิงแอดจริง คุณจะมีข้อมูลสะสมพร้อมใช้ทันทีแทนที่จะเริ่มนับจากศูนย์

ติด LINE Tag แล้วเว็บโหลดช้าลงไหม

โดยทั่วไปสคริปต์วัดผลลักษณะนี้มีขนาดเล็กและโหลดแบบไม่บล็อกการแสดงผลหน้าเว็บ ผลกระทบต่อความเร็วจึงน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อมูลที่ได้กลับมา แต่ควรทดสอบความเร็วหน้าเว็บหลังติดตั้งเพื่อความชัวร์

ไม่มีเว็บไซต์ มีแต่หน้าเพจ ยังใช้ LINE Tag ได้ไหม

LINE Tag ต้องอาศัยหน้าเว็บเป็นที่ติดตั้ง ถ้าไม่มีเว็บเลยจะยังใช้ไม่ได้ ทางเลือกคือทำหน้า Landing Page แบบง่ายสักหน้าเพื่อรองรับการติดตั้ง Tag ก่อนเริ่มยิงแอด

ต้องเขียนโปรแกรมเป็นถึงจะติดตั้งได้ไหม

ไม่จำเป็นสำหรับเว็บสำเร็จรูปทั่วไปที่มีช่องใส่โค้ด Custom Header อยู่แล้ว แต่ถ้าเว็บเขียนขึ้นเอง ควรให้ทีมพัฒนาเว็บช่วยวางให้เพื่อความแน่นอนว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

LINE Tag เก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไหม

Tag เก็บพฤติกรรมการเข้าเว็บและสัญญาณที่มาจากแอดเป็นหลัก ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกของลูกค้า อย่างไรก็ตามธุรกิจควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของตัวเองให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเสมอ ไม่ควรถือว่าติด Tag แล้วเรื่องความเป็นส่วนตัวจบไปโดยอัตโนมัติ

ติดตั้งแล้วควรรอกี่วันก่อนสรุปว่าใช้งานได้จริง

โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาอย่างน้อยสองสามวันให้ระบบสะสมข้อมูลผู้เข้าชมเว็บก่อนดูตัวเลขในบัญชีโฆษณา เพราะบางแพลตฟอร์มไม่อัปเดตรายงานแบบทันทีทันใด ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วตัวเลขยังเป็นศูนย์ ควรกลับไปตรวจว่า Base Code ยังอยู่บนทุกหน้าและเวอร์ชันถูก Publish จริงหรือไม่

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LINE Tag Checker

ใส่ URL เว็บไซต์ แล้วตรวจว่า LINE Tag ติดอยู่จริง ติดซ้ำ หรือโหลดผิดลำดับหรือไม่

ตรวจ LINE Tag ฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

รู้ว่าโฆษณาเข้า LINE ทำยอดขายจริงแค่ไหน

linli ติดตามลูกค้าตั้งแต่คลิกโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน ทักแชท จนปิดการขาย พร้อมส่ง Conversion กลับแพลตฟอร์มโฆษณา เริ่มฟรี 14 วัน

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

งบโฆษณาวันละสองพัน แต่ตัวเลข Conversion ในระบบบวมจนไม่กล้าเชื่อ

งบโฆษณาวันละสองพัน แต่ตัวเลข Conversion ในระบบบวมจนไม่กล้าเชื่อ

Custom Conversion ที่ตั้งไม่ระวังคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของตัวเลขบวม บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ Event ยิงซ้ำ วิธีป้องกัน และวิธีทดสอบก่อนใช้งานจริง
Lead เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดปิดของทีมขายกลับนิ่งเหมือนเดิม

Lead เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดปิดของทีมขายกลับนิ่งเหมือนเดิม

Lead เพิ่มแต่ยอดปิดไม่ขยับ มักเกิดจากการนับ Event ผิดชั้นใน LINE OA conversion tracking บทความนี้อธิบาย Event ระดับต่าง ๆ และวิธีเลือก Conversion ที่ควรใช้จริง
เปิดแคมเปญพร้อมกันสามหน้า Landing Page แต่แยกไม่ออกว่าอันไหนขายได้ แก้ยังไง

เปิดแคมเปญพร้อมกันสามหน้า Landing Page แต่แยกไม่ออกว่าอันไหนขายได้ แก้ยังไง

ธุรกิจที่ยิงแคมเปญพร้อมกันหลายหน้า Landing Page มักเจอปัญหาข้อมูล LIFF ปนกันจนแยกแคมเปญต้นทางไม่ออก บทความนี้พาวางระบบ Tracking ให้รองรับหลาย Campaign และหลาย Landing Page พร้อมกันได้จริง