← กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ

อยากรู้ว่า Lead แต่ละคนมาจากไอจีหรือเฟซบุ๊ก ต้องใช้เครื่องมืออะไร

ทีมบรรณาธิการ linli12 ส.ค. 04:53อัปเดต 12 ส.ค. 04:53อ่าน 2 นาที
อยากรู้ว่า Lead แต่ละคนมาจากไอจีหรือเฟซบุ๊ก ต้องใช้เครื่องมืออะไร
บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ ชื่อธุรกิจ ตัวเลข หรือบทสนทนาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำกับเป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ดูรายละเอียดที่ นโยบายกองบรรณาธิการ

สรุปสั้น ๆ

Lead Tracking Software คือระบบที่บันทึกที่มาของแต่ละ Lead ตั้งแต่คลิกหรือทักเข้ามาครั้งแรก ผ่านสถานะต่าง ๆ จนถึงปิดการขายหรือหลุดไป เพื่อให้ธุรกิจรู้ว่าช่องทางไหนสร้าง Lead ที่มีคุณภาพจริง ไม่ใช่แค่จำนวนคนทักที่ดูเยอะ

เจ้าของร้านที่ยิงแอดทั้งใน Instagram และ Facebook พร้อมกัน มักเจอคำถามว่า 'คนที่ทักเข้ามาวันนี้มาจากแพลตฟอร์มไหน' โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองแพลตฟอร์มพาคนไปยัง LINE OA เดียวกัน ถ้าไม่มีระบบช่วยแยก ก็ต้องอาศัยการถามลูกค้าตรง ๆ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบ หรือตอบไม่ตรงกับความจริง

ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อธุรกิจมีหลายแคมเปญในแพลตฟอร์มเดียวกัน เช่นแคมเปญโปรโมชันสินค้าใหม่กับแคมเปญรีทาร์เก็ตลูกค้าเก่า ถ้าไม่มีการแยกที่มา ก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเงินที่ใช้ไปกับแต่ละแคมเปญคุ้มค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกัน

บทความนี้จะอธิบายว่า Lead Tracking Software คืออะไร ทำงานอย่างไรในธุรกิจที่ขายผ่านแชท LINE และมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มใช้งานจริง

Lead Tracking Software คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง

Lead Tracking Software คือระบบที่ทำหน้าที่บันทึกและติดตามข้อมูลของ Lead ตั้งแต่จุดแรกที่เข้ามา เช่นคลิกจากแคมเปญไหน ผ่านลิงก์แบบไหน จนถึงสถานะต่าง ๆ ในกระบวนการขาย เช่นกลายเป็น Qualified Lead แล้วหรือยัง มีการเสนอราคาไปหรือไม่ และสุดท้ายปิดการขายได้หรือหลุดไป

หน้าที่หลักของระบบนี้ไม่ใช่แค่เก็บข้อมูล แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายจุดเข้าด้วยกัน ทำให้เมื่อต้องการดูรายงาน สามารถเห็นภาพรวมได้ว่าช่องทางไหนสร้าง Lead มากที่สุด และช่องทางไหนสร้าง Lead ที่ปิดการขายได้จริงมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นคนละช่องทางกัน

ข้อมูลอะไรบ้างที่ควรถูกติดตามในระบบ

  • ที่มาของ Lead เช่นแพลตฟอร์ม แคมเปญ และชิ้นครีเอทีฟที่พาเขาเข้ามา
  • เวลาที่ทักเข้ามาครั้งแรก และเวลาที่แอดมินตอบกลับ เพื่อวัดความเร็วในการตอบสนอง
  • สถานะปัจจุบันของ Lead เช่นยังเป็นแค่ผู้สนใจ หรือกลายเป็น Qualified Lead แล้ว
  • ประวัติการสนทนาโดยสังเขป เพื่อให้แอดมินที่รับช่วงต่อเข้าใจบริบทได้เร็วโดยไม่ต้องถามซ้ำ
  • ผลลัพธ์สุดท้าย เช่นปิดการขายได้ หรือหลุดไปพร้อมเหตุผลที่บันทึกไว้

เปรียบเทียบวิธีติดตาม Lead แบบต่าง ๆ

ธุรกิจแต่ละขนาดเหมาะกับวิธีติดตามที่ต่างกัน:

วิธีติดตามข้อดีข้อจำกัด
ถามลูกค้าตรง ๆเริ่มได้ทันทีไม่ต้องมีเครื่องมือไม่แม่น ขึ้นกับความจำและความร่วมมือของลูกค้า
Tracking Link แยกตามแคมเปญแยกที่มาได้แม่นกว่าการถามต้องมีวินัยสร้างลิงก์ใหม่ทุกแคมเปญ
ระบบ Lead Tracking อัตโนมัติบันทึกและเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติ ลดงานมือต้องตั้งค่าและเชื่อมข้อมูลเริ่มต้น

ก่อนเลือกใช้ระบบ ควรตอบคำถามอะไรบ้าง

  1. มีกี่ช่องทางที่พาลูกค้าเข้ามา และแต่ละช่องทางต้องแยกละเอียดแค่ไหน
  2. มีแอดมินกี่คน และต้องการให้ข้อมูล Lead ส่งต่อกันระหว่างแอดมินได้หรือไม่
  3. ต้องการเชื่อมข้อมูลนี้กลับไปยังแพลตฟอร์มโฆษณาเพื่อส่ง Conversion กลับหรือไม่
  4. มีทีมที่พร้อมดูแลและตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะระบบจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีคนใช้ข้อมูลจริง

มีเครื่องมือแล้ว ไม่ได้แปลว่าข้อมูลจะแม่นทันที

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือคิดว่าติดตั้งระบบแล้วข้อมูลจะแม่นยำโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ความจริงยังมีจุดที่ข้อมูลอาจหลุดได้ เช่นลูกค้าคัดลอกลิงก์ไปเปิดในแอปอื่น หรือพิมพ์ค้นหาชื่อร้านเองแทนที่จะกดลิงก์ตรง กรณีเหล่านี้ระบบอาจบันทึกที่มาว่า 'ไม่ทราบ' ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับ ไม่มีระบบใดติดตามได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกกรณี

การเช็กคุณภาพของข้อมูลที่มาเป็นระยะจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีระบบ ควรดูว่าสัดส่วน Lead ที่ 'ไม่ทราบที่มา' มากผิดปกติหรือไม่ ถ้ามากเกินไปควรกลับไปตรวจสอบว่าลิงก์ที่ใช้ในแคมเปญตั้งค่าถูกต้องหรือเปล่า

เชื่อมข้อมูลนี้กับการตัดสินใจธุรกิจยังไง

เมื่อมีข้อมูลที่มาของแต่ละ Lead ครบถ้วนแล้ว สามารถนำไปคำนวณต้นทุนต่อโอกาสขายและรายได้เฉลี่ยต่อ Leadแยกตามช่องทาง ทำให้เห็นชัดว่าควรเพิ่มงบให้ช่องทางไหน และควรลดหรือหยุดช่องทางไหนที่ไม่คุ้มค่า

นอกจากประโยชน์เชิงงบประมาณ ข้อมูลนี้ยังช่วยทีมขายเข้าใจบริบทของลูกค้าแต่ละรายได้ดีขึ้น เพราะรู้ว่าลูกค้ามาจากแคมเปญที่โปรโมทเรื่องอะไร ทำให้ตอบแชทได้ตรงจุดโดยไม่ต้องถามซ้ำสิ่งที่ควรรู้อยู่แล้ว

เมื่อมีแอดมินหลายคน การส่งต่อ Lead ระหว่างกันสำคัญแค่ไหน

ธุรกิจที่โตขึ้นจนต้องมีแอดมินหลายคนดูแลแชทพร้อมกัน มักเจอปัญหาที่ลูกค้ารายเดิมต้องเล่าเรื่องซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคนคุย เพราะแอดมินคนใหม่ไม่รู้ว่าเคยคุยอะไรไปแล้วบ้าง ปัญหานี้สร้างความรำคาญให้ลูกค้าและอาจทำให้ลูกค้าที่ใกล้ตัดสินใจซื้อรู้สึกหงุดหงิดจนเปลี่ยนใจไปซื้อที่อื่นแทน

ระบบ Lead Tracking ที่ดีควรทำหน้าที่เป็นความทรงจำร่วมของทีม ให้แอดมินคนไหนก็ตามที่รับช่วงต่อสามารถเห็นประวัติสำคัญได้ทันทีโดยไม่ต้องถามลูกค้าซ้ำ เช่นรู้ว่าลูกค้าเคยถามเรื่องอะไรไปแล้ว เคยได้รับข้อเสนออะไร และอยู่ในสถานะไหนของกระบวนการขาย ความต่อเนื่องแบบนี้สร้างความประทับใจให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังคุยกับทีมเดียวกัน ไม่ใช่คนละคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรกันเลย

ระวังอย่าเพิ่มเครื่องมือจนซับซ้อนเกินความจำเป็น

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยพอ ๆ กับการไม่มีระบบเลย คือการมีเครื่องมือเยอะเกินไปจนแอดมินสับสนว่าต้องบันทึกข้อมูลที่ไหนบ้าง บางธุรกิจใช้ทั้งสเปรดชีต ทั้งแอปแชนแนล และทั้งระบบ CRM แยกกัน โดยไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและสุดท้ายไม่มีใครดูภาพรวมได้ครบถ้วน

ก่อนเพิ่มเครื่องมือใหม่ ควรถามตัวเองก่อนว่าเครื่องมือที่มีอยู่แล้วรองรับความต้องการนี้ได้หรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องเพิ่มจริง ควรมั่นใจว่าจะลดจำนวนเครื่องมืออื่นที่ซ้ำซ้อนลงไปด้วย ไม่ใช่เพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยตัดของเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วออก

จะรู้ได้ยังไงว่าการลงทุนกับระบบนี้คุ้มค่า

การประเมินความคุ้มค่าของ Lead Tracking Software ไม่ควรดูแค่ค่าใช้จ่ายรายเดือนเทียบกับความรู้สึกว่าสะดวกขึ้นหรือไม่ แต่ควรดูตัวเลขที่จับต้องได้ เช่นเวลาเฉลี่ยที่แอดมินใช้ในการตอบแชทลดลงหรือไม่หลังใช้ระบบ อัตราการปิดการขายเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน และจำนวน Lead ที่หลุดมือไปเพราะตามไม่ทันลดลงหรือไม่

การเก็บตัวเลขเหล่านี้ก่อนและหลังเริ่มใช้ระบบเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการประเมินว่าการลงทุนนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่ แทนที่จะตัดสินใจต่อสัญญาหรือเลิกใช้จากความรู้สึกเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน

แยกไอจีออกจากเฟซบุ๊กจริง ๆ ต้องตั้งค่าอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือธุรกิจยิงแอด 'Click to Message' ทั้งใน Instagram และ Facebook ปลายทางไปที่ LINE OA เดียวกัน ถ้าใช้ลิงก์เดียวกันทั้งสองแพลตฟอร์ม ระบบจะแยกไม่ออกว่าคนที่ทักเข้ามาแต่ละคนคลิกมาจากที่ไหน วิธีแก้คือสร้าง Tracking Link แยกกันสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วตั้ง utm_source เป็น instagram และ facebook ให้ต่างกันตั้งแต่ระดับ Ad Set หรือ Campaign

ในทางปฏิบัติ ควรตั้งชื่อ utm_campaign ให้สื่อถึงทั้งแพลตฟอร์มและแคมเปญในชื่อเดียว เช่น ig_newyear_promo และ fb_newyear_promo แทนที่จะใช้ชื่อเดียวกันแล้วหวังว่าระบบจะแยกให้เอง เพราะระบบยึดตามค่าที่กรอกไว้ในลิงก์เท่านั้น ไม่ได้เดาจากบริบทของแคมเปญให้อัตโนมัติ

อีกจุดที่ต้องระวังคือ Instagram มักเปิดลิงก์ผ่าน In-app Browser ของตัวเองแทนเบราว์เซอร์ปกติ ซึ่งบางครั้งอาจตัด Parameter บางตัวออกระหว่างการ Redirect หลายชั้นก่อนถึง LINE จึงควรทดสอบคลิกลิงก์จริงจากทั้งสองแพลตฟอร์มก่อนเปิดแคมเปญจริง เพื่อยืนยันว่าที่มายังถูกส่งต่อไปถึงปลายทางครบถ้วน

ทำแบบนี้แล้วพัง เพราะอะไร

  • ใช้ Tracking Link เดียวกันกับทุก Ad Set ในแคมเปญเดียวกัน แล้วคาดหวังว่าจะแยกผลลัพธ์รายครีเอทีฟได้ ทั้งที่ระบบเห็นว่าทุกคลิกมาจากลิงก์เดียวกันหมด จึงรวมเป็นก้อนเดียวและไม่สามารถบอกได้ว่าครีเอทีฟไหนทำงานดีกว่ากัน
  • เปลี่ยนชื่อแคมเปญในแพลตฟอร์มโฆษณา แต่ลืมอัปเดต utm_campaign ในลิงก์ให้ตรงกัน ทำให้รายงานฝั่ง Ads กับฝั่ง Lead Tracking ใช้ชื่อไม่ตรงกัน เทียบข้อมูลข้ามระบบไม่ได้เมื่อต้องสรุปผลรวม
  • มีแอดมินหลายคนแต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของการตรวจสอบคุณภาพข้อมูล ต่างคนต่างคิดว่าอีกคนดูแลอยู่ สุดท้ายไม่มีใครสังเกตว่าสัดส่วน Lead ที่ไม่ทราบที่มาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนข้อมูลทั้งชุดใช้วิเคราะห์อะไรไม่ได้แล้ว
  • เพิ่มเครื่องมือ Lead Tracking ใหม่กลางแคมเปญที่กำลังรันอยู่ โดยไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ทำให้ข้อมูลก่อนและหลังเปลี่ยนระบบเทียบกันไม่ได้ตรง ๆ และแอดมินสับสนว่าต้องบันทึกในระบบไหนกันแน่ในช่วงที่ทับซ้อนกัน

สรุป

การรู้ว่า Lead แต่ละคนมาจากช่องทางไหนไม่ใช่แค่เรื่องความอยากรู้ แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจเรื่องงบและกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีเหตุผล Lead Tracking Software คือเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการนี้เป็นระบบมากกว่าการถามลูกค้าเองทีละคน

แต่ต้องเข้าใจว่าไม่มีระบบใดติดตามได้แม่น 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกกรณี สิ่งสำคัญคือเลือกระดับความละเอียดที่เหมาะกับขนาดธุรกิจ และหมั่นตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอยู่เสมอ

  • Lead Tracking Software บันทึกที่มาของ Lead ตั้งแต่จุดแรกจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย
  • เลือกระดับความละเอียดให้เหมาะกับจำนวนช่องทางและขนาดธุรกิจ
  • ไม่มีระบบใดติดตามได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับข้อมูลที่ไม่ทราบที่มาบางส่วน
  • ใช้ข้อมูลนี้คำนวณต้นทุนและรายได้เฉลี่ยแยกตามช่องทางเพื่อวางแผนงบ

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจเล็กที่มีแอดมินคนเดียว จำเป็นต้องมี Lead Tracking Software ไหม

ถ้ามีแค่ช่องทางเดียวและดีลไม่มาก การจดบันทึกด้วยมืออาจเพียงพอ แต่ถ้าเริ่มยิงแอดหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน การมีระบบช่วยบันทึกอัตโนมัติจะลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาได้มาก

ระบบ Lead Tracking รู้ได้ยังไงว่าคนทักมาจากไอจีหรือเฟซบุ๊ก

โดยทั่วไปใช้ลิงก์หรือ Tracking Link ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อลูกค้ากดลิงก์ที่ตรงกับแพลตฟอร์มนั้นเข้ามา ระบบจะบันทึกที่มาไว้ตั้งแต่จุดแรกที่เขาทัก

ถ้าลูกค้าเห็นโฆษณาแล้วไปค้นหาชื่อร้านเองใน LINE แทนที่จะกดลิงก์ จะรู้ที่มาไหม

กรณีนี้ระบบมักบันทึกเป็น 'ไม่ทราบที่มา' หรือ 'ค้นหาโดยตรง' เพราะไม่ได้ผ่านลิงก์ที่มีการติดตาม เป็นข้อจำกัดที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของพฤติกรรมผู้ใช้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ

ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมากแค่ไหนถึงจะตั้งค่าระบบนี้ได้

ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่เลือกใช้ บางระบบออกแบบมาให้ตั้งค่าได้ง่ายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด แต่ยังต้องมีคนเข้าใจโครงสร้างแคมเปญและตั้งชื่อลิงก์ให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อมูลที่ได้นำไปวิเคราะห์ได้จริง

ข้อมูลจาก Lead Tracking Software เชื่อมกลับไปแพลตฟอร์มโฆษณาได้ไหม

ขึ้นอยู่กับระบบและการตั้งค่า Integration ที่เปิดใช้งาน บางระบบรองรับการส่งข้อมูล Conversion กลับไปยังแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อไว้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและขั้นตอนการตั้งค่าของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนเสมอ

ทำไมลิงก์เดียวกันที่แปะในไอจีกับเฟซบุ๊กถึงแยกที่มาไม่ได้

เพราะระบบยึดตามค่าที่กำหนดไว้ในลิงก์เท่านั้น ถ้าลิงก์เดียวกันถูกใช้ในทั้งสองแพลตฟอร์ม ทุกคลิกจะถูกนับเป็นที่มาเดียวกันหมด ต้องสร้าง Tracking Link แยกและตั้ง utm_source ให้ต่างกันตั้งแต่ต้นถึงจะแยกได้จริง

ลองตรวจด้วยตัวเอง

Meta Ads → LINE Checker

ตรวจว่า fbclid, Pixel และเส้นทางเข้า LINE ของคุณพร้อมให้ Meta วัด Conversion หรือยัง

ตรวจความพร้อมฟรี

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร ไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

ทดลองวัดผลโฆษณาเข้า LINE ฟรี 14 วัน

สมัครแล้วสร้างโปรเจกต์ เชื่อม LINE ติดตั้ง Tracking แล้วเริ่มเห็น Funnel จาก Click ถึง Purchase ได้ทันที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มทดลองใช้ฟรี 14 วัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Marketing Analytics Software: เลือกให้ตรงกับข้อมูลที่ทีมมีจริงก่อนเซ็นสัญญา

Marketing Analytics Software: เลือกให้ตรงกับข้อมูลที่ทีมมีจริงก่อนเซ็นสัญญา

ตลาดซอฟต์แวร์ marketing analytics เต็มไปด้วยฟีเจอร์สวยงามบนหน้าเดโม แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือทีมของคุณมีข้อมูลต้นทางพร้อมพอจะป้อนเข้าเครื่องมือเหล่านั้นหรือยัง บทความนี้ชวนดูจากมุมข้อมูลก่อนดูจากมุมฟีเจอร์
แอดมินตอบแชทวันละร้อยเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ยังไงว่าเคสไหนทำเงินจริง

แอดมินตอบแชทวันละร้อยเคส เจ้าของร้านจะรู้ได้ยังไงว่าเคสไหนทำเงินจริง

แอดมิน LINE ตอบแชทเป็นร้อยเคสต่อวัน แต่เจ้าของธุรกิจกลับตอบไม่ได้ว่าเคสไหนสร้างยอดขาย revenue attribution software คือเครื่องมือที่พยายามตอบคำถามนี้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานอย่างไรและมีข้อจำกัดตรงไหน
กิจการขนาดไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนกับ Sales Attribution Software ตอนนี้

กิจการขนาดไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องลงทุนกับ Sales Attribution Software ตอนนี้

sales attribution software ไม่ใช่เครื่องมือที่ทุกธุรกิจต้องมีตั้งแต่วันแรก บทความนี้ชวนดูเงื่อนไขว่าธุรกิจแบบไหนควรใช้ แบบไหนควรรอ และควรเตรียมอะไรก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อไม่ให้ลงทุนผิดจังหวะ