← กลับไปหน้าบทความ
ขั้นสูง (MarTech)

ใช้ LIFF App โชว์แคตตาล็อกใน LINE แล้วรู้ว่าลูกค้าสนใจอะไร

ทีมบรรณาธิการ linli03 ก.ค. 13:48อัปเดต 01 พ.ย. 09:26อ่าน 1 นาที
ใช้ LIFF App โชว์แคตตาล็อกใน LINE แล้วรู้ว่าลูกค้าสนใจอะไร
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

LIFF คือการเปิดหน้าเว็บของคุณขึ้นมาในแอป LINE โดยที่รู้ว่าคนเปิดคือใคร ประโยชน์กับคนขายคือทำแคตตาล็อกให้ลูกค้าเลื่อนดูเองในแชท แล้วเก็บได้ว่าเขาดูสินค้าไหนนาน กดอะไรบ้าง ข้อมูลนี้บอกแอดมินว่าควรคุยเรื่องอะไรก่อน ทำให้ปิดการขายตรงจุดกว่าการเดา

เวลาลูกค้าทักมาถามสินค้า แอดมินส่วนใหญ่ทำยังไง ส่งรูปสินค้าเป็นสิบรูปรัว ๆ ตามด้วยราคาเป็นพรืด ลูกค้าเลื่อนดูแป๊บเดียวก็ตาลาย แล้วก็เงียบไป คุณไม่มีทางรู้เลยว่าในบรรดาสินค้าที่ส่งไป เขาสะดุดตากับตัวไหน เพราะรูปในแชทมันดูแล้วไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้

LIFF หรือ LINE Front-end Framework แก้ปัญหานี้ได้ มันคือการเปิดหน้าเว็บของคุณขึ้นมา ‘ข้างใน’ แอป LINE ลูกค้าไม่รู้สึกว่าออกไปไหน แต่คุณได้หน้าที่จัดสินค้าสวย ๆ ให้เขาเลื่อนดูเอง กดดูรายละเอียดเอง และที่สำคัญ คุณเก็บได้ว่าเขาสนใจอะไรเป็นพิเศษ

บทความนี้ผมจะเล่าว่า LIFF ต่างจากการส่งรูปธรรมดายังไง เก็บพฤติกรรมอะไรได้บ้าง และเอาข้อมูลพวกนั้นมาช่วยแอดมินปิดการขายได้จริงยังไง โดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกจับตา

LIFF ต่างจากการส่งรูปในแชทยังไง

ความต่างที่ใหญ่ที่สุดคือ LIFF รู้ว่าคนที่เปิดคือใคร เพราะมันเปิดในบริบทของ LINE ที่ล็อกอินอยู่แล้ว ต่างจากการส่งลิงก์เว็บนอกที่พอลูกค้ากดออกไป คุณก็ไม่รู้ว่าคนที่ดูคือลูกค้าคนไหนในแชท พฤติกรรมที่เก็บได้เลยผูกกลับมาที่ตัวเขาได้

ความต่างที่สองคือประสบการณ์ ลูกค้าไม่ต้องเลื่อนดูรูปทีละใบในแชทที่จัดเรียงไม่ได้ แต่ได้หน้าแคตตาล็อกที่แบ่งหมวด มีปุ่ม มีรายละเอียดกดเข้าไปอ่านได้ เหมือนเปิดร้านออนไลน์ย่อ ๆ ที่ลูกค้าเดินดูเอง ซึ่งดีกว่าการนั่งรอแอดมินส่งรูปมาให้ทีละชุด

ความต่างที่สามและสำคัญสุดสำหรับคนวัดผลคือ มันเก็บพฤติกรรมได้ ต่างจากรูปในแชทที่เห็นแค่ว่าอ่านหรือยังอ่าน LIFF บอกได้ว่าลูกค้าดูสินค้าไหน ดูนานแค่ไหน กดเข้าไปดูรายละเอียดตัวไหน ซึ่งเป็นข้อมูลชั้นดีที่เชื่อมโยงกับการอ่านความตั้งใจของลูกค้าได้ลึกกว่าการเดาจากคำพูด

LIFF เก็บพฤติกรรมอะไรได้บ้าง

ไม่ใช่ว่าเก็บได้แล้วต้องเก็บทุกอย่าง เก็บเฉพาะสิ่งที่เอาไปใช้ปิดการขายได้จริงก็พอ นี่คือข้อมูลที่มีประโยชน์และไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกสอดส่องเกินไป:

  • สินค้าที่ลูกค้าดูนานหรือกดเข้าไปดูรายละเอียด: บอกว่าเขาสนใจตัวไหนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านตา
  • หมวดที่เขาเข้าไปดูบ่อย: บอกทิศทางความต้องการว่าเขามาหาของกลุ่มไหน
  • สินค้าที่กดเพิ่มลงตะกร้าหรือกดสนใจแต่ยังไม่ทัก: กลุ่มนี้คือคนที่สนใจแล้วแต่ยังไม่ปิด ควรตามเป็นพิเศษ
  • ช่วงราคาที่เขาดู: ช่วยให้แอดมินเสนอของในงบที่เขาน่าจะรับได้ ไม่เสนอแพงเกินจนเขาถอย

เอาข้อมูลพฤติกรรมมาช่วยแอดมินยังไง

ข้อมูลที่เก็บมาจะไร้ค่าทันทีถ้าไม่มีใครเอาไปใช้ หัวใจคือทำให้แอดมินเห็นว่า ‘ลูกค้าคนนี้เพิ่งดูอะไรมา’ ก่อนเริ่มคุย เพื่อเปิดบทสนทนาให้ตรงใจ แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่า ‘สนใจตัวไหนคะ’ ซึ่งลูกค้าต้องมาอธิบายใหม่ทั้งที่เพิ่งดูไป

ลองเทียบดู แอดมินที่ไม่มีข้อมูลเปิดด้วย ‘สนใจสินค้าตัวไหนเป็นพิเศษไหมคะ’ ส่วนแอดมินที่เห็นพฤติกรรมเปิดด้วย ‘เห็นพี่ดูรุ่น A ไว้นานเลย รุ่นนั้นตอนนี้มีสีใหม่เข้ามาด้วยนะคะ สนใจให้ส่งรายละเอียดเพิ่มไหมคะ’ อันหลังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านใส่ใจและตรงจุด โอกาสปิดสูงกว่ามาก

แต่ต้องเนียน อย่าพูดจนลูกค้ารู้สึกถูกจับตา การบอกว่า ‘เห็นพี่ดูรุ่นนี้ค้างไว้’ กับ ‘ระบบบันทึกว่าคุณดูสินค้านี้ 3 นาที 20 วินาที’ ให้ความรู้สึกต่างกันคนละโลก ใช้ข้อมูลเพื่อช่วยเขา ไม่ใช่เพื่อโชว์ว่าคุณรู้ทุกอย่างที่เขาทำ

จะเริ่มทำ LIFF ต้องเตรียมอะไร

LIFF ต้องอาศัยการพัฒนาฝั่งเว็บอยู่บ้าง ไม่ใช่ตั้งค่าในแอปแล้วเสร็จเหมือนเมนูพื้นฐาน ตารางนี้ช่วยประเมินว่าธุรกิจคุณพร้อมแค่ไหนและควรเริ่มระดับไหน:

ระดับทำอะไรเหมาะกับใคร
เริ่มต้นหน้าแคตตาล็อกอย่างง่ายเปิดใน LINEร้านที่อยากให้ลูกค้าเลื่อนดูเองก่อน
กลางแคตตาล็อก + เก็บว่าดูสินค้าไหนบ้างร้านที่อยากให้แอดมินคุยตรงจุด
ลึกผูกพฤติกรรมกับที่มาแอดและยอดปิดร้านที่วัดผลจริงจังทั้งเส้นทาง

ความจริงที่ต้องยอมรับก่อนเริ่ม

ผมอยากให้ตั้งความคาดหวังตามจริง LIFF ไม่ใช่ของฟรีหรือของง่ายเหมือนตั้งเมนู มันต้องมีคนทำเว็บและดูแลต่อ ถ้าร้านคุณสินค้าไม่กี่ตัวและปิดการขายในแชทได้ดีอยู่แล้ว การลงทุนทำ LIFF อาจยังไม่จำเป็น ส่งรูปที่จัดดี ๆ ก็เพียงพอ

LIFF เริ่มคุ้มจริงเมื่อสินค้าคุณเยอะจนส่งรูปในแชทไม่ไหว หรือเมื่อคุณต้องการข้อมูลพฤติกรรมมาช่วยปิดการขายอย่างเป็นระบบ ก่อนกระโดดลงไป ลองถามตัวเองว่าปัญหาที่คุณจะแก้ด้วย LIFF คืออะไรกันแน่ ถ้าตอบได้ชัดค่อยลงมือ อย่าทำเพราะมันฟังดูล้ำ ของล้ำที่ไม่ตอบปัญหาจริงคือเงินที่จมเปล่า

สรุป

LIFF เปลี่ยนแคตตาล็อกจากรูปที่ส่งแล้วเงียบ ให้กลายเป็นหน้าร้านที่ลูกค้าเดินดูเองและทิ้งร่องรอยความสนใจไว้ ร่องรอยนั้นแหละที่ทำให้แอดมินคุยตรงจุดและปิดได้ง่ายขึ้น แต่ของดีนี้มีต้นทุนดูแล อย่าทำเพราะมันล้ำ ทำเมื่อมันตอบปัญหาที่คุณมีจริง

  • LIFF รู้ว่าใครเปิด จึงผูกพฤติกรรมกลับมาที่ตัวลูกค้าได้ ต่างจากรูปในแชท
  • เก็บว่าเขาดูอะไรนาน กดอะไร แล้วให้แอดมินเปิดบทสนทนาให้ตรงใจ
  • ใช้ข้อมูลอย่างเนียนเพื่อช่วยลูกค้า ไม่ใช่โชว์ว่ารู้ทุกอย่างที่เขาทำ

คำถามที่พบบ่อย

LIFF คืออะไรแบบเข้าใจง่าย

คือการเปิดหน้าเว็บของคุณขึ้นมาข้างในแอป LINE โดยระบบรู้ว่าคนเปิดคือลูกค้าคนไหน ทำให้คุณโชว์หน้าแคตตาล็อกหรือฟังก์ชันต่าง ๆ ในบริบทของ LINE ได้ และเก็บพฤติกรรมผูกกลับมาที่ตัวลูกค้าได้ ต่างจากลิงก์เว็บนอกที่พอกดออกไปก็ไม่รู้ว่าใครดู

ต่างจากการส่งรูปสินค้าในแชทตรงไหน

รูปในแชทดูแล้วไม่ทิ้งข้อมูลอะไร คุณไม่รู้ว่าลูกค้าสนใจตัวไหน ส่วน LIFF ให้ลูกค้าเลื่อนดูเองเหมือนหน้าร้านย่อ ๆ และเก็บได้ว่าเขาดูสินค้าไหนนาน กดอะไรบ้าง ซึ่งช่วยให้แอดมินคุยได้ตรงจุดกว่าการส่งรูปแล้วเดา

เก็บพฤติกรรมลูกค้าแบบนี้ผิดกฎความเป็นส่วนตัวไหม

ต้องทำบนพื้นฐานความโปร่งใสและเก็บเท่าที่จำเป็น การใช้ข้อมูลเพื่อช่วยแนะนำสินค้าให้ตรงใจทำได้ แต่ควรใช้อย่างเนียนและเคารพลูกค้า อย่าใช้จนเขารู้สึกถูกจับตา และดูแลข้อมูลที่เก็บให้ปลอดภัยตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ร้านเล็กจำเป็นต้องทำ LIFF ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าสินค้าไม่กี่ตัวและปิดการขายในแชทได้ดีอยู่แล้ว การส่งรูปที่จัดดี ๆ ก็พอ LIFF เริ่มคุ้มเมื่อสินค้าเยอะจนส่งรูปไม่ไหว หรือเมื่อต้องการข้อมูลพฤติกรรมมาช่วยปิดการขายอย่างเป็นระบบ

ทำ LIFF ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ไหม

ต้องมีคนดูแลฝั่งเว็บอยู่บ้าง เพราะ LIFF ทำงานบนหน้าเว็บที่คุณสร้างขึ้น ไม่ได้เป็นแค่ตั้งค่าในแอป ถ้าไม่มีทีมเทคนิคอาจเริ่มจากหน้าแคตตาล็อกง่าย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มการเก็บพฤติกรรมเมื่อพร้อม

จะเชื่อมพฤติกรรมใน LIFF กับยอดที่ปิดจริงได้ไหม

ได้ และนั่นคือจุดที่ข้อมูลมีค่าที่สุด เพราะทำให้รู้ว่าคนที่ดูสินค้าแบบไหนแล้วปิดจริง เครื่องมืออย่าง linli ที่ผูกพฤติกรรมเข้ากับที่มาแอดและยอดปิดช่วยให้เห็นภาพทั้งเส้นทาง แต่ถ้าเพิ่งเริ่ม การเก็บแค่ว่าลูกค้าดูอะไรบ้างก็มีประโยชน์แล้ว

ลองตรวจด้วยตัวเอง

LIFF Campaign Parameter Lab

ทดสอบว่า UTM และพารามิเตอร์แคมเปญของคุณรอดผ่าน liff.state เข้าแอปหรือหายกลางทาง

ทดสอบ LIFF URL

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

วัด Conversion LINE ทุกแบรนด์ รวมศูนย์ที่เดียว

องค์กรที่มีหลายแบรนด์ หลายสาขา หลาย LINE OA linli รวม Tracking และส่ง Conversion กลับทุกแพลตฟอร์ม พร้อม Custom Limit เริ่มฟรี 14 วัน

ติดต่อทีม Sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้าทัก LINE วันนี้ โอนอีก 5 วันถัดมา สลิปดีเลย์แบบนี้ผูก Conversion กลับไปหาแอดวันไหน

ลูกค้าทัก LINE วันนี้ โอนอีก 5 วันถัดมา สลิปดีเลย์แบบนี้ผูก Conversion กลับไปหาแอดวันไหน

การซื้อในแชทไม่จบในเซสชันเดียวแบบเว็บ ลูกค้าคิดสามวัน ต่อรองสองวัน แล้วค่อยโอน คำถามคือยอดนั้นเป็นผลงานของแอดวันไหน และรายงานควรอ่านยังไงไม่ให้หลอกตัวเอง
ยิงแอด Pinterest ดึงสาย Visual เข้าบอร์ดแรงบันดาลใจ แล้วจบด้วยการทัก LINE สั่งซื้อ

ยิงแอด Pinterest ดึงสาย Visual เข้าบอร์ดแรงบันดาลใจ แล้วจบด้วยการทัก LINE สั่งซื้อ

บนแพลตฟอร์มอื่นคนไถฟีดเพื่อฆ่าเวลา แต่บน Pinterest คนกำลัง ‘วางแผนซื้อ’ อยู่จริง ๆ บทความนี้ว่าด้วยการต่อสายจากบอร์ดแรงบันดาลใจของสายภาพ มาปิดการขายใน LINE
ทำ Group Buy ให้แกนนำรวมบิลใน LINE แล้ววัดผลต้นทางจากโฆษณา

ทำ Group Buy ให้แกนนำรวมบิลใน LINE แล้ววัดผลต้นทางจากโฆษณา

ทำไมแม่ค้าบางคนปิดบิลทีละสามหมื่นจากลูกค้าที่ไม่เคยเห็นหน้า คำตอบคือแกนนำรวมออเดอร์ บทความนี้ว่าด้วยการออกแบบ Group Buy ให้เวิร์กใน LINE และวัดให้ได้ว่าแอดตัวไหนสร้างกลุ่ม